ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 639 ร่างที่แท้จริงมารับใช้เจ้า!
บทที่ 639 ร่างที่แท้จริงมารับใช้เจ้า!
เมื่อเห็นท่าทางอยากรู้ของผู้เฒ่าสายฟ้า ลู่เฉินจึงทำเพียงแค่ยกยิ้ม “ต้องขออภัย ข้าไม่สามารถบอกเจ้าได้!”
ผู้เฒ่าสายฟ้าครุ่นคิดอยากจริงจัง
ลู่เฉินยิ้มพลางมองผู้เฒ่าสายฟ้า “อย่างไรกัน? ไตร่ตรองดีแล้วหรือไม่?”
ผู้เฒ่าสายฟ้ามองไปยังระฆัง เห็นเพียงเสียงภายในระฆังค่อย ๆ เบาลง ราวกับจะวิ่งออกมาอีกครั้ง
“เร็วเช่นนี้เชียวหรือ?” ผู้เฒ่าสายฟ้าคิดว่าอักขระยันต์นี้จะสามารถประคองไว้ได้ระยะเวลาหนึ่ง แต่ใครจะคิดว่าระฆังนี้กลับมีการเคลื่อนไหวอีกครั้ง ทำให้ผู้เฒ่าสายฟ้าหวาดกลัวจนต้องหันไปมองชายหนุ่ม
ลู่เฉินยิ้มพลางมองผู้เฒ่าสายฟ้า “ดูหมือนว่า เจ้าจะตัดสินใจมอบมันให้ข้าแล้ว”
“ระฆังใหญ่เช่นนี้ เจ้าเป็นเพียงวิญญาณภูตผี จะนำไปได้อย่างไร?” ผู้เฒ่าสายฟ้าบังเกิดความสงสัย
ชายหนุ่มกลับพูดด้วยความมั่นใจ “วางใจเถิด ข้าสามารถทำให้มันเล็กลงได้!”
เล็กลง?
ผู้เฒ่าสายฟ้าไม่รู้ว่าสิ่งที่อีกฝ่ายพูดนั้นหมายความว่าอย่างไร แต่เพียงไม่นาน อีกฝ่ายก็หายตัวไปจากจุดเดิมที่ยืนอยู่ และเข้าไปภายในระฆังนี้
ผู้เฒ่าสายฟ้าตกตะลึงไปชั่วขณะ “ภายในนั้นอันตรายยิ่งนัก”
“วางใจเถิด เรื่องเล็กน้อย” ชายหนุ่มฉีกยิ้มมั่นใจ
ผู้เฒ่าสายฟ้าได้แต่แปลกใจ “เขาสามารถเข้าไปได้ง่าย ๆ เช่นนี้เลยหรือ?”
ผู้เฒ่าสายฟ้ารู้ถึงความน่ากลัวของระฆังนี้ มิเช่นนั้นเขาคงแทรกวิญญาณเข้าไปภายในเพื่อตรวจสอบดูแล้ว มิใช่รอให้ผนึกคลายตัวจนทำให้อีกฝ่ายวิ่งออกมาได้ จึงจะรู้ว่าภายในผนึกนั้นมีสิ่งใด
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้วิญญาณภูตผีของลู่เฉินเข้าไปยังภายในระฆังนี้ได้อย่างง่ายดาย ทำให้เขารู้สึกทึ่งอยู่ไม่น้อย
ในขณะนั้นเอง ภายในระฆังคล้ายกับว่าเป็นโลกอีกใบหนึ่ง
รอบด้านมืดสลัวลง และท่ามกลางความมืดมนนี้ มันเต็มไปด้วยพลังสายฟ้า
พลังสายฟ้าเหล่านี้มีแสงสีขาว สีแดง และสีอื่น ๆ อีกหลายสี ดูแล้วเหมือนกับโลกแห่งสายฟ้าอย่างไรอย่างนั้น
แต่นี่ไม่ได้ทำให้ลู่เฉินหวาดกลัว ทั้งยังยิ้มพลางพูดว่า “ออกมาเถิด”
เงาสายฟ้าปรากฏตัว และลอยอยู่บริเวณนั้น จากนั้นจึงพูดด้วยความโมโห “เจ้ายังกล้าเข้ามาหรือ?”
“เหตุใดจึงต้องไม่กล้ากัน?”
“ที่นี่คือโลกของข้า และข้าก็สามารถทำให้เจ้าตายได้ตลอดเวลา!” เงาสายฟ้ากล่าวอย่างไม่พอใจ
ลู่เฉินพูดด้วยรอยยิ้ม “ข้ารู้ว่าเจ้าเก่ง แต่ตัวข้าเองนั้นก็ไม่ได้อ่อนแอ”
“วิญญาณภูตผีอย่างเจ้านี่น่ะหรือ? เพียงข้าปล่อยพลังสายฟ้าออไป ก็ทำให้เจ้าตายทั้งเป็นได้แล้ว” เงาสายฟ้าข่มขู่
ชายหนุ่มพยักหน้าก่อนจะพูดว่า “ข้ารู้ว่าวิญญาณภูตผีนี้ถูกสายฟ้าควบคุมได้อย่างง่ายดาย เพียงแต่สมบัติวิญญาณนี้กำลังควบคุมพวกเจ้าอยู่ นั่นจึงทำให้เจ้าและสายฟ้าเหล่านี้ไม่สามารถออกไปไหนได้”
“สามารถจัดการเจ้าที่นี่ได้ เหตุใดจึงต้องออกไป?” เงาสายฟ้ามองลู่เฉินราวกับอีกฝ่ายเป็นคนโง่
ชายหนุ่มยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย “ต้องขออภัยด้วย เมื่อครู่นี้ตอนที่ข้าเข้ามานั้น ได้ตกลงกับศาสตราวุธภูตผีไว้แล้ว ดังนั้นมันจึงยอมช่วยข้า!”
