ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 673 ไม่ว่าจะทรงพลังเพียงใด ก็ต้องยอมหมอบลงอย่างว่าง่าย
บทที่ 673 ไม่ว่าจะทรงพลังเพียงใด ก็ต้องยอมหมอบลงอย่างว่าง่าย
อีกาที่ดูเลือนรางตัวนั้น บางครั้งก็กลายเป็นโครงวิหคตัวมหึมา บางครั้งก็กลายเป็นอีกาที่มีปีกขนาดใหญ่
ไม่เพียงเท่านั้น หน้าผากและริมฝีปากของอีกาตัวนี้ยังมีแสงสีแดงสว่างจาง ๆ ริมฝีปากส่งเสียงบางอย่างออกมา จึงยิ่งทำให้ผู้คนรอบ ๆ รู้สึกเจ็บปวด
กานจิ่วเม่ยและกู่ซานฉงที่อยู่บนลานประลองหมดสติไป
แต่ลู่เฉิน รวมถึงเฮยหลวนและพรรคพวกกลับไม่เป็นอะไร
เรื่องที่หญิงสาวและพรรคพวกไม่เป็นอะไรนั้น ทุกคนสามารถเข้าใจได้ นั่นเพราะพวกนางเป็นศิษย์ของผู้อาวุโสรอง แต่เหตุใดชายหนุ่มจึงไม่เป็นอะไรนั้น ทุกคนต่างก็รู้สึกสงสัย
ทว่าในขณะนั้นเอง พวกเขาก็รู้สึกเจ็บปวดเป็นอย่างมาก ทำให้ทนต่อไปได้ไม่นานและทำได้เพียงหลบเลี่ยงออกไปยังสถานที่ที่ไกลออกไป
เมื่อเป็นเช่นนี้ น้ำเสียงเหล่านั้นจึงไม่สามารถทำอะไรพวกเขาได้ ทว่าพวกเขาก็ยังถกเถียงกันด้วยสีหน้าที่ไม่ดีนัก
ในขณะนั้นเอง ผู้อาวุโสทั้งสามก็ออกห่างไปจากลานประลอง แต่พวกเขาก็ยังรู้สึกกังวลแทนลู่เฉิน เพราะความสามารถของผู้อาวุโสรองนับว่าแข็งแกร่งและทรงพลังยิ่งนัก
เมื่อเห็นเช่นนั้น ผู้อาวุโสเจ็ดจึงพูดกับอีกาบนท้องฟ้า “ผู้อาวุโสรอง เขาเข้าใจเรื่องค่ายกลและยังไม่เกรงกลัวต่อพิษใด ๆ อีกทั้งยังมีพลังที่แข็งแกร่ง ดังนั้น…”
“ดังนั้นพวกท่านจึงปกป้องเขา ทำให้ศิษย์ของข้าเรียกเขาว่าอาจารย์งั้นหรือ?” ผู้อาวุโสรองเอ่ยถาม
ผู้อาวุโสเจ็ดและคนอื่น ๆ ต่างมีสีหน้าไม่ดีนัก เพราะสิ่งนี้เป็นเรื่องจริงที่พวกเขาไม่สามารถแก้ไขได้
เมื่อผู้อาวุโสรองเห็นคนเหล่านี้ไม่พูดคำใด จึงสบถออกมา จากนั้นก็มองลู่เฉินที่อยู่บนลานประลอง “เจ้าหนุ่ม ข้าไม่สนใจว่าเจ้าใช้วิธีอะไรที่ทำให้เจ้าไม่หวาดกลัวต่อเสียงนี้ แต่ข้าขอเตือนเจ้า อีกาตัวเมื่อครู่ปล่อยเสียงออกมาเพียงแค่หนึ่งในสิบส่วนเท่านั้น หากปล่อยออกมาทั้งหมด เจ้าจะตายอย่างไม่ต้องสงสัย!”
ทว่าลู่เฉินกลับพูดออกมาด้วยท่าทางนิ่งเฉย “ข้าเกรงว่าอีกาตัวนี้ของเจ้า อีกไม่นานก็จะหวาดกลัวจนต้องหมอบลงไป”
“น่าขำนัก! มันเป็นอสูรปีศาจของข้า จะหวาดกลัวจนหนีไปได้อย่างไร?” ผู้อาวุโสรองรู้สึกว่าอีกฝ่ายอวดดีเกินไป
ชายหนุ่มแสยะยิ้ม “อยากลองดูหรือไม่เล่า?”
“ข้าจะรอดูว่าเจ้าหนุ่มอย่างเจ้าจะอวดดีเช่นไร!” เมื่อผู้อาวุโสรองพูดจบก็ให้อสูรปีศาจเพิ่มพลังขึ้นไปอีก
หลังจากนั้น เสียงของอีกาก็ยิ่งดังขึ้น ผู้คนบริเวณรอบ ๆ จำต้องถอยออกไป เฮยหลวนรู้สึกกังวลขึ้นมาและมองไปบนท้องฟ้าพลางพูดขึ้นว่า “อาจารย์ หยุดลงมือเถิดเจ้าค่ะ!”
