ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 706 ผู้ชำระแค้นมาแล้ว
บทที่ 706 ผู้ชำระแค้นมาแล้ว
เมื่อเห็นองค์หญิงไป๋ฮวา ลู่เฉินจึงยิ้มพลางเอ่ยถาม “มีเรื่องใดหรือ?”
“ครั้งนี้คนของข้าไม่ได้ช่วยเรื่องใด ดังนั้นจึงขอต้องขออภัยด้วย แต่พวกเรายังสามารถร่วมมือกันต่อไปได้” องค์หญิงไป๋ฮวาพูดด้วยความละอายใจเล็กน้อย
“ร่วมมือกันต่อไป?”
“ใช่แล้ว”
“ตอนนี้ข้าจะไปแล้ว ยังมีเรื่องใดต้องร่วมมือกันอีกงั้นหรือ?” ลู่เฉินแสยะยิ้มพลางเอ่ยถามอีกฝ่าย
องค์หญิงไป๋ฮวายิ้มกลับ “เจ้าอยากตามหาคนใช่หรือไม่?”
“เรื่องนี้เจ้าก็รู้?”
“แม้ข้าจะไม่รู้ว่าภายในถ้ำนั้นเกิดเรื่องใดขึ้นกับเจ้า แต่เจ้าก็รู้ดีว่าพืชไม้ดอกระย้าของเรากระจายอยู่ทั่วทุกที่ ดังนั้นเมื่อชายหนุ่มผู้นั้นออกไป พวกเราก็ได้พ่นละอองเรณูพิเศษบางอย่างไว้บนร่างกายของเขา และเราสามารถตามหาเขาโดยผ่านละอองเรณูเหล่านั้นได้”
เมื่อลู่เฉินได้ยินดังกล่าวจึงเผยรอยยิ้มขึ้นมาทันที “หมายความว่าหากข้าจากไป พวกเจ้าก็สามารถตามหาข้าได้?”
“ใช่”
“ได้ หากพวกเจ้าอยากออกไปจากที่นั่นก็จงช่วยข้าตามหาชายผู้นั้นก่อน และช่วยข้าจัดการเขา” ลู่เฉินพูดในสิ่งที่ตนวางแผนออกมา
องค์หญิงไป๋ฮวาตอบตกลงทันที “ตกลง หากมีข่าวคราวใดข้าจะบอกเจ้า”
“ตกลง”
หลังจากนั้นองค์หญิงไป๋ฮวาก็หายไป และภาพเหล่านั้นเองก็หายไปเช่นกัน
จากนั้นลู่เฉินก็หาสถานที่ปลอดภัยเพื่อสร้างค่ายกลขึ้น ก่อนจะนำกายเนื้อของเฮยหลวนออกมา เปิดขวดใบนั้นเพื่อปลดปล่อยวิญญาณของนางออกมา
ไม่นาน วิญญาณและร่างกายของเฮยหลวนก็หลอมรวมกันอย่างรวดเร็ว
ชั่วพริบตาถัดมาเฮยหลวนจึงค่อย ๆ ฟื้นขึ้น
เมื่อเฮยหลวนเห็นลู่เฉินจึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย “ข้าอยู่ที่ใดกัน?”
“เกิดอะไรขึ้นกับเจ้า ไม่รู้เลยหรือ?” ลู่เฉินย้อนถาม
เฮยหลวนส่ายหน้าด้วยความสงสัย
ชายหนุ่มจึงพูดขึ้นมา “ดูเหมือนต้องให้เจ้าค่อย ๆ ดูเสียแล้ว”
หลังจากนั้นภาพของลู่เฉินก็ถูกส่งเข้าไปภายในความคิดของเฮยหลวน
เมื่อได้เห็นทุกสิ่งที่เกิดขึ้น เฮยหลวนจึงตกตะลึงขึ้นมา ก่อนจะมองลู่เฉินและคุกเข่าลงทันที
“ทำสิ่งใดกัน?”
“ก่อนหน้านี้ข้านับถือท่านเป็นอาจารย์เพราะถูกบีบบังคับ แต่ตอนนี้ท่านช่วยชีวิตของข้าเอาไว้ ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ท่านคือผู้มีพระคุณของข้า ดังนั้นโปรดรับการคำนับนี้ด้วยเถิด” เมื่อเฮยหลวนพูดจบก็ก้มตัวคำนับทันที
ลู่เฉินยิ้ม “ศิษย์ของข้า น้อยนักที่จะคำนับข้าเช่นนี้”
“ศิษย์ของท่าน? มีใครบางหรือ?” เฮยหลวนแปลกใจ
“เรื่องนี้ค่อยว่ากันทีหลังเถิด”
เฮยหลวนมองไปรอบ ๆ “เช่นนั้นตอนนี้พวกเราอยู่ที่ใดกัน?”
