ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 748 ร่างอยู่ที่นี่ ฉะนั้นจงเชื่อฟังคำพูดของข้า!
บทที่ 748 ร่างอยู่ที่นี่ ฉะนั้นจงเชื่อฟังคำพูดของข้า!
เมื่อเห็นรอยยิ้มของคนเหล่านี้ ลู่เฉินจึงยกยิ้มเย็นชา ส่วนเม็ดยาวิญญาณที่แสดงเพลิงออกมานั้น เมื่อเห็นชายหนุ่มยังยิ้มได้ จึงตะคอกขึ้นมา “ยังยิ้มออกอีกหรือ?”
“เจ้าอ่อนแอเกินไป” ลู่เฉินตั้งใจพูดกระตุ้นอีกฝ่าย เพื่อให้ฝ่ายนั้นเพิ่มพลังมากขึ้น
เม็ดยาวิญญาณนี้ถูกกระตุ้นขึ้นมาจริง ๆ และยังเพิ่มพลังความร้อนอย่างบ้าคลั่ง แต่ก็ไม่สามารถทำให้ลู่เฉินเป็นอะไรได้
กลุ่มวิญญาณที่อยู่อีกด้านหนึ่งกลับหัวเราะขึ้นมา
บ้างก็หัวเราะพลางพูดกับเม็ดยาวิญญาณนั้น “เสี่ยวหั่วตัน พลังของเจ้าไม่มากพอ”
“เสี่ยวหั่วตัน เจ้าต้องออกแรงให้มากขึ้น”
“เสี่ยวหั่วตัน ต้องการให้พวกเราช่วยหรือไม่?”
เสี่ยวหั่วตันรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก เขารู้ดีกว่าหากวันนี้ไม่สามารถจัดการลู่เฉินได้ หลังจากนี้ถ้าตนอยู่ที่นี่ต่อไป ก็ยากจะเชิดหน้าชูตาขึ้นมา ดังนั้นจึงปล่อยพลังออกมามากขึ้น
ใครจะทราบว่าลู่เฉินกลับมองไปยังวิญญาณรอบ ๆ เหล่านั้น “พวกเจ้าจะเข้ามาด้วยกัน หรือจะให้หัวหน้าของพวกเจ้าเข้ามา!”
วิญญาณหลายตนไม่คิดว่าลู่เฉินจะอวดดีเพียงนี้ ดังนั้นจึงมีวิญญาณจำนวนไม่น้อยที่เข้าร่วม
‘เม็ดยาวิญญาณสีดำ’ และ ‘เม็ดยาศาสตราสีดำ’ ของลู่เฉิน พลันดูดซับพลังอย่างบ้าคลั่ง
แต่คนเหล่านี้ต่างไม่รู้และยังคิดว่าพลังไม่มากพอ จึงเพิ่มพลังยิ่งขึ้น จากนั้นก็มีชายหนุ่มจำนวนมากเข้าร่วม แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไร วิญญาณเหล่านี้ก็ไม่สามารถทำให้ลู่เฉินเป็นอะไรได้
ดังนั้นชายหนุ่มในบริเวณนี้จึงเกิดความสงสัยขึ้นมา
บางคนเอ่ยถามขึ้นมาด้วยความไม่เข้าใจ “เจ้าหนุ่มผู้นี้ไม่ใช่ขั้นหลอมแก่นแท้หรือ?”
