ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 698 บางคนมีอำนาจ จนชีวิตและความตายก็สามารถกำหนดได้ด้วยความคิดเดียว
- Home
- ตำนานจอมราชันย์อหังการ
- บทที่ 698 บางคนมีอำนาจ จนชีวิตและความตายก็สามารถกำหนดได้ด้วยความคิดเดียว
บทที่ 698 บางคนมีอำนาจ จนชีวิตและความตายก็สามารถกำหนดได้ด้วยความคิดเดียว
เมื่อเห็นว่าผู้อาวุโสใหญ่กังวล ลู่เฉินก็แสยะยิ้มให้นางแล้วพูดว่า “ไม่ต้องกังวล ข้ามีวิธีรักษา”
ผู้อาวุโสใหญ่ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเดินไปหา ชายหนุ่มคว้าแขนของนางด้วยมือเดียว
ความเย็นยะเยือกของผู้อาวุโสใหญ่ลามไปถึงแขนของลู่เฉิน แต่เขาไม่ได้ชักมือกลับ ทันใดนั้นก็มีเปลวไฟเก้าลูกก่อตัวขึ้น และบุกรุกเข้าไปในร่างกายของนาง
พิษในร่างของผู้อาวุโสใหญ่คือพิษธาตุน้ำแข็ง พิษนี้จึงส่งผลต่อร่างกายทั้งหมด
สิ่งที่ลู่เฉินต้องทำในตอนนี้คือใช้ไฟของตัวเองร่วมกับ ‘วิชาหมื่นวิญญาณ’ เพื่อกำจัดพิษที ในไม่ช้า ผู้อาวุโสใหญ่พลันรู้สึกร้อนไปทั่วทั้งร่าง ราวกับว่ามีความร้อนแผ่กระจายไปทั่วร่างกายของนาง
นางที่รู้สึกเหน็บหนาวตลอดทั้งปีพลันรู้สึกอุ่นสบายขึ้นมาทันที
ไม่เพียงเท่านั้น ผู้อาวุโสใหญ่ยังปลดปล่อยปราณออกมาอีกด้วย
ปราณเหล่านี้เปรียบเสมือนหมอกสีขาวที่ไหลไปทางด้านบนของศีรษะทีละน้อย
ไม่นานลู่เฉินก็ดึงมือกลับ ฝ่ายผู้อาวุโสใหญ่ที่รู้สึกแข็งแรงขึ้นมามองชายหนุ่มพลางเอ่ย “ข้าหายแล้วจริง ๆ รึ?”
“เนื่องจากติดพิษมานาน ตราบใดที่ฝึกฝนอย่างช้า ๆ ส่วนที่เหลือก็สามารถฟื้นตัวได้” เขาพูดกับผู้อาวุโสใหญ่
หลังจากผู้อาวุโสใหญ่เข้าใจแล้ว นางก็รู้สึกขอบลู่เฉินมาก “ขอบคุณเจ้ามาก”
ผู้อาวุโสคนอื่น ๆ ต่างคิดว่ามันน่าอัศจรรย์ยิ่ง ที่ลู่เฉินสามารถรักษาผู้อาวุโสใหญ่ได้
ไม่เพียงคนเหล่านี้เท่านั้น แต่ยังรวมถึงราชันค่ายกลภูตที่พบว่ามันน่าเหลือเชื่อด้วย เขามองลู่เฉินอยู่พักหนึ่งแล้วพูดว่า “ราชันคุมวิญญาณคนนี้ไม่ธรรมดา นอกจากนี้เขาเป็นหนึ่งในผู้อาวุโสเก่าแก่ของหุบเขา หากเจ้าอยากโค่นเขาย่อมไม่ง่ายนัก”
“ถ้าข้าอยากทำเช่นนั้น ผู้อาวุโสจะช่วยข้าหรือไม่เล่า?” ลู่เฉินถามกลับ
ราชันค่ายกลภูตคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “ไปกันเถอะ ไปที่หอผู้อาวุโสก่อน”
หอผู้อาวุโส?
