ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 704 เพื่อผลไม้จึงนำสิ่งของออกมาสู้กัน
บทที่ 704 เพื่อผลไม้จึงนำสิ่งของออกมาสู้กัน
ราชันค่ายกลภูติมองไปยังเตาปา “ผู้เฒ่าเตา เจ้าอย่าลองเลย เขานับว่าไม่ธรรมดา”
ชายที่ถูกเรียกว่าผู้เฒ่าเตายังคงไม่เชื่อและคิดอยากจะลองดู จึงพูดขึ้นมาสั้น ๆ “ผู้ฝึกตนขั้นหลอมแก่นแท้คนหนึ่งจะเก่งกาจเพียงใดกัน?”
ทุกคนต่างเห็นด้วยกับสิ่งที่ผู้เฒ่าเตาพูด ความจริงแล้วลู่เฉินยังอ่อนแอเกินไป
ดังนั้นชายหนุ่มจึงหัวเราะออกมา
ผู้เฒ่าเตาไม่รู้ว่ามีสิ่งใดให้ลู่เฉินรู้สึกตลก จึงเอ่ยถามขึ้น “เจ้ากำลังคิดสิ่งใด?”
“ข้ากำลังคิดว่า หากเจ้าพ่ายแพ้ควรทำอย่างไรกัน?”
ผู้เฒ่าเตาไม่คิดว่าขั้นหลอมแก่นแท้คนหนึ่งจะกล้าพูดยั่วยุตนเช่นนี้ ดังนั้นจึงนำหนังอสูรสีเหลืองออกมากางไว้บนโต๊ะ “นี่คือแผนที่แผ่นหนึ่ง แผนที่นี้เป็นสถานที่ส่วนใหญ่ในพื้นที่ที่เจ็ด”
เมื่อผู้เฒ่าคนอื่น ๆ ได้ยินดังกล่าว แต่ละคนจึงแปลกใจว่าผู้เฒ่าเตาคิดจะทำสิ่งใด
“เจ้าหนุ่ม ถ้าเจ้าเอาชนะได้ ข้าจะมอบสิ่งนี้ให้เจ้า แต่หากเจ้าพ่ายแพ้ เจ้าต้องมอบผลไม้นี้ให้ข้าสิบผล!” ผู้เฒ่าเตาจ้องมองลู่เฉินพลางเอ่ย
ทุกคนคิดไม่ถึงว่าผู้เฒ่าเตาจะหลอกล่อลู่เฉินด้วยวิธีนี้จริง ๆ ราชันค่ายกลภูติจึงพูดด้วยท่าทางจริงจังขึ้นมา “ผู้เฒ่าเตา หากมอบให้เจ้าทั้งสิบผล เช่นนั้นพวกเราจะทำอย่างไร?”
ทุกคนต่างรู้สึกว่ามีเหตุผล ความจริงแล้วผลไม้นี้มีไม่เพียงพออย่างแน่นอน และหากผู้เฒ่าเตาครอบครองผลไม้จำนวนมากไว้เพียงผู้เดียว เช่นนั้นส่วนแบ่งของพวกเขาคงน้อยลง ดังนั้นแต่ละคนจึงรู้สึกไม่พอใจและไม่คิดให้ลู่เฉินตอบตกลง
แต่ลู่เฉินถูกแผนที่นี้ดึงดูดเข้าแล้ว
ดังนั้นจึงเอ่ยถามขึ้น “แผนที่นี้เจ้าได้มาอย่างไร?”
“ในหุบเขาลึก ข้าคือผู้ที่มีการเคลื่อนไหวว่องไวที่สุด ดังนั้นหลายปีมานี้ ข้าได้ท่องยุทธภพและวาดมันขึ้นมาด้วยตัวเอง” ผู้เฒ่าเตาอธิบายออกมา
คนอื่น ๆ พลันรู้สึกไม่พอใจขึ้นมา
บางคนยังพูดขึ้นมา “ผู้เฒ่าเตา ตอนพวกเราขอยืมดูแผนที่นี้เจ้ากลับปฏิเสธ ตอนนี้เพื่อผลไม้ เจ้าใจกว้างถึงเพียงนี้เชียวหรือ?”
“ใช่ ผู้เฒ่าเตา เพื่อหลอกล่อคนเจ้ายอมทำถึงเพียงนี้เชียว”
เดิมทีคนเหล่านี้เป็นพวกเดียวกัน แต่ตอนนี้แต่ละคนกลับไม่พอใจ และดูเหมือนกำลังเกิดการแตกคอกัน
ลู่เฉินยิ้มพลางมองผู้เฒ่าเตา “ได้ จะแข่งอย่างไร?”
