ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 627 ท่าทางของประมุขยอดเขาเปลี่ยนไป
บทที่ 627 ท่าทางของประมุขยอดเขาเปลี่ยนไป
ลู่เฉินมองไปยังกานจิ่วเม่ยที่กำลังอยู่ในอาการตกตะลึง “อย่างไรกัน? ไม่ต้องการหรือ?”
กานจิ่วเม่ยคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่นางจะมองไปยังไป๋หลี่ซาน “เรื่องนี้ ต้องถามประมุขยอดเขา!”
ไป๋หลี่ซานถูกลู่เฉินจับตัวไปเสียก่อนแล้ว เพียงแต่ทุกคนไม่รู้ ดังนั้นทุกคนต่างก็มองหน้ากันอย่างลุกลี้ลุกลน ชายหนุ่มยกยิ้มพลางมองไปยังไป๋หลี่ซาน “เจ้าคิดอย่างไร?”
“ย่อมได้!” เมื่อไป๋หลี่ซานได้สติกลับมาก็ตอบตกลงทันที
แต่กู่ซานฉงกลับมีท่าทางจริงจัง “กลุ่มคนที่ไปร่วมในการรวมตัวแห่งยอดเขาล้วนเป็นผู้แข็งแกร่ง และไม่ใช่เพียงตัวต่อตัว ถ้าหากเจ้าที่เป็นเพียงขั้นหลอมแก่นแท้ไปที่นั่น กลุ่มอื่น ๆ จะต้องเพ่งเล็งทำลายเจ้าแน่”
สิ่งที่กู่ซานฉงกำลังกังวลอยู่นั้นคือเรื่องจริง ผู้คนในภูเขาเดียวดายที่อยู่บริเวณนั้นต่างก็รู้สึกว่า หากลู่เฉินไปเช่นนี้ จะต้องกลายเป็นเป้าหมายแน่
ไป๋หลี่ซานเป็นผู้ที่รู้ถึงพลังของลู่เฉิน ดังนั้นเขาจึงมองไปยังกู่ซานฉง “วันนี้พวกเจ้าบอกว่า การป้องกันของเขานั้นแข็งแกร่งกว่าพวกเจ้าในที่นี้มิใช่หรือ?”
ทุกคนคาดไม่ถึงว่าไป๋หลี่ซานจะออกมาพูดแทนอีกฝ่ายเช่นนี้ แต่กู่ซานฉงกลับขมวดคิ้ว“ข้ายอมรับว่าการป้องกันของเขาแข็งแกร่งจริง ๆ แต่ถ้าหากต้องเผชิญกับคนสามคนที่ร่วมมือกัน แล้วยิ่งคนเหล่านั้นเป็นถึงศิษย์เอกของเหล่าผู้อาวุโสซึ่งมีความแข็งแกร่งกว่าพวกเรามากนัก เช่นนี้เมื่อถึงเวลานั้น บางทีการป้องกันของเขาก็อาจจะ…”
กานจิ่วเม่ยเห็นด้วยกับกู่ซานฉง ดังนั้นนางจึงมองไปยังลู่เฉิน “เจ้าหนุ่ม ถึงแม้ตัวเจ้าจะมีการป้องกันที่แข็งแกร่ง แต่อาจจะต้องเผชิญหน้ากับผู้ที่แข็งแกร่งกว่าพวกเรา แล้วยังมีถึงสามคน ถึงตอนนั้นเจ้าอาจจะเดือดร้อนได้”
ชายหนุ่มเผยรอยยิ้มชั่วร้าย “วางใจเถิด ไม่มีผู้ใดสามารถทำอันใดข้าได้”
ไป๋หลี่ซานรู้ถึงความสามารถของลู่เฉินดี ดังนั้นเขาจึงมองไปยังทุกคน “เอาล่ะ ตกลงตามนี้แล้วกัน”
เมื่อพูดจบ ไป๋หลี่ซานก็ให้กู่ซานฉงและกานจิ่วเม่ยไปเตรียมตัว ส่วนตนนั้นได้นำลู่เฉินและหลงซวงเข้าไปภายในตำหนักภูเขาเดียวดาย เมื่อแน่ใจแล้วว่าไม่มีผู้ใด ไป๋หลี่ซานจึงพูดกับลู่เฉินด้วยความความเคารพ เจ้าคิดจะไปจริงหรือ?“
“เจ้าคิดว่าข้าสู้คนเหล่านั้นไม่ได้หรือ?” ลู่เฉินพูดอย่างไม่พอใจ
“ข้ารู้ว่าเจ้าแข็งแกร่ง และรู้ว่าเจ้าไม่กลัวพวกเขา แต่ข้ากังวลว่าชายชราเหล่านั้นจะมองกระบี่วิญญาณนั่นออก” ไป๋หลี่ซานเกรงว่า หากลู่เฉินใช้กระบี่วิญญาณนั่น จะทำให้เป็นจุดสนใจของเหล่าผู้อาวุโส
ชายหนุ่มได้ฟังแล้วจึงยกยิ้ม “วางใจเถิด ก่อนที่ข้าจะพบคนที่ข้าตามหา ข้าจะไม่ใช้กระบี่วิญญาณนี้”
“หาคน?” ไป๋หลี่ซานไม่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังคิดสิ่งใดอยู่กันแน่
ลู่เฉินไม่ได้อธิบายใด ๆ เพียงแค่พูดกับอีกฝ่ายว่า “รู้แค่เพียงว่า เจ้าไม่จำเป็นต้องกังวลก็พอ”
ไป๋หลี่ซานขานรับ ลู่เฉินจึงมองไปยังหลงซวง “คนผู้นั้น จะปรากฏตัวที่การรวมตัวแห่งยอดเขาใช่หรือไม่?”