“ใครจะรู้กัน” และมีบางคนรู้สึกสับสน
เห็นได้ชัดว่าวิญญาณเหล่านี้ ไม่สามารถแยกได้ว่าลู่เฉินอยู่ขั้นพลังใด ลู่เฉินจึงอยู่ที่นั่นต่ออีกพักหนึ่ง และเมื่อพบว่าพลังไม่เพิ่มขึ้นแล้วก็พูดขึ้นมา “ควรจบลงได้แล้ว”
ลู่เฉินนำแผ่นหินฉวิญญาณออกมา จากนั้นวิญญาณเหล่านี้ก็ถูกดูดเข้าไปทีละคนทันที
แต่นี่ยังไม่ใช่สิ่งสำคัญ ขณะที่วิญญาณเหล่านี้ใกล้จะเข้าไปภายในแผ่นหินฉวิญญาณ ชายหนุ่มก็สั่งให้พ่างจื่อปล่อยปราณม่วงห้วงฝันออกมากลุ่มใหญ่
ปราณม่วงนี้ ในตอนแรกนั้นพลังยังไม่รุนแรงมากนัก วิญญาณเหล่านี้จึงสามารถขัดขืนได้
แต่หลังจากนั้นไม่นาน รอบ ๆ ก็อบอวลไปด้วยปราณสีม่วง วิญญาณเหล่านั้นจึงค่อย ๆ ‘นอนหลับลึก’ ลงไปทันที
ลู่เฉินเข้าไปยืนอยู่ภายในความฝันของเสี่ยวหั่วตัน
เมื่อชายผู้นั้นเห็นว่าตนไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ และรอบ ๆ ยังเต็มไปด้วยหมอกหนา จึงเริ่มร้อนใจขึ้นมา “จะ… เจ้าคิดจะทำสิ่งใด?”
“เจ้ามีนามว่าอย่างไร แล้วเหตุใดจึงอยู่ที่นี่? และผู้ดูแลที่นี่เป็นใครกัน?” ลู่เฉินค่อย ๆ ถามขึ้นมา
เสี่ยวหั่วตันไม่อยากพูดใด ๆ แต่ร่างกายกลับพูดออกมาโดยไม่สามารถควบคุมได้ “ข้ามีนามว่าเสี่ยวหั่วตัน หลังจากถูกหลอมเป็นเม็ดยา ข้าก็อยู่ที่นี่มาโดยตลอด ส่วนผู้ดูแลก็คือราชันเม็ดยาของที่นี่”
“ราชันเม็ดยา?” ลู่เฉินสงสัย
“ใช่ ตอนนี้เขาไม่อยู่”
“ไปที่ใดกัน?”
“เขาสามารถเข้าออกที่นี่ได้ตลอด ดังนั้นไม่ว่าเขาไปที่ใดข้าล้วนไม่อาจรู้ได้ และรู้เพียงแต่ทุก ๆ ช่วงเวลาหนึ่ง เขาจะกลับมายังร่างของตน” เสี่ยวหั่วตันอธิบายออกมา
“ร่าง?”
“ใช่ ภายในค่ายกลในห้องลับนี้มีร่างของเขาอยู่” เสี่ยวหั่วตันอธิบาย
ลู่เฉินเข้าใจทันที ดังนั้นจึงเพิ่มตราประทับวิญญาณใส่เสี่ยวหั่วตัน ก่อนจะเดินออกไป และใช้วิธีเดียวกันในการจับวิญญาณตนอื่น ๆ
แต่วิญญาณเหล่านี้ไม่เคยออกไปจากห้องลับ จึงไม่รู้ว่าด้านนอกเกิดเรื่องใดขึ้น และไม่รู้ว่าเซี่ยอีฉานและคนอื่น ๆ ไปอยู่ที่ใด
ดังนั้นลู่เฉินจึงนำวิญญาณทั้งหมด ไปไว้ภายในแผ่นหินฉวิญญาณ ส่วนตนเองเดินไปยังพื้นที่ค่ายกลดังกล่าว
ภายในค่ายกลแห่งนี้มีเม็ดยาเม็ดหนึ่ง
เม็ดยาแผ่ปราณอันแข็งแกร่งออกมา และยังมีสีน้ำเงิน ตอนแรกลู่เฉินคาดเดาว่าอย่างน้อยมันน่าจะเป็นเม็ดยาศักดิ์สิทธิ์เก้าดารา
“เม็ดยานี้แตกต่างออกไปเล็กน้อย” หลังจากลู่เฉินจ้องมองเม็ดยาขนาดเท่ากำปั้น เขาก็พึมพำออกมา
ไม่เพียงเท่านั้น ชายหนุ่มพลันมีความคิดบางอย่างขึ้นมาทันที
ลู่เฉินเดินเข้าไปภายใน ‘ค่ายกล’ และวางกลอุบายบางอย่างรอบ ๆ พลางจ้องมองเม็ดยานั่น พร้อมเผยรอยยิ้มประหลาด “ควรจะบีบให้ร่างของเจ้ากลับมาได้แล้ว”
หลังจากนั้นชายหนุ่มจึงโจมตีไปยังเม็ดยานี้
เม็ดยาตอบสนองกลับมาทันที และยังมีเสียงชายชราก่นด่าดังออกมา “ผู้ใด ผู้ใดแตะต้องเม็ดยาของข้า!”
