ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 681 กำราบต้นไม้ชรา และพบเฮยหลวนที่ถูกจับ
บทที่ 681 กำราบต้นไม้ชรา และพบเฮยหลวนที่ถูกจับ
ทันใดนั้นวิญญาณของผู้อาวุโสสามก็ราวกับโดนอะไรบางอย่างทำร้าย
เมื่อลู่เฉินเก็บมือกลับมา เขาก็ยิ้มพลางมองผู้อาวุโสสาม “เจ้าควรจะรู้ว่าในตอนนี้เจ้าไม่สามารถโกหกข้าได้”
เมื่อผู้อาวุโสสามรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ จึงมีสีหน้าตื่นตระหนก “ข้า… ข้าไม่ได้โกหก”
“หมายความว่าเรื่องของภูเขาหิมะนั่นคือเรื่องจริงหรือ?”
“ใช่!” ผู้อาวุโสสามยืนยัน
เมื่อชายหนุ่มเข้าใจแล้วจึงเอ่ยว่า “ได้ เจ้าไปก่อนเถิด เมื่อข้าคิดจะออกไปจากหุบเขาลึกแล้ว ข้าจะพาเจ้าไป”
“ได้!” ผู้อาวุโสสามถอนหายใจและคลายความกังวลลง
แต่ผลของฝ่ามือแปดวิญญาณยังคงอยู่ ดังนั้นผู้อาวุโสสามจึงทำได้เพียงรออยู่ที่นั่น
จนกระทั่งเวลาผ่านไปครู่หนึ่ง เมื่อผู้อาวุโสสามสามารถเคลื่อนไหวได้ ลู่เฉินจึงให้เขาออกไปจากค่ายกลนี้ ส่วนตนก็เก็บกุ่ยเจี๋ยกลับเข้ามา และมองไปยังหมอกหนาด้านหน้า “ควรจะไปดูภายในนั้นเสียหน่อย”
จากนั้นก็เห็นเพียงชายหนุ่มที่เริ่มเดินเข้าไปด้านหน้า
หมอกเหล่านั้นค่อย ๆ หนาขึ้นเรื่อย ๆ
และในที่สุดก็เกิดปัญหาขึ้น เขามองเห็นในระยะสายตาเพียงสามก้าวเท่านั้น
ชายหนุ่มจึงทำได้เพียงเปิดใช้ ‘เคล็ดวิชาหมื่นวิญญาณ’ ป้องกันรอบ ๆ ไว้ และมันยังป้องกันหากมีคนคิดจะซุ่มทำร้ายเขาได้ด้วย
ทันใดนั้นก็เห็นสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งมีพลังปราณหนาแน่น ลู่เฉินเดินเข้าไปดูด้วยความแปลกใจ
แต่ค่ายกลที่ทรงพลังได้ขวางทางเขาเอาไว้
โดยเฉพาะขณะที่ชายหนุ่มเดินเข้าไปใกล้นั้น รอบ ๆ พลันเกิดแสงสีเขียวสว่างขึ้นมามากมาย และแสงสีเขียวเหล่านี้ก็ได้กลายเป็นเถาวัลย์พันรัดลู่เฉินเอาไว้อย่างแน่นหนา ราวกับจะทำให้เขาแตกสลายเสียให้ได้
เมื่อลู่เฉินเห็นดังนั้นจึงเผยรอยยิ้มเย็นชา “คิดจะขังข้าหรือ?”
เมื่อพูดจบ ‘เคล็ดวิชาหมื่นวิญญาณ’ ของเขาจึงดูดซับพลังของเถาวัลย์ จากนั้นเมื่อเดินไปข้างหน้าก็พบว่าหมอกหนารอบ ๆ ค่อย ๆ จางหายไป เหลือไว้เพียงต้นไม้ขนาดใหญ่ต้นหนึ่งซึ่งปรากฏอยู่ตรงหน้า
ใบไม้ของต้นไม้นี้มีขนาดใหญ่เท่ากับร่างกายของมนุษย์ ส่วนลำต้นนั้นมีขนาดใหญ่เท่ากับมนุษย์หลายคนรวมกัน
ไม่เพียงเท่านั้น ด้านบนยังมีผลไม้อยู่ไม่น้อย
ผลไม้เหล่านี้เผยกลิ่นอายมืดมนออกมา อีกทั้งพื้นผิวด้านนอกก็ดูราวกับว่าเป็นผิวหนังของงู
“เจ้าเองหรือที่สร้างเรื่องประหลาดนั่น?” เมื่อลู่เฉินเห็นต้นไม้นี้แล้ว เขาก็หวนคิดไปถึงเถาวัลย์ที่เปล่งแสงสีเขียวเมื่อครู่
ต้นไม้นี้กลายเป็นวิญญาณ เมื่อได้ยินคำพูดของชายหนุ่มจึงสั่นไหวใบไม้แห้งที่อยู่บนต้นทันที จากนั้นก็ส่งเสียงอันทรงพลังออกมา “หากไม่อยากตาย จงกลับไปทางเดิมเสีย! มิเช่นนั้น ข้าจะทำให้เจ้าได้ตายทั้งเป็น”
“ข้าต้องการผลไม้ด้านบนของเจ้า” ชายหนุ่มชี้ไปยังผลไม้ด้านบน
“เหตุใดข้าต้องมอบให้เจ้า?”
