ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 619 ส่งไปเอง อีกฝ่ายคิดว่าอ่อนข้อให้!
บทที่ 619 ส่งไปเอง อีกฝ่ายคิดว่าอ่อนข้อให้!
กานจิ่วเม่ยรู้สึกเหมือนกำลังจะขาดอากาศหายใจเมื่อยืนอยู่ตรงนั้น จึงส่งเสียงไปยังลู่เฉิน “เจ้าหนุ่ม ประมุขยอดเขายังไม่ออกมา เจ้ารีบยอมแพ้ซะ! มิเช่นนั้นเจ้าจะตายอย่างเจ็บปวด!”
ส่วนคนอื่น ๆ นั้นต่างก็หวาดกลัวจนหลบออกไปไกลจากตรงนั้น ไม่กล้าอยู่ที่เดิมอีกต่อไป
แม้แต่ศิษย์พี่ใหญ่กู่ซานฉงยังถอยออกไปอีกด้านหนึ่ง ดังนั้นจึงมีเพียงลู่เฉินที่ยืนอยู่ตรงนั้นเพียงลำพัง
ผู้คนที่มองดูอยู่รอบ ๆ เมื่อเห็นเช่นนั้นต่างก็รู้สึกแปลกใจ
“ดูนั่น เจ้าหนุ่มนั่นไม่คิดหนีจริง ๆ!”
“ดูเหมือนว่าเขาจะไม่เป็นอันใด!”
“เจ้าหนุ่มนั่น ทำได้อย่างไรกัน?”
“บางทีอาจจะมีสมบัติวิญญาณ!”
ไม่เพียงแต่คนเหล่านี้เท่านั้น กานจิ่วเม่ยก็มองไปยังกู่ซานชิงด้วยความแปลกใจ “ศิษย์น้อง เจ้าคิดว่าเจ้าหนุ่มนั่นจะสามารถต้านทานการโจมตีของประมุขยอดเขาได้หรือไม่?”
“นับตั้งแต่ข้าเข้ามายังภูเขาเดียวดาย ไม่เคยได้ยินว่าจะมีผู้ใดสามารถเอาชีวิตรอดจากประมุขยอดเขาไปได้” กู่ซานชิงกล่าว
กานจิ่วเม่ยมีท่าทีลังเล “เช่นนั้น ถ้าหากมีล่ะ?”
“ไม่มีถ้าหาก” กู่ซานชิงตอบด้วยความมั่นใจ
กานจิ่วเม่ยจึงทำได้เพียงถามกู่ซานฉงที่อยู่อีกด้านหนึ่ง “ศิษย์พี่ใหญ่ ท่านคิดว่าอย่างไร?”
กู่ซานฉงตอบด้วยสีหน้ามั่นใจ “ถึงแม้เจ้าหนุ่มผู้นี้จะเก่งกาจ แต่เจ้าก็เห็นแล้ว ประมุขยอดเขาคิดจะสร้างค่ายกลรอบกายเขา และค่ายกลนี้สามารถกักขังเขาไว้ได้ ทำให้ทักษะการเคลื่อนไหวของเขาใช้ไม่ได้ผล”
กานจิ่วเม่ยเพ่งมองไปรอบ ๆ และพบว่ามีค่ายกลอยู่จริง ค่ายกลนี้ในตอนแรกนั้นโปร่งแสง จากนั้นจึงเริ่มมีแสงสีน้ำตาลสว่างขึ้นมาจาง ๆ
สิ่งนี้จึงทำให้กานจิ่วเม่ยเอ่ยขึ้นมา “เช่นนี้ หากเขาคิดหนีก็หนีไม่รอด!”
คนอื่น ๆ ต่างก็คิดเช่นนั้น ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงนั้นมองไปยังกระแสน้ำวนพลางเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม “มีพลังเพียงเท่านี้หรือ?”
