ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 621 พื้นที่ต้องห้าม ยอดเขา! สิ่งที่ทำให้คนเกิดอันตรายนั้นไม่ใช่คน!
- Home
- ตำนานจอมราชันย์อหังการ
- บทที่ 621 พื้นที่ต้องห้าม ยอดเขา! สิ่งที่ทำให้คนเกิดอันตรายนั้นไม่ใช่คน!
บทที่ 621 พื้นที่ต้องห้าม ยอดเขา! สิ่งที่ทำให้คนเกิดอันตรายนั้นไม่ใช่คน!
ขณะที่ทุกคนคิดว่าไป๋หลี่ซานกำลังจะบันดาลโทสะขึ้นมานั้น จู่ ๆ เขาก็พูดกับลู่เฉินว่า “ตามมา”
พูดจบ ไป๋หลี่ซานจึงเดินไปอีกด้านหนึ่ง
ลู่เฉินรีบตามไปทันที
ทุกคนในบริเวณนั้นต่างก็ตกอยู่ในความสับสน
กานจิ่วเม่ยพึมพำออกมา “หรือว่าประมุขยอดเขาจะรู้ถึงความแข็งแกร่งของเขาแล้ว จึงเริ่มฟังคำแนะนำของข้า?”
กู่ซานฉงก็คิดเช่นนั้น จึงรีบก้าวออกไปข้างหน้าและพูดกับไป๋หลี่ซานว่า “ประมุขยอดเขา ข้าคิดว่าท่านตัดสินใจเช่นนี้ถูกต้องแล้ว”
“ตัดสินใจใดกัน?” ไป๋หลี่ซานกลอกตา รู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย
“ปล่อยเขาไป แล้วฝึกฝนเขาอย่างดี!” กู่ซานฉงพูดในสิ่งที่ตนคิด
ไป๋หลี่ซานเบิกตากว้าง จากนั้นจึงพูดขึ้นว่า “ข้าจะตัดสินใจอย่างไร จำเป็นต้องให้พวกเจ้าแนะนำด้วยหรือ?“
“เปล่าหรอก เพียงแค่พวกเราคิดว่าท่านประมุขช่างมีไหวพริบนัก!” กู่ซานฉงตอบกลับ
ไป๋หลี่ซานแค่นเสียงกลับแต่ไม่ได้พูดคำใดก่อนจะเดินไปตามทางของตน
กานจิ่วเม่ยรู้สึกแปลกใจ “ประมุขยอดเขา พวกท่านจะไปที่ใด?”
“ยอดเขาแดนต้องห้ามภูเขาเดียวดาย”
กานจิ่วเม่ยถึงกับอ้าปากค้าง คนอื่น ๆ ต่างก็ตกตะลึงไปเช่นกัน
มีบางคนพูดขึ้นว่า “ยอดเขานั้นไม่ได้มีเพียงแค่ท่านผู้นำและหลงซวงเท่านั้นหรือที่สามารถขึ้นไปได้?”
“ใช่!”
“เหตุใดท่านจึงต้องพาเจ้าหนุ่มผู้นี้ไป?”
