ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 617 ทุกคนไม่สู้ ศิษย์พี่ลงมือเอง!
บทที่ 617 ทุกคนไม่สู้ ศิษย์พี่ลงมือเอง!
คนผู้นี้สวมเสื้อเกราะสีดำที่ทำจากไม้ ดูแล้วมีท่าทางไม่ธรรมดา
แต่กู่ซานฉงกลับหันไปพูดกับเขา “รอก่อน”
ทุกคนไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงต้องรอก่อน กู่ซานฉงจ้องมองไปยังลู่เฉินพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา “เจ้าหนุ่ม เจ้าคิดจะท้าทายจริงหรือ?”
“ถ้าหากต้องประลองกับคนเหล่านี้ จึงจะสามารถพบประมุขแห่งยอดเขาของพวกเจ้าได้ เช่นนั้นข้าก็คงต้องทำ” ลู่เฉินแสดงเจตนาว่าตนต้องการ ‘ทำตาม’ กฎของที่นี่
แต่จากมุมมองของคนเหล่านี้แล้ว ลู่เฉินก็แค่รนหาที่ตายเท่านั้น
กู่ซานฉงจึงทำได้เพียงมองไปยังชายที่สวมเสื้อเกราะไม้สีดำ “เช่นนั้นข้ามอบให้เจ้า!”
“ขอรับ ศิษย์พี่!”
ผู้คนที่ดูอยู่รอบ ๆ ส่งเสียงโห่ร้องขึ้นมา
กานจิ่วเม่ยพูดกับชายชุดเกราะไม้สีดำวว่า “จำไว้ มีโอกาสเพียงครั้งเดียวเท่านั้น!”
คนผู้นั้นคิดว่าโอกาสเพียงครั้งเดียวก็มากเกินพอ เขารวบรวมพลังมาไว้บนฝ่ามือ จากนั้นปล่อยพลังบนฝ่ามือออกไปยังลู่เฉิน และทุกคนจึงได้เห็นเงาฝ่ามือสีดำมากมายที่หลอมรวมอยู่บนชุดเกราะไม้สีดำ และโจมตีไปยังลู่เฉินซ้ำแล้วซ้ำเล่า
‘กำแพงพันชั้น’ ของลู่เฉิน สกัดการโจมตีของอีกฝ่ายไว้ในทันที
เมื่อทุกคนเห็นเช่นนั้น แต่ละคนต่างก็มองหน้ากัน ในขณะที่กู่ซานฉงแสดงสีหน้าประหลาดใจออกมา
กานจิ่วเม่ยฉีกยิ้มพลางมองไปยังทุกคน “เห็นแล้วหรือไม่ ไม่ใช่ว่าข้าตั้งใจให้เขาขึ้นมา แต่เป็นเพราะการป้องกันของเขาแข็งแกร่งมากนัก!”
แต่ยังคงมีบางคนไม่เชื่อ คนเหล่านั้นจึงยังทยอยก้าวออกมา แต่ทุกคนมีโอกาสเพียงหนึ่งครั้ง ดังนั้นคนเหล่านี้จึงใช้เคล็ดวิชาที่แข็งแกร่งที่สุดของตนเพื่อจัดการลู่เฉิน
คิดไม่ถึงว่าคนเหล่านี้จะไม่สามารถทำอะไรชายหนุ่มได้เลย
สิ่งนี้จึงทำให้ทุกคนพูดไม่ออกทันที
กานจิ่วเม่ยพูดขึ้นด้วยความพึงพอใจ “เห็นแล้วหรือไม่ เห็นหรือไม่! นี่คือผลลัพธ์ที่พวกเจ้าต้องการ!”
ทุกคนต่างมองหน้ากันด้วยสีหน้าจริงจัง
ลู่เฉินมองไปยังกู่ซานฉง “ข้าสามารถพบประมุขยอดเขาของพวกเจ้าได้แล้วหรือยัง?”
“ยังไม่ได้!” กู่ซานฉงตอบ
ลู่เฉินขมวดคิ้วมุ่น และกานจิ่วเม่ยก็รู้สึกไม่เข้าใจขึ้นมาเล็กน้อย “ศิษย์พี่ ท่านจะกลับคำหรือ?”
“ไม่ได้กลับคำ แต่เพราะข้ายังไม่ได้ลงมือ!” กู่ซานฉงพูดเพียงสั้น ๆ ทำให้กานจิ่วเม่ยเบิกตากว้างขึ้น “ศิษย์พี่ ท่านก็คิดจะลงมือด้วยหรือ?”
คนเหล่านั้นต่างก็ตกตะลึง
มีหลายคนพึมพำออกมาว่า “ศิษย์พี่ไม่ได้ลงมือมานานนับพันปีแล้ว!”
“ใช่!”
“ศิษย์พี่คิดจะลงมือเช่นนี้ คงจะไม่ฆ่าเขาให้ตายหรอกหรือ?”