“เป็นไปไม่ได้ ศาสตราวุธภูตผีนี้จะเชื่อฟังเจ้าได้อย่างไร?” เงาสายฟ้าไม่เชื่อ
“เพราะว่าศาสตราวุธภูตผีนี้ถูกเจ้าทารุณมาโดยตลอด ดังนั้นข้าจึงรับปากมัน เพียงแค่มันยอมร่วมมือกับข้า ก็จะทำให้พวกเจ้าไม่สามารถทำร้ายมันได้อีก” ลู่เฉินยิ้มพลางมองเงาสายฟ้า
เงาสายฟ้าได้ยินเช่นนั้นก็เริ่มก่นด่า “สารเลว สมควรตาย!”
“อย่างไรกัน ยอมแพ้แล้วหรือ?”
“น่าตลกนัก ถึงแม้เจ้าและศาสตราวุธภูตผีจะร่วมมือกันก็ไม่สามารถทำอะไรข้าได้” เงาสายฟ้าพูดด้วยความมั่นใจ
“ตอนนี้ไม่ได้ แต่หากร่างวิญญาณที่แท้จริงของข้ามา เจ้าก็คงไม่โชคดีเช่นนี้แล้ว” ลู่เฉินกล่าวพลางยกยิ้ม
“ร่างวิญญาณที่แท้จริง?” เงาสายฟ้าไม่รู้ว่าอีกฝ่ายหมายความว่าอย่างไร
ลู่เฉินเผยรอยยิ้มประหลาด บนร่างของกุ่ยเจี๋ยปรากฏจิตของลู่เฉินขึ้นมา เงาสายฟ้าจึงได้รู้ว่า วิญญาณภูตผีนี้ถูกคนควบคุมอยู่อีกที “ข้าก็นึกว่าอะไร ที่แท้ก็ถูกขั้นหลอมแก่นแท้อย่างเจ้าควบคุมอยู่นี่เอง”
“ดูถูกขั้นหลอมแก่นแท้เช่นข้า?”
“ไร้สาระ!” เงาสายฟ้าไม่พอใจ
“ได้ อีกไม่นาน ร่างที่แท้จริงของข้าจะมาจัดการเจ้าด้วยตัวเอง” หลังจากลู่เฉินฉีกยิ้ม เขาก็นำกุ่ยเจี๋ยออกไปจากที่นี่
เงาสายฟ้าด่ากราดอย่างอึดอัดใจ “ข้าจะออกไปฆ่าเจ้าแน่!”
พูดจบ เงาสายฟ้าจึงเริ่มควบคุมสายฟ้ารอบ ๆ จากนั้นจึงโจมตีไปยังพื้นที่ว่างโดยรอบอย่างบ้าคลั่ง ส่วนลู่เฉินได้ควบคุมกุ่ยเจี๋ยออกไปด้านนอกแล้ว
ผู้เฒ่าสายฟ้าไม่รู้ว่าลู่เฉินผนึกอยู่บนร่างของกุ่ยเจี๋ย ดังนั้นเมื่อเขาเห็นกุ่ยเจี๋ยก็พลันแปลกใจ “เจ้าบอกว่าจะทำให้มันเล็กลงมิใช่หรือ?”
“วางใจเถิด อีกไม่นานเกินรอ!” หลังจากชายหนุ่มฉีกยิ้ม ระฆังก็พลันเล็กลง
ในที่สุด ระฆังนี้ก็เล็กลงจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
ผู้เฒ่าสายฟ้าตกตะลึง “เจ้าทำได้อย่างไรกัน?”
“เจ้าสามารถคิดได้ว่า สมบัติวิญญาณนี้รู้ว่าข้าเป็นเจ้าของ” ลู่เฉินยิ้มพลางมองผู้เฒ่าสายฟ้า
ผู้เฒ่าสายฟ้ารู้สึกตกใจ แม้แต่ฝันเขาก็ยังคิดไม่ถึงว่าวิญญาณภูตผีจะสามารถกำราบสมบัติวิญญาณที่ไม่สามารถปราบลงได้ ชายหนุ่มฉีกยิ้มก่อนจะกล่าวว่า “ข้าขอลา!”
“ช้าก่อน” จู่ ๆ ผู้เฒ่าสายฟ้าก็ตะโกนเรียกลู่เฉิน
“ยังมีเรื่องใดหรือ?”
