ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 664 แค่ยอมรับก็จบเรื่องหรือ? ฝันไปเถิด!
บทที่ 664 แค่ยอมรับก็จบเรื่องหรือ? ฝันไปเถิด!
ผู้อาวุโสห้า ดอกบ๊วยหลากสี ผู้ใช้พิษอันดับหนึ่งแห่งหุบเขาลึก แต่ตอนนี้เมื่อเข้าไปถึงภายในพื้นที่จิตของลู่เฉินกลับไม่สามารถออกมาได้ สิ่งนี้ทำให้นางเริ่มรู้สึกไม่สบายใจ “เจ้าหนุ่ม ที่นี่คือที่ใดกันแน่?”
“พื้นที่ดวงจิต จะเป็นที่ใดได้?” ชายหนุ่มยิ้มพลางมองดอกบ๊วยหลากสี
ดอกบ๊วยหลากสีขมวดคิ้วมุ่น “เจ้ากำลังเล่นตลกหรือ?”
“ข้าจะเล่นตลกได้อย่างไร?” ลู่เฉินฉีกยิ้มพลางมองนาง
“อย่าว่าแต่เจ้า แม้แต่พวกเราขั้นแปลงเซียนยังไม่มีพื้นที่จิตที่กว้างใหญ่เช่นนี้” ผู้อาวุโสห้าเบิกตากว้างพลางตอบกลับ
ชายหนุ่มเยาะเย้ยว่า “ความไม่รู้ของเจ้า จะมาโทษข้าไม่ได้!”
“ความไม่รู้?”
“ใช่!” ลู่เฉินยิ้มหยัน
ผู้อาวุโสห้าจึงเริ่มร้อนใจขึ้นมา “เจ้าหนุ่ม ข้าขอเตือนเจ้า ทางที่ดีอย่ามายุ่งกับข้า มิเช่นนั้นข้าจะทำให้เจ้ารู้ว่าอะไรที่เรียกว่าความเจ็บปวด!”
“สิ่งที่เจ้าเชี่ยวชาญที่สุดนั่นคือพิษ แต่ตอนนี้พิษของเจ้า ยังสามารถใช้ได้หรือไม่?” ลู่เฉินยิ้ม
ผู้อาวุโสห้ามองลู่เฉินด้วยแววตาเย็นชา “เจ้าหนุ่ม เจ้าคงไม่คิดว่าพิษของข้าจะมีผลต่อกายเนื้อเท่านั้นหรอกนะ?”
“โอ้? เจ้าสามารถปล่อยพิษที่ทำร้ายวิญญาณได้หรือ?” ลู่เฉินยิ้มพลางมองผู้อาวุโสห้า
ผู้อาวุโสห้าจึงตะโกนตอบกลับไป “ใช่ ข้ามีความสามารถในการใช้พิษชนิดหนึ่ง ให้มันไปทำลายวิญญาณได้โดยเฉพาะ!”
“มา ทำให้ข้าดูเสียหน่อยเถิด!”
“ในเมื่อเจ้าอยากตาย ข้าจะทำให้เจ้าสมหวังเอง!” เมื่อผู้อาวุโสห้าพูดจบ วิญญาณก็เริ่มปล่อยหมอกควันสีดำหนาแน่นออกมา
หมอกเหล่านี้ห่อหุ่มวิญญาณของชายหนุ่มไว้ภายในทันที เขาจึงยิ้มพลางมองนาง “ไม่ใช่ว่าข้าโจมตีเจ้า แต่พิษชนิดนี้ของเจ้า นับว่ายังอ่อนแอเกินไปนัก!”
เมื่อได้ยินคำว่าอ่อนแอ ผู้อาวุโสห้าก็พูดขึ้นมาด้วยความโมโห “ข้าจะเพิ่มพลังเข้าไปอีก!”
ใครจะคิดว่า ไม่ว่าผู้อาวุโสห้าจะพยายามเพียงใดก็ไม่สามารถทำให้วิญญาณของอีกฝ่ายเป็นอะไรไปได้
ผู้อาวุโสห้ามีสีหน้าเปลี่ยนไป รู้สึกกระวนกระวายใจมากยิ่งขึ้น “เกิดปัญหาที่ใดกันแน่?”
แต่ไม่ว่าจะคิดเช่นไร ผู้อาวุโสห้าก็ไม่พบความผิดปกติใด ๆ แต่อีกฝ่ายกลับพูดอย่างรำคาญใจว่า “สิ้นเปลืองเวลามากไปแล้ว!”
“สิ้นเปลือง?” ผู้อาวุโสห้าสงสัย
และในขณะนั้นเอง ปราการวิญญาณก็ปรากฏขึ้น
ไม่เพียงเท่านั้น เงาสายฟ้าก็ปรากฏขึ้นภายในพื้นที่จิตของลู่เฉินเช่นกัน
ผู้อาวุโสห้าหวนคิดไปถึงสิ่งประหลาดที่ผู้อาวุโสแปดเคยพูดถึงก่อนหน้านี้ นางจึงมีสีหน้าไม่ดีนัก คิดจะหนีออกไปจากที่นี่ทันที
อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้อาวุโสห้าคิดจะหนี ก็พบว่าตนไม่สามารถหนีออกไปได้ ดังนั้นจึงทำได้เพียงจ้องมองอีกฝ่าย “เจ้าหนุ่ม เราสามารถตกลงกันได้หรือไม่?”
