ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 702 พลังที่น่ากลัว
บทที่ 702 พลังที่น่ากลัว
เมื่อเห็นลู่เฉินหมดสติ สัตว์ประหลาดชิงรากวิญญาณจึงเผยรอยยิ้มประหลาด “อยู่กับวิญญาณเหล่านี้เถิด”
เมื่อพูดจบ สัตว์ประหลาดชิงรากวิญญาณก็ออกไป
ทว่าทันใดนั้นเองชายหนุ่มก็นำกุ่ยเจี่ยออกมา และให้มันเฝ้าดูอยู่บริเวณปากถ้ำ เพื่อคอยดูว่าอีกฝ่ายจะกลับมาเมื่อใด ตนจะได้รู้ตัวก่อน
จากนั้นลู่เฉินก็ออกมาจากขวดใบนั้น และเก็บวิญญาณของเฮยหลวนที่อยู่ภายในขวดกลับเข้ามาทันที ก่อนจ้องมองไปยังขวดใบอื่นพลางพึมพำ “ที่นี่น่าสนใจไม่น้อย”
เมื่อคิดแล้วจึงเก็บขวดใบอื่นเข้ามาเช่นกัน จากนั้นก็เดินมาอยู่ข้าง ๆ กล่องใบนั้นและเปิดผนึกออกอย่างง่ายดาย แล้วจ้องมองไปยัง ‘รากวิญญาณ’ เหล่านั้นพลางพึมพำขึ้นมา “สัตว์ประหลาดชิงรากวิญญาณนี้ นำรากวิญญาณมาไว้ที่นี่เพื่อทำสิ่งใดกัน?”
ลู่เฉินที่สงสัยเริ่มตรวจสอบดู พร้อมพบว่ารากวิญญาณเหล่านี้ไม่มีสิ่งผิดปกติใด ๆ
ดังนั้นชายหนุ่มจึงทำเพียงเก็บรากวิญญาณเหล่านี้เข้ามา จากนั้นก็มองไปรอบ ๆ และพบว่าที่นี่มีค่ายกลอยู่ ลู่เฉินไม่ปล่อยผ่านค่ายกลนี้ เขาเริ่มทำการเปลี่ยนแปลงค่ายกลดังกล่าว
เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง ค่ายกลนี้จึงเปลี่ยนไปจากเดิม
ไม่เพียงเท่านั้น ลู่เฉินยังพบอักขระยันต์บางอย่างบริเวณทางเข้าค่ายกล ซึ่งมีไว้เพื่อให้เจ้าของสัมผัสได้ว่ามีสิ่งใดเข้ามาภายในค่ายกลหรือไม่
ดังนั้นลู่เฉินจึงปล่อยแมลงออกมา เพื่อให้มันสร้างความวุ่นวายบริเวณทางเข้านี้
เมื่อเป็นเช่นนี้สัตว์ประหลาดชิงรากวิญญาณที่อยู่ด้านนอกนั้น จึงรีบกลับเข้ามาในทันที
แต่เมื่อเขากลับมากลับพบว่าไม่มีแมลงแล้วจึงรู้สึกสงสัยขึ้นมา “แมลงเหล่านี้มาจากที่ใดกัน เหตุใดจึงมายังปากถ้ำของข้าได้?”
สัตว์ประหลาดชิงรากวิญญาณไม่เข้าใจ แต่ตอนนี้เขาไม่สามารถหาสาเหตุได้ จึงทำได้เพียงเดินหน้าต่อไป
แต่ใครจะคิดว่าเมื่อเข้าไปภายในถ้ำจะพบว่าไม่เหลือสิ่งของภายในถ้ำ สัตว์ประหลาดชิงรากวิญญาณโมโหจนกัดฟันกรอด “ใคร ใครขโมยของของข้า!”
ขณะนั้นเอง เงาสายฟ้าพลันปรากฏขึ้น และปล่อยสายฟ้ามากมายออกมา
ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!
