ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 623 กระบี่วิญญาณที่แข็งแกร่ง เจ้าไม่เหมาะสมที่จะรับมือ!
บทที่ 623 กระบี่วิญญาณที่แข็งแกร่ง เจ้าไม่เหมาะสมที่จะรับมือ!
แน่นอนว่าลู่เฉินไม่เป็นอะไร เพราะวิญญาณของเขาเป็นวิญญาณเก้าชีวิต และทุก ๆ ชีวิตนั้นได้บรรลุถึงขั้นเซียนสูงสุด ดังนั้นวิญญาณของเขานอกจากถูกจำกัดขั้นพลัง ทำให้ไม่สามารถแสดงพลังออกมาได้มากเท่าที่ควรแล้ว อย่างน้อยในมหาทวีปจิ่วโหยวนี้ก็ไม่มีผู้ใดสามารถสั่นคลอนได้
แต่ไป๋หลี่ซานไม่รู้ ยังคงคิดว่าลู่เฉินกำลังใช้สมบัติวิญญาณบางอย่าง เขาจึงท่อง ‘คาถา’ ต่อไป เพื่อดึงดูดจักรพรรดิกระบี่วิญญาณนี้
ดวงตาทั้งสองข้างของจักรพรรดิกระบี่วิญญาณมองไปยังลู่เฉินด้วยความพร่ามัว จากนั้นจึงกลายเป็นเงากระบี่พุ่งไปในร่างของชายหนุ่ม เหตุการณ์นี้ทำให้เขาชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะรีบนั่งและหลับตาลง
วิญญาณของไป๋หลี่ซานหัวเราะ “เจ้าหนุ่ม มันแข็งแกร่งเพียงนั้น อย่างไรเสียก็ต้องทำลายพื้นที่จิตของเจ้าจนแตกสลายได้แน่”
ชายหนุ่มไม่ตอบ
วิญญาณของไป๋หลี่ซานคิดอยากจะเข้าไปดูสิ่งที่เกิดขึ้นภายในร่างกายของอีกฝ่าย แต่เมื่อคิดถึงว่าพื้นที่จิตของอีกฝ่ายอาจจะถูกทำลาย เขาจึงไม่กล้าเข้าไป และทำได้เพียงเฝ้ามอง รอเวลาที่ลู่เฉินกลายเป็น ‘คนบ้า’ หรือ ‘เสียสติ’
อย่างไรก็ตาม ภายในพื้นที่จิตของชายหนุ่ม จักรพรรดิกระบี่วิญญาณก็ดูราวกับไร้สติ เขากวาดตาหาร่องรอยของเงาวิญญาณลู่เฉิน
จนกระทั่งลู่เฉินปรากฏตัว และจ้องมองมายังจักรพรรดิกระบี่วิญญาณที่ทั่วทั้งกายเต็มไปด้วยตรวนอักขระยันต์ประหลาดบางอย่าง “ดูเหมือนว่า ข้าจะต้องทำลายอักขระยันต์เหล่านี้บนตัวเจ้าเสียก่อน!”