“หยุด? เพราะอะไรกัน?” ผู้อาวุโสรองมองเฮยหลวนที่อยู่ใกล้ ๆ ลู่เฉิน ก่อนจะรู้สึกไม่พอใจขึ้นมา
หญิงสาวรีบอธิบายว่า “อาจารย์ ข้าได้ประลองและเดิมพันกับเขา ผลคือข้าพ่ายแพ้ หากตอนนี้ท่านออกมาจัดการเขา เช่นนั้นหลังจากนี้ ชื่อเสียงของข้าในหุบเขาลึก เกรงว่า…”
เมื่อทุกคนได้ยินเช่นนี้จึงรู้ว่าหญิงสาวกังวลว่าตนจะถูกผู้อื่นหัวเราะเยาะ
แท้จริงแล้วเฮยหลวนเพียงหาข้อแก้ตัวเท่านั้น เพราะตนนั้นพ่ายแพ้จริง ๆ ดังนั้นนางจึงยอมเดิมพันและยอมรับความพ่ายแพ้จริง ๆ
แต่ผู้อาวุโสรองไม่ฟัง ทั้งยังคงตวาดขึ้นมา “ผู้ใดกล้าพูดซุบซิบ! ข้าจะฆ่าให้ตายซะ!”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ผู้คนรอบ ๆ ที่กำลังถกเถียงกันอยู่นั้นจึงเงียบไปทันที ไม่กล้าพูดสิ่งใดไปมากกว่านี้
ในขณะนั้นเอง ลู่เฉินได้เปิดค่ายกลและปล่อยอีกาตัวนี้เข้ามา ไม่เพียงเท่านั้น เขายังแสดงเคล็ดวิชาวิญญาณสายฟ้าต่อหน้าผู้คนมากมาย และพุ่งตัวเข้าไปภายในร่างของอสูรปีศาจทันที
ผู้อาวุโสรองตวาดขึ้นมา “เป็นเจ้าหนุ่มที่ไม่รู้จักประมาณตนเสียจริง!”
ทุกคนต่างแปลกใจว่าหลังชายหนุ่มเข้าไปในร่างของอสูรปีศาจตนนี้แล้วจะเป็นเช่นไร
ขณะนั้นเอง ภายในพื้นที่จิตของอสูรปีศาจ อีกาได้เอ่ยดูถูกลู่เฉิน “อยากมาตายหรือ?”
“มาจัดการเจ้า”
อีกาพูดด้วยความภูมิใจว่า “ข้าเป็นอสูรปีศาจ สิ่งที่แข็งแกร่งที่สุดก็คือวิญญาณ!”
“โอ้? อย่างนั้นหรือ?”
เมื่ออีกาเห็นชายหนุ่มอวดดีเช่นนี้ จึงส่งเสียงประหลาดออกมาทันที และเสียงนี้เมื่อเทียบกับด้านนอกแล้ว นับว่าทรงพลังมากกว่าหลายเท่า แต่วิญญาณของลู่เฉินกลับไม่เป็นอะไรแม้แต่น้อย ทั้งยังยิ้มพร้อมพูดขึ้นว่า “อย่าเสียพลังไปเปล่า ๆ นักเลย มันไม่มีประโยชน์หรอก!”
อีกาสงสัยขึ้นมา พลางจ้องอีกฝ่ายด้วยความประหลาดใจ “เหตุใดเจ้าจึงไม่เป็นอะไรแม้แต่น้อย?”
“เพราะเจ้าอ่อนแอเกินไป”
อีกาจะทนต่อการถูกยั่วยุเช่นนี้ได้อย่างไร “ความแข็งแกร่งของข้า ไม่ใช่สิ่งที่คนต่ำต้อยเช่นเจ้าจะสามารถดูถูกได้!”
“ไม่เชื่อหรือ? เช่นนั้นเจ้าสามารถลองดูได้”
มันพุ่งเข้าไปโจมตีอย่างบ้าคลั่ง ลู่เฉินจึงถือโอกาสสร้างปราการวิญญาณภายในพื้นที่จิตของอีกฝ่าย
อีกาตัวนี้ไม่ได้สนใจเขามากนัก และยังโจมตีอย่างบ้าคลั่ง แต่ชายหนุ่มยังคงไม่เป็นอะไร จนกระทั่งเวลาผ่านไปครู่หนึ่ง ลู่เฉินจึงได้สติกลับมา พลางแสยะยิ้มมอง “ถึงตาข้าลงมือแล้ว?”
“เจ้าหมายความว่าอย่างไร?” อีกามองลู่เฉินด้วยความประหลาดใจ
แต่ชายหนุ่มยิ้มและเรียกเงาสายฟ้าออกมา จากนั้นจึงมอบคำสั่งให้มัน “รับใช้ชายผู้นี้ให้ดี”
“ขอรับ!”