สายฟ้าเหล่านี้โจมตีสัตว์ประหลาดชิงรากวิญญาณทันที แต่เขากลับไม่เป็นอะไรเลยแม้แต่น้อย
สิ่งนี้ทำให้ลู่เฉินตกตะลึงขึ้นมา “คนผู้นี้แข็งแกร่งเพียงใดกัน?”
ทว่าขณะนั้นไม่มีผู้ใดสามารถอธิบายให้ลู่เฉินฟังได้ และสัตว์ประหลาดชิงรากวิญญาณราวกับพบอะไรบางอย่าง จึงตะโกนไปยังมุมหนึ่งของค่ายกล “ออกมา!”
ลู่เฉินจึงเดินออกมา เขาแสยะยิ้มพลางมองสัตว์ประหลาดชิงรากวิญญาณ “สวัสดี”
“เจ้า?”
“ใช่ ข้าเอง!”
สัตว์ประหลาดชิงรากวิญญาณโมโหจนกัดฟันกรอด “เจ้าถูกข้าสะกดจิตแล้วมิใช่หรือ?”
“สะกดจิต? ด้วยทักษะเช่นนั้นของเจ้าน่ะหรือ?” ลู่เฉินยิ้มพลางมองอีกฝ่าย
สัตว์ประหลาดชิงรากวิญญาณพูดด้วยความโมโห “หมายความว่าอย่างไร?”
“ความหมายของข้าคือ ข้าตั้งใจให้เจ้าจับ และตั้งใจแสร้งหลับลึกไป”
สัตว์ประหลาดชิงรากวิญญาณได้ฟังทั้งหมดแล้วจึงมีสีหน้าไม่ดีนัก “เจ้ากล้าหลอกข้า?”
“คนของพันธมิตรชิงรากวิญญาณของพวกเจ้าเจ้าเล่ห์ขนาดนี้ หากข้าไม่ทำเช่นนี้จะจับเจ้าได้อย่างไรกัน?”
สัตว์ประหลาดชิงรากวิญญาณได้ฟังแล้วจึงสบถออกมา “เจ้าคิดว่าจะจับข้าได้อย่างนั้นหรือ?”
“หรือไม่ใช่?”
สัตว์ประหลาดชิงรากวิญญาณยิ้มเย็นชา “ที่นี่เป็นสถานที่ของข้า เจ้าคิดว่าเจ้าจะทำอะไรได้หรือ?”
“เป็นสถานที่ของเจ้า แต่ข้าเปลี่ยนแปลงรอบ ๆ แล้ว” ลู่เฉินยิ้มพลางมองสัตว์ประหลาดชิงรากวิญญาณ
อีกฝ่ายจึงหัวเราะขึ้นมา “เจ้าช่างใสซื่อเสียจริง!”
“โอ้? หรือเจ้ายังมีบางสิ่งอยู่อย่างนั้นหรือ?” ชายหนุ่มยิ้มพลางมองอีกฝ่าย
สัตว์ประหลาดชิงรากวิญญาณพูดด้วยความมั่นใจ “เจ้าเปลี่ยนแปลงบริเวณรอบ ๆ แต่พื้นดินนี้เล่า? เจ้าคงไม่คิดว่าใต้พื้นดินนี้จะไม่มีสิ่งใดหรอกนะ?”
ลู่เฉินยิ้มหยัน “พื้นดินหรือ เช่นนั้นเจ้าก็ลองดู”
สัตว์ประหลาดชิงรากวิญญาณคิดอยากจะลงไปยังใต้พื้นดิน เพราะเขาเตรียมเส้นทางใต้ดินเอาไว้ แต่ตอนนี้เหมือนจะไม่ได้ผลใด ๆ เพราะไม่สามารถลงไปได้
เรื่องนี้ทำให้เขาขมวดคิ้วมุ่นขึ้นมา “นี่… เกิดเรื่องใดขึ้น?”