ทุกคนต่างถกเถียงกันขึ้นมา กู่ซานฉงได้แต่ขมวดคิ้วมุ่น “ท่านประมุข ยอดเขานี้อันตรายเหนือสิ่งใดเปรียบ ถ้าหากเขาไป เกรงว่า…”
กานจิ่วเม่ยก็รู้สึกไม่ดีเช่นกัน นางจึงพูดขึ้นว่า “ท่านประมุข สถานที่แห่งนั้นไม่สามารถไปได้”
“พวกเจ้ารู้สึกว่าเขาเก่งกาจมากมิใช่หรือ?” ไป๋หลี่ซานย้อนถาม
คนเหล่านี้ต่างก็รู้สึกเก้อเขิน
กานจิ่วเม่ยพูดขึ้นมาด้วยความกังวล “การป้องกันของเขานั้นนับว่าแข็งแกร่ง แต่ยอดเขานี้ จำเป็นต้องมีพลังเช่นเดียวกับท่านประมุขจึงจะสามารถเข้าไปได้ และถ้าหากเขาเข้าไปนั้น เกรงว่า…”
“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับข้า เขาอวดดี และต้องการไปที่นั่นเอง” ไป๋หลี่ซานพูดพลางจ้องมองไปยังลู่เฉินด้วยแววตาแปลกประหลาด
กานจิ่วเม่ยได้ยินเช่นนั้นก็หันไปพูดกับลู่เฉินทันที “เจ้าหนุ่ม เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ”
ลู่เฉินมาที่นี่ก็เพื่อตามหาหลงซวง และไม่ว่ายอดเขานี้จะอันตรายเพียงใด เขาก็ต้องไป เขาจึงมองไปยังกานจิ่วเม่ยแล้วพูดว่า “ข้าก็รู้สึกสนใจภูเขาเดียวดายแห่งนี้เช่นกัน!”
“เหตุใดจึงดื้อดึงเพียงนี้?” กานจิ่วเม่ยถามด้วยความกังวล
กู่ซานฉงเอ่ยเตือนลู่เฉินว่า “ศิษย์น้อง พลังการป้องกันของเจ้านั้น พวกข้ายอมรับว่าแข็งแกร่ง แต่หากเจ้าคิดจะเข้าไปยังยอดเขาอย่างราบรื่นนั้น นั่นแทบจะเป็นไปไม่ได้!”
ต่อให้คนเหล่านี้จะโน้มน้าวอย่างไร ลู่เฉินก็ไม่สนใจ อีกทั้งยังพูดกับพวกเขาว่า “นี่เป็นเรื่องของข้า ทุกท่านไม่ต้องกังวลไป”
เห็นได้ชัดว่าคนเหล่านี้ระมัดระวังเป็นอย่างมาก พวกเขาจึงไม่อยากส่งลู่เฉินเข้าไปตาย
ทว่าลู่เฉินยังคงไม่สนใจ จนกระทั่งผ่านไปครู่หนึ่ง จึงมาถึงด้านข้างของหน้าผาสูง และด้านหน้าของหน้าผานี้มีก้อนหินลอยอยู่ก้อนหนึ่ง
ไป๋หลี่ซานหันไปพูดกับชายหนุ่มว่า “กระโดดไปบนก้อนหินนั่น เจ้าก็จะสามารถมองเห็นเส้นทางไปยังยอดเขาได้”
“ง่ายเพียงนั้นเชียวหรือ?”
“ง่าย?” ไป๋หลี่ซานไม่รู้ว่าควรจะพูดกับอีกฝ่ายเช่นไรแล้ว
ลู่เฉินเพียงแค่ฉีกยิ้มแต่ไม่ได้พูดอะไร จากนั้นก็กระโดดออกไปจนร่างของเขาขึ้นไปยืนอยู่บนก้อนหิน จากนั้นตรงหน้าของชายหนุ่มจึงปรากฏขั้นบันไดขึ้นมา แต่รอบ ๆ บันไดนี้เต็มไปด้วยหมอกสีขาว ทำให้เมื่อมองด้วยตาเปล่าเขาเห็นบันไดเพียงไม่กี่ขั้นเท่านั้ัน
ลู่เฉินไม่ได้คิดมากเช่นนั้นจึงเดินขึ้นบันได และหายลับสายตาผู้คนตรงนั้นไป
“ท่านประมุข ท่านให้เขาขึ้นไปเช่นนั้นเลยหรือ?” กานจิ่วเม่ยคิดว่าไป๋หลี่ซานจะต้องสกัดกั้นไว้ แต่ปรากฏว่าไป๋หลี่ซานกลับไม่ทำเช่นนั้น
กู่ซานฉงเองก็สงสัยเช่นกัน
“หากเขาอยากไปตาย ก็ปล่อยเขาไป!” ไป๋หลี่ซานตะโกนขึ้นมา
สิ่งนี้ทำให้ทุกคนรู้สึกสับสน โดยเฉพาะกานจิ่วเม่ยที่พูดขึ้นมาด้วยความแปลกใจ “ท่านประมุข ท่านคิดว่าความสามารถเขาดีมิใช่หรือ ท่านอยากให้เขาเข้าร่วมภูเขาเดียวดายหรือไม่?”
