ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 665 อยากตาย? ไม่ง่ายเช่นนั้น!
บทที่ 665 อยากตาย? ไม่ง่ายเช่นนั้น!
ภายในวังผู้อาวุโส ขณะนั้นจูเก๋อหลิงเฟิงกำลังรอข่าวคราวอยู่ด้านนอกห้องลับของผู้อาวุโสแปด จนกระทั่งผู้อาวุโสห้าปรากฏตัวออกมา เขาจึงรีบก้าวเข้ามาพูดด้วยท่าทางเคารพทันที “ผู้อาวุโสห้า จัดการเรียบร้อยแล้วหรือ?”
“อืม” ผู้อาวุโสห้าตอบด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก
จูเก๋อหลิงเฟิงได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกดีใจ “เขาตายแล้วหรือ?”
“ถูกข้าขังไว้” ผู้อาวุโสห้าพูดจบก็เข้าไปภายในห้องลับ
จูเก๋อหลิงเฟิงรีบตามไปทันที และภายในขวดใสนั้น วิญญาณของผู้อาวุโสแปดยังหลบซ่อนอยู่ภายในวิญญาณก่อกำเนิด และยังคงเลี้ยงวิญญาณอยู่ที่นั่นต่อไป
เมื่อผู้อาวุโสห้าปรากฏตัวออกมา เงาวิญญาณของผู้อาวุโสแปดที่ลอยอยู่บนวิญญาณก่อกำเนิดได้เอ่ยถามขึ้นมาด้วยความตื่นเต้น “จัดการแล้วหรือ?”
“อืม!”
“จัดการอย่างไรกัน?” ผู้อาวุโสแปดเอ่ยถามด้วยความสงสัย
ผู้อาวุโสห้าจึงนำขวดสีดำออกมาขวดหนึ่ง และหันไปพูดกับเขา “วิญญาณของเขาถูกข้าปิดผนึกอยู่ภายในขวดนี้แล้ว!”
“มอบให้ข้า!” ผู้อาวุโสแปดพูดด้วยความดีใจ
“มอบให้เจ้าได้ แต่เรื่องที่เจ้ารับปากข้า ศิลานั่น!” ผู้อาวุโสห้าจ้องมองผู้อาวุโสแปด
ผู้อาวุโสแปดจึงตอบอย่างตรงไปตรงมา “ข้าต้องขอดูเสียก่อน ถ้าหากเขาถูกจับจริง ๆ ข้าก็จะมอบให้เจ้า!”
“ได้ แต่ขวดใบนี้ของข้า จำเป็นต้องนำวิญญาณเข้าไปจึงจะสามารถตรวจสอบได้” ผู้อาวุโสห้าจ้องมองผู้อาวุโสแปด
ผู้อาวุโสแปดรู้สึกกังวล แต่เขากลับคิดถึงคนคนหนึ่ง จึงหันไปพูดกับจูเก๋อหลิงเฟิง “ใช้วิญญาณของเจ้าเข้าไปดูเสียหน่อย!”
ผู้อาวุโสห้ารู้ว่าลู่เฉินต้องการจับผู้อาวุโสแปด ดังนั้นนางจึงกังวลเล็กน้อย แต่ขณะนั้นเอง ลู่เฉินได้ส่งเสียงพูดกับนาง “ให้เขาเข้ามาเถิด”
ผู้อาวุโสห้าจึงมองไปยังจูเก๋อหลิงเฟิง “เข้ามาเถิด”
จู๋เก๋อหลิงเฟิงทอดกายนั่งลง จากนั้นหลับตา วิญญาณก็พลันออกจากร่างพุ่งไปเข้าภายในขวดใบนั้น
ด้านนอกขวด ผู้อาวุโสแปดไม่สามารถรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นภายในนั้นได้ จึงทำได้เพียงแค่รอให้จูเก๋อหลิงเฟิงออกมา
ขณะนั้นเอง ภายในขวด จูเก๋อหลิงเฟิงเห็นวิญญาณของลู่เฉินถูกขังอยู่ภายในเขตแดนสีดำ และยังดูเหมือนว่ากำลังไม่ได้สติ
จูเก๋อหลิงเฟิงดีใจเป็นอย่างมาก เขายังคงตะโกนร้องเรียกเสียงดังอยู่ภายในนั้น “เจ้าหนุ่ม บ้าต่อไปสิ!”
