ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 682 ผู้แข็งแกร่งที่มาจากภูเขาพฤกษาทมิฬ
บทที่ 682 ผู้แข็งแกร่งที่มาจากภูเขาพฤกษาทมิฬ
ชายชรามองลู่เฉินพลางพูดออกมา “เจ้าหนุ่มคนนี้ ช่างน่าทึ่งจริง ๆ”
“อย่าพูดให้มากความ บอกข้ามา มันมีที่มาอย่างไรและอยู่ที่ใดกัน!” ตอนนี้ลู่เฉินรู้สึกกังวลถึงความปลอดภัยของเฮยหลวน
“มันเป็นเถาวัลย์พิษชรา และยังบ้าอำนาจมากด้วย หากถูกมันมองเป็นเหยื่อแล้วก็ยากจะหนีพ้น” ชายชราอธิบาย
ชายหนุ่มสงสัย “เหยื่อ?”
“ใช่!”
“เฮยหลวนจะกลายเป็นเหยื่อได้อย่างไร?” เขาแปลกใจ โดยเฉพาะเหตุใดหญิงสาวถึงได้มาปรากฏตัวที่นี่ได้
เมื่อชายชราเห็นอีกฝ่ายอยู่ตรงนั้นจึงพึมพำออกมา “ไม่ว่าสตรีผู้นั้นจะเป็นใครสำหรับเจ้า เจ้าอย่าคิดที่จะช่วยนางเลย เพราะเจ้าไม่มีความสามารถพอที่จะช่วยนางได้”
“ถ้าข้าคิดจะช่วย ใครก็ขวางข้าไม่ได้” เมื่อลู่เฉินพูดจบก็ให้ชายชรานำทางไป
ชายชราเบิกตากว้าง “เจ้าหนุ่ม เจ้ากำลังพูดเรื่องตลกอยู่ใช่หรือไม่?”
ชายหนุ่มจ้องมองอีกฝ่าย และทำให้ชายชราพูดออกมาด้วยความมึนงง “ถิ่นเดิมของมันอยู่ในภูเขาเถาวัลย์ทมิฬซึ่งห่างออกไปเพียงไม่กี่จั้งข้างหน้า ที่นั่นมีเถาวัลย์อยู่เป็นจำนวนมาก และเขาคือราชันภูเขาเถาวัลย์ทมิฬ ดังนั้นถ้าเจ้าต้องการที่จะตามหาเขา เจ้าจะต้องแน่ใจก่อนว่าจะไม่ถูกเถาวัลย์เหล่านั้นผูกรัดเอาไว้”
“นำทางไป!” เขาพูดเพียงสั้น ๆ ท่าทีเช่นนั้นทำให้ชายชรากังวลใจขึ้นมา “จะไปจริง ๆ หรือ?”
“จะนำทางหรือไม่?”
ชายชราจึงทำได้เพียงนำทางไป และไม่กล้าพูดอะไรมากกว่านี้
ไม่เพียงเท่านั้น ลู่เฉินยังให้ชายชราเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น แต่เขากลับรู้สึกกังวล “เจ้าหนุ่ม สตรีผู้นั้นเป็นอะไรกับเจ้าหรือ?”
“เป็นศิษย์ในนาม” เขาตอบกลับ
ชายชราเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ “เห็นได้ชัดว่านางแข็งแกร่งกว่าเจ้า เป็นศิษย์อย่างนั้นหรือ?”
“เจ้าก็ถูกข้าจับมาง่าย ๆ มิใช่หรือ?”