“เข้าร่วมภูขาเดียวดาย? ข้าพูดเมื่อใดกัน?” ไป๋หลี่ซานย้อนถาม
“เช่นนั้น เหตุใดท่านจึงปล่อยเขาไป และยังให้เขามายังแดนต้องห้ามนี้อีก?” กานจิ่วเม่ยแปลกใจ
ไม่เพียงแต่กานจิ่วเม่ยเท่านั้น เพราะทุกคนต่างก็อยากรู้ว่าเมื่อครู่นั้นลู่เฉินทำสิ่งใดภายในพื้นที่จิตของไป๋หลี่ซาน
ไป๋หลี่ซานหวนคิดถึงเรื่องนั้นก็รู้สึกโมโหขึ้นมา แต่เขาไม่อยากบอกทุกคนว่าตนนั้น ‘ไร้ความสามารถ’ จึงทำได้เพียงตะโกนขึ้นมาว่า “ข้าเพียงแค่อยากเห็นว่าเขามีความสามารถมากเพียงใด จึงให้เขาได้ลองดูว่าเขาจะจัดการอย่างไร”
ลอง?
ทุกคนยังคงคลางแคลงใจ กานจิ่วเม่ยจึงพูดขึ้นว่า “ประมุข บททดสอบที่ท่านมอบให้เขานั้นดูจะรุนแรงเกินไปหรือไม่?”
ไป๋หลี่ซานไม่ได้ตอบกลับ
ในขณะที่กู่ซานฉงพูดขึ้นว่า “ข้ามายังภูเขาเดียวดายนานเพียงนี้ แต่ไหนแต่ไรยังไม่เคยเห็นผู้ที่จะเข้าร่วมภูเขาเดียวดายต้องเจอบททดสอบเช่นนี้มาก่อน”
คนอื่น ๆ ต่างก็เริ่มถกเถียงกันขึ้นมา
“เงียบปากซะ!” ไป๋หลี่ซานตะโกนขึ้นมาเสียงดัง
ทุกคนหยุดพูดทันที เสียงตะโกนนี้ยิ่งทำให้ทุกคนรู้สึกแปลกใจว่าเหตุใดไป๋หลี่ซานต้องโมโหเช่นนี้
แต่ตอนนี้ไม่มีผู้ใดสามารถอธิบายให้ไป๋หลี่ซานฟังได้ ทุกคนต่างก็มองหน้ากัน ขณะเดียวกันก็สงสัยว่าลู่เฉินจะมีชีวิตรอดออกมาได้หรือไม่
ส่วนไป๋หลี่ซานที่นั่งอยู่นั้นเอ่ยว่า “ข้าจะไปดูเสียหน่อย”
เพียงเห็นไป๋หลี่ซานหลับตาลง วิญญาณของเขาก็ได้ถูกม่านแสงสีดำปกคลุมไว้ จากนั้นจึงหายไปจากตรงนั้น
เมื่อวิญญาณของไป๋หลี่ซานปรากฏขึ้นอีกครั้ง จึงได้เห็นลู่เฉินยืนอยู่บนยอดเขาพอดี
บนยอดเขานี้มีพายุทรายพัดอยู่รอบ ๆ ขณะเดียวกันยังมีก้อนหินขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่เป็นจำนวนมาก บนก้อนหินใหญ่เหล่านี้ บางครั้งก็มีเงาบางอย่างสว่างขึ้นมา ดูแล้วไม่ธรรมดา
แต่ลู่เฉินรู้ดีว่าเงาเหล่านี้ไม่ใช่คน แต่เป็นศาสตราวุธภูตบางอย่าง
เพียงแต่ศาสตราวุธภูตเหล่านี้ไม่มีเจ้าของ แต่มีพลังการสังหารที่แข็งแกร่งมาก พร้อมที่จะฆ่าทุกคนที่เข้ามาที่นี่
ดังนั้นศาสตราวุธภูตเหล่านั้นบางครั้งก็กลายเป็นเงาคน บางครั้งก็กลายเป็นศาสตราวุธ และคอยส่งเสียงหัวเราะอยู่บริเวณนั้น
“ไอ้หยา วันนี้มีตุ๊กตาตัวน้อยมาหนึ่งตัว”
“ตุ๊กตาตัวน้อยเช่นนี้ มีสิ่งใดน่าสนใจกัน?”
