ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 661 คนแรกที่ใช้พิษในหุบเขาลึก ดอกบ๊วยหลากสี!
บทที่ 661 คนแรกที่ใช้พิษในหุบเขาลึก ดอกบ๊วยหลากสี!
ขณะนั้น จูเก๋อหลิงเฟิงยังได้รับบาดเจ็บสาหัส และยิ่งอาจารย์ของตนจัดการลู่เฉินไม่สำเร็จ ทำให้เขาได้แต่รู้สึกกังวลใจ เมื่อไปถึงยังห้องลับ เขาเห็นเพียงอาจารย์ของตนมีเพียงวิญญาณเท่านั้น เขาก็ยิ่งมีสีหน้าเปลี่ยนไป “ท่าน…”
“เจ้าหนุ่มนั่นหลอกข้า” ผู้อาวุโสแปดพูดด้วยความโมโห
“เกิดเรื่องใดขึ้นกันแน่?!” จูเก๋อหลิงเฟิงรู้สึกกังวล
ผู้อาวุโสแปดเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้อีกฝ่ายฟัง
เมื่อได้ยินเรื่องราวทั้งหมด จูเก๋อหลิงเฟิงก็ยิ่งรู้สึกโมโห “เจ้าสารเลวผู้นี้สมควรตาย!”
“สิ่งที่สำคัญคือ เจ้าหนุ่มคนนั้นไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด จึงสามารถนำหญ้าของผู้อาวุโสเก้ามาตัดสินว่าข้าพูดโกหกได้!” ผู้อาวุโสแปดรู้สึกสงสัยเป็นอย่างมาก
“หรือเจ้าหนุ่มผู้นี้ จะจัดการวางหมากในหญ้านั่นเสียแล้ว?”
“แต่ในตอนนั้น มีเพียงผู้อาวุโสเก้าที่อยู่ที่นั่น เจ้าหนุ่มผู้นั้นจะวางหมากได้อย่างไร?” ผู้อาวุโสแปดถามด้วยความสงสัย
“เจ้าหนุ่มผู้นี้ คิดจะทำสิ่งใดกัน?” จูเก๋อหลิงเฟิงยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห
ผู้อาวุโสแปดมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก “เจ้าไปพบผู้อาวุโสห้าแทนข้า! แล้วบอกว่าข้ายอมรับเงื่อนไขของนาง แต่นางต้องคิดหาวิธีจัดการเจ้าหนุ่มผู้นั้นซะ”
“ผู้อาวุโสห้า?” จูเก๋อหลิงเฟิงเบิกตากว้าง
“อืม นางอยู่ภายในป่าพฤกษาพิษภายในหุบเขาลึก เจ้าจงไปตามหานางที่นั่น แต่ต้องระวังเป็นพิเศษ ที่นั่นเต็มไปด้วยพิษ ถ้าเลี่ยงความวุ่นวายได้ก็จงเลี่ยงซะ” ผู้อาวุโสแปดกำชับ
จูเก๋อหลิงเฟิงขานรับ “ขอรับ อาจารย์!”
จูเก๋อหลิงเฟิงรีบออกไปทันที เพราะเขารู้ดีว่าหากผู้อาวุโสห้าลงมือ อย่างไรลู่เฉินก็ต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย
ส่วนผู้อาวุโสแปดนั้นเมื่อเห็นจูเก๋อหลิงเฟิงออกไป จึงพูดขึ้นมาด้วยสีหน้าไม่สู้ดี “เจ้าหนุ่ม ข้าไม่เชื่อว่าข้าจะฆ่าเจ้าไม่ได้!”
…
หลังจากเวลาผ่านไปหนึ่งก้านธูป จูเก๋อหลิงเฟิงได้มาถึงผืนป่าแห่งหนึ่ง ต้นพืชที่นี่มีมากมายหลากหลายสี ดูแล้วไม่ธรรมดาสักนิด
แต่ภาพทิวทัศน์ที่สวยงามเช่นนี้ จูเก๋อหลิงเฟิงไม่กล้าชื่นชม และยังไม่กล้าเข้าใกล้ เขาจึงทำเพียงยืนอยู่ตรงนั้น และตะโกนเข้าไปยังทิวทัศน์ที่สวยงามตรงหน้า “ผู้อาวุโสห้า!”
“มีเรื่องใดกัน?” เสียงแหบแห้งของสตรีดังก้องขึ้นมาจากผืนป่าที่น่ากลัวนี้
จูเก๋อหลิงเฟิงรู้สึกขนลุกซู่ไปหมด “คือว่า อาจารย์ของข้ามีเรื่องให้ท่านช่วย”
“ช่วย? คิดว่าข้าเป็นใครกัน?” นางเริ่มไม่พอใจเล็กน้อย
“อาจารย์ของข้าบอกว่า เพียงแค่ท่านยอมช่วย เขาจะยอมรับเงื่อนไขของท่าน”
“โอ้? ในที่สุดชายผู้นั้นก็ยอมเปิดหูเปิดตาแล้วสินะ” น้ำเสียงในผืนป่าอันแสนน่ากลัวหัวเราะดังลั่น
“ผู้อาวุโสห้า เช่นนั้นคงต้องรบกวนท่านแล้ว”
“ว่ามาเถิด ช่วยเรื่องใดกัน” น้ำเสียงแหบแห้งของผู้อาวุโสห้าเอ่ยถามขึ้นมา
จูเก๋อหลิงเฟิงจึงเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้นางฟัง
เมื่อได้ฟังแล้ว ผู้อาวุโสห้าก็เผยยิ้มประหลาดในมุมมืด “ขั้นหลอมแก่นแท้? ทำให้อาจารย์ของเจ้ากลัวงั้นหรือ?”