“นั่นเป็นเพราะเคล็ดวิชาของเจ้าควบคุมข้า …มิเช่นนั้น” เมื่อชายชราหวนคิดไปถึงเคล็ดวิชาประหลาดของอีกฝ่าย เขาก็รู้สึกไม่สบายใจขึ้นมา
ชายหนุ่มยิ้มเย็นชาออกมา แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรมากนัก
ชายชราทำได้เพียงถอนหายใจและนำทางต่อไป จนกระทั่งผ่านไปครู่หนึ่งจึงมายังภูเขาลูกหนึ่งที่เต็มไปด้วยเถาวัลย์สีดำปกคลุมอยู่
เพียงเห็นเถาวัลย์สีดำเหล่านี้ที่มีขนาดเล็กกว่าเถาวัลย์เมื่อครู่ ก็เห็นได้ชัดว่าสิ่งเหล่านี้คือลูกสมุน
“เห็นแล้วหรือไม่ เจ้าพวกนี้ก็ใช่ อย่าคิดจะเข้าไปใกล้มันเด็ดขาด เพราะพวกมันจะกระจายพิษออกมาและทำให้คนเกิดภาพหลอนได้” ชายชราถอยห่างออกมาระยะหนึ่ง และชี้ไปยังเถาวัลย์เหล่านั้นพลางพูดขึ้นมา
“ตามมา” ลู่เฉินพูดเพียงสองคำสั้น ๆ แต่ชายชรากลับรู้สึกตื่นตระหนกขึ้นมา “เจ้าหนุ่มผู้นี้ …คงไม่คิดจะไปช่วยจริง ๆ หรอกนะ?”
เขาไม่สนใจว่าชายชรากำลังคิดสิ่งใด เพราะตนได้มายังเชิงเขาของภูเขาลูกนี้แล้ว
เถาวัลย์สีดำขนาดเล็กเหล่านั้นค่อย ๆ เลื้อยเข้ามาใกล้ทีละต้น พวกมันคิดจะผูกรัดชายหนุ่มเอาไว้ แต่ยังไม่ทันถึงตัวกลับแห้งเฉาไปเสียก่อน
ชายชราที่มองอยู่ด้านหลังถึงกับสูดหายใจเข้าลึก “พลังการดูดวิญญาณนี้ …ช่างแข็งแกร่งนัก!”
ลู่เฉินไม่สนใจว่าชายชรากำลังคิดสิ่งใด ยังคงเดินไปตามทางของตนต่อไป
ชายชราจึงเดินตามไปอย่างเงียบ ๆ
ส่วนเถาวัลย์ด้านหน้านั้นยังไม่ทันถึงตัวชายหนุ่มก็ร่วงหล่นไปตามทางเสียก่อน จนกระทั่งลู่เฉินมาถึงปากถ้ำแห่งหนึ่ง ที่นั่นเขาได้เห็นเถาวัลย์ขนาดใหญ่อีกครั้ง
แต่ไม่เพียงเท่านั้น เถาวัลย์ขนาดใหญ่นี้ยังส่งเสียงขึ้นมาด้วยความโกรธเคือง “เจ้าคือผู้ใดกัน? เหตุใดจึงคิดที่จะทำร้ายข้า? และยังคิดทำร้ายคนของข้าอีก!”
“ปล่อยสตรีผู้นั้นไปซะ แล้วข้าจะไม่ทำร้ายเจ้า มิเช่นนั้น…” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“นางเป็นเหยื่อของข้า จะปล่อยไปได้อย่างไร?” อีกฝ่ายยังคงยืนกรานเช่นเดิม
“หากไม่ปล่อย เช่นนั้นข้าคงต้องจัดการเจ้าเสีย!” เมื่อลู่เฉินพูดจบ จึงใช้ ‘เคล็ดวิชาหมื่นวิญญาณ’
เถาวัลย์ขนาดใหญ่เริ่มลีบเล็กลง ทำให้ราชันภูเขาเถาวัลย์ทมิฬรู้สึกโมโหจนดึงมันกลับมาทันที จากนั้นก็ก่นด่า “เจ้าหนุ่ม ถ้าเจ้ากล้านักก็จงเข้ามา! ข้ารับรองว่าได้จะทำให้เจ้าตายทั้งเป็น!”
