ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 654 การเปิดตัวที่น่าประหลาดใจ!
บทที่ 654 การเปิดตัวที่น่าประหลาดใจ!
จูเก๋อหลิงเฟิ่งอยากเผชิญหน้ากับลู่เฉินจนแทบจะทนไม่ไหว เขาอยากฆ่าอีกฝ่ายให้ตายไปซะ
ทว่าลู่เฉินกลับนิ่งเฉยไม่สนใจ ในขณะที่ผู้อาวุโสสิบให้ทุกกลุ่มออกมาจากค่ายกลตามลำดับหมายเลข
ตัวอย่างเช่น ลู่เฉินและพวกนั้นหมายเลขหนึ่ง เฉียนหลัวหมายเลขสอง ฉีเจี้ยนหมายเลขสาม จูเก๋อหลิงเฟิงหมายเลขห้า…
เมื่อเรียงตามลำดับแล้ว ผู้อาวุโสสิบก็เริ่มจับฉลาก
กานจิ่วเม่ยได้แต่ภาวนาว่า “อย่าให้ได้เจอกับพวกจูเก๋อหลิงเฟิงเลย”
กู่ซานฉงรู้ดีว่าไม่ช้าก็เร็วอย่างไรก็ต้องเจอ ดังนั้นเขาจึงขมวดคิ้วมุ่น
จนกระทั่งเวลาผ่านไปครู่หนึ่ง ผู้อาวุโสสิบก็ได้เอาแผ่นไม้ทั้งยี่สิบหมายเลขแบ่งเป็นสิบกอง จากนั้นจึงค่อย ๆ เปิดออกต่อหน้าทุกคน ก่อนจะพูดขึ้นว่า “ทุกคนดูเถิด”
แต่ละคนต่างก็จ้องมองไปยังหมายเลขบนแผ่นไม้ที่ถูกเปิดออก
เมื่อกานจิ่วเม่ยเห็นว่าหมายเลขตรงกับหมายเลขหก ก็รู้สึกตื่นเต้นจนอดพูดขึ้นมาไม่ได้ “ไม่ใช่พวกเขา!”
แต่กลุ่มคนที่เจอกับหมายเลขหนึ่งต่างก็มองหน้ากัน
แต่เมื่อผู้อาวุโสแปดไปหาคนกลุ่มนั้น “หากพวกเจ้าผู้ใดสามารถสังหารเจ้าหนุ่มนั่นให้ข้า แล้วนำวิญญาณของเขาผนึกเข้าไปยังภายในอักขระยันต์วิญญาณนี้ได้ ข้าจะให้ผู้นั้นกลายเป็นศิษย์ของข้าทันที”
หัวหน้าของคนกลุ่มนั้นเป็นชายหน้าดำคนหนึ่ง เมื่อเขาได้ยินเช่นนี้ก็อดรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาไม่ได้ “จริงหรือ?”
“จริง!” ผู้อาวุโสแปดรับปาก
“ได้!” ชายหน้าดำรับยันต์มาด้วยความตื่นเต้น
ส่วนผู้อาวุโสแปดก็ได้นำยันต์ในมืออีกแผ่นหนึ่งออกมา
“ยันต์นี้ สามารถปล่อยเขตแดนชั่วคราวได้ เมื่อถึงเวลานั้น พวกเจ้าสามารถโยนยันต์นี้ไปยังพวกเขา จากนั้นเมื่อมันกลายเป็นเขตแดน พวกเจ้าก็จะสามารถลงมือกับพวกเขาได้” ผู้อาวุโสแปดส่งยันต์นี้ออกไป
ชายหน้าดำเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ “ผู้อาวุโสแปด นี่คือยันต์อะไรกัน?”
“เจ้าแค่ใช้มันก็พอ เรื่องอื่นไม่ต้องสนใจ” ผู้อาวุโสแปดกำชับกับชายหน้าดำ
ชายหน้าดำขานรับ “ได้ พวกเราจะทำตาม”
“ดี ดีมาก!” ผู้อาวุโสแปดฉีกยิ้ม จากนั้นหมุนตัวและเดินออกไป
จูเก๋อหลิงเฟิงเห็นผู้อาวุโสแปดกลับมาก็เอ่ยถาม “อาจารย์ เมื่อครู่นี้ท่าน?”
“เมื่อครู่ ข้าได้มอบยันต์ที่ผนึกเขตแดนหมัดแสงทองให้เขาไปแล้ว”
“ยันต์เขตแดนหมัดแสงทอง?” จูเก๋อหลิงเฟิงสงสัย
“ข้าผนึกเคล็ดวิชาลงไปภายในยันต์ และเมื่อพวกเขาใช้ยันต์นี้ ก็จะสำแดงพลังของยันต์นี้ แต่จะมีเวลามากสุดเพียงหนึ่งก้านธูป แต่ก็มากพอที่จะจัดการพวกเขาแล้ว” ผู้อาวุโสแปดพูดด้วยความมั่นใจ
จูเก๋อหลิงเฟิงยังคิดที่จะอยากจัดการกับลู่เฉินด้วยมือตัวเอง แต่ตอนนี้เมื่อได้ยินเช่นนี้แล้วก็รู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย “อาจารย์ เช่นนี้ข้าก็ไม่สามารถจัดการเจ้าหนุ่มนั่นด้วยตัวเองหรือ?”