“ง่ายนัก หอผู้อาวุโสแห่งนี้มีพื้นที่ต่อสู้อยู่ พวกเราเข้าไปที่นั่น ผู้ใดยอมแพ้หรือออกนอกพื้นที่ที่กำหนดก่อนจะถือว่าแพ้” ผู้เฒ่าเตารีบอธิบายออกมา
เขาพยักหน้ารับ “ตกลง”
ทุกคนคิดไม่ถึงว่าลู่เฉินจะตอบตกลง ดังนั้นแต่ละคนจึงพูดโน้มน้าวอีกฝ่าย “เจ้าหนุ่ม เจ้าอย่าหลงกลเด็ดขาด”
“ใช่ ความแข็งแกร่งของผู้เฒ่าเตาไม่ใช่สิ่งที่ผู้ฝึกตนขั้นหลอมแก่นแท้อย่างเจ้าจะสามารถเอาชนะได้”
ราชันค่ายกลภูติพูดกับลู่เฉิน “เจ้าหนุ่ม เรื่องนี้อย่าวู่วามอย่างเด็ดขาด”
“ไปเถิด!” ลู่เฉินไม่ลังเลและบอกให้ผู้เฒ่าเตานำทางไป
ผู้เฒ่าเตาเก็บแผนที่ก่อนจะแสยะยิ้ม “ไป”
จากนั้นผู้เฒ่าเตาก็เดินนำลู่เฉินไปยังชั้นที่สาม คนอื่น ๆ เองก็ตามมาเช่นกัน ขณะเดินทาง คนเหล่านั้นก็ยังพยายามพูดจาโน้มน้าวลู่เฉินมากมาย
แต่ไม่ว่าคนเหล่านี้จะพูดอย่างไรก็ไม่ส่งผลใด ๆ ต่อชายหนุ่ม
กระทั่งทุกคนมาถึงห้องหนึ่งภายในชั้นที่สาม ทุกคนจึงหยุดพูดลง เพราะลู่เฉินได้เข้าไปภายในห้องและขึ้นไปบนลานประลองภายในนั้นแล้ว
ผู้เฒ่าเตาเดินขึ้นไปบนลานประลองและเปิดเขตแดนป้องกันรอบ ๆ ขึ้น จากนั้นผู้เฒ่าเตาจึงพูดขึ้นมา “เจ้าหนุ่ม หากหนีออกไปจากลานประลองหรือยอมแพ้ก็จะถือว่าเป็นผู้แพ้”
“เข้ามาเถิด” ลู่เฉินพูดด้วยท่าทางนิ่งเฉย
ผู้เฒ่าเตาแสยะยิ้ม “เจ้าหนุ่ม อันดับแรกข้ายอมรับว่าเจ้านั้นกล้าหาญ แต่ข้าคือผู้ที่มีความว่องไวที่สุดในหุบเขาลึกนี้”
“โอ้? เช่นนั้นก็เข้ามาเถิด ให้ข้าได้ชื่นชมหน่อยว่ารวดเร็วเพียงใดกัน”
ผู้เฒ่าเตาเผยรอยยิ้มแปลกประหลาดและหายตัวไปทันที จากนั้นจึงปรากฏตัวอีกครั้งด้านหลัง และคิดใช้ฝ่ามือแสงทอง โจมตี ‘ลู่เฉิน’
ทุกคนคิดว่าผู้เฒ่าเตาต้องทำให้ลู่เฉินบาดเจ็บแน่ ดังนั้นแต่ละคนจึงรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา
บางคนยังพูดด้วยความร้อนใจ “ผู้เฒ่าเตา เจ้าดุร้ายเกินไปแล้ว ลงมือรุนแรงเพียงนี้เชียวหรือ!?”
แต่ชั่วอึดใจถัดมาทุกคนกลับพบว่าลู่เฉินหายตัวไป และเห็นเพียงมนุษย์กระดาษที่ถูกบดขยี้จนกลายเป็นเศษซากตกลงสู่พื้น
ทุกคนตกตะลึงขึ้นมา รอยยิ้มของผู้เฒ่าเตาหายไป “นี่ทักษะใดกัน?”
“เจ้าคิดว่าอย่างไรเล่า?” ชายหนุ่มปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งบริเวณมุมด้านหนึ่งของลานประลอง เขายิ้มพลางมองผู้เฒ่าเตา
ผู้เฒ่าเตาขมวดคิ้ว สีหน้าพลันไม่ดีนัก “หลังจากนี้ข้าจะไม่ปล่อยให้เจ้ามีโอกาสหนีอีกแล้ว”
พูดจบ ผู้เฒ่าเตาจึงหลอมเขตแดนแสงทองขึ้นมาล้อมลู่เฉินไว้ และเขตแดนแสงทองนี้ก็ค่อย ๆ หดเล็กลง มันดูราวกับจะห่อหุ้มชายหนุ่มเอาไว้ภายใน
ในขณะเดียวกัน ผู้เฒ่าเตายังพูดข่มขู่ออกมา “เจ้าหนุ่ม ยอมแพ้ตอนนี้ยังทันนะ!”
“ยอมแพ้? เพราะเหตุใดกัน?”