“ตกลง?”
“ใช่ ข้ารับปากว่าจะไม่ทำร้ายเจ้า! แต่ก่อนอื่น เจ้าต้องปล่อยข้าเสียก่อน!” ผู้อาวุโสห้าพูดถึงข้อเสนอเล็ก ๆ ของตนขึ้นมา
ชายหนุ่มได้ยินข้อเสนอนั้นก็หัวเราะเสียงดัง “ข้าคิดว่า เจ้าอาจจะยังไม่เข้าใจว่าตอนนี้เหตุการณ์เป็นอย่างไร?”
“เจ้าหมายความว่าอย่างไร?”
“เจ้าถูกข้ากักขัง และถ้าหากข้าคิดจำทำลายเจ้า ก็ง่ายราวกับปรบมือเพียงครั้งเดียว!” ลู่เฉินฉีกยิ้มพลางมองอีกฝ่าย
ผู้อาวุโสห้ามีสีหน้าไม่สู้ดี “ถ้าหากเจ้าคิดจะบีบบังคับข้าจริง ข้าก็จะสู้กับเจ้า!”
“สู้?” ชายหนุ่มเผยรอยยิ้มประหลาด เงาสายฟ้าจึงปล่อยพายุฝนฟ้าออกมา
พายุฝนฟ้านี้มีอานุภาพการในการทำลายวิญญาณได้อย่างแข็งแกร่ง และผู้อาวุโสห้าที่ขณะนั้นไร้ซึ่งกายเนื้อ ทำได้เพียงปล่อยให้พายุฝนฟ้านี้โจมตีได้อย่างอิสระ จนกระทั่งรู้สึกได้ว่าตนกำลังจะหมดสติไป
ไม่เพียงเท่านั้น เมื่อปราการวิญญาณค่อย ๆ พันรัดเข้าไปนั้น ผู้อาวุโสห้าก็พบว่าพลังวิญญาณของตนกำลังจะไม่สามารถใช้การได้ นางจึงร้อนใจขึ้นมา “เจ้า!”
“ดูเจ้าสิ มีคุณสมบัติใดจะมาเจรจาตกลงกับข้า?”
ผู้อาวุโสห้ารู้สึกหวาดกลัว “เจ้าคิดจะทำสิ่งใดกันแน่?”
“ง่ายมาก เจ้ายอมแพ้ซะ!” ลู่เฉินจ้องมองอีกฝ่าย
“ยอมแพ้?” ผู้อาวุโสห้าเบิกตากว้าง
“มีปัญหาหรือ?” ชายหนุ่มย้อนถาม
ผู้อาวุโสห้าเป็นถึงผู้อาวุโสในหุบเขาลึก แต่ตอนนี้กลับให้ยอมแพ้ต่อขั้นหลอมแก่นแท้ สำหรับนางแล้วนับเป็นความอัปยศ ดังนั้นนางจึงพูดตัดบทขึ้นว่า “ข้าไม่ยอม!”
“ถ้าหากไม่ยอม เช่นนั้น….!”
“เช่นนั้นอย่างไรกัน?” ผู้อาวุโสห้าอยากรู้ว่าอีกฝ่ายคิดจะทำสิ่งใด
“เช่นนั้น ข้าก็ช่วยเจ้าไม่ได้!”
เมื่อพูดจบ ขณะที่ปราการวิญญาณกำลังพันล้อมนางไว้ ลู่เฉินก็รีบพุ่งตัวเข้าไป จากนั้นจึงเพิ่มตราประทับวิญญาณลงบนวิญญาณของนาง
เมื่อถูกประทับตราวิญญาณ ผู้อาวุโสห้าก็หวาดกลัวมากยิ่งขึ้น “เจ้าทำสิ่งใดกับข้า!”
“มันคือการประทับตราชนิดหนึ่ง และตราประทับนี้สามารถสังหารเจ้าให้ตายได้ และทำให้เจ้าไม่สามารถหักหลังข้าได้!” ลู่เฉินมองผู้อาวุโสห้าด้วยรอยยิ้ม
ผู้อาวุโสห้าตื่นกลัวจนตัวสั่น และนางยังสัมผัสได้ถึงวิญญาณนี้ที่ส่งผลกระทบต่อตน
ชายหนุ่มฉีกยิ้มพลางมองนาง “วางใจเถิด ข้ายังพอจะไว้หน้าเจ้าอยู่บ้าง”
“หมายความว่าอย่างไร?”
“ข้าจะยังไม่เปิดเผยเรื่องที่เจ้าถูกข้าจับ” ลู่เฉินมองอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้ม
แต่ผู้อาวุโสห้ารู้สึกว่าอาจจะไม่ได้เป็นเช่นนั้น จึงพูดขึ้นมาด้วยความแปลกใจ “ช่างใจดีเสียจริง?”
