ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 662 ใช้พิษต่อหน้าข้า? ช่างน่าตลกนัก!
บทที่ 662 ใช้พิษต่อหน้าข้า? ช่างน่าตลกนัก!
ลู่เฉินไม่มีท่าทางตื่นกลัวแม้แต่น้อยและยังพูดขึ้นว่า “ไร้สี ไร้กลิ่น ไอพิษที่สามารถทำให้พลังปราณหายไปได้อย่างรวดเร็ว และจะได้ผลดีที่สุดสำหรับผู้ที่ต่ำกว่าขั้นแปลงเซียน”
เมื่อทุกคนได้ยินเช่นนั้นก็คิดว่าชายหนุ่มได้รับพิษไปแล้ว
ผู้อาวุโสห้ายกยิ้ม “ตอนนี้รู้ถึงความเก่งกาจของข้าแล้วใช่หรือไม่?”
“แต่ข้าไม่ได้รับพิษใด ๆ เลย” เพียงประโยคเดียวของชายหนุ่ม ก็ทำให้รอยยิ้มของผู้อาวุโสห้าค่อย ๆ เจื่อนลง
กานจิ่วเม่ยและคนอื่น ๆ มองหน้ากัน ต่างแปลกใจว่าเกิดเรื่องใดขึ้น
ลู่เฉินมองไปยังผู้อาวุโสห้า “ข้าบอกเจ้าตามความจริง ไม่ว่าพิษใด ข้าก็ไม่กลัว”
“พิษใดก็ไม่กลัวอย่างนั้นหรือ? เจ้าหนุ่ม ความสามารถในการคุยโวของเจ้า นับว่าเก่งกาจไม่น้อย!” เมื่อผู้อาวุโสห้าพูดจบ ก็โบกมือข้างหนึ่งขึ้น แสงสีเขียวปกคลุมลู่เฉินทันที จากนั้นแสงสีเขียวก็แผ่กระจายแสงสีดำออกมา
จากนั้นทั้งร่างของชายหนุ่มก็กลายเป็นสีดำ
ไป๋หลี่ซานพูดด้วยความร้อนใจ “ผู้อาวุโสห้า พรุ่งนี้เขายังต้องเป็นตัวแทนภูเขาเดียวดายเข้าร่วมการประลอง”
“เขาจะแข่งหรือไม่นั้นเกี่ยวกับข้าอย่างไรหรือ?” ผู้อาวุโสห้าไม่สนใจ
“แต่ว่า…!” ไป๋หลี่ซานคิดจะพูดอะไรบางอย่าง แต่กลับถูกผู้อาวุโสห้าพูดตัดบทเสียก่อน
เห็นเพียงผู้อาวุโสห้าจ้องมองลู่เฉินด้วยรอยยิ้มประหลาด “เจ้าหนุ่ม ตอนนี้เจ้าจงไปกับข้าเสียเถิด!”
“หากข้าไม่ไปเล่า?”
“เจ้าก็เห็นแล้ว หากได้รับพิษของข้า ถ้าหากไม่ไป ข้าสามารถให้พิษนี้ทำให้ร่างของเจ้าเน่าเปื่อยในทันทีได้ เมื่อถึงเวลานั้น กายเนื้อของเจ้าก็จะสูญสลายไป” ผู้อาวุโสห้าแสยะยิ้มชั่วร้าย
ชายหนุ่มขานรับ “พิษนี้ของเจ้าทำอะไรข้าไม่ได้!”
“เจ้าหนุ่ม เจ้าคิดจะท้าทายพิษนี้ของข้าหรือ?” เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายพูดจาอวดดีเช่นนี้ ผู้อาวุโสห้าก็ยกยิ้มเย็นชา
“เพียงเจ้าลอง ก็จะรู้มิใช่หรือ?” ชายหนุ่มไม่สนใจผู้อาวุโสห้าแม้แต่น้อย
“เช่นนั้นข้าก็จะไม่เกรงใจแล้ว!”