ลู่เฉินไม่รู้ว่ามันคือที่ไหน แต่ผู้อาวุโสคนอื่น ๆ ต่างพากันตกใจ เห็นได้ชัดว่าพวกเขารู้อะไรบางอย่าง
“อะไร เจ้าไม่กล้ารึ?” ราชันค่ายกลภูตเอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นชายหนุ่มยังไม่ตามมา
“ไม่ใช่ว่าข้าไม่กล้า ภายในหอผู้อาวุโสที่ว่าควรมีคนอยู่เป็นจำนวนมาก แล้วจะมีสักกี่คนที่เต็มใจฟังคำพูดของเจ้า?”
ราชันค่ายกลภูตกล่าวว่า “ในฐานะหนึ่งในสามผู้เฒ่า ข้าย่อมมีคุณสมบัติที่จะพูด เมื่อถึงเวลามันก็ขึ้นอยู่กับที่คนจะพูด”
เมื่อผู้อาวุโสเหล่านี่เป็นพยาน พวกเขาจึงย่อมเต็มใจที่จะลงมือแน่นอน
ลู่เฉินจึงตอบรับ “เอาล่ะ งั้นไปกันเถอะ”
แต่ผู้อาวุโสใหญ่ยังกังวลเล็กน้อย นางเอ่ยขึ้น “ถ้าเจ้าก้าวออกจากค่ายกลนี้ มันจะไม่อันตรายมากหรือ?”
ทันทีที่เอ่ยคำถามนี้ ทุกคนก็มองไปที่ลู่เฉินอย่างแปลก ๆ
ชายหนุ่มมีเคล็ดวิชามนุษย์กระดาษแทนที่ แต่เขาเพียงพูดอย่างเฉยเมยว่า “ไม่ต้องกังวล ข้ายังรู้อะไรมากมาย”
ไม่มีใครคาดว่าลู่เฉินจะมั่นใจขนาดนี้ ราชันค่ายกลภูตก็นึกชื่นชมความกล้าหาญของลู่เฉินเช่นกัน จึงพูดว่า “เจ้ามีความกล้านะเจ้าหนู”
หลังจากพูดอย่างนั้นราชันค่ายกลภูตก็พาทุกคนออกไป
…
ในขณะนี้ ณ ลานไป๋ฮวา ไป๋เซียงได้รายงานสิ่งที่เกิดขึ้นกับองค์หญิงไป๋ฮวา และหลังจากองค์หญิงไป๋ฮวาได้ยินรายงานนี้ก็แย้มยิ้ม “เด็กคนนี้ทำให้ข้าได้เปิดหูเปิดตาจริง ๆ”
“องค์หญิง เราควรทำอย่างไรต่อไปดีเพคะ?”