อีกฝ่ายไม่ได้ตอบคำใด
จูเก๋อหลิงเฟิงคิดจะเข้าไปภายในเขตแดน แต่เขตแดนนั้นแข็งแกร่งเกินไป วิญญาณของเขาจึงไม่สามารถผ่านเข้าไปได้ เขาจึงเอ่ยอย่างไม่แยแสว่า “สมควรตายซะ!”
หลังจากนั้น จูเก๋อหลิงเฟิงก็ออกไป และนำสิ่งที่ตนเห็นไปบอกแก่ผู้อาวุโสแปด
ผู้อาวุโสแปดมองไปยังผู้อาวุโสห้าพลางพูดขึ้นว่า “เจ้าจงให้ศิษย์ของข้าเข้าไปภายในเขตแดนนั่น”
“ศิษย์ของเจ้าอ่อนแอเกินไป ถ้าหากเขาเข้าไปภายในเขตแดนก็จะเหมือนเจ้าหนุ่มที่ถูกกักขังอยู่ภายในผู้นั้น และไม่สามารถออกมาได้” ผู้อาวุโสห้าอธิบายให้ผู้อาวุโสแปดทราบ
ผู้อาวุโสแปดขมวดคิ้ว “เช่นนั้น ทำอย่างไรจึงจะเข้าไปได้?”
“เจ้าสามารถเข้าไปเองได้ จากนั้นข้าจะเข้าไปเป็นเพื่อนเอง แค่นี้ก็จะทำให้เขาเข้าไปภายในเขตแดนได้” ผู้อาวุโสห้าอธิบาย
ผู้อาวุโสแปดคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบกลับ “ได้ ข้าจะเข้าไป แต่เพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าหลอกข้าได้ ดังนั้น ข้าจะเริ่มเคลื่อนไหวค่ายกลของห้องลับนี้”
“เคลื่อนไหวค่ายกล?” ผู้อาวุโสห้ามองไปรอบ ๆ
ขณะนั้นเอง ผู้อาวุโสแปดเริ่มเคลื่อนไหวค่ายกล จากนั้นรอบ ๆ จึงกลายเป็นเขตแดนอันทรงพลัง ผู้อาวุโสห้ายกยิ้ม “เจ้าช่างระวังตัวเสียจริง!”
“ช่วยไม่ได้ ทุกสิ่งก็เพื่อความปลอดภัย”
“ได้ มาเถิด” เมื่อผู้อาวุโสห้าพูดจบ จึงนำขวดมาและเริ่มนั่งสมาธิ
ผู้อาวุโสแปดส่งเสียงไปยังจูเก๋อหลิงเฟิง “ถ้าหากอีกครู่หนึ่งข้าไม่ออกมา เจ้าจงไปซ่อนตัวในเขตปลอดภัยภายในค่ายกลนี้ จากนั้นเคลื่อนไหวค่ายกลสังหารซะ”
“ขอรับ!” จูเก๋อหลิงเฟิงขานรับ ผู้อาวุโสแปดจึงบินออกไปจากขวดป้องกันของตน จากนั้นเข้าไปยังภายในขวดสีดำของผู้อาวุโสห้า
ขณะนั้นเอง ลู่เฉินที่อยู่ภายในเขตแดนและวิญญาณของผู้อาวุโสห้ายืนอยู่ภายนอกเขตแดน จ้องมองไปยังผู้อาวุโสแปดพลางพูดขึ้นว่า “เห็นหรือไม่?”
ผู้อาวุโสแปดมองตามไป เมื่อเห็นว่าเป็นลู่เฉินจริง ๆ จึงหันไปพูดกับผู้อาวุโสห้า “พาข้าเข้าไป”
“อืม” ผู้อาวุโสห้าขานรับ ก่อนจะนำมือข้างหนึ่งไปวางบนเขตแดน จากนั้นจึงพูดกับเขาว่า “เจ้าเข้าไปเถิด!”