“รอให้เขตแดนนี้ห่อหุ้มร่างเจ้าก่อนเถอะ แม้เจ้าอยากขยับก็ไม่สามารถทำได้ สุดท้ายก็ทำได้เพียงถูกข้าจัดการอย่างง่ายดาย” ผู้เฒ่าเตาพูดในสิ่งที่ตนคิดออกมา
ลู่เฉินได้ยินดังนั้นก็ถอนหายใจออกมา “ทักษะเช่นนี้ของเจ้านับว่าเก่งกาจนัก แต่หากคิดจะห่อหุ้มข้านั้นยังนับว่ายากอยู่เล็กน้อย”
“เจ้าหมายความว่าอย่างไร?” ผู้เฒ่าเตาไม่เข้าใจ
เขาแสยะยิ้มชั่วร้าย “ดูให้ดีก็แล้วกัน”
ลู่เฉินใช้เคล็ดวิชาหมื่นวิญญาณ เขาค่อย ๆ ดูดซับพลังของเขตแดนนี้ ทำให้ไม่นานเขตแดนนี้ก็ทำลายตัวเองลง
ทุกคนต่างแปลกใจว่าสิ่งเรื่องใดขึ้น
ผู้เฒ่าเตาสงสัย “เจ้าใช้สมบัติวิญญาณ?”
“เจ้าคิดว่าอย่างไรเล่า?” ลู่เฉินจ้องมองอีกฝ่าย
ผู้เฒ่าเตามองอีกฝ่ายด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย “ดูเหมือนข้าคงต้องใช้ทักษะอื่นเสียแล้ว”
พูดจบ บนฝ่ามือของผู้เฒ่าเตาปรากฏกำไลสีทองขึ้นมา และเมื่อกำไลนี้ลอยออกไปก็มีขนาดใหญ่ขึ้น และล้อมรัดร่างของลู่เฉินเอาไว้ภายใน
เมื่อทุกคนเห็นดังกล่าวก็คิดว่าชายหนุ่มต้องพ่ายแพ้เป็นแน่
บางคนพูดด้วยความรู้สึกเสียดายออกมา “ผลไม้สิบผลต้องหายไปแน่”
“ใช่ ทั้งสิบผล!”
เมื่อคิดถึงผลไม้ทั้งสิบผลที่จะหายไปนั้น คนจำนวนไม่น้อยต่างรู้สึกเสียใจ และผู้เฒ่าเตายังพูดด้วยความพึงพอใจขึ้นมาว่า “มาเถิด ยอมแพ้ซะ”
“เพียงเท่านี้คิดจะทำให้ข้ายอมแพ้?” ลู่เฉินยิ้มหยัน
“เจ้าถูกสมบัติวิญญาณข้าห่อหุ้มเอาไว้แล้ว เจ้ายังคิดอย่างไรกัน?” ผู้เฒ่าเตาแสยะยิ้มออกมา
“สิ่งนี้?” ลู่เฉินเหยียดยิ้ม จากนั้นก็ขยับร่างกายเล็กน้อย สมบัติวิญญาณพลันหลุดออกจากร่างกายและกลายเป็นเพียงแหวนวงเล็กตกลงสู่ฝ่ามือ
เมื่อเห็นสมบัติวิญญาณตกลงสู่ฝ่ามือของลู่เฉิน ผู้เฒ่าเตาก็มีสีหน้าประหลาดใจ “เจ้า ไม่เป็นอะไร?”
“เจ้าคิดว่าอย่างไร?” ลู่เฉินนำแหวนวงเล็กในมือขึ้นมาแกว่งดู
ผู้เฒ่าเตาลองควบคุมมันอีกครั้ง แต่กลับพบว่าตนไม่สามารถควบคุมแหวนวงเล็กนี้ได้ มันทำให้ผู้เฒ่าเตารู้สึกสงสัย “เจ้าทำสิ่งใดกับมัน?”
คนอื่น ๆ ต่างแปลกใจ เหตุใดลู่เฉินจึงสามารถควบคุมสมบัติวิญญาณของผู้เฒ่าเตาได้
“เจ้าคิดว่าอย่างไรล่ะ?”
“รีบพูดมาซะ!” ผู้เฒ่าเตาร้อนใจ
แต่ชายหนุ่มคร้านจะสนใจอีกต่อไป จึงจ้องมองผู้อาวุโสเตา “เจ้ายังมีทักษะใดอีก จงรีบนำออกมาใช้ซะ”
ผู้เฒ่าเตาไม่คาดว่าลู่เฉินจะพูดจาอวดดีเช่นนี้ “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าจะทำให้เจ้าได้เห็นความแข็งแกร่งของข้า!”
ทันใดนั้นด้านหน้าผู้เฒ่าเตาพลันปรากฏกระบี่วิญญาณเล่มหนึ่งขึ้นมา วิญญาณนี้มีแสงสีทองจาง ๆ ส่องประกายอยู่
เมื่อทุกคนเห็นว่า แม้แต่กระบี่วิญญาณผู้เฒ่าเตายังนำออกมาใช้ แต่ละคนจึงตกตะลึงขึ้นมา
บางคนยังพูดออกมา “ผู้เฒ่าเตาบ้าไปแล้วหรือ?”
“ผู้เฒ่าเตา เจ้าทำเช่นนี้จะทำให้วิญญาณของเขาบาดเจ็บได้”
“ผู้เฒ่าเตา เจ้าทำเกินไปแล้ว แม้แต่ขั้นหลอมแก่นแท้ยังไม่ยอมปล่อยผ่าน!”