“เฝ้าดูเขาต่อไป!” องค์หญิงไป๋ฮวาพูดหลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง
จากนั้นไป๋เซียงก็พลันจากไป
…
อีกด้านหนึ่ง ลู่เฉินและคนอื่น ๆ ถูกนำตัวไปที่บันไดซึ่งอยู่บนยอดเขาที่สูงที่สุดของหุบเขา โดยบันไดคล้ายจะนำไปสู่ยอดเมฆ
ในเวลาเดียวกัน ภายในเมฆมีพระราชวังขนาดใหญ่ตั้งอยู่ โดยนอกพระราชวังมีแสงสีดำจาง ๆ ซึ่งทั้งวังทำขึ้นมาจากหินวิญญาณทมิฬ
ไม่เพียงเท่านั้น พระราชวังแห่งนี้ยังมีหน้าที่รวบรวมพลังวิญญาณอีกด้วย
ดังนั้นพลังวิญญาณส่วนใหญ่ของหินวิญญาณทมิฬในหุบเขาลึกจึงถูกดูดซึมเข้าสู่วังแห่งนี้ ทำให้การฝึกวิชาวิญญาณหรือวิชาในวังแห่งนี้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยอาศัยความพยายามเพียงครึ่งเดียว
สำหรับลู่เฉินที่มาที่นี่เป็นครั้งแรก เขาพบว่ามันมหัศจรรย์มากจึงอดกวาดตามองดูรอบ ๆ ไม่ได้
เช่นเดียวกับผู้อาวุโสคนอื่น ๆ เพราะพวกเขาเองก็มาที่นี่เป็นครั้งแรกเช่นกัน
แต่เมื่อมาถึงนอกพระราชวัง พวกเขาพลันพบกับกลุ่มทหารลาดตระเวน
ทหารลาดตระเวนเหล่านี้ไม่มีร่าง เป็นเพียงวิญญาณสัตว์ที่สวมชุดเกราะสีดำ พวกมันเรียงแถวพลางกุมหอกสีดำชี้มาที่ทุกคน
ราชันค่ายกลภูตกระแอมและพูดว่า “หลีกทางไป”
ในเวลานี้เอง ร่างหมาป่าตัวใหญ่พุ่งมาจากด้านหลังกลุ่ม มันเองก็สวมชุดเกราะเช่นกันและมีดวงตาเพียงข้างเดียว
“ราชันค่ายกลภูต ที่นี่ห้ามบุคคลภายนอกเข้ามา”
“ข้าอยากพาพวกเขาไปคุยกับพวกผู้อาวุโส” ราชันค่ายกลภูตอธิบายให้ผู้พิทักษ์หมาป่าฟัง
ผู้พิทักษ์หมาป่าจับจ้องราชันค่ายกลภูต แล้วเอ่ยปฏิเสธว่า “ไม่ได้”
ราชันค่ายกลภูตขมวดคิ้ว ในขณะนี้เอง ด้านหลังผู้คุมเหล่านี้ปรากฏร่างของราชันคุมวิญญาณ
ทางราชันคุมวิญญาณเอ่ยกับราชันค่ายกลภูตด้วยสีหน้าเคร่งขรึมว่า “ราชันค่ายกลภูต เจ้าคิดจะนำคนเหล่านี้มาทำลายหุบเขาลึกสินะ”
นี่คือคนเลวชิงฟ้องก่อน?
ก่อนที่ราชันค่ายกลภูตจะทันได้พูด ราชันคุมวิญญาณก็เอ่ยขึ้นอีกครั้งว่า “ข้าได้แจ้งผู้อาวุโสทุกคนถึงเรื่องที่เจ้าทำการควบคุมวิญญาณส่วนใหญ่ในหุบเขา และแม้แต่สังหารผู้เฒ่าเหล่านั้นแล้ว”
ผู้อาวุโสใหญ่และคนอื่น ๆ ไม่คาดว่าราชันคุมวิญญาณจะเจ้าเล่ห์ขนาดนี้
สีหน้าราชันค่ายกลภูตเริ่มมืดมน “เจ้าวางแผนไว้แล้วงั้นรึ?”
“เจ้าพูดถึงวางแผนอะไร?” ราชันคุมวิญญาณแสร้งโง่
“เจ้าจงใจล่อให้ข้าไปที่ป่าประหลาด แล้วกลับมาที่นี่เพื่อสร้างเหตุผลหลอกผู้อาวุโสคนอื่น ๆ สินะ?” ราชันค่ายกลภูตพูดพร้อมตระหนักถึงอุบายของราชันคุมวิญญาณ
ราชันคุมวิญญาณไม่ได้รับคำ เขาเพียงยิ้มและหยิบเหรียญสัญลักษณ์ออกมา “เจ้าเห็นสิ่งนี้หรือไม่? ผู้อาวุโสมอบแผ่นป้ายหุบเขาสวรรค์ให้ข้า ทั้งยังบอกว่าด้วยสิ่งนี้ข้าไม่จำเป็นต้องกลัวเจ้า ข้าสามารถสั่งให้ทหารเหล่านี้จัดการกับเจ้าเมื่อไหร่ก็ได้!”
