ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 626 ต้องรวมกลุ่มสามคน บุกไปยังตำหนักหุบเขาลึก
บทที่ 626 ต้องรวมกลุ่มสามคน บุกไปยังตำหนักหุบเขาลึก
เมื่อลู่เฉินพูดจบ จึงให้จักรพรรดิกระบี่วิญญาณโจมตีวิญญาณของหลงซวง
วิญญาณของหลงซวงไม่สามารถทนต่อการโจมตีของจักรพรรดิกระบี่วิญญาณได้ จึงทำให้เขาเจ็บปวดเป็นอย่างมาก
ชายหนุ่มพูดขึ้นว่า “หากเจ้าไม่ยอมนำทางข้าไป ข้าก็จะให้เขาจัดการเจ้าต่อไป”
“เช่นนี้ข้าจะตายเอาได้!”
แต่ชายหนุ่มกลับยิ้มอย่างมีเลศนัย “ในเมื่อข้ารู้แล้วว่าผู้ใดคิดจะลงมือกับข้า เช่นนั้นเจ้าก็ไม่ได้มีประโยชน์มากมายนัก”
คำพูดดังกล่าวทำให้หลงซวงรู้สึกร้อนใจ เขามองไปยังจักรพรรดิกระบี่วิญญาณที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุด นั่นจึงทำให้หลงซวงกังวลใจจนต้องมองไปยังลู่เฉิน “หากข้านำทางเจ้าไปหาเขา เจ้าจะปล่อยข้าไปหรือ?”
“ใช่!”
“ได้ ข้าจะนำทางเจ้าไป” หลงซวงทนต่อการโจมตีของอีกฝ่ายไม่ไหว จึงยอมจำนนในที่สุด
ลู่เฉินฉีกยิ้ม “ได้ งั้นเรามาทำตราประทับกันเสียก่อน”
“อีกแล้วหรือ?” หลงซวงหวนคิดถึงอีกร่างหนึ่งของตนที่ถูกตราประทับในครานั้น
“เพียงแค่ไม่ทำเรื่องที่เป็นการหักหลังข้า เจ้าก็จะไม่เป็นอันใด แต่ถ้าหากทรยศข้า เช่นนั้นข้าก็จะไม่เกรงใจเช่นกัน”
เมื่อหลงซวงได้ยินเช่นนั้นก็ยิ่งรู้สึกกังวลใจ แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ ทำได้เพียงเชื่อฟังลู่เฉินเท่านั้น
ชายหนุ่มลงตราประทับบนวิญญาณของหลงซวง
เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อย จึงออกจากร่างของหลงซวงมาด้านนอก และเมื่อไป๋หลี่ซานเห็นชายหนุ่มออกมาก็รู้สึกแปลกใจ “จัดการเรียบร้อยแล้วหรือ?”
ขณะนั้นเอง ลู่เฉินก็ค่อย ๆ จัดการเปิดค่ายกลรอบ ๆ
หลงซวงมองไปยังลู่เฉินพลางพูดขึ้นมาด้วยความหวาดกลัว “ตำหนักหุบเขาลึกมีเพียงผู้อาวุโสและผู้มีสถานะพิเศษที่จะสามารถเข้าไปได้ ส่วนข้า ถึงแม้จะอยากพาเจ้าเข้าไปนั้นนับว่ายาก!”
“อย่างไรกัน? คิดจะเปลี่ยนใจหรือ?”
หลงซวงพูดขึ้นมาด้วยความร้อนใจ “นี่คือเรื่องจริง หากเจ้าไม่เชื่อ เจ้าถามเขาได้”
ไป๋หลี่ซานยังไม่ทันได้ตอบโต้ใด ๆ เพราะเขาคิดไม่ถึงว่า เพียงไม่นานหลงซวงจะถูกลู่เฉินจับได้เร็วเช่นนี้
ส่วนชายหนุ่มก็มองไปยังไป๋หลี่ซาน “ตำหนักหุบเขาลึกนี้ เข้าไปง่าย ๆ ไม่ได้จริงหรือ?”
“เป็นเช่นนั้นจริง ๆ ถึงแม้จะเป็นข้าก็ไม่สามารถทำได้” ไป๋หลี่ซานพูดอย่างลำบากใจ
ลู่เฉินถามขึ้นว่า “ไม่มีวิธีใดหรือ?”