แต่จักรพรรดิกระบี่วิญญาณไม่สนใจสิ่งที่ชายหนุ่มพูด เมื่อเขายื่นมือออกมา ปราณกระบี่สีดำก็พุ่งไปยังวิญญาณของลู่เฉิน และพุ่งซ้ำออกไปเรื่อย ๆ
ทว่าโชคดีที่วิญญาณของลู่เฉินแข็งแกร่งมากพอ เขาจึงไม่ได้รับผลกระทบ ชายหนุ่มใช้โอกาสนี้เข้าไปประชิดด้านหน้าของจักรพรรดิกระบี่วิญญาณทันที แต่เขตแดนวิญญาณที่อยู่รอบเขานั้นมีความแข็งแกร่งมาก มันคอยสกัดลู่เฉินไว้อย่างแน่นหนา เพื่อไม่ให้เขาสามารถเข้าไปใกล้ได้
ลู่เฉินทำได้เพียงสร้างเงาวิญญาณออกมาจำนวนมาก เพื่อกระจายพลังของอีกฝ่าย จากนั้นร่างที่แท้จริงของชายหนุ่มก็ได้หาจุดที่อ่อนแอที่สุดของเขตแดนวิญญาณอีกฝ่ายจนพบ และพุ่งตัวเข้าไปอย่างรวดเร็ว เขาเข้าไปด้านข้างของตรวนเหล่านั้น ก่อนจะใช้เคล็ดวิชาทลายอักขระเพื่อทำลายอักขระยันต์ทันที
จักรพรรดิกระบี่วิญญาณส่งเสียงเพียงเล็กน้อย แต่ดูเหมือนว่าเขาจะเจ็บปวดเป็นอย่างมาก เมื่อชายหนุ่มมองไปจึงได้เห็นว่าบนร่างกายของอีกฝ่ายมีอักขระยันต์ควบคุมอยู่ถึงแปดสิบเอ็ดชิ้น ถ้าหากต้องการปลดแต่ละชิ้นออกมานั้น อย่างน้อยก็ต้องทำลายถึงแปดสิบครั้ง
แต่เห็นได้ชัดว่าจักรพรรดิกระบี่วิญญาณเตรียมตัวมาอย่างดี โดยเฉพาะเมื่อตะโกนและใช้พลังที่แข็งแกร่งเหวี่ยงลู่เฉินออกไปจากเขตแดนวิญญาณเพื่อไม่ให้เขาเข้ามาได้
ลู่เฉินจึงทำได้เพียงใช้การแบ่งวิญญาณต่อไป จากนั้นจึงมองหาจุดอ่อนของอีกฝ่ายเพื่อลงมือ
ชายหนุ่มใช้เวลาหนึ่งถ้วยชาในการทำเช่นนี้ จนสามารถแก้ไขอักขระยันต์ควบคุมแปดสิบเอ็ดชิ้นบนร่างกายของอีกฝ่ายไปได้เกือบครึ่ง ในส่วนที่ถูกทำลายไปได้เกือบครึ่งนั้น ทำให้จักรพรรดิกระบี่วิญญาณดูเหมือนจะค่อย ๆ มีสติขึ้นมาบ้าง
“ข้าอยู่ที่ใดกัน?” จักรพรรดิกระบี่วิญญาณพึมพำ
“ยังจำข้าได้หรือไม่?” ลู่เฉินจ้องมองไปยังจักรพรรดิกระบี่วิญญาณ แต่จักรพรรดิกระบี่วิญญาณมองเขาราวกับมองเงาวิญญาณแปลกหน้า พลางเอ่ยถามด้วยความสงสัย “เจ้าคือผู้ใด?!”
ชายหนุ่มรู้ดีว่าอีกฝ่ายจำเขาไม่ได้มาระยะหนึ่งแล้ว และมันก็ไม่มีอะไรแปลก ลู่เฉินจึงยืนอยู่ตรงนั้น เพื่อเปลี่ยน ‘อายุ’ ของวิญญาณนี้เล็กน้อย ทำให้อีกฝ่ายสามารถจดจำตนขึ้นมาได้
จักรพรรดิกระบี่วิญญาณพูดขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ “เจ้า!”
“ใช่!”
จักรพรรดิกระบี่วิญญาณเผยรอยยิ้มประหลาด “เหตุใดเจ้าจึงอยู่ที่นี่? และที่นี่คือที่ใด?”
“จัดการสิ่งพวกนี้บนตัวเจ้าเสียก่อน แล้วค่อยว่ากัน!” ลู่เฉินมองไปยังอักขระยันต์ควบคุมเหล่านั้น
จักรพรรดิกระบี่วิญญาณมองแล้วจึงรู้สึกโมโห “พวกคนสมควรตายเหล่านี้ กล้าควบคุมข้าอย่างนั้นหรือ!”