“เท่านี้?” ประมุขยอดเขาเริ่มรู้สึกไม่พอใจขึ้นมาเล็กน้อย
คนอื่น ๆ ต่างก็นับถือในความกล้าและบ้าของลู่เฉิน
ลู่เฉินมีท่าทีนิ่งสงบ และยังจ้องมองไปยังประมุขยอดเขา “ออกมาเถิด”
“หากข้าออกไป เจ้าได้ตายแน่”
“มาเถิด” ชายหนุ่มยกยิ้ม
จากนั้นทุกคนจึงมองไปยังกระแสน้ำวนที่เริ่มมีแสงสีน้ำตาลสว่างขึ้นมา กองทรายลอยออกมาราวกับพายุทราย และปกคลุมไปทั่วภายในเขตแดนที่ลู่เฉินอยู่
เมื่อเห็นเม็ดทรายในกระแสน้ำวนเหล่านี้เกิดการเสียดสีอย่างรุนแรงกับ ‘กำแพงพันชั้น’ ของลู่เฉิน อีกทั้งผู้คนจำนวนมากยังสามารถมองเห็น ‘เปลวไฟ’ ที่เกิดขึ้นได้อีกด้วย
ไม่เพียงเท่านั้น กำแพงนับพันชั้นของชายหนุ่มก็ถูกทำลายจนแตกกระจาย ทุกคนต่างคิดว่าลู่เฉินต้องแย่แน่ แม้แต่กานจิ่วเม่ยก็ยังมีสีหน้าจริงจังขึ้นมา “ยังไม่ยอมแพ้อีกหรือ?”
ขณะนั้นเอง ชายหนุ่มได้ใช้เคล็ดวิชาอัสนีวิญญาณจนกลายเป็นเงาวิญญาณ
“ใช้เคล็ดวิชาวิญญาณ?” ประมุขยอดเขาเห็นเช่นนั้นจึงหัวเราะขึ้นมา
กานจิ่วเม่ยเอ่ยเตือนลู่เฉินว่า “เจ้าหนุ่ม พวกเราคนของหุบเขาลึกเชี่ยวชาญเคล็ดวิชาวิญญาณมากที่สุด”
“แล้วอย่างไรกัน?” ลู่เฉินไม่สนใจ ยังคงล่องลอยอยู่ตรงนั้นต่อไป และในขณะเดียวกันนั้นก็หาร่องรอยของร่างที่แท้จริงของอีกฝ่ายไปด้วย
ขณะนั้นเอง เม็ดทรายเหล่านั้นพลันหลอมรวมเข้าด้วยกัน กลายเป็นคนคนหนึ่งออกมา
คนผู้นี้มีริมฝีปากแห้งผาก ราวกับว่าหนังจะหลุดออกมาเป็นชั้น ขณะเดียวกันก็ดูแล้วน่าจะอายุราว ๆ สามสิบถึงสี่สิบได้
เขาคือประมุขยอดเขาแห่งภูเขาเดียวดายไป๋หลี่ซาน
ไป๋หลี่ซานยื่นมือขวาออกมา กลุ่มแสงสีดำกลุ่มหนึ่งจึงปกคลุมลู่เฉินไว้ จากนั้นจึงใช้มืออีกข้างถือแส้ที่มีแสงสีน้ำตาลไว้ “เจ้าหนุ่ม ตอนนี้วิญญาณของเจ้าถูกข้าขังไว้แล้ว”
“อย่างนั้นหรือ?” ชายหนุ่มแสยะยิ้ม
คนอื่น ๆ ต่างก็แปลกใจว่าเหตุใดลู่เฉินจึงยังมีอารมณ์ยิ้มออกมาได้ และเมื่อไป๋หลี่ซานขยับแส้ในมือซ้าย เจ้าตัวก็กล่าวว่า “แส้นี้ของข้า หากฟาดลงไปยังวิญญาณของเจ้า จะทำให้วิญญาณของเจ้าขาดครึ่งได้”
“เจ้าก็ลองดู” ลู่เฉินกล่าว
ทุกคนต่างก็คิดว่าชายหนุ่มเสียสติไปแล้ว บางคนจึงพูดขึ้นมาว่า “แม้แต่แส้ของประมุขยอดเขา เขาก็ยังไม่กลัว?”
