ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 625 พวกเราได้พบกันอีกแล้ว!
บทที่ 625 พวกเราได้พบกันอีกแล้ว!
“เรื่องนี้” ไป๋หลี่ซานไม่รู้ว่าควรจะอธิบายอย่างไร จึงเกิดความลังเลขึ้นมา
หลงซวงรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย ไป๋หลี่ซานจึงค่อย ๆ ถอยออกไปทีละก้าว จากนั้นจึงตะโกนขึ้นมา “ข้าขอโทษ!”
และในขณะนั้นเอง เขตแดนค่ายกลหนึ่งจึงหลอมตัวขึ้นมาจากศิลาวิญญาณ และกักขังหลงซวงไว้ภายในนั้น
หลงซวงรู้สึกว่ามีปัญหาบางอย่าง และพฤติกรรมที่ดูน่าสงสัยของไป๋หลี่ซานก็ทำให้หลงซวงมีสีหน้าไม่ดีนัก “ท่านทำสิ่งใดกับข้ากันแน่?”
“มีคนอยากพบเจ้า” ไป๋หลี่ซานพูดด้วยความลำบากใจ
“คน?”
และในขณะนั้นเอง เงาอัสนีวิญญาณของลู่เฉิน ก็ได้ลอยออกมาจากศิลาวิญญาณนี้และกลายเป็นคนยืนอยู่ตรงหน้าหลงซวง หลงซวงจ้องมองอีกฝ่ายราวกับตัวประหลาด “เจ้า!”
“ข้าคิดมาตลอดว่าเจ้าตายไปเสียแล้ว แต่กลับคิดไม่ถึงว่า นี่จึงจะเป็นร่างที่แท้จริงของเจ้า ส่วนครั้งที่แล้วนั้นน่าจะเป็นเพียงอีกร่างหนึ่ง” เมื่อชายหนุ่มเห็นร่างที่แท้จริงของหลงซวงแล้วก็พอจะคาดเดาได้
เพียงแต่ชายหนุ่มรู้สึกสงสัยว่าเหตุใดครั้งที่แล้วจึงมองไม่ออกว่าอีกฝ่ายเป็นเพียงอีกร่างหนึ่งเท่านั้น
เพราะวิญญาณของอีกร่างและร่างที่แท้จริงนั้นมีความแตกต่างกันอยู่
แต่เมื่อคิดไปถึงว่า หุบเขาลึกนี้มีเคล็ดวิชาภูตที่แปลกพิสดารอยู่มาก ชายหนุ่มจึงไม่ใคร่อยากสนใจมากนัก
หลงซวงมองไปยังไป๋หลี่ซานพลางพูดขึ้นมาด้วยความโมโห “เจ้ากล้าหักหลังข้า!”
ไป๋หลี่ซานไม่กล้าโต้แย้งใด ๆ หลงซวงจึงทำได้เพียงมองลู่เฉินด้วยแววตาโกรธแค้น “ในเมื่อเจ้าขึ้นมาแล้ว เช่นนี้จะได้จัดการเจ้าเสียที!”
เมื่อหลงซวงพูดจบ จึงยื่นมือทั้งสองรวบรวมกระบี่ออกมาสองเล่ม กระบี่เล่มหนึ่งเป็นไฟเพลิง อีกเล่มหนึ่งเป็นแสงน้ำเงิน ราวกับพลังที่แตกต่างกันสองชนิดกำลังลอยอยู่บนนั้น
“ไฟ น้ำ รากวิญญาณศักดิ์สิทธิ์คู่!” ชายหนุ่มมองทักษะพลังและที่มาของรากวิญญาณของอีกฝ่ายออกในทันที
“ใช่ รากวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ทั้งสองของข้านี้ นับว่าทรงพลังมาก” ขณะที่มือทั้งสองของหลงซวงกำลังเคลื่อนไหวอยู่นั้น เขาก็ยังสามารถมองเห็นแสงสีแดงและน้ำเงินกำลังเคลื่อนไหวอยู่เช่นกัน
แต่นี่ก็ไม่ได้ทำให้ลู่เฉินหวาดกลัว อีกทั้งชายหนุ่มยังฉีกยิ้มพลางมองอีกฝ่าย “วันนี้ ไม่ว่าเจ้าจะใช้พลังใด ก็ไม่สามารถออกไปจากที่นี่ได้”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลงซวงก็หัวเราะขึ้นมา “ดูเหมือนว่า หากไม่แสดงพลังให้เจ้าดู เจ้าจะคิดจริง ๆ ว่าตัวเจ้านั้นแข็งแกร่งยิ่งนัก!”
พูดจบ หลงซวงจึงเหวี่ยงกระบี่ทั้งสองพุ่งไปยังอีกฝ่ายด้วยความเร็วสูง เล่มหนึ่งเป็นเงากระบี่สีน้ำเงิน อีกเล่มหนึ่งเป็นเงากระบี่สีแดง
พลังของกระบี่ทั้งสอง ‘ระเบิด’ รอบกายลู่เฉินในทันที
ตูม!
