ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 683 ต้นไม้ห้วงฝัน ต้าพ่างจื่อ
บทที่ 683 ต้นไม้ห้วงฝัน ต้าพ่างจื่อ
ขณะที่ราชันต้นหัวเราะกำลังพึงพอใจอยู่นั้น ลู่เฉินก็พูดขึ้นมาสั้น ๆ ว่า “ไม่ว่าเจ้าจะมีนามว่าอย่างไร ทางที่ดีคืออย่ามายุ่งกับข้า!”
เมื่อพูดจบชายหนุ่มก็มองไปยังชายชราที่ตกละลึงอยู่ “ไป”
ไป?
ทว่าชายชราไม่กล้า ทันใดนั้นเสียงหัวเราะในมุมมืดจึงพูดขึ้นมา “นานมากแล้วที่ไม่ได้พบคนที่น่าสนใจเช่นนี้”
เขาไม่สนใจ และจ้องมองชายชราผู้นั้น “กำลังคิดสิ่งใดหรือ?”
ชายชรากำลังคิดถึงความน่ากลัวของราชันต้นหัวเราะ แต่ตอนนั้นเองที่ลู่เฉินกลับพูดขึ้นมาอย่างไม่สนใจ “ไป!”
“เจ้าหนุ่ม …ต้องทำเช่นนั้นจริง ๆ หรือ?” ชายชราพูดด้วยความหดหู่ใจ
เขาพูดออกมาสั้น ๆ “แค่วิญญาณต้นไม้ต้นหนึ่งเท่านั้น ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร”
ชายชราไม่รู้ว่าควรพูดกับอีกฝ่ายอย่างไร ขณะนั้นเสียงหัวเราะประหลาดก็ดังขึ้นมา “แค่วิญญาณต้นไม้ต้นหนึ่ง? ดูเหมือนว่าเจ้าต้องลองสัมผัสเสียหน่อยแล้ว!”
เมื่อพูดจบเสียงนั้นก็เริ่มส่งเสียงหัวเราะประหลาดออกมา
หลังเสียงหัวเราะดังขึ้น ชายชราก็หัวเราะตามเช่นกัน และยังหัวเราะไม่หยุดอีกด้วย แม้กระทั่งน้ำตาไหลออกมาแล้วก็ยังหัวเราะไม่หยุด
ทว่าลู่เฉินกลับไม่เป็นอะไร
สิ่งนี้ทำให้ชายชราหัวเราะพลางเอ่ยถามออกไป “เจ้า …เหตุใดเจ้าจึงไม่เป็นอะไรแม้แต่น้อย?”
ชายหนุ่มวางมือข้างหนึ่งไว้บนไหล่ของชายชรา ไม่นานอีกฝ่ายก็กลับมาเป็นปกติราวกับไม่เคยเกิดอะไรขึ้น
“เจ้าสามารถทำลายได้!?” ชายชราตกตะลึงขึ้นมา
ไม่เพียงชายชราเท่านั้น เพราะแม้แต่เสียงหัวเราะที่ดังอยู่ในมุมมืดก็หยุดลง และยังเริ่มสงสัย “เจ้าหนุ่ม บนตัวเจ้ามีสมบัติวิญญาณอยู่หรือ?”
เขาไม่สนใจและนำศิลาวิญญาณชิ้นหนึ่งออกมา อีกทั้งยังสลักอักขระยันต์บางอย่างลงไปด้านบน จากนั้นจึงมอบให้ชายชรา “ถือเอาไว้ เสียงของมันจะไม่สามารถเข้าสู่ร่างกายเจ้าได้”
ชายชรารับก้อนหินนั้นมา พลางเอ่ยถามด้วยความแปลกใจว่า “นี่คือ?”
“อักขระยันต์ที่ป้องกันการทำร้ายจากเสียงนั่น” เมื่อลู่เฉินพูดจบก็เดินนำชายชราไป
ชายชรารู้สึกว่านี่เป็นสิ่งน่าเหลือเชื่อเกินไป ทันใดนั้นราชันต้นหัวเราะก็กลายเป็นเงาทันที ก่อนจะกลายเป็นชายผู้หนึ่งที่ทั่วทั้งร่างเต็มไปด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
ชายผู้นี้ดูแล้วเหมือนจะยิ้ม แต่น้ำเสียงกลับเอ่ยถามอย่างสงสัย “เจ้าหนุ่ม คำถามของข้า เจ้ายังไม่ได้ตอบ!”
“ข้ามีหน้าที่ตอบเจ้าหรือ?” ลู่เฉินย้อนถาม
“เจ้าไม่ได้มีหน้าที่นั้น แต่อีกไม่นานข้าจะทำให้เจ้ามีหน้าที่นั้นเอง” เมื่อราชันต้นหัวเราะพูดจบ รอบ ๆ ก็มีใบไม้สีดำลอยออกมามากมาย ใบไม้เหล่านี้ ค่อย ๆ ลอยวนอยู่รอบ ๆ ตัวลู่เฉินและตกลงบนร่างของเขา ทำให้ทั้งร่างของชายหนุ่มถูกปกคลุมไปด้วยใบไม้
เขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคิดจะทำอะไร ส่วนชายชราเห็นเช่นนั้นก็ร้อนใจขึ้นมา “ระวังใบไม้เหล่านี้ พวกมันสามารถเข้าไปในร่างกายของเจ้าได้ และจะส่งผลต่อวิญญาณของเจ้า!”