“ใช่!”
ผู้อาวุโสห้าไม่เชื่อ “ข้าจะไปถามอาจารย์ของเจ้าเสียหน่อย!”
เห็นเพียงผู้อาวุโสห้ากลายเป็นเงาสีดำและจากไป ท่ามกลางเงายังแฝงไปด้วยสีสันหลากสี ดูแล้วช่างแปลกประหลาดนัก
จูเก๋อหลิงเฟิงเห็นเช่นนั้นก็พึมพำออกมา “เพียงแค่ผู้อาวุโสห้ายอมออกหน้า เจ้าหนุ่มผู้นั้นจบเห่แน่!”
หลังจากนั้น จูเก๋อหลิงเฟิงจึงจากไปด้วยความดีใจ เพียงไม่นาน ผู้อาวุโสห้าก็มาถึงห้องลับของผู้อาวุโสแปด
เมื่อผู้อาวุโสห้าเห็นวิญญาณของผู้อาวุโสแปด นางก็เอ่ยถามด้วยความสงสัย “เพียงแค่ผู้ฝึกตนขั้นหลอมแก่นแท้หนึ่งคน ทำให้เจ้ากลายเป็นเช่นนี้ได้เชียวหรือ?”
“เจ้าหนุ่มนั่นมีสิ่งประหลาดบางอย่างที่น่ากลัวมาก”
“สิ่งประหลาด?” ผู้อาวุโสห้าแปลกใจ
“มันสามารถปล่อยสายฟ้าที่แข็งแกร่งออกมาได้ และยังทำให้คนรู้สึกมึนหัว” เมื่อผู้อาวุโสแปดหวนคิดไปถึงเงาสายฟ้านั้นก็รู้สึกไม่สบายใจขึ้นมา
เมื่อผู้อาวุโสห้าได้ยินเช่นนั้น กลับพูดด้วยความดีใจว่า “โอ้? ลองพูดมาว่าเขายังมีทักษะใดอีก”
“เขาสามารถทำให้หญ้าของจิ่วคูพูดโกหกได้”
“หญ้า?”
ผู้อาวุโสแปดจึงค่อย ๆ เล่าออกมา
เมื่อผู้อาวุโสห้าเข้าใจแล้วจึงพูดขึ้นว่า “ทำให้หญ้าเชื่อฟังได้นั้น นับว่ามีทักษะไม่ธรรมดา”
“มีความสามารถเช่นนี้ในหุบเขาลึก คิดว่ามีเพียงไม่กี่คน แต่เขาเป็นเพียงขั้นหลอมแก่นแท้เท่านั้น” ผู้อาวุโสแปดคิดอย่างไรก็ยังไม่เข้าใจ
ผู้อาวุโสห้าจึงหัวเราะด้วยเสียงที่แหบแห้ง “ถ้าหากข้าจัดการเขา เจ้าจะตกลงเงื่อนไขก่อนหน้านี้ของข้าหรือ?”
“ใช่ เพียงแค่เจ้าจัดการเขาได้”
“ข้าต้องการศิลานั่นของเจ้า” ผู้อาวุโสห้าจ้องมองไปยังผู้อาวุโสแปด
“ตกลง!”
“ได้ เช่นนั้นเขาอยู่ที่ใด?!”
“เขาอยู่ที่สวน แต่ที่นั่นมีผู้อาวุโสสี่และผู้อาวุโสสิบ ดังนั้นยามที่เจ้าลงมือ อาจจะต้องคอยระวังเสียหน่อย” ผู้อาวุโสแปดเอ่ยเตือน
“ถ้าหากข้าคิดจะจัดการเจ้าหนุ่มนั่นจริง อย่างไรพวกเขาก็ไม่มีทางขวางทางข้าได้!” เมื่อผู้อาวุโสห้าพูดจบก็หายตัวไปทันที
ผู้อาวุโสแปดพึมพำออกมาว่า “หวังว่าจะทำสำเร็จ”
…
ขณะนั้นเอง ผู้คนภายในสวนไม่รู้ว่าความอันตรายกำลังใกล้เข้ามา โดยเฉพาะกานจิ่วเม่ยที่ยังพูดกับลู่เฉิน “วันนี้พวกเราชนะสามรอบ พรุ่งนี้เพียงแค่ชนะอีกสองรอบ พวกเราก็จะนำหน้าได้!”
