ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 622 จักรพรรดิกระบี่วิญญาณ!
บทที่ 622 จักรพรรดิกระบี่วิญญาณ!
เมื่อไป๋หลี่ซานเห็นลู่เฉินยืนตกตะลึงอยู่ตรงนั้นก็คิดว่าอีกฝ่ายหวาดกลัว จึงหัวเราะขึ้นมา “ว่าอย่างไรกัน? กลัวอย่างนั้นหรือ?”
เมื่อชายหนุ่มได้สติก็ฉีกยิ้มและตอบกลับ “เหตุใดจึงต้องกลัว?”
“ศาสตราวุธภูตเหล่านี้ ส่วนมากจะเป็นสิ่งที่เหล่าชายชราแห่งหุบเขาลึกได้ใช้วิญญาณหลอมรวมไว้ หรือเป็นศาสตราวุธที่ถูกสร้างขึ้นจากสมบัติวิญญาณ ดังนั้นแต่ละชิ้นจึงมีความแข็งแกร่งและผ่านการรบมามากมาย!” ไป๋หลี่ซานพูดถึงที่มาของศาสตราวิญญาณเหล่านี้
เมื่อลู่เฉินได้ฟังก็เผยรอยยิ้มออกมา “เช่นนั้นก็นับว่าน่าสนใจมาก”
“น่าสนใจ?”
“ใช่” ชายหนุ่มยกยิ้มอย่างมั่นใจ
ไป๋หลี่ซานไม่รู้ว่าลู่เฉินกำลังคิดสิ่งใด ชายหนุ่มมองไปรอบ ๆ ก็เห็นศาสตราวุธภูตเหล่านั้นหลบซ่อนอยู่บนโขดหินบางส่วน ราวกับพร้อมที่จะลงมือตลอดเวลา
ลู่เฉินกลับยิ้มออกมาและกลายเป็นเงาอัสนีวิญญาณทันที เขาพุ่งตัวเข้าไปบนโขดหินขนาดใหญ่
บนโขดหินนั้น เมื่อศาสตราวุธภูตบางส่วนเห็นว่าอีกฝ่ายกล้าแทรกวิญญาณเข้ามา พวกมันจึงโจมตีเขาอย่างบ้าคลั่งทันที
ไป๋หลี่ซานที่อยู่อีกด้านหนึ่งนั้นราวกับกำลังดูเรื่องสนุกอยู่ เขาจ้องมองไปบนโขนหินที่มีแสงสว่างจากการโจมตีส่องสว่างอยู่
ขณะนั้นเอง ภายในโขดหินนั้นมีพื้นที่ส่วนตัวอยู่ และหากมองจากนอกพื้นที่นี้สามารถมองเห็นสถานการณ์ภายในโขดหินได้ ดังนั้นเมื่อลู่เฉินเคลื่อนไหวภายในนี้ ไป๋หลี่ซานจึงสามารถมองเห็นได้
เพียงแต่ศาสตราวุธภูตเหล่านั้นดูดุดันและอันตรายมาก มันเป็นการโจมตีที่ดุเดือด แต่ยามที่โจมตีลงบนวิญญาณของลู่เฉินนั้นกลับดูนุ่มนวล
“วิญญาณของเจ้าหนุ่มผู้นี้ เหตุใดจึงแข็งแกร่งเพียงนี้?” ไป๋หลี่ซานพึมพำออกมา
แต่สิ่งที่ทำให้ไป๋หลี่ซานตกตะลึงก็คือ ไม่รู้ว่าบนร่างของลู่เฉินมีมวลพลังใดแผ่กระจายออกมา จึงทำให้ศาสตราวุธภูตที่อยู่ภายในโขดหินเหล่านั้น ‘สั่นเทา’ ได้
ขณะนั้นเอง ชายหนุ่มได้ยกยิ้มให้เหล่าศาสตราวุธภูต “พวกเจ้าควรจะรู้ว่าข้านั้นไม่ธรรมดา!”
