ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 642 เพื่อเอาชีวิตรอด ถึงกับยอมขายตัวเอง!
บทที่ 642 เพื่อเอาชีวิตรอด ถึงกับยอมขายตัวเอง!
ฝ่ามือนี้เป็นสีดำ และยังมีมวลอากาศสีดำล้อมรอบอยู่จำนวนมาก มันดูราวกับแขนที่ยาวออกมาจากภายในวิญญาณก่อกำเนิดของชิงอีถง
ไม่เพียงเท่านั้น กลางลำแขนขนาดใหญ่นี้ยังมีอักขระยันต์สีดำอยู่มากมาย
ขณะเดียวกัน ลู่เฉินยังสามารถมองเห็นวิญญาณชิงอีถง ถูกห่อหุ้มอยู่ภายใน ‘ลำแขน’ นี้ ราวกับถูกอะไรบางอย่างพันธนาการไว้
ผู้คนในบริเวณนั้นต่างพากันหวาดกลัว
บางคนพูดด้วยน้ำเสียงติดขัดว่า “เถาวัลย์วิญญาณภูต!”
เฉียนหลัวกลัวจนสับสน “บ้าไปแล้ว? เลี้ยงเถาวัลย์วิญญาณภูตไว้จริงหรือ?”
ขณะนั้นเอง กายเนื้อของชายหนุ่มก็ถูกเถาวัลย์วิญญาณภูตพันรัดไว้ในทันที และมันยังคิดจะเข้าไปภายในร่างกายของลู่เฉิน เพื่อลากวิญญาณของชายหนุ่มออกมา
แต่ขณะที่เถาวัลย์นี้กลายเป็นเงาจับลู่เฉินไว้นั้น มันกลับไม่สามารถคว้าจับอะไรไว้ได้เลย
สิ่งนี้จึงทำให้ ‘ลำแขน’ ชะงักงันด้วยความตกตะลึง “เหตุใดข้าจึงจับวิญญาณของเจ้าไม่ได้?”
ชายหนุ่มยกยิ้มชั่วร้าย “เพราะวิญญาณของข้าแข็งแกร่งมาก เจ้าจับข้าไม่ได้นับว่าเป็นเรื่องปกติ”
“เฮอะ! เช่นนั้นข้าคงต้องเข้าไปดูภายในร่างกายของเจ้าเสียหน่อยแล้ว!” เถาวัลย์วิญญาณภูตจึงกลายเป็นเงาสีดำพุ่งเข้าไปภายในร่างกายอีกฝ่ายทันที
ทุกคนนิ่งอึ้งเนื้อตัวแทบไม่ขยับ
ลู่เฉินมองไปยังพวกเขาทุกคน “พวกเจ้ารอข้าที่นี่ อย่าคิดเล่นเล่ห์อุบายเด็ดขาด!”
ทุกคนพยักหน้ารับอย่างว่างาย เห็นได้ชัดว่าพวกเขาก็ไม่สามารถหนีออกไปได้ ทำได้เพียงมองดูด้วยความแปลกใจอยู่ตรงนั้น
ส่วนชายหนุ่มนั้นได้หลับตาลง เตรียมที่จะไปพบกับเถาวัลย์วิญญาณภูตนี้
ทุกคนตรงหน้าต่างมองหน้ากัน บางคนยังมองไปยังเฉียนหลัว “ศิษย์พี่เฉียน ตอนนี้ควรทำอย่างไร?”
“ยังจะทำสิ่งใดได้? รออยู่ตรงนี้ดี ๆ เถิด” เฉียนหลัวเองก็รู้สึกกังวลเช่นกัน
รอ?