“ไม่ใช่ว่าใจดี แต่ข้าต้องการให้เจ้าร่วมมือกับข้า เพื่อจับผู้อาวุโสคนอื่น”
ผู้อาวุโสห้ามีสีหน้าเปลี่ยนไป “จับผู้อาวุโสคนอื่น?”
“ใช่!”
ผู้อาวุโสห้าเอ่ยถามด้วยความสงสัย “เจ้าคือใครกันแน่?”
“ข้า? ลู่เฉิน” ลู่เฉินยิ้ม
ผู้อาวุโสห้ารู้สึกแปลกใจ “ลู่เฉิน?”
“ใช่!”
“ว่ากันว่า เมื่อหนึ่งแสนปีก่อน มหาทวีปจิ่วโหยวมีจอมมารผู้หนึ่งมีนามว่าลู่เฉิน เจ้ากับเขาเกี่ยวข้องกันอย่างไร?” ผู้อาวุโสห้าเอ่ยถามด้วยความสงสัย เพราะนางรู้สึกว่าชายตรงหน้านี้ดูเหมือนคนธรรมดามากนัก
“เจ้าก็รู้เรื่องเมื่อหนึ่งแสนปีก่อน?”
ผู้อาวุโสห้าลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดออกมาว่า “แท้จริงแล้ว เมื่อไม่กี่หมื่นปีก่อน ข้าเข้ามายังวังสินธุเหมันต์โดยไม่ได้ตั้งใจ จากนั้นเพราะความบังเอิญ จึงได้เข้าร่วมหุบเขาลึก และได้กินผลไม้ชนิดหนึ่งเพื่อเพิ่มอายุขัย”
“โอ้? เช่นนั้นเหตุใดเจ้าจึงกลายเป็นผู้อาวุโสของหุบเขาลึกได้” ลู่เฉินสงสัย
“ข้ามีความสามารถในการใช้พิษ และรอบ ๆ วังสินธุเหมันต์มีพืชแปลกประหลาดอยู่มากนัก ดังนั้นพวกเขาจึงจำเป็นต้องใช้ข้า จึงให้ข้าเข้าร่วมกลายเป็นผู้อาวุโสห้า”
ลู่เฉินถามด้วยความแปลกใจ “เจ้าคือผู้อาวุโสลำดับที่ห้า?”
“ไม่ใช่!”
“เช่นนั้น เหตุใดถึงอยู่ในลำดับที่ห้า?”
“เรื่องก็คือ ผู้อาวุโสทั้งสิบของหุบเขาลึกเป็นตัวแทนของความสามารถที่แตกต่างกัน ลำดับที่ห้าเป็นตัวแทนของผู้อาวุโสที่ใช้พิษ และผู้อาวุโสห้ารุ่นก่อนได้เกษียณออกไป ดังนั้นจึงให้ข้ามารับช่วงต่อ” ผู้อาวุโสห้าอธิบาย
ลู่เฉินจึงได้รู้ว่าเบื้องหลังผู้อาวุโสเหล่านี้ ยังมีชายประหลาดที่ทั้งชราและแข็งแกร่งกว่านี้อยู่ด้วย
แต่ลู่เฉินอยากรู้ว่าพวกเขาเหล่านั้นอยู่ที่ใด ชายหนุ่มจึงเอ่ยถามขึ้นว่า “ชายหนุ่มที่หายไปนั้นจะไปที่ใดกัน?”
“เรื่องนี้มีเพียงผู้อาวุโสสูงสุดเท่านั้นที่รู้ คนอื่น ๆ ไม่รู้” ผู้อาวุโสห้าตอบ
ชายหนุ่มเข้าใจจึงพยักหน้ารับก่อนจะตอบกลับ “ได้ หลังจากนี้ เจ้าจะต้องร่วมมือกับข้า เพื่อจับผู้อาวุโสแปดมาซะ”
“เจ้า?” ผู้อาวุโสห้าสงสัย
เมื่อลู่เฉินกำชับผู้อาวุโสห้าแล้ว เพียงไม่นานทั้งสองก็เริ่มลงมือ
เมื่อเห็นผู้อาวุโสห้าออกมาจากร่างของลู่เฉิน ผู้อาวุโสเจ็ดและคนอื่น ๆ ต่างก็เอ่ยถามถึงลู่เฉินทันที
ผู้อาวุโสห้ามองทั้งสามคนแล้วก็เกิดความรู้สึกสับสนขึ้นมาในใจ แต่ก็พูดออกมาเพียงสั้น ๆ ว่า “เหตุใดจึงต้องบอกพวกเจ้า?”
เมื่อพูดจบ พลังของผู้อาวุโสห้าจึงกักขังลู่เฉินไว้ จากนั้นนำร่างของลู่เฉินพุ่งเข้าไปภายในป่าหมอกพิษของตนที่อยู่ด้านหน้า ผู้อาวุโสทั้งสามไม่กล้าเข้าไป เพียงมองหน้ากัน จากนั้นต่างก็ก่นด่าออกมา
แต่ผู้อาวุโสห้ากลับไปที่อื่น นางไปยังภายในตำหนักผู้อาวุโสเพื่อตามหาผู้อาวุโสแปด