ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 624 ในที่สุดก็ได้พบเจ้า!
บทที่ 624 ในที่สุดก็ได้พบเจ้า!
เพียงความคิดเดียวของจักรพรรดิกระบี่วิญญาณ ปราณกระบี่มากมายก็โจมตีไปบนร่างกายของไป๋หลี่ซาน จนทำให้เขาบาดเจ็บสาหัส แต่พลังนี้เมื่อเทียบกับการโจมตีของลู่เฉินแล้วนับว่าแข็งแกร่งกว่ามาก เพราะขั้นพลังของชายหนุ่มในตอนนี้ ทำให้การใช้พลังวิชาวิญญาณและเคล็ดวิชาภูตถูกจำกัดไว้
แต่จักรพรรดิกระบี่วิญญาณไม่เหมือนกัน เพราะถึงแม้เขาจะอ่อนแอ แต่ก็ยังแข็งแกร่งกว่าไป๋หลี่ซานอยู่มากนัก
ดังนั้นเมื่อปราณกระบี่ตกลงไป วิญญาณของไป๋หลี่ซานก็ไม่มีโอกาสแม้จะตอบโต้กลับมา เขาบาดเจ็บสาหัส จนหวาดกลัวและคิดจะหนีออกไป แต่เพียงความคิดเดียวของจักรพรรดิกระบี่วิญญาณนั้น เขตแดนโปร่งแสงก็ปกคลุมไป๋หลี่ซานผู้นี้ไว้ในทันที
ไป๋หลี่ซานตกตะลึง แต่ตอนนี้กายเนื้อและพื้นที่จิตของเขาไม่ได้อยู่ที่นี่ นั่นจึงทำให้เขาต้องการใช้วิญญาณอื่นมาเคลื่อนย้ายตัวเอง แต่ก็ไม่สามารถทำได้ ดังนั้นไป๋หลี่ซานจึงทำได้เพียงมองไปรอบ ๆ ก้อนหินขนาดใหญ่พวกนั้น จากนั้นจึงตะโกนไปยังศาสตราวุธภูตว่า “รีบออกมาจัดการพวกเขา!”
จักรพรรดิกระบี่วิญญาณคือราชันย์ของที่นี่ ดังนั้นจึงไม่มีศาสตราวุธภูตใดกล้าออกมา มันทำได้เพียง ‘หลบซ่อน’ อยู่ที่นั่นเท่านั้น
ไป๋หลี่ซานรู้สึกร้อนใจ และเมื่อชายหนุ่มเดินไปก็ยกยิ้มพลางมองเขา “วิชาวิญญาณของเจ้า ถ้าไม่ออกไปจากพื้นที่จิตของเจ้าก็จะใช้การไม่ได้ใช่หรือไม่?”
“ที่วิชาวิญญาณของข้าแข็งแกร่งได้เพียงนี้ นั่นเป็นเพราะว่าความพิเศษของพื้นที่จิต ดังนั้นมันจึงสามารถทำให้วิญญาณของข้าและผู้อื่นเปลี่ยนแปลงได้” ไป๋หลี่ซานอธิบาย
ชายหนุ่มขานรับและมองไปยังไป๋หลี่ซาน “เช่นนั้น จะยอมแพ้หรือไม่?”
“ยอมแพ้?” ไป๋หลี่ซานขมวดคิ้ว
“ใช่ ยอมแพ้ข้า” ลู่เฉินฉีกยิ้มพลางมองไปยังไป๋หลี่ซานที่มีสีหน้าแปลกไปทันที
ชายหนุ่มเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้นว่า “เจ้าก็เห็นแล้วว่าไม่มีทางเลือกอื่น”
ไป๋หลี่ซานรู้สึกหดหู่ใจ จากนั้นจึงมองไปยังจักรพรรดิกระบี่วิญญาณ “เหตุใดเขาจึงฟังเจ้า?”
“ความลับนี้ เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้” ลู่เฉินฉีกยิ้ม
ไป๋หลี่ซานถึงกับพูดไม่ออก
ลู่เฉินฉีกยิ้มพลางพูดขึ้นว่า “ให้เวลาเจ้าทบทวนสิบลมหายใจ”
สิบลมหายใจ?
เท่ากับว่าเหมือนไม่ให้เวลาในการทบกวน ดังนั้นไป๋หลี่ซานจึงไม่อยากข้องเกี่ยวกับอีกฝ่ายแล้ว “ได้ ข้ายอมแพ้!”
“ดีมาก!” ชายหนุ่มยิ้ม จากนั้นจึงเข้าไปยังเขตแดนโปร่งแสงที่จักรพรรดิกระบี่วิญญาณสร้างขึ้นมา และเดินไปประชิดด้านหน้าไป๋หลี่ซาน
ไป๋หลี่ซานพูดขึ้นมาอย่างไม่เข้าใจ “เจ้าคิดจะทำสิ่งใด?”