“ทางที่ดีเจ้าควรรีบกลับมาซะ มิเช่นนั้นเม็ดยาของเจ้าอาจจะต้องทิ้งแล้ว” ลู่เฉินจ้องมองไปยังเม็ดยาพลางแสยะยิ้ม
อีกฝ่ายโมโหขึ้นมา “สารเลว!”
หลังจากลู่เฉินแสยะยิ้ม เขาก็สลักอักขระยันต์บนเม็ดยา จนกระทั่งเวลาผ่านไปครู่หนึ่ง นอกห้องลับจึงมีเสียงลมกรรโชกดังขึ้น จากนั้นเขาก็ได้เห็นเงาสีน้ำเงินพุ่งเข้ามา และยังคิดจะซุ่มโจมตีเขา
แต่ลู่เฉินเตรียมพร้อมเอาไว้ก่อนแล้ว
ขณะที่อีกฝ่ายโจมตีเข้ามาอย่างกะทันหัน ลู่เฉินพลันหลบเลี่ยงได้อย่างรวดเร็ว จากนั้นก็มองไปยังเงาสีน้ำเงินนั่น
เห็นเพียงชายชราที่มีผลกระเซอะกระเซิง และเงาวิญญาณยังมีแสงสีน้ำเงินสว่างออกมา
“เจ้าคือผู้ใด!” ชายชราเอ่ยถามด้วยความโมโห
“เจ้าไม่ต้องถามว่าข้าคือผู้ใด แต่ตอบคำถามของข้ามาเสียดี ๆ เถิด มิเช่นนั้น…” ลู่เฉินเผยรอยยิ้มชั่วร้ายออกมา
“เจ้ากล้าข่มขู่ข้าหรือ?” ชายชราพูดด้วยความโมโห
“เจ้าดูร่างของตัวเองสิ มันถูกข้าปิดผนึกแล้ว และหากข้ายินยอม มันก็จะถูกแยกออกเป็นชิ้นทันที ส่วนเจ้า …ก็จะไร้ซึ่งกายเนื้อ” ลู่เฉินแสยะยิ้มพลางมองอีกฝ่าย
ชายชราโกรธจนเต้นเร่าออกมา “ถ้าเจ้าอยากตายก็ลองดู!”
พูดจบ รอบ ๆ พลันเกิดหมอกสีน้ำเงินกระจายออกมา และท่ามกลางหมอกสีน้ำเงินนี้ ลู่เฉินเห็นร่างของอีกฝ่ายมากมาย แต่ชายหนุ่มเพียงแสยะยิ้มออกมา “เคล็ดวิชาลวงตาของเจ้าไม่มีผลต่อข้า”
อีกฝ่ายไม่เชื่อ ยังคิดที่จะซุ่มโจมตีลู่เฉินอีกครั้ง แต่ขณะที่เขากำลังลงมือนั้น ลู่เฉินจึงหลบเลี่ยงและไปยืนอยู่ด้านด้านหลังของร่างอีกฝ่ายพลางฉีกยิ้ม “ดูเหมือนว่า เจ้าอยากจะให้เม็ดยาของตัวเองถูกทำลายจริง ๆ”
“ช้าก่อน!” ชายชราร้อนใจขึ้นมา
“อย่างไรกัน? ยอมแล้วหรือ?”