ชายหนุ่มคร้านจะฟังคำข่มขู่ของอีกฝ่าย จึงเตรียมพร้อมและเดินเข้าไป
ทันใดนั้นชายชราก็พูดด้วยน้ำเสียงติดขัดขึ้นมา “เจ้าหนุ่ม อย่าวู่วามเด็ดขาด ทุกอย่างอยู่ภายในนั้น”
“ข้าไม่สนว่าภายในนั้นจะมีสิ่งใด!” เขาไม่สนใจใด ๆ ทั้งสิ้นและเดินตรงเข้าไปภายในนั้น
ชายชราอดส่ายศีรษะไม่ได้ “บ้าไปแล้ว บ้าไปแล้วชัด ๆ!”
สุดท้ายชายชราก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรเช่นกัน ภายในนั้นเต็มไปด้วยหมอกพิษสีดำ เขาจึงพูดด้วยความกังวลใจ “ที่นี่เต็มไปด้วยหมอกพิษ”
“เจ้ากลัวหรือ?” ลู่เฉินย้อนถาม
“ข้าไม่กลัวพิษ มันนับว่าไม่สำคัญ …แต่เจ้า”
“ข้าก็ไม่กลัว” คำพูดของอีกฝ่ายทำให้ชายชรารู้สึกสับสน
ชายหนุ่มไม่ได้อธิบายต่อ แต่กลับเดินต่อไปตามทางของตน
เมื่อเวลาผ่านไปครู่หนึ่งพวกเขาก็มาถึงภายในถ้ำ และได้เห็นว่ารากที่แท้จริงของราชันภูเขาเถาวัลย์ทมิฬนั้นอยู่ภายในภูเขาลูกนี้ และบนกำแพงรอบ ๆ ยังเต็มไปด้วยเถาวัลย์ของมัน
ทันใดนั้นเอง เถาวัลย์นี้ก็ปิดทางเข้าออกของปากถ้ำเอาไว้
จากนั้นรอบ ๆ ก็เกิดแสงสีเขียวและสีดำสว่างวาบขึ้นมา
ในขณะเดียวกันเสียงของราชันเถาวัลย์ก็พูดขึ้นมาด้วยความโมโห “เจ้าหนุ่ม อย่ารังแกผู้อื่นให้มากนัก!”
“แล้วนางเล่า!” ลู่เฉินถามเพียงสั้น ๆ
“ไม่อยู่แล้ว!” อีกฝ่ายพูดด้วยความโมโห
“เจ้าฆ่านางแล้ว? หรือกลืนกินนางลงไป?” ชายหนุ่มมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก
“ข้าคิดว่าอาจจะถูกนำตัวไปแล้ว!” อีกฝ่ายพูดด้วยความโมโห
“ถูกนำตัวไป?” เขาแสดงสีหน้าแปลกใจออกมา
“ใช่!”
ลู่เฉินพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ผู้ใดนำตัวไปและไปที่ใด?”
“บอกไม่ได้!” อีกฝ่ายพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“โอ้? หมายความว่าต้องให้ข้าจัดการเจ้า เจ้าถึงจะยอมเปิดปาก?”
“เจ้าหนุ่ม คนผู้นั้นเจ้าทำอะไรเขาไม่ได้ ดังนั้นข้าจะแนะนำเจ้าว่ามาจากทางไหนจงไสหัวกลับไปทางนั้น มิเช่นนั้นเจ้าจะเสียใจ!” มันพูดด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด
“ไม่มีผู้ที่ข้าทำอะไรไม่ได้!” เมื่อชายหนุ่มพูดจบจึงใช้ ‘เคล็ดวิชาหมื่นวิญญาณ’ อีกครั้ง
เถาวัลย์สีดำรอบ ๆ เหี่ยวเฉาลงทันที ราชันเถาวลัย์โมโหจนก่นด่าออกมา “เจ้าหนุ่ม สตรีผู้นั้นอยู่ภายในภูเขาพฤกษาทมิฬ หากเจ้ามีความสามารถก็เชิญ!”