ทุกคนรู้สึกว่าศิษย์พี่น่ากลัวเกินไปแล้ว
กานจิ่วเม่ยชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดด้วยความแปลกใจ “ศิษย์พี่ ท่านกำลังพูดเรื่องตลกหรือ?”
“พูดเรื่องตลก? เข้าคิดว่าข้าดูเหมือนเป็นคนเช่นนั้นหรือ?”
“ใช่!” กานจิ่วเม่ยตอบ
ทว่าสายตาของกู่ซานฉงกลับจ้องมองไปยังลู่เฉิน “เป็นอย่างไร? คิดดีแล้วใช่หรือไม่?”
“เจ้าเป็นคนสุดท้ายใช่หรือไม่?”
“ใช่ แต่พลังของข้าแข็งแกร่งกว่าเจ้ามากนัก” กู่ซานฉงพูดด้วยความมั่นใจ
กานจิ่วเม่ยคิดจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เมื่อคิดถึงทักษะมนุษย์กระดาษของลู่เฉิน นางจึงมองไปยังกู่ซานฉง “ศิษย์พี่ ระวังพลาด!”
“พลาด?”
“ใช่ พลาด!” กานจิ่วเม่ยแสยะยิ้ม
กู่ซานฉงไม่คิดว่าตนจะพลาดได้ จึงพูดด้วยความมั่นใจ “ตอนที่ข้าลงมือเมื่อหนึ่งพันปีก่อน พวกศิษย์น้องก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้า แล้วนับประสาอันใดกับเขาที่เป็นเพียงขั้นหลอมแก่นแท้?”
“อีกไม่นานท่านก็จะรู้” กานจิ่วเม่ยกล่าว
กู่ซานฉงไม่รู้ว่ากานจิ่วเม่ยกำลังทำสิ่งใดอยู่ แต่กู่ซานชิงที่อยู่อีกด้านหนึ่งเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ “ศิษย์พี่หญิงกาน ท่านไม่คิดจะบอกศิษย์พี่หรือ?”
“ไม่ต้อง ในเมื่อศิษย์พี่มั่นใจ หากพวกเราบอกเขาไป เขาอาจจะเสียความมั่นใจไปก็ได้” เห็นได้ชัดว่านางอยากเห็นศิษย์พี่ลงมือเช่นกัน
แต่เมื่อผู้คนรอบ ๆ ได้ยินเช่นนี้ก็รู้สึกแปลกใจ แต่กู่ซานฉงกลับไม่สนใจ และยังจ้องมองไปยังอีกฝ่าย “เจ้าหนุ่ม ในเมื่อเจ้าตัดสินใจแล้ว เช่นนั้นข้าก็จะไม่เกรงใจ”
พูดจบ กู่ซานฉงจึงเริ่มแผ่ไอความเย็นออกมาจากร่างกาย เงาร่างดูเลือนราง ขณะเดียวกันเขาได้ยกมือขวาขึ้นมา จึงได้เห็นเงาฝ่ามือสีน้ำเงินมากมายเคลื่อนไหวอยู่ตรงนั้น
ทุกคนต่างเอ่ยชื่นชม
“ฝ่ามือวิญญาณน้ำแข็งเก้าชั้นของศิษย์พี่นั้นไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ”
“ใช่ เพียงปล่อยฝ่ามือออกไป แม้จะเป็นยอดฝีมือขั้นแปลงเซียน กายเนื้อก็สามารถแตกละเอียด และวิญญาณถูกแช่แข็งได้ในทันที” ราวกับมีคนรู้ว่าพลังฝ่ามือนี้แข็งแกร่งเพียงใด จึงเริ่มคุยโวออกมา
กานจิ่วเม่ยแค่นเสียง “ศิษย์พี่ ข้าแนะนำท่านว่าอย่าใช้พลังมากเกินไป มิเช่นนั้นท่านอาจจะเสียใจภายหลังได้”
ทุกคนไม่รู้ว่ากานจิ่วเม่ยหมายความว่าอย่างไร แต่กู่ซานฉงนั้นไม่สนใจคำพูดของนางเท่าใดนัก และยังปล่อยฝ่ามือนั้นออกไป
ตูม!
ทุกคนในบริเวณนั้นเห็นลู่เฉินกลายเป็นมนุษย์กระดาษและแตกละเอียดไป แต่เมื่อชายหนุ่มปรากฏตัวออกมาอีกครั้งนั้น ก็ได้ยืนยิ้มพลางพูดอยู่ไม่ไกลนัก “เอาล่ะ พวกเจ้าแพ้แล้ว”
ทุกคนในบริเวณนั้นต่างสับสน แต่กู่ซานฉงรู้สึกราวกับว่ากำลังถูกหลอก “เจ้าใช้สมบัติวิญญาณเคลื่อนย้ายหรือ?”
“ไม่!”
