ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 687 องค์หญิงงดงามผู้นี้ แท้จริงแล้วเป็นศัตรูหรือมิตร?
บทที่ 687 องค์หญิงงดงามผู้นี้ แท้จริงแล้วเป็นศัตรูหรือมิตร?
เมื่อลู่เฉินใช้ ‘เคล็ดวิชาหมื่นวิญญาณ’ เหล่าดอกไม้ที่กลายเป็นมนุษย์เหล่านี้ก็ได้รับผลกระทบทันที ทำให้เพียงไม่นานพวกนางก็คืนสู่สภาพเดิม
สภาพเหล่านี้ดูแปลกประหลาดยิ่งนัก บางดอกมีรูปร่างน่าเกลียด บางดอกเป็นดอกไม้ที่มีหนามแหลมคม และยังมีบางส่วนที่ส่งกลิ่นเหม็นคลุ้ง
พ่างจื่อที่เมื่อครู่ถูกห้อมล้อมอยู่รู้สึกสับสนขึ้นมาทันที “…นี่”
หลังดอกไม้เหล่านั้นถูกเปิดเผยจึงค่อย ๆ ถอยหลังออกไป
ขณะเดียวกัน เสียงของไป๋เซียงก็ดังขึ้นมาจากภูเขาที่อยู่ไกลออกไป “เข้ามาเถิด อย่ามัวรังแกคนของข้าอยู่ตรงนั้นเลย”
ชายหนุ่มรีบเดินออกมาเดินทันที ทันใดนั้นชายชราก็เอ่ยเตือนขึ้นมา “ระวังโดนหลอก”
พ่างจื่อเดินตามหลังลู่เฉินและคอยพูดให้เขาระวังตัว “คนของไป๋ฮวาหยวนคิดจะทำสิ่งใดกับเจ้ากันแน่?”
สำหรับคำถามนี้ ชายหนุ่มก็อยากรู้เช่นกัน
เขาจึงเดินให้เร็วยิ่งขึ้น
จนกระทั่งเวลาผ่านไปครู่หนึ่ง ลู่เฉินและพรรคพวกจึงได้เห็นวังบุปผาแห่งหนึ่ง
ตำหนักของวังบุปผานี้ถูกโอบล้อมไปด้วยดอกไม้สีสันสดใส ดูแล้วงามนัก พ่างจื่อพึมพำออกมา “ภาพนี้คงไม่ใช่ของปลอมใช่หรือไม่”
“นี่เป็นของจริง” ชายหนุ่มยืนอยู่นอกตำหนัก
พ่างจื่อถอนหายใจ “เช่นนั้นพวกมันก็สามารถกลายเป็นสตรีที่งดงามได้หรือไม่?”
เขาไม่ได้ตอบอะไร ทว่าชายชรากลับพูดขึ้นมาว่า “พ่างจื่อ เจ้าต้องการสตรีมากเพียงใดหรือ”
“เรื่องนี้… ข้าเพียงแค่ถามเท่านั้น” พ่างจื่อยิ้มเยาะ
“เข้ามาเถิด” ไป๋เซียงที่อยู่ด้านในพูดขึ้นมา
เมื่อได้ยินดังนั้น ลู่เฉินจึงเดินเข้าไปด้านใน ตอนแรกภายในตำหนักแห่งนี้เต็มไปด้วยหมอก แต่ไม่นานหมอกนั้นก็จางหายไป จากนั้นกลิ่นหอมของดอกไม้ก็โชยเข้ามาแทน ไป๋เซียงยังคงควบคุมร่างของเฮยหลวนและยืนอยู่ข้างกายของสตรีผู้หนึ่ง พลางฉีกยิ้มและมองมายังลู่เฉิน
สตรีผู้นี้นอนอยู่บนเก้าอี้ไม้ ขณะเดียวกันก็ยังสวมชุดที่ทำมาจากดอกไม้สีม่วง บนศีรษะมี ‘เครื่องประดับผม’ ที่ทำมาจากดอกไม้หายากบางชนิด
“มาแล้วหรือ?” หญิงผู้นั้นแสยะยิ้มออกมา
“เจ้าก็คือองค์หญิงไป๋ฮวา?” ลู่เฉินถามหยั่งเชิง
“ใช่ ข้าคือองค์หญิงของที่นี่” องค์หญิงไป๋ฮวายิ้มพลางตอบกลับ
ชายหนุ่มตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ว่ามาเถิด ผู้ใดส่งเจ้ามาจัดการข้า”
องค์หญิงไป๋ฮวาตอบ “มีคนบอกว่าเจ้าเก่งกาจยิ่งนัก ส่วนข้า …ก็เพียงอยากรู้เท่านั้น”
“มีคนบอก? วังเหมันต์สงัดหรือ?”
“วังเหมันต์สงัดคือที่ใด? ข้าไม่รู้จัก” องค์หญิงไป๋ฮวาที่นอนอยู่เอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“เช่นนั้นผู้ใดกัน?”