ทว่าสายเกินไปแล้ว ใบไม้เหล่านี้ค่อย ๆ หายไปและเข้าสู่พื้นที่จิตของชายหนุ่ม
“แย่แล้ว!” ชายชราพลันรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา
ราชันต้นหัวเราะเผยรอยยิ้มประหลาด “เจ้าหนุ่ม ตอนนี้วิญญาณของเจ้าถูกใบไม้ของข้าผูกรัดไว้แล้ว ดังนั้นถ้าเจ้าไม่อยากให้วิญญาณถูกทำร้าย ก็จงตอบคำถามของข้ามาซะ!”
แต่ใครจะคิดว่าลู่เฉินกลับพูดขึ้นมาเพียงสั้น ๆ “แค่ทำลายใบไม้นี้ก็พอใช่ไหม?”
“ทำลายใบไม้? ช่างน่าขันเสียจริง!” เมื่อราชันต้นหัวเราะพูดจบ เขาก็เริ่มกระตุ้นใบไม้ภายในร่างของอีกฝ่าย
เดิมทีเขาคิดว่าใบไม้เหล่านี้จะทำให้วิญญาณของชายหนุ่มเจ็บปวด แต่ลู่เฉินกลับยืนอยู่ตรงนั้นพลางยิ้มและมองมา ทำให้ราชันต้นหัวเราะรู้สึกสงสัย “เหตุใดเจ้าจึงไม่เป็นอะไร?”
“เพราะใบไม้เของเจ้าอ่อนแอเกินไป!” เมื่อลู่เฉินพูดจบก็โบกมือขวา กองใบไม้นั้นพลันตกสู่พื้นและถูกทำลายกลายเป็นเพียงกองฝุ่นผง
เมื่อเห็นดังนั้น ราชันต้นหัวเราะจึงมีสีหน้าไม่ดีนัก และมองอีกฝ่ายด้วยความแปลกใจ “เจ้าทำได้อย่างไร?”
“ข้าไม่อยากตอบคำถามไร้สาระของเจ้า” ลู่เฉินตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา
ทันใดนั้นราชันต้นหัวเราะก็ตะโกนขึ้นมา “อีกไม่นานเจ้าต้องยอมพูดแน่!”
เมื่อพูดจบ รอบ ๆ ก็มีใบไม้มากมายลอยขึ้นมา แต่ละใบก็พุ่งไปยังลู่เฉิน พร้อมพยายามจะเข้าสู่ร่างกายของเขา
ชายหนุ่มยิ้มเย็นชา “ช่างเสียเวลาจริง ๆ!”
จากนั้นลู่เฉินก็ปล่อยเงาสายฟ้าออกมา
เงาสายฟ้าพลันเกิดเป็นพายุฟ้าคะนอง ‘ตู้ม!’ ทันใดนั้นราชันต้นหัวเราะระเบิดกลายเป็นสีดำทันที มันหวาดกลัวจนแทบจะวิ่งหนี แต่กลับร้องถามขึ้นมา “เจ้าหนุ่ม ภูเขาพฤกษาทมิฬของเรายังมียอดฝีมือมากกว่านี้มากนัก!”
ชายหนุ่มไม่สนใจและเดินไปตามทางของตนต่อไป
ชายชรารู้สึกมึนงง ทว่าก็ทำได้เพียงตามไปอย่างว่าง่าย
หลังจากราชันต้นหัวเราะได้รับความเสียหาย มันจึงกลับไปยังตำหนักที่ถูกสร้างด้วยไม้สีดำบนยอดเขาด้วยความโมโห
ภายในตำหนักนี้ เฮยหลวนถูกวางไว้ในภาชนะสีดำโปร่งแสงและยังหมดสติอยู่ ในขณะเดียวกันรอบ ๆ ก็ยังมี ‘วิญญาณต้นไม้’ ที่กลายเป็นคนอยู่เป็นจำนวนมาก
คนเหล่านี้เฝ้ามองเฮยหลวนราวกับกำลังพิจารณาอะไรบางอย่าง
เมื่อราชันต้นหัวเราะวิ่งเข้ามา มันก็ตะโกนบอกชายชราที่นั่งอยู่ตรงหน้า ทั้งร่างถูกผูกรัดไปด้วยรากไม้
“ท่านประมุข!”
ทุกคนแปลกใจ เหตุใดราชันต้นหัวเราะจึงขึ้นมาบนภูเขาได้
ชายชราผู้นั้นมีสีหน้าแปลกใจ “ราชันต้นหัวเราะ เจ้าคอยคุ้มครองอยู่ที่เชิงเขามิใช่หรือ? เหตุใดจึงขึ้นมาบนภูเขากัน?”