“เพราะผลไม้นี้ของเจ้ามีพลังปราณที่แข็งแกร่งมาก ข้าอยากได้มาสำรองไว้” ลู่เฉินยิ้มพลางมองอีกฝ่าย
“สำรองไว้? เจ้าคิดว่าข้าเป็นใครกัน? ข้าจะมอบให้เจ้าง่าย ๆ อย่างนั้นหรือ?” เมื่อวิญญาณต้นไม้เห็นท่าทางอวดดีของอีกฝ่าย มันจึงพูดขึ้นมาด้วยความโมโห
ชายหนุ่มยิ้ม “รออีกไม่นานเจ้าก็จะมอบมันให้ข้าแล้ว”
“ฝันไปเถิด!” วิญญาณต้นไม้พูดด้วยท่าทางดูถูก
“อีกไม่นานก็จะเป็นความจริงแล้ว!” เขายิ้มพลางมองวิญญาณต้นไม้ จากนั้นจึงใช้ ‘เคล็ดวิชาหมื่นวิญญาณ’ ทันที
จู่ ๆ วิญญาณต้นไม้ก็รู้สึกว่าพลังปราณภายในร่างกายของมันหายไปอย่างรวดเร็ว และยังรู้สึกราวกับใจกลางของตนนั้นกำลังเหี่ยวเฉาลง
เรื่องนี้ทำให้ต้นไม้นี้หวาดกลัวจนตะโกนขึ้นมาว่า “หยุด!”
ลู่เฉินจึงหยุดมือลง จากนั้นก็ยิ้มพลางเอ่ยว่า “เป็นอย่างไรเล่า? ยอมแพ้หรือไม่?”
ต้นไม้กล่าวด้วยความหดหู่ใจ “ถ้าเจ้าต้องการผลไม้ ข้าก็จะมอบให้ แต่ข้าต้องเตือนเจ้าไว้เสียก่อน ผลไม้เหล่านี้ของข้า เจ้าต้องใช้ภายในสองถึงสามวันเท่านั้น มันไม่สามารถเก็บสะสมไว้ได้ มิเช่นนั้นสรรพคุณทางยาจะค่อย ๆ หายไป”
“โอ้? เก็บสะสมไม่ได้?”
“ใช่ ผลไม้เหล่านี้ของข้า เมื่อออกห่างจากข้าไป ก็…” ต้นไม้นี้ดูเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง
ชายหนุ่มยิ้มออกมา “เช่นนั้นข้าคงต้องถอนรากถอนโคนต้นไม้นี้ของเจ้า”
“นี่เจ้าบ้าไปแล้วหรือ!” ต้นไม้เอ่ยด้วยความหวาดกลัว
“เจ้ามีปัญหาหรือ?”
“มีเพียงที่นี่เท่านั้นที่เหมาะสมกับการเติบโตของข้า หากไปที่อื่นข้าอาจจะเหี่ยวเฉาลงได้” ต้นไม้กล่าวด้วยความกังวล
ชายหนุ่มมองมันก่อนจะมองไปรอบ ๆ “ก็แค่มีไอภูตผีและพลังปราณเท่านั้น ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ”
“ใช่ แต่เจ้าคิดว่ามีสถานที่อื่นที่ดีกว่านี้หรือไร?” ต้นไม้พูดอย่างเย้ยหยัน
ลู่เฉินยิ้ม “ข้าจะเตรียมให้เจ้าเอง”
“เจ้าไม่ต้องมาขู่ข้า …ข้ารู้สึกเช่นนั้น” เมื่อต้นไม้พูดจบก็กลายเป็นชายชราคนหนึ่งทันที
ชายชราตรงหน้ามีผิวทั้งร่างเป็นเปลือกไม้ และยังเป็นเปลือกไม้ที่ดูเหี่ยวเฉาด้วย ดูแล้วแปลกประหลาดนัก
ลู่เฉินไม่ได้รู้สึกหวาดกลัว เขายิ้มออกมาแล้วกล่าวว่า “มาทำสัญญาบางอย่างก่อนแล้วค่อยว่ากัน”
“สัญญา?” ชายชราเบิกตากว้างขึ้นมา
“มีปัญหาหรือ?”
“หรือเจ้ากำลังคิดถึงเรื่องอื่น” ชายชราเอ่ยเตือน
ชายหนุ่มมองอีกฝ่ายด้วยความแปลกใจ “อย่างไรกัน?”
“ข้าเป็นต้นไม้ชรา หากเจ้าไม่มีวิญญาณที่แข็งแกร่งก็ไม่สามารถทำสัญญากับข้าได้ ดังนั้นเจ้าจงเลิกคิดเสียเถิด มิเช่นนั้นวิญญาณที่แข็งแกร่งของข้าอาจจะทำลายวิญญาณของเจ้าได้” ชายชราพูดด้วยความมั่นใจ
ลู่เฉินยิ้มประหลาด “เจ้าคิดว่าข้าอ่อนแองั้นหรือ?”