ทันใดนั้นอีกฝ่ายก็กลายเป็นหมอกสีดำและหายตัวไปกับอากาศทันที
ลู่เฉินรีบเดินออกจากถ้ำทันที ทว่าภายในนี้การมองเห็นได้รับผลกระทบ แม้จะเปิดจิตในแต่ละระยะของการมองเห็นนั้น แต่มันก็เห็นแค่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในระยะหนึ่งร้อยก้าวเท่านั้น
“ภูเขาพฤกษาทมิฬคือที่ใดกัน?” เขาเอ่ยถามชายชรา
ชายชรามีสีหน้าเปลี่ยนไป
“พูดออกมา”
“ที่นี่ …แม้พวกเราจะครอบครองพืชและพฤกษาต่าง ๆ เหล่านั้นไว้ แต่ที่นี่ก็ยังมีกองกำลังขนาดใหญ่ และกองกำลังเหล่านั้นก็มาจากภูเขาพฤกษาทมิฬ ข้าคิดว่าภูเขาเถาวัลย์ทมิฬก็ออกมาจากที่นั่นเช่นกัน” ชายชราอธิบาย
ชายหนุ่มคิดไม่ถึงว่าสถานที่แห่งหนึ่งจะมีกองกำลังใหญ่ได้ถึงเพียงนั้น ทว่าเขากลับไม่สนใจและพูดขึ้นมาว่า “ไปเถิด”
“เจ้า …ต้องการไปที่นั่นหรือ?”
“แล้วอย่างไรกัน?”
“ภูเขาพฤกษาทมิฬมีปีศาจไม้ชราอยู่ ปีศาจไม้ชรานี้แข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง และมีบริวารที่แข็งแกร่งอยู่มากมาย ข้ากลัวว่าเจ้า…”
“ถ้าพวกมันกล้ามายุ่งกับข้า ข้าก็ทำให้พวกมันแห้งเหี่ยวตาย!”
แต่ชายชราก็กลับอธิบายว่า “ผู้แข็งแกร่งจำนวนไม่น้อยของพวกเขามีสมบัติวิญญาณอยู่ และยังมีบางคนที่มีการป้องกันที่แข็งแกร่ง ข้ากลัวว่าเคล็ดวิชาของเจ้าจะใช้ไม่ได้ผลกับพวกเขา”
“ข้ายังมีอีกหลายวิธี!” เมื่อลู่เฉินพูดจบก็ให้ชายชรานำทางไป
ชายชราทำได้เพียงส่ายศีรษะ จากนั้นก็ทำทางต่อไป
พวกเขาใช้เวลาเดินทางประมาณหนึ่งถ้วยชา จากนั้นชายชราก็ชี้ไปยังภูเขาด้านหน้า แต่หมอกบนภูเขานั้นทำให้มองเห็นได้เพียงสถานการณ์ด้านล่างเท่านั้น
“ดูนั่น ที่นั่นก็คือภูเขาพฤกษาทมิฬ”
ชายหนุ่มขานรับ เขาไม่สนว่ามันจะมีต้นกำเนิดและที่มาอย่างไร พร้อมเดินหน้าต่อไป
แต่เดินไปได้เพียงครึ่งทางก็มีเสียงหัวเราะดังขึ้นมารอบ ๆ “ที่นี่คือภูเขาพฤกษาทมิฬ หากไม่อยากตายก็จงไสหัวออกไปไกล ๆ!”
เมื่อได้ยินเสียงนี้ ชายชราก็ตัวสั่นขึ้นมา “ราชันต้นหัวเราะแห่งภูเขาพฤกษาทมิฬ”
“ราชันต้นหัวเราะ?” ลู่เฉินกวาดสายตามองไปรอบ ๆ
“ใช่ เสียงของเขาทำให้คนหัวเราะขึ้นมาจนไม่สามารถหยุดได้” ชายชราพูดพลางถอยหลังห่างออกไป และไม่กล้าก้าวไปด้านหน้าต่อ
ทันใดนั้นเสียงหัวเราะนั้นก็ดังขึ้นมาจากมุมหนึ่ง “…ในที่สุดก็ได้พบกัน!”