“การประลองห้าครั้ง ไม่แน่อาจจะมาถึงเจ้าได้ ดังนั้นหากจัดการได้เร็วก็ควรรีบลงมือ อย่ายื้อเวลาให้นานเกินไป”
“ย่อมได้”
“ดูเรื่องสนุกเถิด ยันต์เขตแดนหมัดแสงทองนี้ ไม่ได้อ่อนแอไปกว่าสิ่งที่เจ้าปล่อยออกมาเลย” ผู้อาวุโสแปดยกยิ้มชั่วร้าย
จูเก๋อหลิงเฟิงได้ยินเช่นนั้นก็แสดงมีสีหน้ามีความหวัง
จากนั้น ผู้อาวุโสสิบก็ประกาศว่า “เริ่มจากหมายเลขหนึ่ง”
นั่นหมายความว่า พวกลู่เฉินต้องขึ้นไปก่อน
แต่เมื่อครู่ ทุกคนต่างก็เห็นว่าผู้อาวุโสแปดและกลุ่มคนหมายเลขหกได้มีการพูดคุยกัน ดังนั้นทุกคนจึงคาดเดาว่ากลุ่มคนหมายเลขหกนี้จะลงมือกับลู่เฉินและคนอื่น ๆ อย่างโหดร้ายหรือไม่
แต่กานจิ่วเม่ยกลับไม่กลัว ยังยืนอยู่บนลานประลองจ้องมองชายหน้าดำผู้นั้นพลางพูดด้วยรอยยิ้ม “ข้าแนะนำพวกเจ้า อย่าขุดหลุมฝังตัวเองเพียงเพื่อผลประโยนช์เพียงเล็กน้อยเท่านั้น”
ชายหน้าดำรู้ว่าคนของภูเขาเดียวดายเหล่านี้ไม่ธรรมดา แต่ตัวเขานั้นก็เป็นคนพิเศษของภูเขาหุบเขาลึก ดังนั้นเขาจึงตอบกลับไปอย่างมั่นใจ “ข้าจะรอดูว่าพวกเจ้าภูเขาเดียวดายมีความสามารถเช่นไรกัน”
“จินอีฉุยตายไปแล้ว เจ้าคิดว่าอย่างไร?” กานจิ่วเม่ยฉีกยิ้มพลางมองชายหน้าดำ
ชายหน้าดำตะโกนลั่น “นั่นเป็นเพียงอุบัติเหตุ!”
“โอ้? อุบัติเหตุ?” กานจิ่วเม่ยประชดอีกฝ่าย
“แม่หนู อีกไม่นานเจ้าก็จะได้รู้” ชายหน้าดำพูดจบก็นำยันต์ออกมา
ยันต์นี้คือยันต์ที่ผนึกเคล็ดวิชาไว้ ดังนั้นชายหน้าดำจึงให้คนของตนถอยออกไปอีกด้านหนึ่ง จากนั้นเขาจึงสำแดงพลังของยันต์ทันที
ทุกคนต่างก็แปลกใจว่าชายหน้าดำผู้นี้กำลังจะทำสิ่งใด
และในขณะนั้นเอง ยันต์ก็ถูกโยนออกไป
เพียงไม่นานเขตแดนแสงทองก็ปรากฏออกมาปกคลุมทั้งสามไว้ตรงนั้น กานจิ่วเม่ยจึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย “เขตแดนหมัดแสงทอง?”
กู่ซานฉงลองโจมตีอีกครั้ง พบว่าเขตแดนนี้แข็งแกร่งกว่าของจินอีฉุยอยู่มาก
ผู้คนที่มองดูอยู่เริ่มถกเถียงกันจนเกิดเสียงดังรอบด้าน
“เคล็ดวิชาที่ถูกผนึกไว้แล้ว”
“ผู้อาวุโสแปดมอบสิ่งนี้ให้กับพวกเขานี่เอง”
“เช่นนั้นคงน่ากลัวมาก?”
“เก่งกว่าจินอีฉุยยิ่งนัก!”
ขณะนั้นเอง ผู้อาวุโสเจ็ดที่อยู่ในมุมมืดก็หัวเราะขึ้น “ผู้อาวุโสแปด ท่านช่างหน้าไม่อายเสียจริง ถึงกับมอบสิ่งของเช่นนี้ออกไป”
“ไม่เกี่ยวอะไรกับเจ้า!” ผู้อาวุโสแปดตะโกนไปรอบ ๆ
ผู้อาวุโสเจ็ดทนดูต่อไปไม่ไหว จึงพูดเยาะเย้ยขึ้นมา “ไม่เกี่ยวกับข้า แต่การประลองในวันนี้ เจ้ากลับใช้วิธีสกปรกเช่นนี้ อยากถูกผู้คนหัวเราะเยาะงั้นหรือ?”