ผู้อาวุโสแปดจึงเข้าไปภายในเขตแดนทันที จากนั้นมองไปรอบ ๆ เมื่อเห็นว่าเป็นวิญญาณของลู่เฉินจริง ๆ เขาก็พูดด้วยความดีใจ “เจ้าหนุ่ม อยู่ในกำมือข้าแล้วก็อย่าคิดที่จะหนี!”
เมื่อพูดจบ ผู้อาวุโสแปดก็ใช้เคล็ดวิชาวิญญาณที่แข็งแกร่ง โจมตีไปบนร่างของลู่เฉินที่กำลัง ‘หมดสติ’ อยู่
แต่ชายหนุ่มกลับไม่เป็นอะไร ยังลืมตาขึ้นพลางมองผู้อาวุโสแปด “ยินดีต้อนรับ”
“เจ้า เหตุใดจึงไม่เป็นอะไร?” ผู้อาวุโสแปดมองลู่เฉินด้วยความประหลาดใจ ส่วนชายหนุ่มนั้นค่อย ๆ เลือนรางไป จนหายไปในที่สุด
ผู้อาวุโสแปดตกตะลึง เขาจึงรีบมองไปด้านนอกเขตแดนทันที ลู่เฉินใช้เคล็ดวิชาอัสนีวิญญาณปรากฏตัวขึ้น และยืนอยู่ด้านข้างของผู้อาวุโสห้าพลางฉีกยิ้มออกมา “ไม่เลวนี่”
เมื่อผู้อาวุโสแปดเห็นเช่นนั้นก็มีสีหน้าไม่สู้ดีนัก “พวกเจ้าร่วมมือกัน!”
ผู้อาวุโสห้ามองไปยังผู้อาวุโสแปดแล้วเอ่ยว่า “ผู้อาวุโสแปด ท่านปล่อยวางการต่อต้านเถิด!”
“เจ้า! เหตุใดเจ้าจึงต้องร่วมมือกับเขาเพื่อหลอกข้า?” ผู้อาวุโสแปดแทบจะไม่อยากเชื่อว่าลู่เฉินจะร่วมมือกับผู้อาวุโสห้าเช่นนี้ได้
ผู้อาวุโสห้าจึงพูดขึ้นมาด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก “เพราะเขาไม่กลัวพิษของข้า และยังเอาชนะข้าได้!”
“เป็นไปไม่ได้!” ผู้อาวุโสแปดไม่เชื่อ
ผู้อาวุโสห้ารู้ว่าแม้ตนจะพูดอย่างไร อีกฝ่ายก็คงไม่เชื่อ ดังนั้นนางจึงพูดกับผู้อาวุโสแปดเพียงสั้น ๆ “ยอมแพ้เสียเถิด!”
“ยอมแพ้? เจ้าให้ข้ายอมแพ้? ช่างน่าตลกนัก!” ผู้อาวุโสแปดรู้สึกว่าเป็นเรื่องน่าตลกเกินไป
“มิเช่นนั้น เจ้าจะออกไปจากที่นี่ไม่ได้” ผู้อาวุโสห้ากล่าว
แต่อีกฝ่ายกลับไม่เชื่อ เขาปล่อยการโจมตีออกไปยังเขตแดนรอบ ๆ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่สามารถหนีออกไปได้ ทำให้ผู้อาวุโสแปดพูดออกมาด้วยความโมโห “หากเกิดเรื่องใดขึ้นกับข้า พวกเจ้าก็ฝันไปเถิดว่าจะออกไปจากห้องลับของข้าได้!”
ชายหนุ่มเผยรอยยิ้มประหลาด “เช่นนั้นคงต้องทำลายค่ายกล?”
“เจ้าหนุ่ม ค่ายกลนั่นไม่เหมือนกับค่ายกลก่อนหน้านี้!” ผู้อาวุโสแปดข่มขู่ลู่เฉิน
“แตกต่างกันอย่างไรหรือ?”