“แต่ไหนแต่ไร เขาไม่เข้าร่วมงานพวกนี้ และช่วงนี้เขาเก็บตัวอยู่ ข้าคิดว่าเขาน่าจะไม่ออกมาสักพัก ดังนั้นเขาอาจจะไม่ปรากฏตัวที่นั่นก็ได้” หลงซวงอธิบาย
“เช่นนั้น นอกจากเขาแล้วยังมีผู้ใดที่รู้จักข้าหรือไม่?” ลู่เฉินเอ่ยถามหลงซวง
หลงซวงคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบกลับ “ในตอนที่ข้าได้รับภารกิจนี้ เขาบอกกับข้าว่า เรื่องนี้เป็นความลับ ไม่สามารถบอกผู้ใดได้ รวมถึงผู้อาวุโสท่านอื่นในตำหนักหุบเขาลึกด้วย”
“โอ้?”
“ใช่ ผู้ใดก็ห้ามพูด!” หลงซวงยืนยัน
ชายหนุ่มรู้สึกสงสัย “เหตุใดเขาจึงเชื่อใจเจ้าเพียงนี้?”
หลงซวงลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยตอบ “เขามอบพิษชนิดหนึ่งให้ข้า ถ้าหากวันใดเขารู้ว่าข้าหักหลัง เขาจะกระตุ้นพิษในตัวข้า”
“โอ้? ข้าขอดูเสียหน่อย!” ลู่เฉินพูดจบจึงนำมือข้างหนึ่งวางไว้บนไหล่ของหลงซวง จากนั้นจึงแทรกจิตเข้าไปภายในร่างกายของอีกฝ่าย จนกระทั่งลู่เฉินพบหยดของเหลวสีดำบนวิญญาณของเขา
ของเหลวสีดำนี้มีชั้นพลังห่อหุ้มไว้ และพลังนี้ดูมีความแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก
“คือของเหลวหยดนี้หรือ?”
“ใช่ ของเหลวนี้ทรงพลังมาก” หลงซวงอธิบายอย่างหดหู่ใจ
ชายหนุ่มทำทีเป็นไม่สนใจ แต่กลับทำลายชั้นพลังนั่นเสียก่อน จากนั้นจึงค่อย ๆ กลืนกินหยดของเหลวสีดำนั้นลงไป
หลงซวงเห็นเช่นนั้นก็ถึงกับตกใจจนอ้าปากค้าง และพูดขึ้นมาด้วยความสงสัย “เจ้า ดูดซับมันเข้าไปจริงหรือ?”
“ทำไมหรือ?” ลู่เฉินฉีกยิ้มพลางมองหลงซวง
หลงซวงรู้สึกดีใจมาก และยังกล่าวขอบคุณลู่เฉิน
ไป๋หลี่ซานที่อยู่อีกด้านหนึ่งไม่รู้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้นจึงรู้สึกสับสน
“การรวมตัวของยอดเขา จะเริ่มต้นขึ้นเมื่อใดกัน” ลู่เฉินมองไปยังไป๋หลี่ซาน
ไป๋หลี่ซานตอบกลับไปว่า “อีกสามวันหลังจากนี้ และตอนนี้ประมุขของทุก ๆ ยอดเขาสามารถพาสมาชิกกลุ่มเข้าไปได้”
ชายหนุ่มพยักหน้า “ได้ เช่นนั้นออกเดินทางเถิด!”
ไป๋หลี่ซานขานรับแล้วจึงนำทางลู่เฉินไป ส่วนหลงซวงซึ่งเดิมทีเป็นผู้มีสถานะพิเศษในตำหนักหุบเขาลึกอยู่แล้ว เขาจึงสามารถเข้าไปได้อย่างง่ายดาย
…
แต่ก่อนจะถึงประตูใหญ่ของภูเขาเดียวดายนั้น กู่ซานฉงมองไปยังกานจิ่วเม่ย “ข้าว่านะศิษย์น้อง เจ้ารู้สึกไหมว่าประมุขยอดเขามีท่าทีเปลี่ยนไป?”
“เปลี่ยนไป?”