พูดจบ จักรพรรดิกระบี่วิญญาณก็เริ่มบ้าคลั่ง คิดอยากทำลายพลังเหล่านี้ แต่เห็นได้ชัดว่าจักรพรรดิกระบี่วิญญาณไม่สามารถทำได้ในตอนนี้ และจักรพรรดิกระบี่วิญญาณจำเป็นต้องใช้พลังของเจ้าของของมัน จึงจะสามารถระเบิดพลังที่แท้จริงออกมาได้
จักรพรรดิกระบี่วิญญาณจึงดิ้นขัดขืนอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ไม่สามารถทำลายได้ ทำได้เพียงก่นด่าออกมา “สมควรตาย!”
“ให้ข้าจัดการเถิด” ชายหนุ่มค่อย ๆ ปล่อยพลังออกมาเพื่อทำลายอักขระยันต์เหล่านั้น
เพียงไม่นาน จักรพรรดิกระบี่วิญญาณก็เป็นอิสระ จากนั้นจึงกล่าวกับลู่เฉินด้วยความเคารพ “ขอบคุณท่านมาก!”
“พูดถึงเรื่องเจ้าเถิด เหตุใดจึงถูกคนกักขังเอาได้?” ลู่เฉินเอ่ยถาม
จักรพรรดิกระบี่วิญญาณราวกับหวนคิดถึงอะไรบางอย่าง “ข้าจำได้เพียงบางส่วนเท่านั้น”
“โอ้? บางส่วน?”
“ข้าจำได้เพียงหลังจากที่ข้าและเจ้าของของข้าแยกจากกัน ข้าจึงได้พบคนแปลกหน้ากลุ่มหนึ่ง และคนเหล่านี้กักขังข้าไว้ จากนั้นภาพตรงหน้าข้าก็ดับลง และไม่สามารถจำสิ่งใดได้อีก” จักรพรรดิกระบี่วิญญาณระลึกความทรงจำอยู่ครู่หนึ่ง จึงพูดออกมาด้วยความกังวล
“จำสิ่งอื่นไม่ได้จริง ๆ หรือ?” ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยความสงสัย
จักรพรรดิกระบี่วิญญาณขานรับ “ใช่”
“เช่นนั้น ความทรงจำก่อนที่เจ้าจะแยกกับเจ้าของของเจ้าเล่า?”
จักรพรรดิกระบี่วิญญาณส่ายศีรษะปฏิเสธ “ดูเหมือนจะหายไปเช่นกัน”
“เช่นนั้น หมายความว่าเจ้าจำได้เพียงแค่เจ้าและเจ้าของของเข้าแยกจากกัน จากนั้นเกิดสิ่งใดขึ้นก็จำไม่ได้?” ลู่เฉินอยากยืนยันให้แน่ใจอีกครั้ง จึงมองไปยังจักรพรรดิกระบี่วิญญาณด้วยความแปลกใจ
จักรพรรดิกระบี่วิญญาณพยักหน้า “ใช่”
“ดูเหมือนว่าความทรงจำของเจ้าจะถูกลบไปไม่น้อย” ชายหนุ่มขมวดคิ้วมุ่น
“ลบ? ผู้ใด? ผู้ใดลบความทรงจำข้า?” จักรพรรดิกระบี่วิญญาณรู้สึกโมโห
“เรื่องนี้ ข้าจะค่อย ๆ สืบดู”
จักรพรรดิกระบี่วิญญาณเชื่อในทักษะของลู่เฉิน จึงเอ่ยขอร้องอีกฝ่าย “เจ้าสามารถช่วยข้าตามหาเจ้าของของข้าได้หรือไม่?”
“เจ้าสัมผัสไม่ได้ถึงเจ้าของของเจ้างั้นหรือ?”
“ข้าและเขาไม่สามารถเชื่อมต่อกันได้” จักรพรรดิกระบี่วิญญาณพูดด้วยความท้อใจ
ลู่เฉินจึงพูดขึ้นว่า “ถึงแม้จะไม่มีเจ้า ข้าก็จะตามหาเจ้าของของเจ้าอยู่ดี!”