“ข้าไม่สนใจ!” ผู้อาวุโสแปดตอบกลับ
ผู้อาวุโสเจ็ดกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่บนลานประลองกลับคึกครื้นขึ้นมา เพราะทั้งสามคนกำลังเตรียมที่จะลงมือกับลู่เฉินและพวกที่อยู่ภายในเขตแดน
แต่ชายหนุ่มกลับวางมือข้างหนึ่งลงบนเขตแดนหมัดแสงทอง จู่ ๆ เขตแดนหมัดแสงทองก็ดูเลือนรางไป ราวกับจะหายไปได้ตลอดเวลา
“นี่มันเป็นไปได้อย่างไร?” ผู้อาวุโสแปดตกตะลึง
ไม่เพียงแต่ผู้อาวุโสแปดเท่านั้น ชายหน้าดำและคนอื่น ๆ บนลานประลองต่างก็เบิกตากว้าง
กานจิ่วเม่ยหัวเราะลั่น “เก่งกาจ”
หลังจากนั้น เขตแดนนั้นก็หายไปในที่สุด
กลุ่มของชายหน้าดำมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก ผู้อาวุโสแปดแสดงท่าทีจริงจังมากขึ้น ส่วนเฮยหลวนกลับหัวเราะอย่างชอบใจ “เจ้าหนุ่มผู้นี้ คาดเดาได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ จริง ๆ”
ขณะนั้นเอง กู่ซานฉงที่อยู่บนลานประลองก็เริ่มลงมือ
ชายหน้าดำและพวกก็ลงมือเช่นกัน
พลังของทั้งสามนั้นไม่อ่อนแอ เพราะอย่างไรก็เป็นคนของภูเขาหุบเขาลึก
แต่กานจิ่วเม่ยและกู่ซานฉงก็แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก บีบจนทั้งสามถอยหลังออกไปทีละก้าว ส่วนด้านชายหนุ่มนั้น เขาได้นำธนูออกมา และยิงออกไปทีละดอก
ตอนแรกทุกคนคิดว่าลู่เฉินที่เป็นเพียงขั้นหลอมแก่นแท้นั้น เมื่อปล่อยเคล็ดวิชาธนูออกไปก็คงไม่ได้แข็งแกร่งมากนัก
แต่คิดไม่ถึงว่าศรนี้จะน่ากลัว สามารถทะลุแขนของชายหน้าดำได้ในทันที
นั่นจึงทำให้ชายหน้าดำหวาดกลัวจนตื่นตระหนก เขาหันไปตะโกนต่อผู้อาวุโสสิบทันที “พวกเรายอมแพ้!”
ทุกคนคิดไม่ถึงว่าคนเหล่านี้จะยอมแพ้ง่าย ๆ เช่นนี้
ผู้อาวุโสแปดโมโหจนต้องก่นด่า “ไร้ประโยชน์!”
จูเก๋อหลิงเฟิงก็คิดไม่ถึงว่าลู่เฉินจะทำลายเขตแดนหมัดแสงทองได้ง่าย ๆ เช่นนี้ และยังสามารถใช้เพียงธนูก็ทำให้ชายหน้าดำพ่ายแพ้ได้
ไม่เพียงแต่จูเก๋อหลิงเฟิงเท่านั้น ผู้คนจำนวนมากในบริเวณนั้นก็รู้สึกทึ่งกับการเปิดตัวการประลองยกแรกของลู่เฉิน
ผู้อาวุโสเจ็ดที่อยู่ในมุมมืดหัวเราะชอบใจ และยังหัวเราะผู้อาวุโสแปดอีกด้วย “ผู้อาวุโสแปดนะผู้อาวุโสแปด ดูเหมือนว่าทักษะค่ายกลนี้จะไม่ธรรมดาเสียแล้ว”
“เจ้าลำพองใจให้น้อยหน่อย!” ผู้อาวุโสแปดตะคอกอย่างหงุดหงิดใจ
“ข้าชอบเขามากขึ้นเรื่อย ๆ เสียจริง” ผู้อาวุโสเจ็ดพูดด้วยความชื่นชม
ผู้อาวุโสแปดโมโหจนกัดฟันกรอด
หลังจากนั้นลู่เฉินและคนอื่น ๆ ก็ลงจากลานประลอง การแข่งขันอื่นจึงดำเนินต่อไป
ในการแข่งขันครั้งนี้ จูเก๋อหลิงเฟิงและเฮยหลวนเป็นคนที่เก่งที่สุด แทบจะฆ่าคนได้ทันที ส่วนคนอื่น ๆ นั้นค่อนข้างอ่อนแอ
ไม่เพียงเท่านั้น เมื่อจูเก๋อหลิงเฟิงชนะยังมองมาที่ลู่เฉินเป็นพิเศษพลางชี้มา และพูดว่า “รอให้ข้าได้พบกับเจ้า ข้าจะทำให้พวกเจ้ามีจุดจบเช่นเดียวกับพวกเขา!”