“เจ้าหลอกผู้อาวุโสให้มอบแผ่นป้ายหุบเขาสวรรค์ให้งั้นรึ?”
“ข้ารู้ว่าเจ้าปกป้องกฎระเบียบของหุบเขาสวรรค์มาโดยตลอด แต่ตอนนี้เมื่อเจ้าจากไปแล้ว ผู้อาวุโสเหล่านั้นย่อมต้องเลือกคนอื่นมาแทน นอกจากนี้เจ้ายังสมรู้ร่วมคิดกับบุคคลภายนอกมาทำลายหุบเขา ดังนั้นพวกเขาจึงคิดว่าข้าเหมาะสมในการปกป้องมันมากกว่า” ราชันคุมวิญญาณหัวเราะ
ราชันค่ายกลภูตขมวดคิ้ว “ราชันคุมวิญญาณ เจ้าต่างหากคือผู้ที่ทำลายหุบเขา!”
“ตอนนี้ทุกคนรู้แต่ว่าเขาเป็นคนที่ฆ่าคนเหล่านั้น ซึ่งมันไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับข้าเลย” หลังจากราชันคุมวิญญาณพูดจบ เขาก็ชี้ไปที่ลู่เฉิน เห็นได้ชัดโยนคิดความผิด
ราชันค่ายกลภูตพูดอย่างเย็นชา “เจ้าช่างร้ายกาจจริง ๆ”
“ข้าร้ายกาจรึ? ทำไมข้าไม่คิดอย่างนั้นเล่า?” ราชันคุมวิญญาณหัวเราะลั่นอย่างมีความสุข
ผู้อาวุโสคนอื่น ๆ ต่างตกใจ พวกเขาไม่คาดว่าที่ราชันคุมวิญญาณตามราชันค่ายกลภูตไปช่วย ที่แท้กลับเป็นการทำเพื่อให้ได้รับสิ่งที่เรียกว่าแผ่นป้ายหุบเขาสวรรค์
สำหรับลู่เฉิน เขาไม่รู้ว่าแผ่นป้ายหุบเขาสวรรค์คืออะไร ดังนั้นจึงจ้องมองราชันคุมวิญญาณแทน “วันนี้ข้าไม่สนใจว่าเจ้ามีป้ายคำสั่งอะไร ยังไงข้าก็จะจัดการกับเจ้าอยู่ดี!”
“เฮ้ เจ้าหนู เจ้าไม่รู้รึว่าแผ่นป้ายหุบเขาสวรรค์มีค่าแค่ไหน?” ราชันคุมวิญญาณเดาะลิ้นอย่างคล้ายไม่อยากเชื่อ
“มันเกี่ยวข้องอันใดกับข้า?” ลู่เฉินถามกลับอย่างเฉยเมย
ราชันคุมวิญญาณทำสีหน้าเยาะเย้ย “แผ่นป้ายหุบเขาสวรรค์เป็นสัญลักษณ์ระดับสูงสุดในหุบเขาลึก ด้วยสิ่งนี้ ข้าสามารถสั่งการผู้ใดในหุบเขาก็ได้ ทั้งทหารลาดตระเวน ผู้อาวุโส และแม้แต่ผู้อาวุโสเก่าแก่ด้วย!”
ลู่เฉินพูดอย่างไม่สบอารมณ์ “แล้วยังไงเล่า?”
“เจ้าหนู เจ้าไม่กลัวรึ?”
“มีอันใดต้องกลัว?”
“เพราะที่นี่ไม่ใช่ป่าประหลาด และราชันค่ายกลภูตก็ไม่สามารถช่วยเหลือเจ้าได้แล้ว” หลังจากราชันคุมวิญญาณกล่าวด้วยสีหน้ายิ้มเยาะ ทหารลาดตระเวนสัตว์อสูรก็เข้าล้อมกรอบลู่เฉินและคนอื่น ๆ ทันที