ไป๋หลี่ซานและคนอื่น ๆ เริ่มหลับตาลง แต่ชายหนุ่มไม่สนใจพวกเขา กลับปล่อยให้ผู้อาวุโสห้ากวัดแก่งมือทั้งสองไปมาอย่างอิสระ
ผู้อาวุโสห้าคิดว่าพิษนี้สามารถทำให้ร่างของอีกฝ่ายเน่าเปื่อยได้ ทว่าใครจะคิดว่าไม่เพียงแต่พิษนี้จะไม่เกิดผลใด ๆ เท่านั้น แต่กลับทำให้สีดำบนร่างของลู่เฉินค่อย ๆ หายออกไป และกลายเป็นเช่นเดิมในที่สุด ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ผู้อาวุโสห้าตกตะลึงจนนิ่งไป
กานจิ่วเม่ยและคนอื่น ๆ มองลู่เฉินอย่างเหลือเชื่อ
ชายหนุ่มมองไปยังผู้อาวุโสห้าที่กำลังตกตะลึงอยู่ “ยังมีพิษที่รุนแรงกว่านี้หรือไม่? นำออกมาหมดหรือยัง! ข้าจะรอดูว่าเจ้าผู้เป็นถึงยอดฝีมือในการใช้พิษอันดับหนึ่งจะมีความสามารถมากเพียงใดกัน!”
ชายหนุ่มกล่าวยั่วยุ ทำให้ในที่สุดผู้อาวุโสห้าก็ ‘ปล่อย’ คำพูดออกมา “ดี ดีมาก!”
เพียงไม่นาน รอบกายลู่เฉินก็เกิดแสงหลากสีสว่างขึ้น
แสงหลากสีนี้ได้กลายเป็นเขตแดน พันธนาการชายหนุ่มไว้ภายใน จากนั้นแสงทั้งห้าสีที่แตกต่างกันภายในเขตแดนก็ปรากฏขึ้น ดูแล้วช่างน่ากลัวนัก
“เจ้าหนุ่ม อย่าดูเลย สิ่งนี้เรียกว่าพิษห้าสี” ผู้อาวุโสห้าพูดด้วยความพึงพอใจ
ไป๋หลี่ซานได้ยินว่ามีพิษห้าสีก็รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาทันที กานจิ่วเม่ยจึงเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ “ประมุขยอดเขา พิษห้าสีคือสิ่งใดกัน?”
ไป๋หลี่ซานขมวดคิ้วมุ่น “พิษห้าสี สามารถกลายเป็นพิษห้าชนิดได้ และไม่สามารถถอนพิษได้”
“ไม่สามารถถอนพิษได้?”
“เพราะว่าไม่ว่าจะชะล้างพิษชนิดใด อีกสี่ชนิดที่เหลือก็จะมีพลังแข็งแกร่งขึ้น” ไป๋หลี่ซานอธิบาย
ครั้นกานจิ่วเม่ยและกู่ซานฉงได้ยินเช่นนี้ก็ชะงักไปครู่หนึ่ง รู้สึกว่าพิษนี้น่ากลัวเกินไปเสียแล้ว
ผู้อาวุโสห้าหัวเราะเสียงดังลั่น
ลู่เฉินที่อยู่ภายในเขตแดนกลับยกยิ้ม พลางดูดซับไอพิษเหล่านี้เข้าสู่ร่างกายทั้งหมด
“เจ้าหนุ่ม เจ้ากล้าดูดซับมันเช่นนี้? ไม่กลัวตายรึ?” เมื่อเห็นอีกฝ่ายซึมซับพลังอย่างบ้าคลั่ง ผู้อาวุโสห้าก็เผยรอยยิ้มเย็นชา
เมื่อลู่เฉินดูดซับเรียบร้อยแล้ว เขายังเอามือไปสัมผัสบริเวณเขตแดน จนทำให้มันถูกทำลายลงในที่สุด
ส่วนชายหนุ่มนั้นไม่เป็นอะไรแม้แต่น้อย
รอยยิ้มของผู้อาวุโสห้าเลือนหายไปทันที นางจ้องมองลู่เฉินพลางเอ่ยถาม “เจ้าทำสิ่งใดกัน?”