กู่ซานฉงขานรับ “ก่อนจะเข้าไปยังยอดเขานั้น แววตาของเขาเต็มไปด้วยความโกรธแค้นเจ้าหนุ่มนั่นจนอยากจะฆ่าให้ตาย แต่เมื่อกลับมาจากยอดเขาแล้ว ท่าทีของเขาต่อเจ้าหนุ่มนั่นกลับดูเกรงใจ ส่วนหลงซวงผู้นั้นก็ดูจะเคารพเขาเป็นอย่างมาก”
กานจิ่วเม่ยย่อมรู้สึกเช่นนั้น “ศิษย์พี่ สิ่งที่ท่านพูด ข้าก็พอจะดูออก”
“หรือว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้น?” กู่ซานฉงสงสัย
กานจิ่วเม่ยยิ้มพลางพูดขึ้นว่า “อาจจะเป็นไปได้ว่า การแสดงออกของเขาภายในนั้นดูเก่งกาจมาก ทำให้ประมุขยอดเขาและหลงซวงมองเขาในแง่ดีขึ้นมา”
“อาจจะเป็นเช่นนั้น” กู่ซานฉงตอบกลับ
ขณะนั้นเอง ไป๋หลี่ซานที่อยู่ด้านหลังพวกเขาก็พูดขึ้น “พวกเจ้ากำลังถกเถียงเรื่องใดกัน?”
ทั้งสองจึงได้สติและเอ่ยแสดงความเคารพทันที กานจิ่วเม่ยยังหันไปยิ้มให้เขาแล้วพูดว่า “ประมุขยอดเขา พวกเรากำลังพูดถึงการรวมตัวของยอดเขาในครั้งนี้ ภูเขาเดียวดายของเรา จะได้อันดับที่เท่าไหร่กัน”
ไป๋หลี่ซานตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา “อันดับนั้นเป็นเรื่องรอง ที่สำคัญคือในช่วงระหว่างการแข่งขันของพวกเจ้านั้น จงเชื่อฟังเขาทุกอย่าง อย่าคิดเองทำเองเด็ดขาด เข้าใจหรือไม่?”
“เขา?” กู่ซานฉงและกานจิ่วเม่ยมองหน้ากัน
ไป๋หลี่ซานจึงขานรับ “มีปัญหาใดหรือ?”
ทั้งสองมีปัญหาแน่ แต่พวกเขาไม่กล้าปฏิเสธ จึงทำได้เพียงเงียบไป และเมื่อไป๋หลี่ซานจัดการอารมณ์ของตนแล้วจึงพูดขึ้นว่า “เช่นนั้น ออกเดินทางกันเถิด!”
พูดจบ ไป๋หลี่ซานก็เดินนำทุกคนออกไป
แต่เมื่อไปถึงเชิงเขา ปรมาจารย์หยวนยังคงอยู่ที่นั่น ลู่เฉินมองไปยังอีกฝ่ายเพื่อให้เขาออกไป ปรมาจารย์หยวนจึงเดินออกไปอย่างว่าง่าย
ทุกคนต่างแปลกใจว่าเหตุใดปรมาจารย์หยวนจึงมาอยู่ที่นี่ได้ และเหตุใดเมื่อเห็นทุกคนมาแล้วเขาจึงเดินออกไป
แต่ไม่มีผู้ใดอธิบายได้ ทุกคนจึงคิดเพียงว่า บางทีเขาอาจจะผ่านมาเท่านั้น และไม่ได้คิดอะไรมากนัก
จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปหนึ่งถ้วยชา ไป๋หลี่ซานก็นำทุกคนมาถึงด้านล่างภูเขา ภูเขาลูกนี้แตกต่างจากลูกอื่นเพราะมีสีดำ ขณะเดียวกันรอบ ๆ ยังมีเขตแดนสีดำขนาดใหญ่อยู่ ทำให้ทุกคนไม่สามารถมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นภายในได้
เมื่อไป๋หลี่ซานและคนอื่น ๆ จะเข้าไปนั้น ที่นั่นมีกลุ่มชายชุดเกราะสีดำคอยเฝ้าอยู่ และผู้นำยังเอ่ยถามไป๋หลี่ซานถึงสถานะของเขา
ไป๋หลี่ซานจึงนำแผ่นป้ายของตนออกมา จากนั้นก็พูดกับพวกเขา “พวกเรามาร่วมการรวมตัวของยอดเขา”
ในขณะเดียวกันหลงซวงก็ได้นำแผ่นป้ายสถานะของตนออกมาเช่นกัน
เมื่อยืนยันถึงสถานะแล้วก็ได้รับอนุญาตให้ขึ้นภูเขา แต่ก่อนขึ้นภูเขานั้น พวกเขากลับให้ไป๋หลี่ซานและคนอื่น ๆ ทำเรื่องประหลาดบางอย่าง
ผู้นำคนนั้นพูดกับไป๋หลี่ซานและพวกเขาว่า “ทางนั้น จะมีคนคอยดูแลการลงนามของพวกท่าน”
ทุกคนมองตามไป จึงได้เห็นด้านของเขตที่ไม่ไกลออกไปมากนักมีกำแพงอยู่ และด้านหลังกำแพงนั้นมีแสงสีดำสว่างออกมา ดูแล้วแปลกประหลาดยิ่งนัก