ทุกคนไม่มีทางเลือกอื่น
หลังจากนั้น ภายในพื้นที่จิตของลู่เฉิน เถาวัลย์วิญญาณภูตได้มองหาวิญญาณของอีกฝ่ายรอบด้าน พร้อมทั้งทำให้เถาวัลย์เหล่านี้เติบโตอย่างบ้าคลั่ง และกลายเป็น ‘ต้นไม้ใหญ่’ ในทันที
ต้นไม้ใหญ่นี้มีกิ่งก้านงอกออกมาเต็มไปหมด
เพียงเห็นกิ่งก้านแต่ละก้าน ดูราวกับเถาวัลย์สีดำที่เป็นเหมือนลำแขน
ส่วนเงาวิญญาณของชิงอีถงนั้น เปล่งแสงอยู่ตรงกลางของต้นเถาวัลย์นั่น จนกระทั่งเวลาผ่านไปครู่หนึ่ง เขาก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา “หากเจ้าสามารถช่วยข้าจัดการเขาได้ ข้าจะมอบทั้งวิญญาณของข้าให้เจ้า!”
“ได้ ทำตามที่เจ้าว่าก็แล้วกัน!” น้ำเสียงพึงพอใจดังขึ้นจากเถาวัลย์วิญญาณภูตนี้
อย่างไรก็ตาม ชายหนุ่มปรากฏตัวพลางคลี่ยิ้มและพูดว่า “ใช้วิญญาณของตนมาเลี้ยงเถาวัลย์วิญญาณภูต เจ้าช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก”
เมื่อชิงอีถงมองไปยังอีกฝ่ายก็ยิ่งรู้สึกโมโห เพราะหากเขาไม่ได้ทำร้ายตน เช่นนั้นตนคงไม่ต้องใช้วิญญาณมาเลี้ยงเถาวัลย์วิญญาณภูตนี้เพื่อทำให้มันแข็งแกร่งขึ้นหรอก
ชิงอีถงจึงแค่นเสียงขึ้น “เป็นเพราะเจ้า! มิเช่นนั้นข้าคงไม่น่าเวทนาเช่นนี้!”
“เจ้ามายุ่งกับข้า แล้วยังมาโทษข้าอีกหรือ?” ชายหนุ่มยิ้มเย้ยหยัน
ชิงอีถงโมโหจนหันไปพูดกับเถาวัลย์วิญญาณภูตว่า “ทำให้เขาตายซะ ไม่ว่าสิ่งใดข้าก็มอบให้เจ้าได้!”
“เรื่องเล็ก!” เถาวัลย์วิญญาณภูตแทบจะไม่สนใจลู่เฉิน
“เรื่องเล็ก? เจ้าแน่ใจหรือ?” ชายหนุ่มย้อนถาม
“พูดมาก!” เมื่อเถาวัลย์วิญญาณภูตเอ่ยจบ ก็ปล่อยกิ่งก้านออกมามากมายพันรัดวิญญาณของลู่เฉินไว้
ชายหนุ่มมองมันราวกับคนโง่ก่อนจะยิ้มพลางพูดขึ้นว่า “ในที่ของข้า เจ้ายังกล้าอวดดีเพียงนี้เชียวหรือ? หรือเจ้าคิดว่าข้าข่มเหงรังแกง่ายมากหรือ?”
“เจ้านี่มันขยะชัด ๆ!” เมื่อเถาวัลย์วิญญาณภูตเอ่ยจบก็ไม่สนใจอีกฝ่าย
ชายหนุ่มยกยิ้ม “เช่นนั้นอีกไม่นาน เจ้าคงจะต้องเสียใจ!”
เมื่อพูดจบ กุ่ยเจี๋ยก็เดินเข้ามา
เถาวัลย์วิญญาณภูตมองเห็นกุ่ยเจี๋ยแต่กลับไม่สนใจ ทั้งยังใช้เถาวัลย์พันรัดมัดมันเอวไว้ ใครจะรู้ว่ากุ่ยเจี๋ยจะสามารถดูดซับพลังมันได้ ทำให้เถาวัลย์นั่นกรีดร้องดังลั่นทันที และรีบดึงแขนของมันกลับเข้าไปอย่างรวดเร็ว
ชิงอีถงเอ่ยถามด้วยความร้อนใจ “เกิดสิ่งใดขึ้น?”
