ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 632 ตอนนี้เจ้ามีเพียงทางเลือกเดียว!
บทที่ 632 ตอนนี้เจ้ามีเพียงทางเลือกเดียว!
เห็นเพียงเงาของแส้เส้นนี้ทะลุผ่านกายเนื้อของลู่เฉินไปในทันที และโจมตีไปยังวิญญาณโดยตรง
ถ้าหากชายหนุ่มเป็นเพียงขั้นหลอมแก่นแท้ทั่วไปจริง ๆ ในตอนนี้วิญญาณคงได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่วิญญาณของเขานั้นไม่ได้เป็นเพียงขั้นหลอมแก่นแท้ธรรมดา ๆ โดยเฉพาะเมื่อเขาถูกโจมตีในตอนนั้น เขายังเอ่ยถามขึ้นมาสั้น ๆ “เพียงเท่านี้หรือ?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ก็ทำให้กานจิ่วเม่ยและกู่ซานฉงต่างก็ตื่นตระหนกอีกครั้ง
เฮยหลวนพาลโกรธขึ้นมาเพราะนางตั้งใจว่าจะมอบบทเรียนให้แก่ลู่เฉิน แต่ผลลัพธ์นั้นไม่เพียงแต่จัดการไม่สำเร็จ แต่กลับถูกอีกฝ่ายดูถูกกลับมา หญิงสาวจึงยิ่งมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก นางจ้องมองลู่เฉินด้วยความโกรธแค้น “แส้เส้นนี้ สามารถกระชากวิญญาณออกมาได้”
“แล้วอย่างไรกัน?” ชายหนุ่มไม่แยแส
“อย่างไร? ดูเหมือนว่าข้าต้องทำให้เจ้าได้รู้ถึงความรุนแรงของแส้เส้นนี้จริง ๆ เสียแล้ว” เฮยหลวนปล่อยแส้ในมือออก จากนั้นพุ่งไปตรงหน้าลู่เฉิน และสะบัดแส้กลางอากาศอย่างบ้าคลั่ง
กานจิ่วเม่ยมองดูด้วยความตื่นตระหนก “ศิษย์พี่ เขาจะไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่?”
“ข้าก็ไม่รู้” กู่ซานฉงก็ไม่เข้าใจนัก
กานจิ่วเม่ยพูดด้วยความร้อนใจ “หากประมุขยอดเขาได้เห็นเรื่องที่เกิดขึ้นที่นี่ก็คงจะดี”
กู่ซานฉงลองใช้หลายวิธี แต่ก็ไม่มีวิธีใดที่สามารถติดต่อกับประมุขยอดเขาได้ เขาจึงพูดด้วยความหดหู่ใจว่า “ตอนนี้ไม่สามารถทำอันใดได้ ทำได้เพียงรอให้เฮยหลวนผู้นี้หยุดลงมือด้วยตนเอง”
ส่วนเฮยหลวนที่กำลังโจมตีอยู่นั้นพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “เจ้าหนุ่ม เพียงแค่เจ้ายอมแพ้ ข้าจะไว้ชีวิตเจ้า”
“เจ้าเสียสติไปแล้วหรือ?”
“เสียสติ?”
“เมื่อเจ้าเข้ามาก็มาวุ่นวายกับข้า แล้วยังให้ข้ายอมแพ้ ไม่เรียกว่าเสียสติแล้วควรเรียกว่าอย่างไรกัน?” ลู่เฉินส่ายศีรษะย่างเอือมระอา
ในหุบเขาลึกนั้น เฮยหลวนเป็นสตรียอดฝีมืออันดับหนึ่ง ได้พบเจอยอดฝีมือและผู้อาวุโสมาไม่น้อย แต่ไม่เคยพบคนแปลกประหลาดเช่นนี้มาก่อน ดังนั้นนางจึงพูดออกมาอย่างเหลือทน “ข้าจะทำให้เจ้าได้รู้ถึงความน่ากลัวของข้า”
ขณะที่เฮยหลวนเตรียมจะสำแดงพลังที่แข็งแกร่งออกมานั้น ชายหนุ่มก็ได้ยื่นมือออกไป แส้เส้นนั้นหยุดการโจมตีทันที จากนั้นก็ร่วงลงมากลางฝ่ามือลู่เฉิน
“เจ้า!” เมื่อเฮยหลวนเห็นอีกฝ่ายชิงสมบัติวิญญาณของตนไปกลางอากาศ ใบหน้าของนางก็เปลี่ยนไปทันที
กานจิ่วเม่ยมีสีหน้าเต็มไปด้วยความสงสัย “ศิษย์พี่ เกิดสิ่งใดขึ้น?”