ไป๋หลี่ซานและหลงซวงสบตากัน ก่อนที่ไป๋หลี่ซานจะกล่าวว่า “ตอนนี้มีอยู่ภารกิจหนึ่ง บางทีเจ้าอาจจะแฝงตัวเข้าไปได้”
“ภารกิจใดกัน?” ลู่เฉินเอ่ยถาม
ไป๋หลี่ซานจึงอธิบายว่า “ช่วงนี้ภายใต้ตำหนักหุบเขาลึกมีภารกิจหนึ่ง ให้ข้าตามหาผู้ที่การป้องกันแข็งแกร่งไปยังตำหนักหุบเขาลึก ว่ากันว่าต้องแข่งขันกับศิษย์ของเหล่าผู้อาวุโสบางส่วน จากนั้นจึงจะเลือกผู้ที่มีการป้องกันที่แข็งแกร่งบางคนไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง”
“ไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง?” ลู่เฉินรู้สึกแปลกใจ หุบเขาลึกนี้ต้องการทำสิ่งใดกันแน่
ไป๋หลี่ซานพยักหน้าพลางกล่าว “ทุก ๆ หมื่นปี หุบเขาลึกจะเลือกผู้ที่มีการป้องกันแข็งแกร่งเพื่อไปยังสถานที่ลึกลับแห่งหนึ่ง และสถานที่นั้นว่ากันว่ามีผลไม้ที่สามารถเพิ่มพลังชีวิตให้แข็งแกร่งขึ้นได้!”
“หมายความว่า เจ้าคิดจะให้ข้าไปยังภูเขาเดียวดายแทนหรือ?”
“ใช่!” ไป๋หลี่ซานพยักหน้า
ลู่เฉินจ้องมองไปยังหลงซวง “เช่นนี้ก็จะสามารถหาคนผู้นั้นพบได้หรือ?”
“น่าจะพบได้” หลงซวงพยักหน้า
“เริ่มเดินทางเมื่อใด?”
“เจ้าสามารถให้เขานำทางเจ้าไปตอนนี้ได้เลย” ไป๋หลี่ซานชี้ไปยังหลงซวง อีกฝ่ายจึงพยักหน้ารับ “เพียงแค่จดหมายแนะนำของเขา ข้าก็สามารถนำทางเจ้าไปยังตำหนักหุบเขาลึกได้”
“ได้ เช่นนั้นก็เดินทางเถิด” เมื่อลู่เฉินพูดจบก็ให้หลงซวงและไป๋หลี่ซานนำทางไป
ไป๋หลี่ซานและหลงซวงทำได้เพียงออกไปจากที่นี่พร้อมกับลู่เฉิน
…
ขณะนั้นเอง ด้านนอกของยอดเขา คนของภูเขาเดียวดายเหล่านั้นต่างก็มองหน้ากัน โดยเฉพาะกานจิ่วเม่ยที่ยังเอ่ยถามกู่ซานฉงขึ้นมาว่า “ศิษย์พี่ ท่านว่าเจ้าหนุ่มผู้นั้น จะตายหรือรอดกลับมา?”
“เรื่องนี้ข้าไม่รู้ แต่เจ้าหนุ่มผู้นั้นประหลาดเกินไปแล้ว” กู่ซานฉงส่ายศีรษะ
กานจิ่วเม่ยมองไปยังไป๋หลี่ซานที่ไม่ขยับกาย “เจ้าคิดว่าเหตุใดประมุขยอดเขาจึงไม่ฝึกฝนเขาไว้ดี ๆ ทำให้เขากลายเป็นผู้แข็งแกร่งแห่งภูเขาเดียวดายของเรา?”
“ประมุขยอดเขาจะต้องมีแผนการบางอย่างแน่”
กานจิ่วเม่ยถอนหายใจออกมา “น่าเสียดายวรยุทธ์ดี ๆ เช่นนี้”
และในขณะนั้นเอง เงาของคนทั้งสามก็ปรากฏขึ้น
เมื่อทุกคนเห็นว่าลู่เฉินปลอดภัย และหลงซวงยังปรากฏตัวออกมา ก็ทำให้แต่ละคนตกตะลึง
ส่วนวิญญาณของไป๋หลี่ซานได้หวนกลับมาภายในกายเนื้อของตนแล้ว จากนั้นจึงมองไปยังลู่เฉิน “ข้าจะไปเตรียมจดหมายแนะนำ”
เมื่อพูดจบ ไป๋หลี่ซานก็หมุนตัวเดินออกไป
ทุกคนได้ยินเรื่องจดหมายแนะนำก็ราวกับคิดถึงอะไรบางอย่าง พวกเขาต่างก็ก้าวออกมาข้างหน้าเพื่อแสดงความยินดี กานจิ่วเม่ยพูดขึ้นมาอยากไม่อยากจะเชื่อ “ประมุขยอดเขา ท่านตอบรับแล้วจริงหรือ?”
กู่ซานฉงรู้สึกว่าเหนือความคาดหมายเช่นกัน “ช่างน่าประหลาดเสียจริง”
แต่ขณะที่ทุกคนคิดว่าไป๋หลี่ซานกำลังจะไปจัดการจดหมายแนะนำนั้น เพียงไม่นานไป๋หลี่ซานก็กลับมาด้วยสีหน้าจริงจัง “สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว”
“สถานการณ์เปลี่ยนไป?” ทุกคนไม่รู้ว่าไป๋หลี่ซานหมายความว่าอย่างไร
หลงซวงก็รู้สึกแปลกใจเช่นกัน “เกิดเรื่องใดขึ้น?”