กระบี่เล่มหนึ่งที่ลอยอยู่ได้กลายเป็นเงาวิญญาณชายหนุ่มวัยกลางคน ซึ่งได้เอ่ยถามชายหนุ่มว่า “เจ้าไม่ใช่คน!”
“เจ้ารู้ดีเพียงนั้นเชียวหรือ?” ลู่เฉินฉีกยิ้มพลางมองไปยังวิญญาณกระบี่
วิญญาณกระบี่รู้สึกหวาดกลัว จึงตะโกนไปยังศาสตราวุธภูตอื่น ๆ ว่า “ถอย!”
ศาสตราวุธภูตแต่ละชิ้นจึงถอยออกห่างจากโขดหิน แต่คำสาปภูตของลู่เฉินได้พันรัดกระบี่วิญญาณนั่นไว้แล้ว และยังให้กุ่ยเจี๋ยปรากฏตัวออกมา จากนั้นจึงคอยจับตาดูกระบี่วิญญาณไม่ให้มันหนีไปได้
กระบี่วิญญาณนี้ถูกพันรัดไว้ เมื่อไม่สามารถหนีได้ จึงจ้องมองลู่เฉินด้วยแววตาตื่นตระหนก “เจ้าคิดจะทำสิ่งใด?”
“เจ้าของของเจ้าตายแล้วหรือ?”
“ใช่!” กระบี่วิญญาณตอบไปตามตรง
“ได้ ต่อไปข้าอยากให้เจ้าติดตามข้า และข้าก็ต้องการความทรงจำของเจ้า”
กระบี่วิญญาณกลับพูดขึ้นมาสั้น ๆ “เกรงว่าเจ้าจะต้องผิดหวัง”
“หมายความว่าอย่างไร?”
“ก่อนที่เจ้าของศาสตราวุธภูตของเราจะตายไปนั้นได้ลบความทรงจำบางส่วนของพวกเราออกไปแล้ว ดังนั้นสิ่งที่จำได้นั้นจึงมีอยู่ไม่มาก” กระบี่วิญญาณอธิบายออกมาตรง ๆ
เมื่อชายหนุ่มได้ยินเช่นนั้นก็หวนคิดไปถึงหลงซวงในยามนั้น ก่อนตายก็ได้ลบความทรงจำของตัวเองไปเช่นกัน “หุบเขาลึกนี้ แม้แต่ความทรงจำของศาสตราวุธภูตก็ยังต้องทำลาย ช่างเสียสติกันไปแล้วจริง ๆ”
“เจ้าปล่อยข้าไปได้หรือไม่?”
“อย่ารีบร้อนไป พวกเจ้าศาสตราวุธภูตต่างก็แข็งแกร่ง ข้าคิดว่าสามารถเก็บพวกเจ้าไว้ได้” ลู่เฉินฉีกยิ้ม
“เก็บไว้?” กระบี่วิญญาณไม่เข้าใจ
ลู่เฉินยกยิ้มก่อนจะเดินเข้าไป จากนั้นจึงนำกู่ฉินเพลิงโบราณออกมา
ครั้นชายหนุ่มบรรเลงเพลง กระบี่วิญญาณก็ถูกดูดเข้าไปภายในกู่ฉินทันที
จากนั้นลู่เฉินจึงพุ่งออกจากโขดหินไปด้านนอก
ไป๋หลี่ซานเห็นเพียงลู่เฉินนำกระบี่วิญญาณไป แต่กลับไม่รู้ว่าพวกเขาพูดคุยสิ่งใดกัน จึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย “เจ้าหนุ่ม เจ้าทำสิ่งใดกับศาสตราวุธภูตนั่น?”
“ไม่ได้ทำสิ่งใด เพียงแค่เก็บมัน ไม่ให้มันทำร้ายข้าได้เท่านั้น” ชายหนุ่มเผยรอยยิ้มชั่วร้าย
ไป๋หลี่ซานรู้สึกว่ามันไม่ได้ง่ายเช่นนั้น จึงจ้องมองไปยังอีกฝ่าย “ศาสตราวุธภูตเหล่านี้ เจ้าไม่สามารถนำไปได้!”