กู่ซานฉงพูดด้วยความสับสน “สถานการณ์เช่นนี้ ดูเหมือนว่าสมบัติวิญญาณของนางจะถูกเจ้าหนุ่มชิงไปเสียแล้ว”
“ชิงไปแล้ว? เป็นไปได้อย่างไร?” กานจิ่วเม่ยไม่เชื่อ
เฮยหลวนก็ไม่เชื่อเช่นกัน เพราะสมบัติวิญญาณนี้เป็นสิ่งที่ตนหลอมขึ้นมาเอง จะบอกว่าถูกชิงไปง่าย ๆ ได้อย่างไรกัน
ดังนั้น เฮยหลวนจึงพยายามเคลื่อนไหวโดยมีเป้าหมายคือการ ‘ดูด’ แส้เส้นนี้กลับเข้ามา แต่ดูเหมือนแส้จะไม่เชื่อฟัง จนกระทั่งลู่เฉินใช้ไฟเพลิงทั้งเก้าหลอมละลายมัน เฮยหลวนเห็นเช่นนั้นก็ถึงกับอ้าปากค้าง
ชายหนุ่มมองไปยังเฮยหลวน “ยังจะต่อหรือไม่?”
เฮยหลวนจ้องมองลู่เฉินอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพ่นคำพูดออกมา “ดูเหมือนว่า เจ้าจะซ่อนพลังไว้!”
“สำคัญด้วยหรือ?” ลู่เฉินเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม
เฮยหลวนแค่นเสียง “เช่นนั้นข้าจะรอดู เจ้าจะซ่อนไปถึงเมื่อใดกัน?”
เห็นเพียงเฮยหลวนพุ่งไปตรงหน้าลู่เฉิน และปล่อยกำปั้นออกไปทันที
อีกฝ่ายมีความเร็วสูง ดังนั้นจึงโจมตีลู่เฉินได้อย่างง่ายดาย แต่ชายหนุ่มกลับกลายเป็นเพียงมนุษย์กระดาษ และร่างที่แท้จริงก็ถอยออกไปอีกด้านหนึ่ง พลางพูดกับนางว่า “เจ้าทำอันใดข้าไม่ได้”
“ว่าอย่างไรนะ?” เฮยหลวนเผยสีหน้าแปลกใจ
“มีปัญหาใดหรือ?” ลู่เฉินจ้องมองเฮยหลวน
กานจิ่วเม่ยและกู่ซานฉงที่อยู่อีกด้านหนึ่งต่างก็รู้ถึงทักษะมนุษย์กระดาษของลู่เฉิน ดังนั้นเมื่อเห็นเช่นนี้แล้วก็ไม่ได้พูดอะไรมากนัก และกลัวว่าเฮยหลวนผู้นี้จะพบอะไรเข้า
เฮยหลวนสงบลงอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็จ้องมองไปยังชายหนุ่ม “ดูเหมือนว่า ข้าจะประมาทไปแล้วจริง ๆ”
พูดจบ เฮยหลวนก็นำขวดสีดำออกมา
เมื่อปากขวดสีดำถูกเปิดออก ก็เกิดกระแสลมสีดำรอบกายลู่เฉิน และดูดชายหนุ่มเข้าไปภายในทันที จากนั้นเฮยหลวนจึงเก็บขวดและพูดด้วยความพึงพอใจ “ดูซิว่าเจ้าจะกำเริบเสิบสานได้อย่างไร”
จากนั้นเฮยหลวนก็กลายเป็นกระแสลมสีดำและหายไปทันที เขตแดนรอบ ๆ ก็หายไปเช่นกัน
กานจิ่วเม่ยรู้ลึกร้อนใจ “ศิษย์พี่ เราจะทำอย่างไรกันดี?”
“รีบไปหาประมุขยอดเขาเร็วเข้า!”
กู่ซานฉงตะโกนดังลั่น เพียงไม่นานทั้งสองก็ลงมาด้านล่าง และได้พบประมุขยอดเขาที่ยังคงนั่งอยู่บนเก้าอี้หินในสวน
“ประมุขยอดเขา แย่แล้ว” กานจิ่วเม่ยพูดด้วยความตื่นตระหนก
“มีอะไร?” ไป๋หลี่ซานมองทั้งสองคนพลางเอ่ยถามด้วยสีหน้าสับสน
ครั้นกานจิ่วเม่ยอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้น ไป๋หลี่ซานจึงพูดด้วยความตกใจ “ว่าอย่างไรนะ? เฮยหลวน?”
“ใช่ คือนาง” กานจิ่วเม่ยร้อนใจ
ไม่เพียงแต่กานจิ่วเม่ยเท่านั้น กู่ซานฉงก็พูดด้วยความรีบร้อนเช่นกัน “ประมุขยอดเขา รีบคิดหาวิธีเถิด มิเช่นนั้นเจ้าหนุ่มนั่นคงจะ…”
ขณะที่ไป๋หลี่ซานกำลังคิดจะทำอะไรบางอย่าง เขาก็ได้รับคำสั่งจากลู่เฉิน ดังนั้นเขาจึงสงบลงอย่างรวดเร็วพลางพูดขึ้นว่า “ไม่ต้องสนใจ พักผ่อนเถิด”
“ไม่ต้องสนใจ?” กานจิ่วเม่ยชะงักไป
กู่ซานฉงยิ่งไม่เข้าใจ “ประมุขยอดเขา สิ่งใดเรียกว่าไม่ต้องสนใจกัน?”