“แน่นอนว่าต้องทิ้งตราประทับบางอย่างไว้บนวิญญาณของเจ้า” เมื่อลู่เฉินพูดจบ เขาก็เพิ่มตราประทับวิญญาณลงไปยังภายในร่างของไป๋หลี่ซาน
ไป๋หลี่ซานรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ “เจ้าทำสิ่งใดกัน?”
“ทำให้เจ้าไม่สามารถทรยศพลังของข้าได้”
ไป๋หลี่ซานรู้สึกตื่นตระหนก ด้วยกลัวว่าลู่เฉินจะสามารถทำลายตนได้ทุกเมื่อ และเมื่ออีกฝ่ายให้จักรพรรดิกระบี่วิญญาณเก็บพลังเข้าไปแล้ว ลู่เฉินก็มองไปยังจักรพรรดิกระบี่วิญญาณ “มาเถิด เก็บศาสตราวิญญาณเหล่านี้เข้าไป”
“อืม!” จักรพรรดิกระบี่วิญญาณจึงเริ่มใช้ ‘มวลพลัง’ ที่แข็งแกร่ง บีบศาสตราวิญญาณเหล่านี้ออกมา จากนั้นจึงเข้าไปยังภายในกู่ฉินของชายหนุ่ม
ไป๋หลี่ซานที่อยู่อีกด้านหนึ่งได้แต่สงสัยว่าแท้จริงแล้วลู่เฉินคือใคร เหตุใดจักรพรรดิกระบี่วิญญาณจึงเชื่อฟังคำสั่งของเขาเช่นนั้น
เมื่อลู่เฉินจัดการบางอย่างแล้ว ชายหนุ่มก็นำจักรพรรดิกระบี่วิญญาณมาเก็บไว้ภายในกระบี่สยบเก้าทิศ ทำให้มันและกระบี่วิญญาณภายในนั้นอยู่ด้วยกัน จากนั้นเขาจึงเก็บกระบี่ลงไป
เมื่อไป๋หลี่ซานเห็นสถานที่ว่างเปล่า จู่ ๆ ก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา “หากชายชราแห่งหุบเขาลึกรู้ว่าศาสตราวุธภูตผีที่นี่หายไป เช่นนั้นคงต้องเกิดเรื่องใหญ่แน่”
“ชายชราแห่งหุบเขาลึก?”
“ทุก ๆ ช่วงเวลา เขาจะส่งคนไปตรวจสอบดู” ไป๋หลี่ซานอธิบาย
ทุก ๆ ช่วงเวลา? เช่นนั้นมันก็ไม่เกี่ยวอันใดกับเขา
ดังนั้นลู่เฉินจึงไม่สนใจ และมองไปยังไป๋หลี่ซาน “ตอนนี้มาพูดถึงกระบี่วิญญาณนั่น ว่ามันมาที่นี่ได้อย่างไร?”
“อันเมื่อครู่หรือ?”
“ใช่!”
“กระบี่วิญญาณนี้ ก่อนที่ข้าจะกลายเป็นประมุขยอดเขาแห่งนี้ ได้ผ่านประมุขยอดเขามาหลายท่านแล้ว ดังนั้นหากเจ้าต้องการถามว่ามันมาได้อย่างไรนั้น ข้าก็ไม่รู้เช่นกัน”
“เช่นนั้น เจ้าท่องคาถาใดกัน?” ลู่เฉินเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ทุกคนที่จะกลายเป็นประมุขยอดเขาได้นั้น ต้องเรียนคาถาศาสตราวุธภูตผี ว่ากันว่า ใช้สำหรับศาสตราวุธภูตผีโดยเฉพาะ” ไป๋หลี่ซานกล่าว
เมื่อลู่เฉินเข้าใจแล้ว จึงเอ่ยถามถึงคนที่เขาตามหา “หลงซวง?”
“ที่นี่มีถนนสายหนึ่ง เมื่อเข้าไปแล้วก็จะสามารถขึ้นไปบนยอดเขาสูงสุดได้ ส่วนเขานั้นก็ได้ฝึกฝนอยู่ที่นั่น” ไป๋หลี่ซานอธิบาย
“เช่นนั้น ตอนนี้ข้าต้องการให้เจ้าช่วยบางอย่าง” ชายหนุ่มฉีกยิ้มพลางมองไป๋หลี่ซาน
ไป๋หลี่ซานพูดขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น “เรื่องใดกัน?”
“ข้าต้องการจับเขา”
“ว่าอย่างไรนะ?” ไป๋หลี่ซานเบิกตากว้าง
“ทำไมหรือ? เจ้ามีปัญหาใดกัน?”
ไป๋หลี่ซานพูดด้วยความตื่นตระหนก “เขามีสถานะที่ค่อนข้างพิเศษ”
“พิเศษอย่างไร?”