“เจ้าอยากรู้สิ่งใด?”
ดูเหมือนอีกฝ่ายจะ ‘ยอมอ่อนลง’
ลู่เฉินยิ้มพลางมองเขา “ประมุขวังน้ำแข็งแห่งนี้คือผู้ใด และวันนี้เจ้ารู้หรือไม่ว่ามีคนบุกเข้ามาภายในวังน้ำแข็งนี้?”
“ประมุขคือนายท่าน แต่ข้าไม่รู้ว่าเขาคือใคร และเรื่องที่เจ้าบอกว่ามีผู้บุกเข้ามาในวังน้ำแข็งนี้ ข้าต้องรู้อยู่แล้ว” ชายชราตอบกลับ
ชายหนุ่มแสยะยิ้มออกมา “เช่นนั้นเจ้ามีนามว่าอย่างไร และผู้ที่บุกเข้ามาเหล่านั้นอยู่ที่ใดกัน?”
“ข้ามีนามว่าเหล่าปิง ส่วนคนเหล่านั้นถูกนายท่านนำตัวไปยังห้องลับแห่งชีวิตแล้ว” เหล่าปิงอธิบายออกมา
“ห้องลับแห่งชีวิต?”
“ห้องลับแห่งวิญญาณก็คือห้องลับของเหล่าวิญญาณ ส่วนชีวิต หมายถึงสิ่งมีชีวิต”
“เช่นนั้นคนตายล่ะ?”
“คนตาย!”
ลู่เฉินสงสัย “แล้วผนึกล่ะ?”
“ผนึก ข้าไม่รู้! ข้ารู้เพียงสามลำดับแรก และไปได้เพียงสามห้องลับแรกเท่านั้น ลำดับสุดท้ายข้าไม่สามารถเข้าไปได้” เหล่าปิงค่อย ๆ อธิบายออกมา
หลังจากลู่เฉินพยักหน้ารับรู้ เขาก็ปล่อยหมอกสีม่วงออกมามากมาย
เหล่าปิงเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ “นี่คือสิ่งใดกัน?”
“ข้าอยากรู้ว่าเจ้าไม่ได้โกหก” เขายิ้มพลางมองเหล่าปิง
สีหน้าของเหล่าปิงพลันเปลี่ยนไป “เจ้ากล้าทำอะไรข้าหรือ?”
ชายหนุ่มแสยะยิ้ม จากนั้นอีกฝ่ายก็ถือโอกาสในตอนที่หมอกยังไม่หนา รีบพุ่งตัวเข้าไปยังร่างเม็ดยาของตน แต่กลับพบว่ามีอักขระยันต์อยู่ ทำให้ไม่สามารถเข้าไปได้และกระเด็นออกไป
หลังจากเหล่าปิงก่นด่าออกไป ก็พุ่งตัวไปด้านนอกค่ายกล และคิดจะจะหนีออกไปจากที่นี่
แต่ใครจะคิดว่าลู่เฉินวางขั้นตอนบางอย่างไว้ในค่ายกลแล้ว ดังนั้นอีกฝ่ายยังไม่ทันได้พุ่งตัวออกไป ก็ถูกค่ายกลขัดขวางเสียก่อน
เหล่าปิงร้อนใจขึ้นมา “เจ้า เจ้าสารเลว!”
“ข้าแค่อยากยืนยันว่าเจ้าพูดเรื่องจริงหรือไม่ แล้วจำเป็นต้องร้อนรนถึงเพียงนี้เชียวหรือ?” ลู่เฉินรู้สึกว่าอีกฝ่ายเหมือนกำลังโกหกตนอยู่ มิเช่นนั้นคงไม่คิดรีบหนีไปเช่นนี้