“ของสิ่งนั้นสามารถดูดซับพลังของข้าได้” เถาวัลย์วิญญาณภูตรู้สึกหวาดกลัวจนตัวสั่น
ชิงอีถงพูดด้วยความโมโห “เจ้าแข็งแกร่งมากมิใช่หรือ?”
“เจอปัญหาเสียแล้ว” หลังจากที่เถาวัลย์วิญญาณภูตรู้ว่ากุ่ยเจี๋ยไม่ธรรมดาจึงเริ่มรู้สึกกังวลใจ
“ช่างไม่มีประโยชน์เสียจริง!” ชิงอีถงเผลอสบถออกมา
“อย่างน้อย ข้าก็ยังสามารถพาเจ้าหนีออกไปได้!” เมื่อเถาวัลย์วิญญาณภูตเอ่ยจบ เถาวัลย์จำนวนมากก็ปกคลุมตัวเองไว้ทันที พริบตาต่อมา พวกมันจึงกลายเป็นลูกกลมเถาวัลย์ลูกหนึ่ง และลูกกลมนี้ก็เปล่งแสงสว่างวาบก่อนจะหายไป
ลู่เฉินพึมพำเบา ๆ “ของประหลาดพวกนี้ ความรวดเร็วในการหนีนั้น นับว่าไม่เลวจริง ๆ ”
แต่ชายหนุ่มไม่สนใจ และแทรกจิตกลับมายังกายเนื้อ ทั้งยังมองไปยังเฉียนหลัวและคนอื่น ๆ
เมื่อเฉียนหลัวเห็นว่าลู่เฉินไม่เป็นอะไรก็รีบพูดขึ้นมาทันที “พวกเราซื่อสัตย์ ไม่ได้หนีไปไหน!”
คนอื่น ๆ ต่างก็แสดงให้เห็นเช่นกัน
ลู่เฉินคิดไม่ถึงว่าคนเหล่านี้จะขี้ขลาดเพียงนี้ เขาจึงพูดขึ้นว่า “มา หากไม่อยากตาย จงให้ข้าทิ้งบางสิ่งไว้บนร่างกายของพวกเจ้าเสียหน่อย”
ถึงแม้ทุกคนจะไม่รู้ว่ามันคือสิ่งใด แต่เพื่อเอาชีวิตรอด พวกเขาต่างก็เดินเข้าไปหาอีกฝ่าย
ชายหนุ่มจึงเพิ่มเงาภูตและอักขระยันต์หุ่นเชิดไว้บนร่างกายของพวกเขา เมื่อแน่ใจแล้วว่าพวกเขาจะไม่หักหลัง เขาก็เก็บมือกลับไป และนำคนเหล่านั้นเดินออกไปจากภูเขาซากศพนี้
หลังจากออกมาด้านนอกแล้ว แต่ละคนก็ราวกับได้รับชีวิตใหม่ ก่อนจะมองไปยังลู่เฉิน
ขณะเดียวกัน เฉียนหลัวก็พูดขึ้นด้วยความเคารพ “นายท่าน”
“สวนผลไม้นี้ พวกเจ้าเป็นผู้ดูแลหรือ?” ลู่เฉินเอ่ยถามเฉียนหลัวและคนอื่น ๆ
เฉียนหลัวพยักหน้ารับ “ใช่ เป็นพวกเรา!”
“เช่นนั้น สถานที่ใดที่มีพลังปราณหนาแน่ที่สุด? และมีผลไม้ที่ดีที่สุด” ชายหนุ่มมองไปยังพวกเขาพลางเอ่ยถาม
คนเหล่านี้ต่างก็มองหน้ากัน จนสุดท้ายสายตาไปตกอยู่ที่เฉียนหลัว เขาจึงพูดขึ้นมาด้วยความเกรงใจ “นายท่าน สถานที่นี้มีหลายเขต และที่ที่หนาแน่นที่สุดนั้น ที่นั่นพวกเราไม่มีความสามารถที่จะเข้าไปได้ ส่วนผลไม้ที่ล้ำค่าที่สุดก็อยู่ที่นั่น”
“โอ้? ที่ใดกัน?”