จักรพรรดิกระบี่วิญญาณรู้สึกดีใจมาก “ขอบคุณท่านมาก!”
“เช่นนั้น ตอนนี้เจ้าจำสิ่งใดได้บ้าง?”
จักรพรรดิกระบี่วิญญาณคิดทบทวนก่อนจะพูดขึ้นว่า “มีหลายสิ่งที่ข้าหลงลืมไป จำได้เพียงว่าเจ้าคือผู้ใด และเรื่องที่เจ้าต่อสู้กับเจ้าของของข้า เรื่องอื่นนั้นข้าจำไม่ได้แล้ว”
“โอ้? เช่นนั้นเจ้าจำได้หรือไม่ว่าเจ้าของของเจ้าได้จากไประหว่างการต่อสู้กับข้า?” ลู่เฉินเค้นถามด้วยความสงสัยทันที
จักรพรรดิกระบี่วิญญาณส่ายศีรษะ “ไม่รู้”
ลู่เฉินไม่รู้จะถามสิ่งใด จึงทำได้เพียงพูดว่า “ได้ เจ้าตามข้ามาก่อน รอให้ข้าตามหาเจ้าของของเจ้าเจอ จากนั้นค่อยถามจากเขา”
“ขอบคุณท่านมาก” จักรพรรดิกระบี่วิญญาณกล่าว
ลู่เฉินยิ้ม “แต่อีกไม่นาน ข้าจำเป็นต้องให้เจ้าช่วยบางอย่าง”
“ช่วยเรื่องใดกัน?” จักรพรรดิกระบี่วิญญาณแปลกใจ
ชายหนุ่มพึมพำบางอย่าง ก่อนจะยิ้ม จากนั้นจึงได้สติกลับมา ส่วนจักรพรรดิกระบี่วิญญาณนั้นก็หายไปจากภายในร่างของลู่เฉินและออกมาภายนอก
เมื่อไป๋หลี่ซานเห็นจักรพรรดิกระบี่วิญญาณออกมาก็รีบมองไปที่ลู่เฉินทันที และพบว่าอีกฝ่ายไม่เป็นอะไรแม้แต่น้อย
ไป๋หลี่ซานจึงถามขึ้นมาด้วยความแปลกใจ “เหตุใดเจ้าจึงไม่เป็นอันใด?”
“เจ้าคิดว่าข้าจะเป็นอันใดอย่างนั้นหรือ?” ลู่เฉินฉีกยิ้ม
ไป๋หลี่ซานตกตะลึง “เป็นไปไม่ได้ กระบี่วิญญาณแข็งแกร่งเพียงนั้น”
“แข็งแกร่ง แต่เขาไม่โจมตีข้า แล้วเจ้าจะทำสิ่งใดได้?”
ไป๋หลี่ซานเริ่มร้อนใจ เขาจึงมองไปยังจักรพรรดิกระบี่วิญญาณและเริ่มร่ายคาถา แต่เมื่อพบว่าคาถาของตนนั้นไม่ได้ผลก็ยิ่งตกตะลึง “เหตุใดเขาจึงไม่ฟังคำสั่งข้า?”
“ตอนนี้เขาไม่ฟังเจ้าแล้ว” ลู่เฉินยิ้มพลางมองไปยังไป๋หลี่ซาน
ไป๋หลี่ซานไม่เชื่อ “เป็นไปไม่ได้ คาถาของข้าต้องได้ผลกับเขา!”
ชายหนุ่มเผยรอยยิ้มประหลาดพลางพูดว่า “เช่นนั้น เจ้าจงดูให้ดี!”
ไป๋หลี่ซานไม่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังคิดสิ่งใด แต่ชายหนุ่มกลับมองไปยังจักรพรรดิกระบี่วิญญาณ “จัดการเขาให้ดี”
จักรพรรดิกระบี่วิญญาณขานรับ จากนั้นจึงพยักหน้า ไป๋หลี่ซานเบิกตากว้างด้วยความตกใจ “นี่มันอันใดกัน?!”