องค์หญิงไป๋ฮวาชี้ไปยังร่างของเฮยหลวน “ผู้ที่อยู่เบื้องหลังร่างนี้”
“ผู้ที่อยู่เบื้องหลัง?” ลู่เฉินสงสัย
องค์หญิงไป๋ฮวาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “เบื้องหลังของนางมีอาจารย์ของนางอยู่ และเบื้องหลังอาจารย์ของนาง…”
เขารู้สึกสงสัย “เป็นอาจารย์ของนาง?”
“อาจารย์ของนางส่งนางมายังป่าแห่งนี้ และยังพูดอีกว่าเจ้าคือยอดฝีมือที่อ่อนวัยที่สุดของพวกเขา ดังนั้นจึงให้ข้าจัดการเจ้า แต่ข้าก็แค่อยากรู้ว่าจะเป็นจริงอย่างที่คนผู้นั้นพูดหรือไม่เท่านั้น” องค์หญิงไป๋ฮวายิ้มหยัน
“คนผู้นั้นติดต่อเจ้าอย่างไร?” ลู่เฉินเค้นถามต่อ
“คุณชายน้อย เรื่องนี้เป็นความลับ เจ้าไม่ต้องรู้แล้ว” องค์หญิงไป๋ฮวาฉีกยิ้ม
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ชายหนุ่มจึงพูดขึ้นมาว่า “ได้ ข้าไม่สน แต่ตอนนี้นางเป็นศิษย์ของข้า ส่วนเจ้า ทางที่ดีควรปล่อยนางไปซะ มิเช่นนั้นไป๋ฮวาหยวนของเจ้าอาจจะกลายเป็นเพียงสวนที่เหลือแต่ซากก็ได้!”
องค์หญิงไป๋ฮวายันกายลุกขึ้น และเผยสีหน้าชั่วร้ายออกมา
เมื่อพ่างจื่อเห็นภาพดังกล่าวก็รู้สึกราวกับถูกมนต์สะกด “งดงามมาก!”
ชายชราพูดเหยียดขึ้นมา “นั่นคือผี ไม่งามสักนิด!”
“ก็เหมือนกัน” พ่างจื่อพูดราวกับคนโง่
“ท่าทางจะอาการหนัก” ชายชราพูดขึ้นมา
มีเพียงลู่เฉินที่ยังคงนิ่งเฉย องค์หญิงที่งดงามราวหญิงงามล่มเมืองยิ้มขณะมองลู่เฉิน “เจ้า… ไม่ประหลาดใจหรือ?”
“เหตุใดต้องประหลาดใจกัน?”
“ใบหน้าที่งดงามของข้า” องค์หญิงไป๋ฮวาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“ร่างเดิมของเจ้าคือดอกไม้ และใบหน้านี้ของเจ้าก็แค่สร้างขึ้นมาเท่านั้น แม้เจ้าจะงดงาม แต่มันก็เป็นเพียงภาพลวงตา” เพียงประโยคเดียวของลู่เฉินก็ทำให้องค์หญิงไป๋ฮวาชะงักไป
ไป๋เซียงจึงพูดขึ้นมาว่า “ไร้มารยาทยิ่งนัก!”
ลู่เฉินมองไปยังไป๋เซียง “เจ้า ทางที่ดีจงออกมาจากร่างของนางซะ มิเช่นนั้นอีกไม่นานเจ้าจะไม่ได้อยู่ดีแน่!”
ไป๋เซียงกลับยิ้มตอบอย่างเย็นชา “ถ้าไม่เป็นเพราะองค์หญิงต้องการพบเจ้า ข้าคงลงมือจัดการเจ้าไปนานแล้ว!”
“อย่างนั้นหรือ?” ชายหนุ่มเปิด ‘เคล็ดวิชาหมื่นวิญญาณ’ เดิมทีคิดว่าจะทำให้นางเจ็บปวดได้ แต่ ‘เคล็ดวิชาหมื่นวิญญาณ’ นี้กลับไม่เป็นผล
เรื่องนี้ทำให้ลู่เฉินรู้สึกแปลกใจ เมื่อเห็นดังนั้น องค์หญิงไป๋ฮวาจึงยิ้มพลางพูดขึ้นมา “ไม่มีประโยชน์หรอก ทักษะดูดพลังวิญญาณของเจ้า สำหรับข้ามันไม่ได้ผล!”
“โอ้? อย่างนั้นหรือ?”
“พวกเราได้ฝึกเคล็ดชนิดหนึ่ง เคล็ดหทัยชนิดนี้สามารถช่วยปกป้องการสูญเสียพลังวิญญาณได้ และนั่นหมายความว่าพลังการกลืนกินใด ๆ ก็ไม่สามารถทำอะไรพวกเราได้” องค์หญิงไป๋ฮวาเอ่ยด้วยความมั่นใจ
ลู่เฉินคิดไม่ถึงว่าจะมีทักษะเช่นนี้
ชายชราพลันหวาดกลัวขึ้นมา เพราะเขารู้ว่าทักษะที่แข็งแกร่งที่สุดของชายหนุ่มน่าจะเป็นการดูดซับพลังวิญญาณต้นพืชเหล่านี้ แต่ตอนนี้ทักษะนั้นกลับไม่มีประโยชน์ จึงเท่ากับว่าอีกฝ่าย ‘ไม่มีประโยชน์’ แล้ว
ไม่เพียงชายชราเท่านั้น กระทั่งพ่างจื่อก็ยังพูดด้วยความตื่นกลัวขึ้นมาเช่นกัน “จบเห่แล้ว!”