“เช่นนั้น เจ้าหลบเลี่ยงได้อย่างไรกัน และยังเคลื่อนไปที่อื่นได้อย่างง่ายดาย” กู่ซานฉงไม่เข้าใจ
ลู่เฉินจึงเพียงพูดขึ้นมาสั้น ๆ “ความลับ!”
ทุกคนต่างโห่ร้อง ในขณะที่กู่ซานฉงขมวดคิ้วมุ่น ส่วนทางกานจิ่วเม่ยกลับยกยิ้มพลางพูดขึ้นว่า “ศิษย์พี่ เป็นเพราะท่านทำร้ายเขาไม่ได้ จึงรู้สึกขายหน้าใช่หรือไม่!”
กู่ซานฉงรู้สึกไม่สบายใจนัก “แต่ข้าจะไม่เล่นลูกไม้!”
“หมายความว่า ศิษย์พี่คิดจะพาเขาไปพบประมุขยอดเขา?”
กู่ซานฉงไม่สนใจนาง แต่หันไปพูดกับลู่เฉินว่า “ไปเถิด”
พูดจบ กู่ซานฉงจึงเดินนำออกไปด้านหน้า และคนอื่น ๆ ก็รีบเดินตามเขาไป พวกเขาต่างก็อยากไปดูเรื่องสนุก
กานจิ่วเม่ยฉีกยิ้มพลางจ้องมองลู่เฉิน “เจ้าหนุ่ม เป็นครั้งแรกที่ข้าเห็นศิษย์พี่รู้สึกคับข้องใจเช่นนี้”
กู่ซานชิงที่อยู่อีกด้านหนึ่งก็เอ่ยขึ้นว่า “ข้าก็เช่นกัน”
“ศิษย์พี่ของพวกเจ้าแข็งแกร่งยิ่งนัก เพียงแต่เขาแค่ประมาทไปก็เท่านั้น”
กานจิ่วเม่ยคิดไม่ถึงว่าลู่เฉินจะกล้าวิจารณ์ศิษย์พี่ของตน “เจ้าหนุ่ม เจ้าพูดถูก ศิษย์พี่ของเรา ถึงแม้จะแข็งแกร่งนัก แต่คิดไม่ถึงว่าเขาจะเสียท่าให้เจ้าได้”
ลู่เฉินเพียงหัวเราะและไม่ได้พูดอะไร แต่จู่ ๆ กู่ซานฉงที่อยู่ด้านหน้ากลับหยุดเดิน จากนั้นจึงปล่อยกลุ่มปราณพลังสีขาวขึ้นไปบนท้องฟ้า
เมื่อปราณพลังสว่างขึ้นมา บนท้องฟ้าจึงปรากฏบันได บันไดนี้มีเพียงเก้าขั้น ขณะเดียวกันบนบันไดเก้าขั้นนี้ก็มีกระแสน้ำวนสีดำอยู่
กู่ซานฉงรีบพูดด้วยความเคารพต่อกระแสน้ำวนสีดำนั้น “ท่านประมุขยอดเขา”
ขณะนั้นเอง กลิ่นอายบางอย่างก็แผ่กระจายออกมา ทุกคนจึงรีบพูดด้วยความเคารพ “ท่านประมุขยอดเขา!”
ภายในกระแสน้ำวนนี้ มีน้ำเสียงประหลาดเอ่ยถามขึ้น “พวกเจ้าไม่ฝึกตนกันหรือ?”
“ประมุขยอดเขา เกิดเรื่องขึ้นเล็กน้อย” กู่ซานฉงพูดด้วยความลำบากใจ
“เรื่องใดกันที่ทำให้พวกเจ้าจำเป็นต้องมาล้อมที่นี่ไว้มากมายเพียงนี้?” ประมุขยอดเขาเอ่ยถามอย่างสงสัย
กู่ซานฉงมองไปยังลู่เฉิน จากนั้นจึงพูดขึ้นมาว่า “เขาต้องการมาท้าทายท่าน!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น บรรยากาศรอบ ๆ ก็พลันเงียบสงบลงทันที เพราะพวกเขากำลังรอดูว่าประมุขยอดเขาจะพูดอย่างไร
ประมุขยอดเขาที่อยู่บนกระแสน้ำวนคิดว่าตนได้ยินผิดไป จึงเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ “กู่ซานฉง เจ้าหมายความว่าอย่างไร?”
“ท่านประมุขยอดเขา เขาบอกว่าต้องการท้าประลองกับท่าน!” กู่ซานฉงคิดว่าอีกฝ่ายอาจจะได้ยินไม่ชัดเจน จึงพูดขึ้นมาอีกครั้ง
ประมุขยอดเขามีท่าทีเย็นชาขึ้นมาทันที “ขั้นหลอมแก่นแท้มาท้าประลองข้า? เขามีปัญหาหรือว่าพวกเจ้าทุกคนมีปัญหากันแน่?”