“สมบัติวิญญาณนี้ มีชายชราจำนวนไม่น้อยที่รู้จักมัน ดังนั้นหากไม่ใช่ทางเลือกสุดท้าย จงอย่านำมันออกมา มิเช่นนั้น ข้าอาจจะถูกลงโทษสถานหนักเอาได้” ผู้เฒ่าสายฟ้ารู้ดีว่าในเมื่อเรื่องเป็นเช่นนี้แล้ว ตนคงทำได้เพียงพูดแนะนำอีกฝ่ายไปเท่านั้น
“วางใจเถิด ข้าจะไม่ทำให้เจ้าต้องลำบาก”
“ต้องรบกวนแล้ว” ผู้เฒ่าสายฟ้าพูดด้วยความหดหู่ใจ
จากนั้นลู่เฉินก็หมุนตัว นำระฆังนี้ไป และเพียงไม่นานก็หายตัวไปจากทางเดินที่หก
ผู้เฒ่าสายฟ้าตะโกนไล่หลัง “ไม่รู้ว่าจะเป็นการอวยพรหรือสาปแช่งกัน!”
…
เพียงไม่นาน กุ่ยเจี๋ยก็กลับไปยังสวน
ในขณะนั้นเอง กานจิ่วเม่ยและพวกที่อยู่ภายในสวนไม่รู้ว่าเกิดเรื่องใดขึ้น จากนั้น จู่ ๆ ลู่เฉินก็ลืมตาขึ้นมา และใช้มือคว้าอะไรบางอย่างก่อนจะหลับตาลงอีกครั้ง
“ศิษย์พี่ เห็นแล้วหรือไม่?” กานจิ่วเม่ยสงสัย
“เมื่อครู่หลังจากที่เขาฟื้นขึ้นมาแล้วก็คว้าอะไรบางอย่าง” กู่ซานฉงบอกในสิ่งที่ตนเห็นให้แก่กานจิ่วเม่ย
กานจิ่วเม่ยพยักหน้ารับ “ใช่ เมื่อครู่ข้าก็เห็น”
กู่ซานฉงสงสัย “เขาคว้าสิ่งใดกันแน่?”
กานจิ่วเม่ยก็อยากรู้เช่นกัน แต่ตอนนี้ไม่มีผู้ใดอธิบายให้พวกเขาทราบได้ ดังนั้นจึงทำได้เพียงจ้องมองลู่เฉินด้วยความประหลาดใจ
หลังจากนั้น วิญญาณของลู่เฉินก็ได้แทรกเข้าไปภายในวงแหวนนี้
เมื่อเห็นร่างที่แท้จริงของลู่เฉิน เงาสายฟ้าก็หัวเราะพลางพูดว่า “นี่คือร่างที่แท้จริงของเจ้า?”
“ใช่!” ชายหนุ่มยิ้มพลางมองเงาสายฟ้านี้
เงาสายฟ้ายิ้มประหลาด “ลำพังเจ้าที่เป็นเช่นนี้ ข้าปล่อยพลังสายฟ้าเพียงเล็กน้อย ก็ทำให้วิญาณของเจ้าหายไปได้”
“โอ้? งั้นเจ้าก็ลองดู!”
เงาสายฟ้าเห็นลู่เฉินไม่สนใจก็แค่นเสียง “ข้าจะทำให้เจ้าได้รู้สึกถึงความแข็งแกร่งของข้า!”
เห็นเพียงเงาสายฟ้าเคลื่อนสายฟ้าโดยรอบ และค่อย ๆ โจมตีไปยังลู่เฉิน และในขณะนั้นเอง ชายหนุ่มก็ได้ใช้เคล็ดวิชาอัสนีวิญญาณ
เมื่อเป็นเช่นนี้ เงาวิญญาณทั้งหมดของลู่เฉินจึงกลายเป็นเงาอัสนีวิญญาณ และกายเนื้อที่อยู่ด้านนอกนั้นก็หายไปกับอากาศ
“ศิษย์พี่ ท่านดูนั่น กายเนื้อของเขาหายไปแล้ว” กานจิ่วเม่ยสงสัย
กู่ซานฉงก็มีสีหน้าสับสน “เกิดเรื่องใดขึ้นกันแน่?”
กานจิ่วเม่ยทำได้เพียงส่ายศีรษะแสดงถึงความไม่รู้ และภายในระฆังนั้น ขณะนี้เงาสายฟ้าได้โจมตีลงบนร่างของลู่เฉิน แต่กลับไม่มีผลใด ๆ ต่อเขาแม้แต่น้อย
เงาสายฟ้างงงวยสงสัย “นี่คือทักษะใดของเจ้า?”
“ก็แค่ทักษะที่สามารถเอาชนะเจ้าได้!”
“รนหาที่ตายนัก!” เงาสายฟ้าโมโหจนเป็นฝ่ายพุ่งตัวไปตรงหน้าเงาอัสนีวิญญาณของลู่เฉิน และปล่อยสายฟ้าที่ทรงพลังโจมตีบนเงาวิญญาณของอีกฝ่ายอย่างบ้าคลั่ง