“เขาเป็นผู้ที่ตำหนักหุบเขาลึกส่งมา และตำหนักหุบเขาลึกนั้น มีเพียงผู้อาวุโสและผู้ที่มีความพิเศษบางคนเท่านั้นที่สามารถเข้าไปได้ ส่วนประมุขยอดเขาอย่างพวกเราก็ยังต้องเคารพเขา” ไป๋หลี่ซานเข้าใจถึงความสัมพันธ์ระหว่างตนและหลงซวงแล้ว
“เพียงแค่เจ้าร่วมมือกับข้า ก็สามารถจับเขาได้” ลู่เฉินยิ้ม
“ถ้าหากถูกเปิดเผย…”
“เจ้าฟังข้า อย่างไรก็ไม่ถูกจับได้”
ไป๋หลี่ซานเอ่ยถามด้วยความสงสัย “จริงหรือ?”
“อืม!”
ไป๋หลี่ซานอยากรู้เป็นอย่างมากว่าอีกฝ่ายจะทำอย่างไร เขาจึงมองไปยังลู่เฉินด้วยแววตาประหลาดใจ
ชายหนุ่มอธิบายแล้วจึงนำศิลาวิญญาณบางส่วนออกมา จากนั้นจึงสลักอักขระยันต์บางอย่างลงบนศิลาวิญญาณ
เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อย เวลาก็ล่วงเลยไปครึ่งชั่วยาม
ลู่เฉินมอบศิลาวิญญาณเหล่านี้ให้แก่ไป๋หลี่ซาน “ตามที่ข้าพูดเมื่อครู่ เจ้าแค่นำศิลาวิญญาณเหล่านี้ไปโยนไว้รอบ ๆ เขาก็พอ”
“เอาล่ะ!” ไป๋หลี่ซานก็ไม่รู้เช่นกันว่าศิลาวิญญาณเหล่านี้มีประโยชน์อย่างไร แต่ก็ได้ทำตามที่ลู่เฉินพูด เขาเก็บศิลาวิญญาณ ส่วนลู่เฉินได้ใช้เคล็ดวิชาอัสนีวิญญาณซ่อนตัวอยู่ภายในศิลาวิญญาณ
ส่วนศิลาวิญญาณนั้นมีอักขระยันต์แอบแฝงอยู่ ดังนั้นกลิ่นอายของลู่เฉินจึงไม่ถูกเปิดเผยออกมา
เมื่อไป๋หลี่ซานเห็นเช่นนั้นก็พึมพำว่า “เจ้าหนุ่มผู้นี้ ช่างน่ากลัวยิ่งนัก!”
แต่ในตอนนี้ ไป๋หลี่ซานไม่มีทางเลือก เขาจึงทำได้เพียงเดินไปตามทาง ตอนแรกเส้นทางนั้นเต็มไปด้วยหมอก แต่เมื่อเดินไปได้ระยะหนึ่ง ไป๋หลี่ซานก็มองเห็นบันไดเล็ก ๆ ปรากฏออกมา
เมื่อเดินขึ้นบันไดไป ไป๋หลี่ซานจึงได้เห็นคนผู้หนึ่งนั่งอยู่ตรงนั้น
ดวงตาของคนผู้นี้ปิดสนิท
เห็นเพียงคนผู้นี้นั่งนิ่งไม่ขยับกาย แต่เมื่อไป๋หลี่ซานขึ้นมา คนผู้นั้นก็ลืมตาขึ้นและเอ่ยถามด้วยความสงสัย “ประมุขยอดเขา เหตุใดวิญญาณของท่านจึงมาที่นี่?”
ผู้พูดนั้นคือหลงซวง
ไป๋หลี่ซานตอบกลับด้วยความลำบากใจ “ข้าเพียงแค่มาดู”
ไป๋หลี่ซานพูดพลางโยนศิลาวิญญาณเหล่านั้นออกไปกระจายล้อมหลงซวงไว้
เมื่อหลงซวงเห็นไป๋หลี่ซานโยนศิลาวิญญาณไปรอบ ๆ เขาก็แสดงสีหน้าสงสัยขึ้นมา “ประมุขยอดเขา เหตุใดท่านจึงโยนศิลาวิญญาณไว้ที่นี่?”
“ศิลาวิญญาณเหล่านี้ สามารถทำให้พลังปราณที่นี่มีความหนานแน่นมากขึ้น ทำให้เจ้าฝึกฝนได้เร็วขึ้น” ไป๋หลี่ซานโกหก
“อย่างนั้นหรือ?” หลงซวงรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย
ไป๋หลี่ซานชี้ไปยังศิลาวิญญาณพวกนั้น “เจ้าดู มันกำลังรวบรวมพลังปราณรอบ ๆ ทำให้พลังปราณที่นี่มีความหนาแน่นมากขึ้น”
หลงซวงมองไปรอบ ๆ จริงอยู่ที่พลังปราณบริเวณรอบ ๆ กำลังหลอมรวมกันมาที่ตน
สิ่งนี้ทำให้หลงซวงเอ่ยถามขึ้นมาด้วยความแปลกใจ “ประมุขยอดเขา ของพวกนี้คือศิลาวิญญาณใดกัน? เหตุใดจึงน่าประหลาดนัก!”