“เมื่อครู่ ขณะที่ข้าเตรียมจดหมายแนะนำอยู่นั้น ตำหนักหุบเขาลึกได้ส่งข่าวมา”
ทุกคนรู้สึกได้ถึงลางสังหรณ์ที่ไม่ดีนัก กานจิ่วเม่ยจึงมองไปยังไป๋หลี่ซาน “ประมุขยอดเขา ตำหนักหุบเขาลึกไม่ให้ท่านแนะนำเขาหรือ?”
คนอื่น ๆ ต่างก็คิดเช่นนั้น
ไป๋หลี่ซานลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดออกมาว่า “ตำหนักหุบเขาลึกให้ข้าเลือกสามคน จากนั้นให้ไปด้วยกัน ใช้วิธีมีส่วนร่วมเพื่อให้มีคุณสมบัติในการเข้าหุบเขาลึก”
“สามคน? ไม่ใช่คนเดียวหรือ?” หลงซวงขมวดคิ้วด้วยความสงสัย
คนอื่น ๆ ต่างก็มองหน้ากัน ไป๋หลี่ซานจึงพูดขึ้นมาอย่างไม่ค่อยเข้าใจเช่นกัน “ข้าก็เพิ่งได้รับข่าวมา ว่ากันว่าครั้งนี้คิดจะนำการรวมตัวของยอดเขาที่มีขึ้นทุก ๆ พันปี มารวมกันไว้!”
“การรวมตัวของยอดเขา?” หลงซวงเผยแววตาประหลาดออกมา
ศิษย์ที่อยู่ในบริเวณนั้นต่างก็ตกตะลึง ลู่เฉินจึงเอ่ยถามว่า “การรวมตัวของยอดเขาคือสิ่งใดกัน?”
ไป๋หลี่ซานและหลงซวงกำลังจะอธิบาย แต่กานจิ่วเม่ยพูดออกมาเสียก่อน
“เดิมทีนั้น การรวมตัวของยอดเขาจะถูกจัดการขึ้นหนึ่งครั้งทุก ๆ พันปี โดยมีจุดประสงค์เพื่อดูการฝึกฝนของศิษย์จากทุก ๆ ยอดเขา จากนั้นจึงจะเลือกกลุ่มคนในนั้นเพื่อเข้าร่วมในตำหนักหุบเขาลึก กลายเป็นสมาชิกของตำหนักหุบเขาลึก และคนเหล่านี้จะได้ทำภารกิจพิเศษของตำหนัก
แต่การรวมตัวของยอดเขานี้ไม่ใช่การต่อสู้เพียงคนเดียว แต่เป็นกลุ่มสามคน โดยที่ทั้งสามคนสามารถบุกฝ่าด่านไปด้วยกันได้ เอาชนะกลุ่มอื่น ๆ ได้ จึงจะถูกเลือก”
“ดังนั้นโอกาสในครั้งนี้ สำหรับศิษย์ของทุกยอดเขาแล้วนับเป็นโอกาสที่สำคัญ นี่จึงเป็นโอกาสที่จะได้เข้าใกล้ตำหนักหุบเขาลึก และกลายเป็นสมาชิกภายในนั้นได้”
“แต่ถึงแม้ว่าภูเขาเดียวดายจะเป็นศูนย์รวมของยอดฝีมือ แต่ก็เป็นการยากที่จะเอาชนะกลุ่มอื่นได้ เพราะมีหลายกลุ่มที่เป็นศิษย์หรือศิษย์ผู้สืบทอดของเหล่าผู้อาวุโสแห่งตำหนักหุบเขาลึก และวรยุทธ์ของพวกเขานั้นไม่ได้แย่ไปกว่าภูเขาเดียวดาย ยิ่งพวกเขาเคยได้เรียนทักษะพิเศษ ดังนั้นในการแข่งขัน แต่ละคนจึงมีความแข็งแกร่งมาก”
“หลายปีมาแล้วที่ภูเขาเดียวดายไม่มีผู้ใดที่สามารถเข้าไปยังตำหนักหุบเขาลึกได้ ”
กานจิ่วเม่ยไม่พอใจ เมื่อพูดจบจึงบ่นออกมาว่า “ถ้าไม่เป็นเพราะพวกเขาเคยเรียกเคล็ดวิชาภูตที่พวกเราไม่มีโอกาสได้เรียนนั้น พวกเราคงจะระเบิดพวกเขาออกไปนานแล้ว!”
ขณะนั้นเอง ลู่เฉินจึงเอ่ยขึ้นว่า “อยากไปลองดูหรือไม่?”
“ลองสิ่งใดกัน?” กานจิ่วเม่ยชะงักไปครู่หนึ่ง
ชายหนุ่มมองไปยังกานจิ่วเม่ยและกู่ซานฉง “ข้าจะไปกับพวกเจ้า และรวมกลุ่มสามคน”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ผู้คนในบริเวณนั้นต่างก็พากันตกตะลึง