“เช่นนั้นก็ช่วยไม่ได้ เพราะข้าต้องการมัน” ลู่เฉินแสยะยิ้ม
ไป๋หลี่ซานรู้สึกว่าชายหนุ่มอวดดีเกินไป “เจ้าหนุ่ม ไม่ใช่ว่าข้าดูถูกเจ้า แต่ศาสตราวุธภูตแต่ละชิ้น ล้วนทรงพลังมาก”
“เมื่อครู่ ข้าก็จับสิ่งที่ทรงพลังได้มิใช่หรือ?”
“เมื่อครู่ที่เจ้าจับได้ มันไม่ได้แข็งแกร่งเพียงนั้น แต่สิ่งที่แข็งแกร่งที่สุดนั้นยังไม่ปรากฏตัวออกมา!” ไป๋หลี่ซานข่มขู่ชายหนุ่ม
ชายหนุ่มเพียงแค่ฉีกยิ้ม “โอ้? อย่างนั้นหรือ?”
“เจ้าไม่เชื่อ?”
“ไม่เชื่อ!”
“เจ้ารอก่อนเถิด!” ไป๋หลี่ซานคิดว่าลู่เฉินอวดดีเกินไป ดังนั้นวิญญาณของเขาจึงเริ่มเปล่งแสงสีดำออกมา จากนั้นเสาหินสีดำหลายต้นก็ปรากฏขึ้น
พลังเหล่านี้สามารถปล่อยพลังวิญญาณที่แข็งแกร่งออกมาได้ ทำให้ก้อนหินขนาดใหญ่ที่อยู่รอบ ๆ เหล่านั้นต่างก็ได้รับผลกระทบ
ขณะนั้นเอง ก้อนหินขนาดใหญ่เหล่านั้นก็เริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรง
จากนั้นชายหนุ่มจึงได้เห็นกระแสน้ำวนสีดำปรากฏขึ้นเหนือศีรษะของตน
กระบี่สีดำขนาดใหญ่เล่มหนึ่งค่อย ๆ ร่วงลงมาจากท้องฟ้า กระบี่เล่มนี้มีโซ่ตรวนสีดำมากมายอยู่รายล้อม และปลายกระบี่นั้นยังมีแสงสีแดงจาง ๆ ส่องสว่างอยู่
เมื่อลู่เฉินเห็นเช่นนั้นก็ขมวดคิ้วขึ้นมา “จักรพรรดิกระบี่วิญญาณ!”
“เจ้าหนุ่ม เจ้ารู้จักจักรพรรดิกระบี่วิญญาณอย่างนั้นหรือ?” ไป๋หลี่ซานรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย
ชายหนุ่มย่อมต้องรู้จัก เพราะจักรพรรดิกระบี่วิญญาณเป็นกระบี่ปลายทู่ และสิ่งนี้ต้องเป็นกระบี่วิญญาณของกระบี่ปลายทู่นั่นแน่
เพียงแต่ลู่เฉินไม่เข้าใจ เหตุใดวิญญาณกระบี่ของจักรพรรดิกระบี่วิญญาณจึงมาอยู่ที่นี่ ดังนั้นชายหนุ่มจึงปรายตามองและพบว่า บนโซ่ตรวนสีดำเหล่านั้นที่อยู่บนจักรพรรดิกระบี่วิญญาณมีอักขระยันต์สีดำอยู่ราวกับว่ามีบางสิ่งกำลังควบคุมยันต์นั้นไว้
“ถูกคนควบคุมหรือ?” ลู่เฉินรู้สึกแปลกใจ
ไป๋หลี่ซานที่เห็นลู่เฉินตกตะลึงอยู่นั้นก็หัวเราะพลางพูดว่า “อย่างไรกัน? กลัวแล้วหรือ?”