“กลืนกินได้!”
…
ศาสตราวุธเหล่านี้มองว่าชายหนุ่มเป็นเพียงเหยื่อ พวกมันคุยเล่นกันอยู่ตรงนั้น จนกระทั่งไป๋หลี่ซานปรากฏตัวออกมา
ศาสตราวุธภูตเหล่านั้นไม่ได้สนใจไป๋หลี่ซานมากนัก ไป๋หลี่ซานเองก็ไม่กล้าเข้าใกล้ศาสตราวุธภูตเช่นกัน แม้เขาจะเป็นเพียงแค่เงาวิญญาณที่ลอยอยู่ตรงนั้น และรอบ ๆ ก็ยังมีชั้นแสงสีดำปกคลุมไว้
“วิญญาณออกจากร่าง เจ้าไม่กลัววิญญาณจะแตกกระจายหรือถูกผู้อื่นจองจำหรือ?” ลู่เฉินเห็นเช่นนั้นก็หัวเราะขึ้นมา
“บนยอดเขานี้มีศาสตราวุธเหล่านี้อยู่ ผู้ใดจะมีความสามารถทำให้วิญญาณข้าแตกสลายหรือจองจำข้าได้กัน?” ไป๋หลี่ซานพูดด้วยความมั่นใจ
ชายหนุ่มยกยิ้ม “เจ้าคิดว่าพวกมันจะคุ้มครองเจ้าหรือ?”
“ไม่ใช่คุ้มครองข้า แต่คอยขัดขวางไม่ให้ผู้ใดเข้ามา อย่างเช่นเจ้า!” ไป๋หลี่ซานพูดจบก็หัวเราะขึ้นมา
“หมายความว่าเจ้ามาดูเรื่องสนุก?”
“ไร้สาระ ข้าเพียงแค่มาดูเจ้าหนุ่มอวดดีเช่นเจ้าว่าจะต้านทานการโจมตีของศาสตราวุธภูตเหล่านี้อย่างไร”
“หากเจ้าทำได้ ข้าก็ทำได้” ลู่เฉินตอบกลับ
ไป๋หลี่ซานเยาะเย้ย “ที่ข้าเข้ามาที่นี่ได้ นั่นเป็นเพราะว่าข้าเป็นประมุขแห่งภูเขาเดียวดาย และศาสตราวุธภูตเหล่านี้รู้จักเพียงข้า!”
“แต่ข้าได้ยินมาว่ายังมีคนอื่นอยู่ที่นี่”
“เจ้าหมายถึงหลงซวงอย่างนั้นหรือ?”
“ใช่!”
“เขาไม่เหมือนกัน สถานะของเขามีความพิเศษ และวิญญาณของเขาก็ไม่ได้แย่ไปกว่าข้า จึงสามารถเข้าออกที่นี่ได้อย่างอิสระ” ไป๋หลี่ซานพูดถึงที่มาของหลงซวง
สถานะที่พิเศษ?
ลู่เฉินยิ่งรู้สึกแปลกใจและสงสัยว่าหลงซวงผู้นี้มีที่มาอย่างไรกันแน่