“ค่ายกลนี้เชื่อมต่อกับค่ายกลใหญ่ของวังผู้อาวุโส ดังนั้นหากเจ้าทำลายมัน ก็จะส่งผลต่อทั้งค่ายกลใหญ่ เมื่อถึงเวลานั้นอาจจะดึงดูดผู้คนที่น่ากลัวเข้ามามากมายได้!” ผู้อาวุโสแปดตอบด้วยรอยยิ้มประหลาด
ลู่เฉินยิ้มหยัน “ขยะทั้งสิ้น!”
“ขยะ? เช่นนั้นเจ้าก็ลองถามผู้อาวุโสห้าว่าค่ายกลนั้นน่ากลัวหรือไม่!” ผู้อาวุโสแปดมองไปยังผู้อาวุโสห้า
ผู้อาวุโสห้ามีสีหน้าเปลี่ยนไป และยังมองไปทางลู่เฉิน “เขาพูดไม่ผิด ค่ายกลใหญ่ด้านนอกถือเป็นสิ่งที่น่ากลัวจริง ๆ!”
ใครจะรู้ว่าลู่เฉินกลับตอบด้วยความมั่นใจ “ข้ามีวิธีตัดการเชื่อมต่อของค่ายกลด้านอกและค่ายกลใหญ่นั่น”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ผู้อาวุโสห้าก็เอ่ยถามด้วยความสงสัย “จริงหรือ?”
“เจ้าคิดว่าอย่างไรเล่า?” ลู่เฉินยิ้มประหลาด
แต่ผู้อาวุโสแปดไม่เชื่อ จ้องมองไปยังชายหนุ่มพลางพูดขึ้นว่า “เจ้าหนุ่ม เจ้าไม่มีความสามารถเช่นนั้น!”
“รอให้ข้าจับเจ้าได้เสียก่อน เจ้าก็จะรู้ว่ามีความสามารถหรือไม่!” ลู่เฉินพูดจบก็ผ่านทะลุเขตแดนและเข้าไปภายในนั้นได้อย่างง่ายดาย
ผู้อาวุโสแปดเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ “เหตุใดเจ้าจึงเข้ามาได้อย่างง่ายดาย?”
“เขตแดนนี้ข้าเป็นคนสร้างขึ้นมาเพื่อกักขังวิญญาณโดยเฉพาะ ขณะเดียวกันยังสามารถป้องกันเคล็ดวิชาภูตที่ผ่านเข้ามาได้” ลู่เฉินฉีกยิ้มพลางมองผู้อาวุโสแปด
เมื่อผู้อาวุโสแปดได้ฟังก็ยิ่งมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก “เจ้าสร้างมันขึ้นมา?”
“ใช่!”
ผู้อาวุโสแปดรู้สึกโกรธแค้นจนคิดจะโจมตีลู่เฉิน ชายหนุ่มจึงปล่อยให้เขาโจมตีอย่างอิสระ ทั้งยังยิ้มพลางมองอีกฝ่ายแล้วเอ่ยว่า “เจ้าควรรู้ว่าการโจมตีของเจ้าไม่มีผลต่อข้า!”
ผู้อาวุโสแปดข่มขู่กลับไป “เจ้าหนุ่ม หากข้าตาย ผู้อาวุโสสูงสุดจะสามารถสัมผัสได้ เมื่อถึงเวลานั้นผู้อาวุโสสูงสุดก็จะรู้ว่าเกิดเรื่องใดขึ้น!”
“ตาย? ใครบอกกันว่าจะให้เจ้าตาย?”
ผู้อาวุโสแปดราวกับเพิ่งเข้าใจอะไรบางอย่าง จึงพูดขึ้นว่า “ข้าจะไม่ยอมแพ้เช่นกัน!”
“เช่นนั้นก็ช่วยไม่ได้!”
ผู้อาวุโสแปดโมโหจนเผาไหม้วิญญาณของตน “ข้าจะเผาไหม้วิญญาณของข้า หลังจากข้าตายไป ผู้อาวุโสสูงสุดต้องสัมผัสได้แน่!”
“ฆ่าตัวตาย?” ลู่เฉินคลี่ยิ้มเย็นชา
“ใช่ ต่อให้ตาย ข้าก็ไม่ยอมแพ้เจ้า!” ผู้อาวุโสแปดตวาดด้วยความโมโห