“ข้าบอกแล้ว ข้าไม่กลัวพิษใด ๆ ทั้งสิ้น!”
“ดูเหมือนว่าข้าต้องจับเจ้าไปเสียก่อน แล้วจึงจะตรวจสอบดูอีกครั้ง!” เมื่อผู้อาวุโสห้าพูดจบก็มีดอกไม้สีดำลอยออกมาจากแขนเสื้อ
ดอกไม้นี้ดูดลู่เฉินเข้าไปภายในทันที
หลังจากนั้นผู้อาวุโสห้าก็หมุนตัวเดินออกไป ไม่คิดจะอยู่ที่นี่ต่อ เพราะนางพบว่าผู้อาวุโสสี่และผู้อาวุโสสิบได้ปรากฏตัวออกมาแล้ว
ดังนั้นเมื่อผู้อาวุโสห้าจากไปได้ครู่หนึ่ง ผู้อาวุโสสี่และผู้อาวุโสสิบจึงปรากฏตัว
เมื่อผู้อาวุโสสี่สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของผู้อาวุโสห้า เขาก็ขมวดคิ้วพลางเอ่ยถาม “เป็นผู้อาวุโสห้าจริง ๆ”
ผู้อาวุโสสิบรีบมองไปยังไป๋หลี่ซานและคนอื่น ๆ ทันที “เมื่อครู่เกิดเรื่องใดขึ้น?”
ไป๋หลี่ซานอดไม่ได้ที่จะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้น
เมื่อผู้อาวุโสทั้งสองได้ยินว่าลู่เฉินไม่สนใจพิษของผู้อาวุโสห้า ทั้งสองก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจ
ไป๋หลี่ซานมองไปยังทั้งสองทันที “ท่านผู้อาวุโสทั้งสอง พวกท่านจะต้องคิดหาวิธี”
ผู้อาวุโสสี่ครุ่นคิดก่อนจะพูดขึ้นว่า “พิษของผู้อาวุโสห้านั้น พวกเราต่างก็ไม่กล้าเข้าใกล้”
ผู้อาวุโสสิบเห็นด้วย “ต้องไปหาผู้อาวุโสเจ็ดเสียแล้ว”
หลังจากนั้นทั้งสองจึงออกไปอย่างรวดเร็ว
กานจิ่วเม่ยมองไปยังไป๋หลี่ซาน “ประมุขยอดเขา เขาจะเป็นอะไรหรือไม่?”
“ตอนนี้เขาจะไม่เป็นอะไร” ไป๋หลี่ซานสามารถติดต่ออีกฝ่ายได้ ดังนั้นเขาจึงรู้ว่าชายหนุ่มยังสบายดี
กานจิ่วเม่ยและกู่ซานฉงไม่รู้ แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ พวกเขาทำได้เพียงแค่รอเท่านั้น
ส่วนผู้อาวุโสห้านั้น เขาพาลู่เฉินวิ่งไปตลอดทาง เพียงไม่นานก็กลับมายังป่าพฤกษาพิษของตน
หลังจากมาถึงป่าพฤกษาพิษ ผู้อาวุโสห้าก็นำลู่เฉินวางไว้ภายในเขตแดน จากนั้นจึงพูดขึ้นว่า “เจ้าหนุ่ม อยู่ที่นี่ เจ้าไม่สามารถหนีออกไปได้”
ชายหนุ่มมองไปรอบ ๆ ที่นี่เต็มไปด้วยพืชพิษหลากสี “พืชเหล่านี้ไม่เลวเลยทีเดียว”
“เจ้ายังมีกะจิตกะใจมองดูพืชพวกนี้หรือ?” ผู้อาวุโสห้าหัวเราะอีกฝ่ายอย่างขบขัน
ลู่เฉินไม่ได้ตอบนาง แต่กลับยกยิ้มและพูดขึ้นว่า “พืชเหล่านี้ของเจ้านับว่าล้ำค่ามากนัก และเจ้าคงใช้ความคิดไปไม่น้อยในการปลูกมัน!”