อีกาภูตเห็นลู่เฉินนำเงาสายฟ้าออกมาจึงรู้สึกแปลกใจ “นี่คือสิ่งประหลาดอะไรกัน!”
เขาไม่พูดอะไร จากนั้นเงาสายฟ้าก็ปล่อยพายุฟ้าคะนองออกมาหลายครั้งทันที
พายุฟ้าคะนองเหล่านี้ ค่อย ๆ ระเบิดไปยังอีกาภูต
ตูม! ตูม! ตูม!
หลังจากพายุฟ้าคะนองถูกปล่อยออกไป วิญญาณของอีกาจึงตกตะลึงขึ้นมาทันที
ลู่เฉินก้าวออกมาข้างหน้า ถือโอกาสที่อีกฝ่ายหมดสติ ประทับตราวิญญาณเข้าไปทันที
หลังจากที่อีกาค่อย ๆ ฟื้นได้สติขึ้นมา ก็พบว่าตนอยู่ภายในปราการวิญญาณ และใช้พลังวิญญาณไม่ได้แม้แต่น้อย
อีกาหวาดกลัวจนร้อนใจขึ้นมา “เจ้าทำสิ่งใดกับข้า?”
“เจ้าคิดว่าอย่างไรเล่า?”
อีการีบตรวจสอบตนเองดูทันที และพบว่าภายในวิญญาณของตนมีพลังประหลาดบางอย่างอยู่ มันราวกับคอยเฝ้าสังเกตการเคลื่อนไหวของตนอยู่ตลอดเวลา และยังส่งผลกระทบต่อร่างกายด้วย
สิ่งนี้ทำให้อีกาหวาดกลัวจนตื่นตระหนก
ลู่เฉินมองมันด้วยรอยยิ้ม “หากไม่อยากตายก็จงยอมแพ้ซะ”
“แต่… แต่ข้าได้ทำข้อตกลงกับเจ้านายของข้า” อีกาพูดด้วยความตื่นกลัว
“วางใจเถิด เพียงแค่ข้อตกลง ข้าสามารถกำจัดมันได้”
“กำจัด?” อีการู้สึกเหลื่อเชื่อ
ลู่เฉินเดินเข้าไปในปราการวิญญาณพลางแสยะยิ้ม “มาเถิด!”
พูดจบ เขาก็ทำลายการติดต่อระหว่างวิญญาณของอีกาและผู้อาวุโสรองทั้งหมด
อีกาตกตะลึง พร้อมมองชายหนุ่มด้วยความแปลกใจ
“ตอนนี้ยอมแพ้ได้แล้วหรือไม่?”
“ได้!” อีกาทำได้เพียงตอบตกลง เพราะพลังของอีกฝ่ายนั้นแข็งแกร่งมากเกินไป
หลังจากที่ลู่เฉินทำข้อตกลงกับมันแล้วจึงระบายยิ้มออกมา จากนั้นก็ออกไปจากกายเนื้อของอีกาตัวนี้
คนที่อยู่ด้านนอกต่างรู้สึกแปลกใจว่าเขาเป็นอย่างไรกันแน่
อีกทั้งผู้อาวุโสท่านอื่น ๆ ก็ยังคงพูดโน้มน้าวผู้อาวุโสรองต่อไป
ผู้อาวุโสเจ็ดพูดด้วยความร้อนใจว่า “ผู้อาวุโสรอง เขาสำคัญกับพวกเรามากจริง ๆ!”
จากนั้นผู้อาวุโสสี่ก็พูดขึ้นมา “ผู้อาวุโสรอง พวกเราทั้งสามไม่ได้มีเจตนาที่จะโกหกท่าน!”
ผู้อาวุโสสิบพูดขึ้นมาว่า “ผู้อาวุโสรอง ท่านควรจะรู้ว่าเป้าหมายของงานชุมนุมยอดเขาครั้งนี้ก็เพื่อเลือกคน ดังนั้นท่านโปรดเข้าใจด้วย”
ผู้อาวุโสรองลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตะคอกกลับมา “นอกเสียจากเขาจะยอมสำนึกผิดต่อข้า ข้าถึงจะอภัยให้เขาได้!”
“อภัยให้ผู้ใด?” ขณะนั้นเอง จู่ ๆ ลู่เฉินก็ปรากฏตัวออกมา
ทุกคนคิดไม่ถึงว่าชายหนุ่มจะไม่เป็นอะไรเลยแม้แต่น้อย ฝ่ายผู้อาวุโสหลายคนก็ยิ่งแปลกใจว่าเกิดสิ่งใดขึ้น
เฮยหลวนมีสีหน้าสงสัย
“เจ้าหนุ่ม เจ้ามีความสามารถไม่น้อยเลย สามารถหนีออกมาจากภายในร่างของอีกาภูตได้” ผู้อาวุโสรองหัวเราะขึ้นมา
“อีกาภูต เขาเชื่อฟังดีมาก”
เชื่อฟังดีมาก?
ทุกคนต่างมองหน้ากันและแปลกใจในสิ่งที่ลู่เฉินพูด