กู่ซานฉงจึงพูดขึ้นว่า “ถ้าหากเป็นเช่นนั้นจริง พวกเรามีโอกาสสูงที่จะเข้าสู่ห้าอันดับแรก”
ลู่เฉินไม่ได้พูดอะไร แต่กลับคิดว่าควรทำอย่างไรไม่ให้ผู้อาวุโสสามหนีออกไปได้
และในขณะนั้นเอง ภายในสวนของหุบเขาลึกได้เกิดหมอกหนาปกคลุมขึ้นมา
ไม่เพียงเท่านั้น แม้แต่ภายในทุก ๆ ห้องใต้หลังคาก็เต็มไปด้วยหมอก
ทุกคนพลันตกตะลึงและต่างแปลกใจว่าเกิดเรื่องใดขึ้น แต่ผู้อาวุโสสี่และผู้อาวุโสสิบที่คอยดูแลความเรียบร้อยอยู่นั้นกลับพบว่ามีบางอย่างผิดปกติ จึงเริ่มมองหาที่มาของหมอกหนานี้
กานจิ่วเม่ยเริ่มสงสัย “เหตุใดจู่ ๆ จึงเกิดหมอกขึ้นมาได้?”
กู่ซานฉงก็สงสัยเช่นกัน ลู่เฉินจึงแสยะยิ้มออกมา “ดูเหมือนว่ากำลังมาหาข้า”
“สิ่งใดกำลังมาหาเจ้า?” กานจิ่วเม่ยไม่เข้าใจ
กู่ซานฉงก็ไม่เข้าใจเช่นกัน และในขณะนั้นเอง เสียงแหบแห้งก็ดังขึ้น “ไม่เลวนี่ ขั้นหลอมแก่นแท้สามารถรับรู้การมาถึงของข้าได้!”
น้ำเสียงนี้ทำให้กานจิ่วเม่ยและกู่ซานฉงแปลกใจว่าคือผู้ใด
และในขณะนั้นเอง หญิงชราที่เปล่งแสงหลากสีก็ปรากฏตัวขึ้น บนใบหน้าของหญิงชราผู้นี้มีแผลเป็นอยู่จำนวนมาก ราวกับถูกอะไรบางอย่างเผาไหม้
เมื่อเห็นเช่นนั้น กานจิ่วเม่ยก็ตกตะลึงไปในทันที “ผู้อาวุโสห้า!”
กู่ซานฉงยิ่งมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก “คนแรกที่ใช้พิษในหุบเขาลึก!”
“ใช่ ข้าเอง ดอกบ๊วยหลากสี!” ผู้อาวุโสห้าฉีกยิ้ม
ทั้งสองเริ่มหวาดกลัวอีกฝ่าย และในขณะนั้นเอง ไป๋หลี่ซานก็รีบเข้ามา เมื่อเห็นภาพนี้ก็เอ่ยถามขึ้นมาทันที “ผู้อาวุโสห้า ไม่รู้ว่าท่านมาที่นี่เพราะเหตุใด?”
ผู้อาวุโสห้าฉีกยิ้มพลางมองคนเหล่านี้ “ข้ามาหาเขา”
ทุกคนสัมผัสถึงลางสังหรณ์ที่ไม่ค่อยดีนัก ลู่เฉินจึงเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ “ผู้ใดให้เจ้ามากัน?”
“ผู้อาวุโสแปด” ผู้อาวุโสห้าตอบพลางจ้องมองลู่เฉิน
แต่ชายหนุ่มกลับพูดขึ้นว่า “ข้าขอแนะนำเจ้า อย่าออกหน้าแทนผู้อื่น มิเช่นนั้น ตัวเองจะตายอย่างไรก็ไม่อาจรู้ได้”
ไป๋หลี่ซานและคนอื่น ๆ ตกตะลึงนิ่งอึ้งไป พวกเขาคิดไม่ถึงว่าลู่เฉินจะกล้าพูดเช่นนี้กับผู้อาวุโสห้า
เมื่อผู้อาวุโสห้าได้ฟังคำเตือนดังกล่าวก็ยิ่งรู้สึกฮึกเหิม “หลายปีแล้ว ข้าเพิ่งเคยได้ยินคำพูดอวดดีเช่นนี้”
“เจ้าควรจะรู้ว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้นหากผู้อาวุโสแปดทำให้ข้าขุ่นเคืองใจ?” ลู่เฉินฉีกยิ้ม
ผู้อาวุโสห้าจึงอธิบายว่า “เป็นเพราะเขาขัดขวางเจ้า จึงตกหลุมพรางเจ้า มิเช่นนั้นเขาจะบาดเจ็บได้อย่างไร?”
“โอ้? อย่างนั้นหรือ?” ชายหนุ่มแสยะยิ้ม
เมื่อเห็นลู่เฉินยังสามารถยิ้มได้ ผู้อาวุโสห้าก็ยกยิ้มพลางพูดขึ้นว่า “ในขณะที่เจ้ากำลังพูดอยู่นั้น ข้าได้ปล่อยพิษออกไปแล้ว!”
ไป๋หลี่ซานและคนอื่น ๆ ตกตะลึงจนหน้าเปลี่ยนสีทันที และต่างก็แปลกใจว่าเป็นพิษชนิดใด