“เจ้าหนุ่ม เจ้าพูดไร้สาระอะไรมากมายเพียงนี้?” เมื่อผู้อาวุโสห้าได้ยินคำพูดของลู่เฉิน จึงพูดออกมาด้วยความหงุดหงิด
“เช่นนั้น หากข้าทำลายพืชเหล่านี้จนหมดสิ้น?”
“ทำลายพืชเหล่านี้? เจ้าหนุ่ม เจ้ากำลังพูดเรื่องตลกหรือ?” ผู้อาวุโสห้าได้ยินคำพูดของลู่เฉินก็อดยิ้มเย้ยออกมาไม่ได้
ชายหนุ่มฉีกยิ้มพลางมองผู้อาวุโสห้า “ดูเหมือนว่า เจ้าคิดที่จะทำให้ทุกสิ่งที่พยายามสร้างขึ้นมาในที่นี้กลายเป็นเศษซากจริง ๆ!”
ผู้อาวุโสห้ายิ้มหยัน “เจ้าหนุ่ม ข้าจะบอกเจ้าให้ อย่างไรเจ้าก็ไม่สามารถทำลายพืชเหล่านี้ของข้าได้”
“โอ้? อย่างนั้นหรือ?” ลู่เฉินฉีกยิ้ม
หลังจากนั้นชายหนุ่มก็นั่งลง ผู้อาวุโสห้ารู้สึกแปลกใจ ไม่รู้ว่าลู่เฉินคิดจะทำสิ่งใด
และในขณะนั้นเอง ด้านนอกของป่าพฤกษาพิษนี้ก็มีเสียงของผู้อาวุโสเจ็ดดังขึ้น “ผู้อาวุโสห้า เจ้ากลั่นแกล้งผู้ฝึกตนขั้นหลอมแก่นแท้เพื่อสิ่งใดกัน?”
ผู้อาวุโสสี่พูดขึ้นเช่นกันว่า “ผู้อาวุโสห้า เขามีประโยชน์กับพวกเรามาก ดังนั้นเจ้าจงรีบปล่อยเขาซะ”
ผู้อาวุโสสิบตะโกนขึ้นดังลั่น “ผู้อาวุโสห้า ถ้าหากเจ้าทำให้เขาบาดเจ็บ ผลที่ตามมาอาจจะแย่กว่านี้ก็ได้!”
ผู้อาวุโสห้าจำเป็นต้องพุ่งออกไปด้วยความหงุดหงิดใจ จากนั้นยืนอยู่ด้านข้างของป่าพฤกษาพิษ มองไปยังผู้อาวุโสทั้งสามพลางยิ้มประหลาด “เพียงแค่ขั้นหลอมแก่นแท้คนหนึ่งเท่านั้น จำเป็นต้องให้ผู้อาวุโสทั้งสามอย่างพวกเจ้ามาพร้อมหน้ากันด้วยหรือ?”
ผู้อาวุโสเจ็ดเอ่ยตอบไปว่า “เขามีความรู้ด้านค่ายกลที่ยอดเยี่ยม ดังนั้นพวกเราจำเป็นต้องมีเขา”
ผู้อาวุโสสี่เอ่ยเสริมว่า “ทักษะของเขาก็ไม่เลวเลยทีเดียว”
ถึงแม้ผู้อาวุโสสิบจะไม่ได้พูดอันใด แต่เขามองไปยังผู้อาวุโสห้า เห็นได้ชัดว่าเหตุผลนั้นชัดเจนนัก วันนี้เขาต้องการให้ลู่เฉินปลอดภัย