“บอกเจ้าตามตรง ข้าได้เปลี่ยนแปลงใต้พื้นดินเช่นกัน”
เมื่อได้ยินดังกล่าว สัตว์ประหลาดชิงรากวิญญาณพลันรู้สึกโมโห “อยากตายหรือ!”
พูดจบ บนร่างของสัตว์ประหลาดชิงรากวิญญาณจึงแผ่พลังอันแข็งแกร่งออกมา จากนั้นสะบัดฝ่ามือเพียงครั้งเดียวก็เกิดกระแสลมกรรโชกขึ้น จนพัดเงาสายฟ้ากระเด็นออกไป
ลู่เฉินทำได้เพียงเก็บเงาสายฟ้ากลับมา จากนั้นสัตว์ประหลาดชิงรากวิญญาณก็หัวเราะขึ้นมา “เห็นแล้วใช่หรือไม่ นี่คือความแข็งแกร่ง!”
เมื่อได้ยินถึงความแข็งแกร่ง ลู่เฉินจึงยิ้มหยันออกมา “ทักษะของเจ้านับว่าแข็งแกร่งนัก แต่ต้องขออภัย หากเจ้าคิดจะออกไปจากที่นี่ก็นับว่ายากเย็นอย่างยิ่งแล้ว”
หลังจากนั้นชายหนุ่มก็ซ่อนตัวอยู่ภายในค่ายกล
“ทักษะไร้สาระ!” สัตว์ประหลาดชิงรากวิญญาณโจมตีรอบ ๆ อย่างบ้าคลั่ง เพื่อพยายามจะทำลายที่นี่
ลู่เฉินไม่สนใจ เพียงเฝ้ามองดูอย่างเงียบ ๆ
ทันใดนั้นเปลวเพลิงพลันลุกโชนขึ้นภายในค่ายกล เพลิงเหล่านั้นถูกลู่เฉินหลอมมาจากหินเพลิง
ดังนั้นมันจึงมีความรุนแรงเป็นอย่างมาก
โดยเฉพาะเมื่อสัตว์ประหลาดชิงรากวิญญาณโจมตี เพลิงเหล่านั้นก็เหมือนจะปะทุจนระเบิดขึ้นมา
ดังนั้นสัตว์ประหลาดชิงรากวิญญาณจึงหวาดกลัวจนไม่กล้าลงมือ ไม่นานเพลิงก็สงบลงอย่างรวดเร็ว จากนั้นสัตว์ประหลาดชิงรากวิญญาณก็ก่นด่าออกมา “สมควรตาย!”
ชายหนุ่มที่อยู่ตรงนั้นหัวเราะขึ้นมา “เป็นอย่างไร เพลิงเหล่านี้ไม่เลวเลยใช่หรือไม่”
“เจ้าหนุ่ม ไม่ช้าเจ้าต้องตายแน่!” สัตว์ประหลาดชิงรากวิญญาณกัดฟันกรอด
“เพลิงเหล่านี้ยิ่งใช้พลังปราณก็จะยิ่งรุนแรง”
“อย่างนั้นหรือ?” สัตว์ประหลาดชิงรากวิญญาณโมโหจนนำน้ำเต้าสีม่วงออกมา
น้ำเต้าสีม่วงนี้ดูดซับเพลิงเหล่านั้นในทันที จากนั้นสัตว์ประหลาดชิงรากวิญญาณจึงพูดด้วยความพึงพอใจ “เจ้าหนุ่ม เห็นแล้วใช่หรือไม่ เพลิงเหล่านี้ของเจ้า ในที่สุดก็ไม่สามารถหลีกหนีการพันธนาการของสมบัติวิญญาณได้”
“ไม่เลวนี่ นับว่าเก่งกาจ แต่ว่า”
“แต่อย่างไรกัน?”