“เกิดเรื่องแล้วขอรับ!” ราชันต้นหัวเราะร้อนใจขึ้นมา
“เกิดเรื่องอะไรขึ้น?” ชายชราสงสัย
จากนั้นราชันต้นหัวเราะก็เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นที่เชิงเขาออกมา และคนในบริเวณนั้นก็ถกเถียงกันขึ้นมาทันที
“ว่าอย่างไรนะ? มนุษย์ขั้นหลอมแก่นแท้?”
“เหตุใดจึงยังมีมนุษย์?”
“หรือจะเป็นคนภายนอกที่เข้ามา?”
“อาจจะเป็นเช่นนั้น ผ่านไปนับพันปีพวกเขาก็ส่งคนมาอีกแล้ว”
…
ขณะที่วิญญาณต้นไม้เหล่านี้กำลังถกเถียงกันอยู่นั้น ประมุขผู้นั้นจึงเอ่ยถามขึ้นมาอย่างสงสัย “มนุษย์ขั้นหลอมแก่นแท้ผู้หนึ่งทำให้เจ้าหวาดกลัวจนเป็นเช่นนี้หรือ?”
“เขาไม่กลัวพลังของข้า และยังเลี้ยงสิ่งประหลาดบางอย่างที่สามารถปล่อยสายฟ้าออกมาได้ด้วยขอรับ” เมื่อราชันต้นหัวเราะหวนคิดถึงเงาสายฟ้า มันก็รู้สึกเจ็บปวดไปทั้งกาย
“ผู้ใดอยากลองไปดู” ประมุขมองไปยังวิญญาณต้นไม้รอบ ๆ พลางเอ่ยถาม
ขณะนั้นเองชายหัวโตผู้หนึ่งก็ก้าวออกมา ชายหัวโตผู้นี้ดูแล้วเหมือยหัวไชเท้าเล็กน้อย ลำตัวท่อนบนดูหนา ท่อนล่างเล็ก แต่ทั้งร่างกลับเป็นสีม่วง แม้แต่ตอนหายใจรูจมูกยังพ่นไอสีม่วงออกมา
“ท่านประมุข มอบหน้าที่นั้นให้ข้าเถอะขอรับ”
“อืม พ่างจื่อ มอบให้เจ้าจัดการก็แล้วกัน” ประมุขหันไปพูดกับวิญญาณต้นไม้ที่มีนามว่าพ่างจื่อ
พ่างจื่อขานรับ แล้วให้ราชันต้นหัวเราะนำทางไป
…
ขณะนั้นเอง เมื่อเดินไปถึงกลางภูเขา ชายชราก็รู้สึกกังวลขึ้นมาเล็กน้อย “เหตุใดตลอดเส้นทางจึงไม่พบผู้ใดเลยเล่า?”
“พวกเขาอาจจะกลัว” ลู่เฉินตอบ
“จะเป็นไปได้อย่างไร?” ชายชรารู้ว่าภูเขาพฤกษาทมิฬรวบรวมคนที่น่ากลัวเอาไว้มากมาย แต่ละคนก็ล้วนเจ้าอารมณ์ เป็นไปไม่ได้ที่จะหวาดกลัวเช่นนี้
ทว่าทันใดนั้นชายหนุ่มพูดขึ้นมาว่า “มาแล้ว”
มาแล้ว?
ขณะที่ชายชรากำลังแปลกใจว่าผู้ใดมา ตรงหน้ากลับมีแสงสีม่วงสว่างวาบขึ้น จากนั้นร่างอ้วนท้วมก็ปรากฏขึ้นมา และยังมีราชันต้นหัวเราะยืนอยู่ด้านข้าง ๆ
ราชันต้นหัวเราะชี้ไปยังลู่เฉินและชายชรา “คือพวกเขา”
เมื่อชายชราเห็นพ่างจื่อจึงขมวดคิ้วมุ่นขึ้นมา “ต้นไม้วิญญาณอินทนิล”
เมื่อเขาเห็นตัวตนของอีกฝ่ายก็รู้ทันทีว่าต้นไม้วิญญาณอินทนิลนั้นคือสิ่งใด
“เจ้าหนุ่ม รับรู้ถึงความแข็งแกร่งของข้าหรือไม่?” พ่างจื่อก้าวเข้ามาพลางตบอก
ลู่เฉินกล่าวว่า “ต้นไม้วิญญาณอินทนิลปล่อยกลิ่นอายที่ทำให้คนตกอยู่ในอาการหลับลึก จากนั้นก็เข้าสู่ห้วงความฝัน จนกระทั่งถูกขังอยู่ภายห้วงความฝันนั้น จึงมีอีกชื่อหนึ่งว่า ต้นไม้ห้วงฝัน”
พ่างจื่อได้ยินแล้วจึงเอ่ยด้วยความพึงพอใจ “ไม่เลวนี่ นับว่ารอบรู้ไม่น้อย!”
แต่ชายหนุ่มกลับพูดขึ้นมาว่า “ข้าจะแนะนำเจ้าสักอย่าง ทางที่ดีจงรีบไปซะ อย่ามายุ่งกับข้า!”