ชายหนุ่มหายตัวไปทันที และกลายเป็นเคล็ดวิชาอัสนีวิญญาณพุ่งไปยังภายในร่างกายของหลงซวง
หลงซวงตกตะลึง เขารีบนั่งลงและหลับตาทันที
ไป๋หลี่ซานที่มองดูทุกอย่างอยู่ด้านนอกตะโกนขึ้นมา “เจ้าหนุ่มผู้นี้ แข็งแกร่งเกินไปเสียแล้ว!”
ภายในพื้นที่จิตของหลงซวงนั้น วิญญาณร่างที่แท้จริงของหลงซวงกำลังจ้องมองเงาอัสนีวิญญาณของลู่เฉิน พลางพูดออกมาด้วยความโมโห “เจ้าคิดว่าเข้ามาภายในพื้นที่จิตของข้าแล้ว จะจับข้าได้อย่างนั้นหรือ?”
“หากไม่ลอง จะรู้ได้อย่างไรกัน?” เมื่อชายหนุ่มพูดจบ ก็เริ่มปล่อยเงาวิญญาณออกมามากมาย คิดที่จะสร้างปราการวิญญาณขึ้นมาเสียก่อนแล้วค่อยว่ากัน
หลงซวงหัวเราะลั่น “อย่าสิ้นเปลืองพลังนักเลย ที่นี่เป็นพื้นที่จิตของข้า ส่วนข้าคิดจะทำสิ่งใดก็ย่อมได้!”
เมื่อพูดจบ หลงซวงจึงค่อย ๆ ‘ทำลาย’ ปราการวิญญาณที่ลู่เฉินสร้างขึ้นมา ราวกับหายไปในอากาศ
สิ่งนี้จึงทำให้ชายหนุ่มอดกล่าวชื่นชมออกมาไม่ได้ “ไม่เลวเลยนี่ สามารถทำลายสิ่งของภายในพื้นที่จิตของตนเองได้อย่างง่ายดายเช่นนี้”
“แน่นอน วิญญาณของข้าแข็งแกร่งมากพอที่จะกวาดล้างหลายสิ่งภายในพื้นที่จิตได้”
“โอ้? อย่างนั้นหรือ?” ขณะนั้นเอง ลู่เฉินได้นำจักรพรรดิกระบี่วิญญาณออกมา
เมื่อหลงซวงเห็นจักรพรรดิกระบี่วิญญาณก็ขมวดคิ้วมุ่น “ของสิ่งนี้ เหตุใดจึงอยู่ที่เจ้า?”
“เพราะมันเชื่อฟังข้า”
หลงซวงหน้าเปลี่ยนสีไปทันที เขามองไปยังลู่เฉินแล้วเอ่ยว่า “เป็นไปไม่ได้ กระบี่วิญญาณนี้เป็นราชันย์ศาสตราแห่งยอดเขา อย่าพูดถึงเจ้า แม้แต่เหล่าผู้แข็งแกร่งแห่งยอดเขา หากคิดจะควบคุมกระบี่นี้ ยังต้องอาศัยคาถาศาสตราวุธภูตผีโดยเฉพาะ และยังต้องมอบเพียงคำสั่งง่าย ๆ แก่เขาเท่านั้น”
ชายหนุ่มฉีกยิ้มพลางตอบกลับ “เจ้าคิดว่าข้าเป็นพวกเจ้าหรือ?”
หลงซวงยิ่งรู้สึกว่าชายหนุ่มตรงหน้านี้ช่างแปลกประหลาด เขาทนไม่ไหวจึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย “เจ้าคือใครกันแน่?”
“เป็นเพราะเจ้าตามหาข้า อยากสังหารข้า เหตุใดตอนนี้จึงมาย้อนถามว่าข้าคือใคร?”
“ข้าเพียงแค่รับคำสั่งและทำตามเท่านั้น” หลงซวงตอบกลับ
“คำสั่งของผู้ใดกัน?”
หลงซวงรู้ดีว่าตอนนี้ไม่สามารถปิดปังได้ “ชายชราผู้หนึ่งแห่งตำหนักยอดเขา”
“ผู้ใด?!” ชายหนุ่มถาม
หลงซวงกลับลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยออกมา “บอกเจ้าไปก็ไม่มีประโยชน์”
“ดูเหมือนว่า ข้าคงต้องจับเจ้าเสียก่อน” ลู่เฉินยิ้ม
หลงซวงพลันเตรียมรับมือ “ที่นี่คือพื้นที่จิตของข้า”
“แล้วอย่างกันไร?”