“สมบัติวิญญาณนี้ของเจ้า ข้าเองก็อยากได้เช่นกัน” ลู่เฉินยิ้มพลางมองอีกฝ่าย จากนั้นน้ำเต้าก็สั่นไหวขึ้นมา ราวกับจะลอยไปหาชายหนุ่ม
แต่สัตว์ประหลาดชิงรากวิญญาณใช้มืออีกข้างนำน้ำเต้าไปซ่อนไว้ทันที ทำให้ลู่เฉินไม่สามารถควบคุมน้ำเต้านี้ได้
จากนั้นสัตว์ประหลาดชิงรากวิญญาณจึงพูดด้วยความพอใจ “มา ลงมือต่อซะ”
“ดูเหมือนข้าคงทำได้เพียงใช้สิ่งนี้เสียแล้ว”
ลู่เฉินเข้าไปอยู่กลางค่ายกล เขาคิดจะใช้ฝ่ามือแปดวิญญาณจัดการสัตว์ประหลาดชิงรากวิญญาณ
ดูเหมือนอีกฝ่ายจะรู้จักสิ่งนี้ดี จึงเผยรอยยิ้มออกมา “ฝ่ามือแปดวิญญาณ เรื่องเล็ก!”
เมื่อพูดจบ บนร่างของสัตว์ประหลาดชิงรากวิญญาณก็เปล่งแสงสีเขียวสว่างขึ้นมาเพื่อทำลายฝ่ามือแปดวิญญาณ ลู่เฉินจึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย “ทักษะของเจ้านับว่าไม่ธรรมดา”
“ไร้สาระ ข้าเป็นเฒ่าประหลาดที่มีอายุยืนยาวมานับแสนปีแล้ว” สัตว์ประหลาดชิงรากวิญญาณพูดอย่างภาคภูมิใจ
“หนึ่งแสนปี ช่างเก่าแก่นัก” เขาพึมพำออกมา
“ทำไมเล่า? กลัวหรือ?” สัตว์ประหลาดชิงรากวิญญาณคิดว่าลู่เฉินจะต้องกลัวเป็นแน่ ดังนั้นจึงหัวเราะอีกฝ่ายขึ้นมา
ชายหนุ่มพลันยกยิ้มมุมปาก “กลัวหรือ? นับว่าไม่ ข้าเพียงรู้สึกว่าตอนนี้เจ้าคงหนีไม่พ้น ใช่หรือไม่?”
สัตว์ประหลาดชิงรากวิญญาณยิ้มหยัน “เจ้าหนุ่ม ข้าคือคนของพันธมิตรชิงรากวิญญาณ ภายในวังสินธุเหมันต์แห่งนี้มีคนอยู่ไม่น้อย ดังนั้นขอเพียงข้าเรียกออกมา ผู้คนจำนวนมากมายต้องออกมาช่วยแน่ และเมื่อถึงเวลานั้น…”
“ช่วยเจ้า?”
“ใช่!” สัตว์ประหลาดชิงรากวิญญาณคิดว่าเช่นนี้จะทำให้ลู่เฉินหวาดกลัวได้
แต่อีกฝ่ายกลับพูดขึ้นมา “เช่นนั้นก็ดี จะได้ค่อย ๆ จับคนของพันธมิตรชิงรากวิญญาณของเจ้าซะ!”
“เจ้าหนุ่ม อย่าพูดจาจองหองอวดดีให้มากนัก!”
“เจ้าให้พวกเขามาเถิด แล้วดูว่าข้าแค่พูดจาอวดดีหรือไม่!” ลู่เฉินยิ้มหยันขึ้นมา ในขณะเดียวกันรอบ ๆ ก็เริ่มเกิดหมอกสีม่วงกระจายออกมา
สัตว์ประหลาดชิงรากวิญญาณพูดขึ้นมาด้วยความแปลกใจ “นี่คืออะไรกัน?”