“ออกมาจากหุบเขาลึกแล้ว”
เมื่อเฮยหลวนได้ยินว่าออกมาจากหุบเขาลึกจึงรู้สึกกังวลใจเล็กน้อย “ด้านนอกหุบเขาลึกอันตรายนัก และยิ่งเป็นพื้นที่ลำดับที่เจ็บของวังสินธุเหมันต์ บริเวณโดยรอบล้วนเต็มไปด้วยอันตราย”
“อย่างไรกัน? อยากกลับไปยังหุบเขาลึกงั้นหรือ?”
“ไม่ใช่เช่นนั้น เพียงแค่แปลกใจ เหตุใดท่านจึงต้องออกจากหุบเขาลึกด้วย?” เฮยหลวนคิดว่าลู่เฉินไปยังหุบเขาลึก เพื่อคิดจะเข้าร่วมและใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น
“ข้าไปหุบเขาลึกย่อมต้องมีเป้าหมาย”
เฮยหลวนไม่เข้าใจเท่าไหร่นัก
“อีกไม่นานให้คนอื่น ๆ มาคุยกับเจ้าเถิด”
“คนอื่น?”
ลู่เฉินคิดจะให้ฟาเทียน เจี่ยอัน ฮั่วหลางและเฮยหลวนได้คุยกัน
แต่ฟาเทียนและฮั่วหลางพึ่งได้รับผลไม้จากลู่เฉิน ดังนั้นทั้งสองจึงอยู่ในช่วงเรียนรู้มัน และชายหนุ่มก็ไม่คิดจะไปรบกวนพวกเขา จึงทำได้เพียงปล่อยเจี่ยอันออกมา
ดวงตาทั้งสองข้างของเจี่ยอันดูราวกับก้อนหินที่แผ่กระจายแสงสีน้ำเงินออกมา
เฮยหลวนเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ “เขาคือ?”
“ดวงตาของเขามีความพิเศษ เขาสามารถมองเห็นสถานการณ์ภายในระยะร้อยก้าวได้” ลู่เฉินอธิบาย
เฮยหลวนเอ่ยถามด้วยความสงสัย “ในระยะร้อยก้าว?”
“พวกเจ้าค่อย ๆ คุยกัน” เมื่อลู่เฉินพูดจบจึงเดินนำทั้งสองออกไป
เฮยหลวนมองเจี่ยอันพลางเอ่ยถามถึงเรื่องที่เกิดขึ้น แต่เจี่ยอันรู้เพียงเรื่องหลังจากลู่เฉินเข้าไปยังวังสินธุเหมันต์ แต่เรื่องที่มายังหุบเขาลึกนั้น เขาเองก็ไม่รู้เช่นกัน
แต่เฮยหลวนกลับตั้งใจฟังด้วยความสนใจ
จนกระทั่งวันรุ่งขึ้น ทั้งสามค่อย ๆ สัมผัสได้ถึงไอความเย็นที่ลอยเข้ามา เฮยหลวนจึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย “อาจารย์ เหตุใดจึงหนาวเย็นนัก?”
แม้เจี่ยอันจะสามารถมองเห็นในระยะร้อยก้าวได้ แต่ภายในระยะร้อยก้าวนั้นกลับไม่มีสิ่งใดพิเศษ ดังนั้นเขาจึงรู้สึกแปลกใจเช่นกัน “นับว่าหนาวเย็นมากจริง ๆ”
“ด้านหน้าเป็นพื้นหิมะ”
“ว่าอย่างไรนะ? พื้นหิมะ” เฮยหลวนเบิกตากว้าง ส่วนเจี่ยอันมีสีหน้าแปลกใจ
ลู่เฉินมองเฮยหลวนด้วยความแปลกใจ “เจ้าไม่เคยมาสถานที่แห่งนี้หรือ?”
“นับตั้งแต่อาจารย์ของข้าเก็บข้ากลับไป ข้าก็ไม่เคยออกจากหุบเขาลึกอีกเลย” เฮยหลวนพูดด้วยความลำบากใจ
ชายหนุ่มเข้าใจแล้วจึงพูดขึ้นมา “ไปกันเถิด”
เฮยหลวนแปลกใจ “อาจารย์ เหตุใดพวกเราจึงต้องมาที่นี่?”
“มีเรื่องต้องจัดการ”
เฮยหลวนไม่เข้าใจเท่าไหร่นัก จึงทำเพียงเดินไปตามอย่างเงียบ ๆ
เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง เจี่ยอันพลันพูดขึ้นมาก่อน “เห็นหิมะแล้ว”
หลังจากนั้นลู่เฉินและเฮยหลวนจึงได้เห็นเกล็ดหิมะ
ดังนั้นทั้งสามจึงเดินหน้าต่อไป ไม่นานเกล็ดหิมะก็มีจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ
“อาจารย์ ตอนนี้ต้องทำเช่นไร?”