“เมื่อครู่ ข้าได้รับสารจากเจ้าหนุ่มนั่น เขาบอกว่าไม่เป็นอะไร พวกเราไม่ต้องสนใจ” ไป๋หลี่ซานอธิบาย ก่อนจะพึมพำออกมา “ไม่รู้ว่าเฮยหลวนนั่นจะทำสิ่งใดกับเขากัน”
กานจิ่วเม่ยยิ่งสงสัย “เขาส่งสารให้ท่านเมื่อใดกัน?”
ไป๋หลี่ซานได้สติกลับมา “ความลับ”
“ไปเถิด ไม่ต้องสนใจ”
ทั้งสองจึงทำได้เพียงขึ้นไปยังห้องใต้หลังคา
ภายในห้องใต้หลังคา กานจิ่วเม่ยหันไปถามกู่ซานฉง “ศิษย์พี่ เกิดสิ่งใดขึ้นกันแน่?”
“ประมุขยอดเขาบอกว่าไม่เป็นอะไร ก็คงไม่เป็นอะไร ไม่ต้องคิดมาก” กู่ซานฉงไม่เข้าใจเช่นกัน จึงทำได้เพียงพูดกับกานจิ่วเม่ยเช่นนี้
แต่กานจิ่วเม่ยยังคงรู้สึกแปลกใจ
…
ในขณะนั้นเอง ภายในถ้ำบนภูเขาของหุบเขาลึก เฮยหลวนได้นำขวดสีดำออกมา จากนั้นจึงปล่อยร่างของลู่เฉินให้เป็นอิสระและขังไว้ภายในค่ายกล นางยืนอยู่ด้านนอกค่ายกลพลางพูดด้วยความพอใจ “เจ้าหนุ่ม รู้ถึงความเก่งกาจของข้าแล้วใช่หรือไม่”
ชายหนุ่มมองไปรอบ ๆ แล้วจึงพูดขึ้นว่า “อาศัยเพียงค่ายกลในการกักขังข้าหรือ?”
“สิ่งใดเรียกว่าอาศัยเพียงค่ายกล?” เฮยหลวนเห็นว่าลู่เฉินไม่สนใจตนอีกแล้ว นางจึงย้อนถาม
ลู่เฉินกลับพูดออกมาเพียงสั้น ๆ “ค่ายกลขยะ”
“ว่าอย่างไรนะ? เจ้ากล้าพูดว่านี่เป็นค่ายกลขยะหรือ?” เฮยหลวนไม่พอใจ
“มีปัญหาหรือ?”
เฮยหลวนแค่นเสียง “ค่ายกลนี้หากเคลื่อนไหวขึ้นมา สามารถสังหารยอดฝีมือขั้นแปลงเซียนคนหนึ่งได้ในทันที นับประสาอะไรกับเจ้าที่เป็นเพียงขั้นหลอมแก่นแท้!”
“เช่นนั้นเจ้าก็ลองดู”
เฮยหลวนรู้ว่าเมื่อเคลื่อนไหวค่ายกล อีกฝ่ายจะตายได้โดยไม่ต้องสงสัย ดังนั้นนางจึงตะโกนขึ้น “ข้าจะบอกเจ้าให้ ข้าแค่ไม่อยากสังหารเจ้าเท่านั้น มิเช่นนั้นเจ้าคงตายไปนานแล้ว!”
“ไม่อยากสังหารข้า? พูดเรื่องตลกหรือ?”
“หากข้าต้องการสังหารเจ้า เจ้าตายไปนานแล้ว!” เฮยหลวนพูดอย่างแน่วแน่
“เจ้าไม่สังหารข้า เช่นนั้นก็ยังจับข้า?” ชายหนุ่มไม่เข้าใจ
“ข้าเฮยหลวน แต่ไหนแต่ไรไม่สังหารคน แต่เจ้าทำลายสมบัติวิญญาณทั้งสองของข้า ดังนั้นความแค้นนี้ ข้าจะจดจำไว้!” เฮยหลวนกล่าวโทษลู่เฉิน
ชายหนุ่มฝืนยิ้ม “หากเจ้าไม่มายุ่งกับข้า สมบัติวิญญาณจะถูกทำลายหรือ?”
“เจ้าพูดให้น้อยลงซะ!” เฮยหลวนไม่สามารถสู้ฝีปากลู่เฉินได้จึงร้อนใจ
ลู่เฉินฉีกยิ้ม “ตอนนี้ข้ามีทางเลือกให้เจ้า นั่นก็คือรีบปล่อยช้าไปซะ บางทีข้าอาจจะทำให้เจ้าเสียหายน้อยลง มิเช่นนั้นอีกไม่นาน ค่ายกลนี้และถ้ำของเจ้า เกรงว่าจะถูกทำลายจนสิ้น!”
“เจ้าหนุ่ม เจ้ามีความสามารถเพียงใดจึงกล้าข่มขู่ข้าเช่นนี้?” เฮยหลวนรู้สึกว่าลู่เฉินกำลังเสียสติไปแล้ว