“สวนผลไม้ต้องห้าม สถานที่นั้น นอกจากผู้อาวุโสเก้า อาจารย์ของพวกเราที่สามารถเข้าไปได้แล้ว คนอื่น ๆ ก็ไม่มีความสามารถที่จะเข้าไปได้”
“ไม่มีความสามารถ?” ชายหนุ่มกลับอยากรู้มากยิ่งขึ้น
“ที่นั่น รอบด้านเต็มไปด้วยค่ายกล และผลไม้จำนวนมากยังสามารถปล่อยพิษออกมาได้ ดังนั้นหากคิดจะเข้าไป นับว่าเป็นไปได้ยากยิ่ง” เฉียนหลัวอธิบาย
สิ่งที่ลู่เฉินไม่กลัวที่สุดก็คือสิ่งนี้ “นำทางไป”
“ว่าอย่างไรนะ?” พวกเขาต่างก็ตกตะลึง เห็นได้ชัดว่าไม่กล้าเชื่อในสิ่งที่ลู่เฉินพูด
ชายหนุ่มจึงพูดย้ำอีกครั้ง “พวกเจ้านำทางไปก็พอ!”
“นายท่าน ที่นั่นอันตรายมากจริง ๆ และพิษนั่นก็น่ากลัวมาก ถึงแม้อาจารย์ของพวกเรา ยังต้องเดินไปตามเส้นทางที่แน่นอน มิเช่นนั้นเขาก็อาจถูกขังอยู่ภายในนั้นได้” เฉียนหลัวข่มขู่
แต่ลู่เฉินไม่กลัว กลับพูดด้วยท่าทางนิ่งเฉย “พวกเจ้ารีบนำทางไป ที่เหลือข้าจัดการเอง”
เฉียนหลัวอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่น้ำเสียงของอีกฝ่ายกลับทำให้เขาไม่กล้าโต้แย้งใด ๆ ทำได้เพียงนำทางไปเท่านั้น
…
ทันใดนั้นเอง อีกด้านหนึ่งของหุบเขาลึก ชิงอีถงได้ปรากฏตัวขึ้น
แต่ชิงอีถงผู้นี้ไม่มีกายเนื้อ มีเพียงวิญญาณ และวิญญาณของเขายังถูกเถาวัลย์วิญญาณภูตห่อหุ้มไว้
“ต้องหากายเนื้อให้ข้า มิเช่นนั้น วิญญาณของข้าอาจจะกระจัดกระจายได้” ชิงอีถงที่แยกออกมาจากวิญญาณก่อกำเนิดและกายเนื้อพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง
“วางใจเถิด มีข้าอยู่ จะปล่อยให้เจ้าตายได้อย่างไร?” เมื่อเถาวัลย์วิญญาณภูตกล่าวจบก็เดินไปรอบ ๆ จากนั้นจู่ ๆ ก็เข้าไปครอบครองภายในร่างของผู้พิทักษ์หุบเขาลึกคนหนึ่ง
จู่ ๆ ผู้พิทักษ์คนนั้นก็ดูชั่วร้ายขึ้นมา เขายืนพูดอยู่คนเดียวตรงนั้น จนกระทั่งเสียงของชิงอีถงดังขึ้นมา “ข้าสามารถควบคุมกายเนื้อของเขาได้แล้ว?”
“พูดมาก มีข้าอยู่ เจ้าจะทำสิ่งใดก็ย่อมได้!”
ชิงอีถงได้ยินก็รู้สึกดีใจ “ข้าจะไปหาผู้พิทักษ์กลุ่มอื่น เพื่อไปจับเจ้าหนุ่มนั่น!”