“นั่นเป็นเพราะเขาไม่รู้ว่าแส้ของประมุขยอดเขาน่ากลัวเพียงใด”
“ก็ใช่ เจ้าหนุ่มผู้นี้อาจจะคิดว่ามันเป็นเพียงแส้วิญญาณธรรมดาเท่านั้น!”
กานจิ่วเม่ยรู้ว่าหากทำเช่นนี้ต่อไป ลู่เฉินต้องตายอย่างเจ็บปวดแน่ นางจึงหันไปพูดกับไป๋หลี่ซาน “ประมุขยอดเขา ชายผู้นี้มีวรยุทธ์ที่แข็งแกร่ง ข้าคิดว่าสามารถให้เขาเข้าร่วมภูเขาเดียวดายได้”
กู่ซานชิงก็คิดเช่นนั้น
ถึงแม้กู่ซานฉงจะไม่ได้พูดคำใด แต่แววตาทั้งสองของเขายังเต็มไปด้วยสายตาแห่งความชื่นชม ไป๋หลี่ซานจึงมองไปยังทั้งสองพลางพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “อย่างไรกัน? พวกเจ้าต้องการจะขอร้องแทนคนนอกคนหนึ่งหรือ?”
กานจิ่วเม่ยรีบพูดขึ้นมาทันที “ประมุขยอดเขา เมื่อวานท่านบอกให้พวกเราตามหาผู้มีวรยุทธ์ และมีการป้องกันที่แข็งแกร่ง ข้าจึงคิดว่าเขาก็ไม่แย่”
คำพูดนี้เตือนสติกู่ซานฉงขึ้นมาทันที
กู่ซานฉงพูดขึ้นมาว่า “ประมุขยอดเขา เมื่อวานท่านพูดแล้ว พวกเราต้องรีบหาคนที่เหมาะสมเพื่อไปยังสถานที่นั้น”
“หรือพวกเจ้ายังหาคนที่ดีกว่าเขาไม่ได้?” ไป๋หลี่ซานเอ่ยถามอย่างไม่ค่อยพอใจ
ทุกคนต่างก็มองหน้ากัน โดยเฉพาะยอดฝีมือเหล่านี้ที่อยู่ในภูเขาเดียวดายต่างก็รู้ดีว่าวรยุทธ์ของลู่เฉินนั้นไม่ธรรมดา โดยเฉพาะเขาที่เป็นเพียงขั้นหลอมแก่นแท้ ดังนั้นทุกคนจึงรู้ดีว่าหากเปรียบเรื่องการป้องกันแล้ว ลู่เฉินนั้นแข็งแกร่งกว่าพวกเขาทุกคน
แต่นี่ไม่ใช่สิ่งที่ไป๋หลี่ซานต้องการ เขาจึงดูมีท่าทีเคร่งขรึมขึ้นมา “ภูเขาเดียวดายที่ยิ่งใหญ่ ยังต้องพึ่งพาขั้นหลอมแก่นแท้คนหนึ่งหรือ!”
ทุกคนไม่ตอบ ส่วนลู่เฉินนั้นถึงแม้จะไม่รู้ว่าพวกเขาพูดสิ่งใด แต่ชายหนุ่มกลับพูดขึ้นมาว่า “อย่าฟุ้งซ่านนัก มิเช่นนั้นอีกไม่นานเจ้าจะเดือดร้อนได้!”
ทุกคนไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะกล้าพูดกับไป๋หลี่ซานเช่นนี้
ไป๋หลี่ซานหันกลับมา จ้องมองไปยังลู่เฉินที่ถูกแสงสีดำของตนปกคลุมอยู่ “เจ้าถูกข้ากักขังไว้เช่นนั้น ยังจะสามารถหนีไปไหนได้อีก?”
“เจ้าพูดถูก!” เมื่อลู่เฉินพูดจบจึงพุ่งตัวออกไปจากแสงสีดำนี้ทันที จากนั้นพุ่งเข้าไปภายในร่างของไป๋หลี่ซาน
ทุกคนต่างก็ตกตะลึงกับภาพเหตุการณ์นี้
บางคนพูดขึ้นมาด้วยความสับสน “เจ้าหนุ่มนั่นเข้าไปในร่างของประมุขยอดเขา?”
“เขาเสียสติไปแล้วหรือ?”
“หรือเขาจะไม่รู้ว่าวิญญาณของประมุขยอดเขาแข็งแกร่งเพียงใด?”
กานจิ่วเม่ยส่ายศีรษะพลางพูดขึ้น “ครั้งนี้ เขาคงจะหมดหวังเสียแล้ว!”
กู่ซานฉงถอนหายใจ “น่าเสียดายการป้องกันที่ดีเช่นนั้น!”
ไม่เพียงแต่กู่ซานฉงเท่านั้น ทุกคนต่างก็รู้สึกเสียดายเช่นกัน
…
หลังจากนั้น ภายในพื้นที่จิตของไป๋หลี่ซาน วิญญาณของไป๋หลี่ซานได้จ้องมองมายังลู่เฉินพลางหัวเราะออกมา “เจ้าอวดดีเพียงนี้เชียวหรือ?”
“มีเพียงวิธีนี้ที่ข้าจะเอาชนะเจ้าได้” ลู่เฉินยิ้มพลางมองไป๋หลี่ซาน
“ชนะ? เกรงว่าเจ้าจะยังไม่เข้าใจวิญญาณของข้าดีนักว่าแข็งแกร่งมากเพียงใด”
“แข็งแกร่งกว่าขั้นแปลงเซียนหลายคนนัก แต่ข้าดูแล้วก็เพียงเท่านั้น” คำพูดของอีกฝ่ายทำให้ไป๋หลี่ซานไม่พอใจเล็กน้อย
โดยเฉพาะไป๋หลี่ซานที่เป็นถึงประมุขยอดเขาแห่งภูเขาเดียวดาย และยังได้ศึกษาเคล็ดวิชาวิญญาณในหุบเขาลึกมานานหลายปี เขาจึงกางมือทั้งสองออก ทันใดนั้น เงาเสาหินสีดำจึงปรากฎออกมา
เห็นเพียงเงาเสาหินสีดำเหล่านี้ปล่อยไฟเพลิงสีดำที่กลายเป็นโซ่ตรวนเข้าไปพันรัดลู่เฉินไว้อย่างรวดเร็ว
ชายหนุ่มมองดูโซ่ตรวนไฟเพลิงเหล่านี้พลางยิ้มออกมา “เคล็ดวิชาวิญญาณนี้ของเจ้า ช่างแปลกใหม่ยิ่งนัก”
“โซ่ตรวนเหล่านี้จะค่อย ๆ ลดพลังวิญญาณของเจ้าลงไปทีละน้อย ดังนั้นหากไม่อยากสลายหายไป จงซื่อสัตย์ซะ” ไป๋หลี่ซานข่มขู่
ลู่เฉินยกยิ้มพลางมองไป๋หลี่ซาน “เจ้าคงไม่ได้กำลังคิดว่าแค่ทำเช่นนี้แล้วจะสามารถจับข้าได้หรอกนะ?”
“หากทำเช่นนี้แล้วยังไม่สามารถจับเจ้าได้ ข้าก็ไม่ต้องเป็นประมุขยอดเขาแล้ว!” ไป๋หลี่ซานพูดด้วยความมั่นใจ