“ภายในนี้ ข้าสามารถใช้เคล็ดวิชาภูตที่แข็งแกร่งได้มากมาย” เมื่อหลงซวงพูดจบ ก็เริ่มหลอมรวมกระบี่วิญญาณคู่ขึ้นมา จากนั้นพลังที่แข็งแกร่งจึงถูกหลอมรวมอยู่บนกระบี่คู่
เมื่อเห็นพลังของกระบี่ทั้งสองแล้ว ชายหนุ่มกลับไม่สนใจ ก่อนจะมองไปยังจักรพรรดิกระบี่วิญญาณ “พันรัดเขาไว้”
“ขอรับ” จักรพรรดิกระบี่วิญญาณดูราวกับเชื่อฟังชายหนุ่มอย่างดี
สิ่งนี้ทำให้หลงซวงทั้งอิจฉาและแปลกใจในตัวตนของลู่เฉิน แท้จริงแล้วเขาคือผู้ใดกันแน่?
ส่วนจักรพรรดิกระบี่วิญญาณได้หลอมรวมปราณกระบี่ออกมามากมายและล้อมรอบหลงซวงไว้ในทันที หลงซวงคิดจะใช้พลังของตนเองทำลายปราณกระบี่ที่กลายเป็นเขตแดนเหล่านี้ แต่กลับพบว่าพลังของตัวเองเมื่อเทียบกับจักรพรรดิกระบี่วิญญาณแล้ว ยังคงห่างไกลกันอยู่มากนัก
หลงซวงรู้สึกหวาดกลัว เขาจ้องมองไปยังลู่เฉิน “เจ้าหนุ่ม ข้าจะบอกเจ้าให้ ทางที่ดีควรปล่อยข้าไปซะ มิเช่นนั้นเจ้าจะเสียใจ!”
“ปล่อยเจ้า? จำเป็นด้วยหรือ?” ลู่เฉินแทบจะไม่สนใจการคุกคามของอีกฝ่าย
หลงซวงเริ่มร้อนใจ แต่เขตแดนปราณกระบี่ของจักรพรรดิกระบี่วิญญาณทำให้เขาไม่สามารถหนีออกไปได้
ชายหนุ่มยกยิ้ม “เจ้ายังคิดจะลบทำลายความทรงจำของตัวเองต่อไป? และปล่อยให้ตัวเองตายงั้นหรือ?”
ตาย? นั่นเป็นเรื่องของอีกร่างหนึ่ง แต่ตอนนี้เป็นร่างที่แท้จริงของตน หลงซวงย่อมไม่กล้าทำเช่นนั้น “ครั้งที่แล้วเป็นเพียงอีกร่างหนึ่งของข้าเท่านั้น!”
“ไม่แปลกที่เจ้าจะไม่กลัวตายเช่นนั้น แท้จริงแล้วก็คือเจ้ายอมปล่อยอีกร่างหนึ่งไปเท่านั้น” ลู่เฉินแสร้งทำเป็นพูดอย่างเข้าใจ
“เจ้าหนุ่ม เจ้าได้ใจให้น้อยหน่อย!” หลงซวงพูดด้วยความหดหู่ใจ
ชายหนุ่มยกยิ้มชั่วร้าย “ให้เวลาเจ้าคิดทบทวน”
“คิดทบทวนเรื่องใดกัน?”
“บอกข้ามา ผู้ใดที่คิดจะลงมือกับข้า!” เมื่อลู่เฉินพูดจบก็มองไปรอบ ๆ
หลงซวงพูดขึ้นมาด้วยความแปลกใจ “หากข้าบอกเจ้า เจ้าจะปล่อยข้าไปหรือ?”
“ใช่!” เมื่อลู่เฉินขานรับก็จ้องมองไปยังหลงซวง
หลงซวงลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดออกมาว่า “ถึงแม้ข้าจะบอกเจ้า เจ้าก็ทำอันใดคนผู้นั้นไม่ได้”
“เพียงแค่เจ้าพูดออกมา ส่วนที่เหลือข้าจัดการเอง” ชายหนุ่มยกยิ้มด้วยความมั่นใจ
“ได้ ข้าจะบอก!”
“บอกมาเถิด ข้ารอฟัง!”
หลงซวงกัดฟันแน่นก่อนจะตอบว่า “ผู้อาวุโสสาม แห่งตำหนักหุบเขาลึก!”
ชายหนุ่มจึงยิ้มออกมา “เช่นนั้นคงต้องให้เจ้านำทางไป!”
“ให้ข้านำทาง? เจ้ากลัวว่าข้าจะตายช้าหรือ?” หลงซวงย้อนถามด้วยความหวาดกลัว
“วางใจเถิด มีข้าอยู่ ข้าไม่ปล่อยให้เจ้าตายแน่!”
หลงซวงรีบส่ายศีรษะทันที “เช่นนั้น เจ้าก็สังหารข้าเสียเถิด!”
“โอ้? อย่างนั้นหรือ?” ลู่เฉินพลันเผยรอยยิ้มชั่วร้าย