ชายหนุ่มจะกลัวได้อย่างไร เขาเพียงแค่แปลกใจ “กระบี่วิญญาณนี้มีที่มาอย่างไร?”
“เหตุใดจึงต้องบอกเจ้า?”
เพียงประโยคเดียวของไป๋หลี่ซานก็ทำให้ลู่เฉินโต้กลับทันที
“ไม่ต้องให้เจ้าพูด มันก็สามารถบอกข้าได้!”
“น่าตลกนัก กระบี่วิญญาณนี้เป็นราชันย์ของศาสตราวุธภูตเหล่านี้!” พูดจบ รอบ ๆ ศาสตราวุธภูตก็สั่นไหวขึ้นมา เห็นได้ชัดว่าพวกมันหวาดกลัวกระบี่วิญญาณเล่มนี้มาก
และในขณะนั้นเอง จักรพรรดิกระบี่วิญญาณจึงกลายเป็นเงาคนผู้หนึ่ง
แต่แววตาทั้งสองข้างของคนผู้นี้กลับว่างเปล่า บนร่างกายมีโซ่ตรวนสีดำพันรัดไว้เป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกันเส้นผมก็ยังดูกระเซอะกระเซิง
ไม่เพียงเท่านั้น กระบี่วิญญาณนี้ยังแผ่กระจายพลังวิญญาณที่แข็งแกร่ง และพลังวิญญาณนี้ได้สร้างเขตแดนวิญญาณขึ้นมาเอง เขตแดนนี้บางครั้งก็แข็งแกร่ง บางครั้งก็ดูอ่อนแอ
เมื่อลู่เฉินเห็นเช่นนั้น ก็เอ่ยถามจักรพรรดิกระบี่วิญญาณว่า “เจ้ารู้หรือไม่ เจ้าของของเจ้าคือผู้ใด?”
จักรพรรดิกระบี่วิญญาณไม่ตอบ แต่ลู่เฉินมั่นใจได้ว่ามันถูกควบคุมไว้จริง ๆ
ไป๋หลี่ซานเยาะเย้ยขึ้นมาทันใด “เจ้าหนุ่ม อย่าเปลืองแรงนักเลย ตอนนี้มันเป็นศาสตราวุธภูตที่แข็งแกร่งที่สุดบนยอดเขานี้”
“เจ้าควบคุมหรือ?”
“ข้า? ไม่มีความสามารถเช่นนั้น แต่ข้าสามารถเรียกออกมาได้ และย่อมสามารถบอกให้มันฆ่าเจ้าได้เช่นกัน!”
ลู่เฉินกลับพูดขึ้นมาสั้น ๆ “ดูเหมือนว่า ข้าจะต้องทำให้มันได้สติเสียหน่อย”
“ได้สติ? น่าตลกนัก!” ไป๋หลี่ซานหัวเราะด้วยน้ำเสียงเย็นชา และปากเริ่มขยับท่องคาถาอะไรบางอย่าง
คาถานี้สามารถทำให้โซ่ตรวนรอบ ๆ จักรพรรดิกระบี่วิญญาณสั่นไหวขึ้นมา จนทำให้มันมีสีหน้าเจ็บปวด จากนั้นจึงยกมือขวาขึ้นไปทางลู่เฉิน
เพียงไม่นาน มือขวานี้ได้ปล่อยเงากระบี่สีดำออกมามากมาย
เงากระบี่เหล่านี้ทะลุผ่านกายเนื้อของลู่เฉิน โจมตีลงบนวิญญาณของเขา ไป๋หลี่ซานคิดว่าลู่เฉินต้องตาย แต่ชายหนุ่มกลับเอ่ยออกมาว่า “ยังดีที่วิญญาณของข้าแข็งแกร่งมากพอ มิเช่นนั้นคงจะตายไปเสียแล้ว!”
“ไม่เป็นอันใดงั้นหรือ?” ไป๋หลี่ซานเบิกตากว้าง