ไป๋เซียงจึงยั่วยุขึ้นมา “ดูเหมือนว่าเจ้าจะมีเพียงความสามารถเล็กน้อย”
ลู่เฉินตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา “อย่างนั้นหรือ?”
“อย่างไรกัน? คิดจะสู้หรือ?” รอบกายไป๋เซียงพลันเกิดแสงสีเขียวสว่างวาบขึ้นมาทันที
องค์หญิงไป๋ฮวาหันไปยิ้มกับไป๋เซียง “ไป๋เซียง พูดกับแขกให้สุภาพหน่อย”
“องค์หญิง เขาไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นแขกของเรา” ไป๋เซียงเอ่ยอย่างดูถูก
“ควรพูดเช่นไรดี ไม่ง่ายเลยที่เจ้าหนุ่มผู้นี้จะมาที่นี่ได้อย่างราบรื่น ”
“นั่นเป็นเพราะคนของประมุขพฤกษาทมิฬไม่ได้เรื่อง” ประโยคเดียวของไป๋เซียงก็ทำให้พ่างจื่อรู้สึกลำบากใจขึ้นมา
ขณะนั้นเอง ลู่เฉินก็เดินไปยังไป๋เซียง นางจึงรีบเอ่ยถามองค์หญิงไป๋ฮวาขึ้นมาทันที “องค์หญิง หม่อมฉันลงมือได้หรือไม่?”
“ได้ แต่ไว้หน้าเสียหน่อย อย่าทำให้ผู้อื่นหวาดกลัวเกินไปเล่า” องค์หญิงไป๋ฮวาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
เมื่อไป๋เซียงได้ฟังก็รู้สึกฮึกเหิมขึ้นมา “เจ้าค่ะ”
ภายในพริบตา ไป๋เซียงก็ดูราวกับเงาภูตผี พร้อมพุ่งตัวไปตรงหน้าลู่เฉิน และใช้ฝ่ามือแสงสีเขียวโจมตีไปบนร่างกายของชายหนุ่ม
แต่เมื่อโจมตีลงไป ลู่เฉินก็กลายเป็นมนุษย์กระดาษ พร้อมปรากฏตัวขึ้นอีกสถานที่หนึ่งในตำหนัก
ไป๋เซียงชะงักไปครู่หนึ่ง “สมบัติวิญญาณ?”
ทว่าองค์หญิงไป๋ฮวากลับยิ้มออกมา “ไป๋เซียง ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้อ่อนแออย่างที่เจ้าคิดนะ”
“เช่นนั้น หม่อมฉันจะทำให้เขารู้ถึงความเก่งกาจของหม่อมฉัน!” ไป๋เซียงปลดปล่อยหมอกสีเขียวมากมายออกมาทันที จากนั้นมันก็เข้าไปปกคลุมชายหนุ่มเอาไว้
พ่างจื่อและชายชราตะลึงขึ้นมาทันที
ไป๋เซียงจ้องมองลู่เฉินพลางพูดอย่างเย้ยหยัน “เจ้าหนุ่ม หากยอมแพ้เสียตั้งแต่ตอนนี้ข้าจะปล่อยเจ้าไป มิเช่นนั้น ข้าอาจจะแสดงฝีมืออันโหดร้ายออกมาทำลายเจ้าก็ได้นะ”
“เพียงแค่หมอกพิษเล็กน้อยของเจ้าก็คิดจะทำให้ข้ายอมแพ้แล้วหรือ? เจ้าประเมินตัวเองสูงไปเสียแล้ว”
เมื่อไป๋เซียงเห็นอีกฝ่ายไม่รู้ความเช่นนี้จึงหัวเราะ “เจ้าหนุ่ม หมอกพิษเหล่านี้ของข้า เมื่อเข้าสู่ร่างกายเจ้าแล้วจะทำให้เจ้าไม่สามารถใช้ปราณได้!”
“โอ้? ใช้ไม่ได้?” เขายิ้มอย่างเย็นชาและดูดซึมซับหมอกสีเขียวทั้งหมดนี้เข้าสู่ร่างกายทันที
เมื่อเห็นดังนั้น ไป๋เซียงก็พลันตกตะลึง “ดูดซับหมดแล้ว?”
“แล้วอย่างไรหรือ?” ลู่เฉินย้อนถาม
ไป๋เซียงรู้สึกว่าเป็นไปไม่ได้ ทันใดนั้นองค์หญิงไป๋ฮวาก็คลี่ยิ้ม “ไป๋เซียง ดูเหมือนว่าเจ้าจะเจอคู่ต่อสู้เสียแล้ว!”