“พื้นหิมะนี้มีบ่อน้ำอยู่แห่งหนึ่ง สิ่งที่เราต้องทำตอนนี้ก็คือตามหาบ่อน้ำนั้น” ลู่เฉินคิดถึงสิ่งที่ผู้อาวุโสสามพูด ก่อนจะถ่ายทอดให้แก่ทั้งสองคน
เจี่ยอันมองไปรอบ ๆ และพบว่าพื้นหิมะนี้กว้างใหญ่มาก อีกทั้งรอบด้านยังเต็มไปด้วยหิมะขาวโพลน เจี่ยอันจึงไม่สามารถพบสิ่งใดได้ และทำเพียงหันไปพูดกับลู่เฉิน “หากต้องการหาเป้าหมายจากพื้นหิมะนี้เกรงว่าจะยากเกินไป”
เฮยหลวนคิดแล้วจึงพูดออกมา “ข้ามีวิธี”
เมื่อพูดจบ บนร่างกายของเฮยหลวนมี ‘นก’ สีดำบินออกมาเป็นจำนวนมาก นกเหล่านี้ค่อย ๆ บินออกไปทีละตัว
เจี่ยอันมองด้วยความตกตะลึง “สิ่งเหล่านี้ไม่ได้รับผลกระทบจากอากาศที่หนาวเย็นงั้นหรือ?”
“ไม่ พวกมันเป็นเคล็ดวิชาภูตผีของข้า และสิ่งที่พวกมันเห็นก็คือสิ่งที่ข้าเห็นเช่นกัน” เฮยหลวนพูดด้วยความภูมิใจ
เจี่ยอันเอ่ยชื่นชมขึ้นมา
ลู่เฉินพูดขึ้น “เช่นนั้นพวกเราพักผ่อนที่นี่ก่อน แล้วรอให้นกเหล่านั้นหาบ่อน้ำนั่นพบ”
“อืม” เฮยหลวนขานรับ
หลังจากนั้นทั้งสามจึงมองหาสถานที่ในการพักผ่อน
ลู่เฉินหลับตาลงและใช้เคล็ดวิชาหมื่นวิญญาณ แต่เคล็ดวิชาหมื่นวิญญาณนี้สามารถค่อย ๆ แผ่ขยายออกไปได้
ชายหนุ่มค่อย ๆ แทรกซึมเข้าไปโดยอาศัยหญ้าวิญญาณรอบ ๆ รวมทั้งก้อนหินพิเศษบางส่วนที่อยู่ท่ามกลางหิมะนี้ พวกมันทำให้ลู่เฉินสามารถสัมผัสเหตุการณ์ในระยะสิบลี้ได้
แต่ในระยะสิบลี้นั้น หากคิดจะตามหาสิ่งของนับว่าลำบากนัก ดังนั้นลู่เฉินจึงต้องใช้เวลานานเล็กน้อย
ทว่าไม่นานเขาก็พบว่าบริเวณใกล้ ๆ เกิดการเคลื่อนไหวบางอย่าง
ชายหนุ่มเห็นเพียงแสงสีท่องสว่างวาบ จากนั้นบนท้องฟ้าก็มีเขตแดนแสงทองปรากฏขึ้น และมีเสียงหัวเราะดังขึ้นมา “เจ้าหนุ่ม ในที่สุดก็หาเจ้าพบ!”
ผู้พูดนั้นไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นผู้เฒ่าเตาคนนั้น
เจี่ยอันและเฮยหลวนไม่รู้จัก ดังนั้นทั้งสองจึงเตรียมพร้อมขึ้นมา ส่วนลู่เฉินยิ้มพลางพูด “ตามหาข้ามีเรื่องอันใด?”
“บนลานประลองเจ้าทำให้ข้าสูญเสียของล้ำค่า ครั้งนี้จะไม่เป็นเช่นนั้นแล้ว”
“อย่างไรกัน? อยากแก้แค้นหรือ?”
“นำแผนที่คืนมาให้ข้า และมอบผลไม้มอบให้ข้า แล้วข้าจะไว้ชีวิตเจ้า มิเช่นนั้นข้าจะไม่เล่นตามกฎกับเจ้า” ผู้เฒ่าเตายิ้มหยัน
ลู่เฉินแสยะยิ้ม “บนลานประลองนั้นเจ้าพ่ายแพ้ให้แก่ข้า แล้วเจ้ายังคิดว่าตัวเองยังมีวิธีจัดการกับข้าอีกงั้นหรือ?”
“นั่นคือลานประลอง ไม่เหมือนกัน!” ผู้เฒ่าเตาตะคอกเสียงดัง
“ต่างกันอย่างไรเล่า?” ลู่เฉินยิ้มพลางเอ่ยถาม
“ที่นี่ข้าสามารถใช้เคล็ดวิชาต้องห้ามได้มากมาย แต่บนลานประลองผู้อาวุโสเหล่านั้นต้องคิดหาวิธีช่วยชีวิตเจ้าแน่ ดังนั้นย่อมต้องต่างกันอย่างแน่นอน” ผู้อาวุโสเตาพูดอย่างพึงพอใจ