“ใช่! เจ้าเป็นเพียงขั้นหลอมแก่นแท้ เช่นนั้นไม่อ่อนแออย่างนั้นหรือ?” ชายชรามองอีกฝ่ายอย่างพิจารณา
“ลองดูก็จะรู้” ลู่เฉินยิ้ม
ชายชรามองคนตรงหน้าด้วยความคลางแคลงใจ จากนั้นก็รวบรวมเงาสีเขียวออกมา “เช่นนั้นก็ลองดู แต่หากเจ้าตายก็อย่ามาโทษข้า!”
ชายหนุ่มคิดไม่ถึงว่าชายชราจะน่าสนใจเพียงนี้ “วางใจเถิด ข้าไม่โทษเจ้าแน่”
พูดจบ ทั้งสองก็ทำสัญญากัน
เมื่อสำเร็จแล้วชายชราก็คิดว่าอีกฝ่ายจะเจ็บปวด หรือไม่ก็หลั่งน้ำตาออกมา ไม่เช่นนั้นก็กลายเป็นคนเสียสติไป
ทว่าชายหนุ่มตรงหน้าแทบจะไม่มีอาการเหล่านั้น ลู่เฉินยิ้มพลางมองอีกฝ่ายแล้วเอ่ยว่า “ภายในป่าผืนนี้มีต้นไม้ที่เหมือนเจ้ามากน้อยเพียงใด?”
ชายชราชะงักไปครู่หนึ่ง เขาจ้องมองชายหนุ่มด้วยความสงสัย “เจ้าไม่เป็นอะไรจริง ๆ หรือ?”
“แน่นอน”
ทันใดนั้นชายชราก็รู้สึกกังวลใจขึ้นมา เขายังคงจ้องมองลู่เฉิน “เป็นไปได้อย่างไร?”
ชายหนุ่มคร้านจะอธิบาย จึงจ้องอีกฝ่ายพลางพูดขึ้นว่า “ตอบคำถามของข้า”
“ที่นี่มีต้นไม้แปลก ๆ อยู่จำนวนไม่น้อย แต่มีเพียงผลของข้าเท่านั้นที่มีประโยชน์ต่อมนุษย์ ส่วนผลไม้อื่น ๆ ล้วนเป็นพิษ นอกจากทำร้ายมนุษย์แล้วยังไม่มีประโยชน์ใด ๆ” ชายชรากล่าวอย่างภาคภูมิใจ
ลู่เฉินคิดไม่ถึงว่าจะเป็นเช่นนี้
และในตอนนั้นเองที่มีเสียงกรีดร้องดังขึ้นมาแต่ไกล ทั้งยังเป็นเสียงของสตรีคนหนึ่ง
ชายหนุ่มมองไปทางเสียงนั้นด้วยความแปลกใจ “ไปเถอะ ไปดูด้วยกันเสียหน่อย”
ชายชราตกตะลึง “อย่าเดินซี้ซั้ว ที่นี่เต็มไปด้วยพิษและอันตราย”
ทว่าลู่เฉินไม่สนใจ เขาวิ่งนำชายชราออกไป ชายชราจึงทำได้เพียงลอยตัวตามหลังอีกฝ่ายพลางพูดจ้อไปตลอดทาง
“นี่ เจ้าหนุ่ม วิ่งให้ช้าลงหน่อย!”
“นี่ เจ้าหนุ่ม อย่าเดินซี้ซั้ว!”
“เจ้าหนุ่ม เหตุใดเจ้าจึงไม่ฟังคำเตือนของข้าเล่า?”
….
คำพูดของชายผู้นี้ทำให้ลู่เฉินนึกเสียใจเล็กน้อยที่พาอีกฝ่ายมาด้วย
ในขณะนั้นเองที่ชายหนุ่มเห็นว่าห่างออกไปเพียงไม่กี่สิบก้าว เฮยหลวนกำลังถูกเถาวัลย์สีดำพันรัด และถูกลากออกไปทางด้านหลัง
เมื่อเขาเห็นภาพดังกล่าวจึงรีบเข้าไปและปล่อยเงาสายฟ้าออกมาทันที
เงาสายฟ้าปล่อยพายุฟ้าคะนองออกมา และโจมตีไปยังเถาวัลย์สีดำนั้น
เถาวัลย์สีดำที่รัดเฮยหลวนไว้ถอยออกไปอย่างรวดเร็วทันที
ลู่เฉินรีบตามไป แต่อีกฝ่ายก็หายตัวไปอย่างรวดเร็ว
ชายหนุ่มมีท่าทีจริงจังขึ้นมา “นั่นคือสิ่งประหลาดอันใดกัน”
“นั่นคือเถาวัลย์ภูเขาทมิฬที่เลื่องชื่อของที่นี่!” ชายชราตอบ
“เถาวัลย์ภูเขาทมิฬ? มีที่มาอย่างไร?” ลู่เฉินถามชายชราด้วยความแปลกใจ