ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 750 เม็ดยาสีทองเม็ดที่สิบสำเร็จ เพียงเคล็ดวิชาเดียวก็ทำให้วิญญาณขั้นแปลงเซียนแตกสลาย
- Home
- ตำนานจอมราชันย์อหังการ
- บทที่ 750 เม็ดยาสีทองเม็ดที่สิบสำเร็จ เพียงเคล็ดวิชาเดียวก็ทำให้วิญญาณขั้นแปลงเซียนแตกสลาย
บทที่ 750 เม็ดยาสีทองเม็ดที่สิบสำเร็จ เพียงเคล็ดวิชาเดียวก็ทำให้วิญญาณขั้นแปลงเซียนแตกสลาย
ลู่เฉินแสยะยิ้มพลางหลับตาลง วิญญาณเหล่านั้นจึงโจมตีอย่างบ้าคลั่ง
เม็ดยาสีดำเม็ดที่หนึ่งของชายหนุ่มอย่าง ‘เม็ดยามนุษย์’ ถูกหลอมรวมสำเร็จ ทำให้เขามีเม็ดยาสีทองทั้งหมดสิบเม็ด และเม็ดยาสีดำเก้าเม็ด พวกมันซ่อนอยู่ตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ส่วนเม็ดยาสีดำเม็ดที่หนึ่งมีแสงสลัวสว่างขึ้นมา ดูแล้วไม่ธรรมดา
ไม่เพียงเท่านั้น พลังของลู่เฉินเพิ่มขึ้นไม่น้อย และการสำแดงพลังวิญญาณก็มีการเปลี่ยนแปลงไปมากเช่นกัน
เห็นเพียงลู่เฉินใช้คาถาสยบภูตผีออกมา วิญญาณเร่ร่อน ‘ขั้นแปลงเซียน’ ก็ถูกพันรัดไว้ทันที จากนั้นเพียงความคิดเดียวของเขา ‘วิญญาณเร่ร่อน’ พลันถูกทำลายจนแตกสลายในพริบตา
เรื่องนี้ทำให้ชายหนุ่มพึงพอใจเป็นอย่างมาก “ในที่สุดก็สามารถทำลายวิญญาณเร่ร่อน ขั้นแปลงเซียนจนแตกสลายได้แล้ว!”
วิญญาณดวงอื่น ๆ ทำได้เพียง ‘มึนงง’ พวกมันไม่รู้ถึงความอันตรายของลู่เฉิน เพียงแค่โจมตีออกไปอย่างบ้าคลั่ง ดังนั้นหลังจากชายหนุ่มปล่อยโซ่ตรวน ของคาถาสยบภูตผีออกไปมากมาย พวกมันจึงพันรัดวิญญาณเร่ร่อนเหล่านั้นไว้ทีละตัว จากนั้นวิญญาณเร่ร่อนก็ค่อย ๆ ถูก ‘ทำลายจนแหลกสลาย’ ไป
ผู้ที่อยู่ในมุมมืดตกตะลึงขึ้นมา “เหตุใดขั้นหลอมแก่นแท้จึงทำลายวิญญาณได้?”
หลังลู่เฉินจัดการเรื่องบางอย่างอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดวิญญาณเหล่านั้นก็หมดไป จากนั้นชายหนุ่มก็แสยะยิ้มออกมา “เจ้าไปตามหาผู้แข็งแกร่งกว่านี้มาเถิด มิเช่นนั้นข้าคงยังทำลายวิญญาณเหล่านี้ไม่พอ”
“เจ้าเป็นเพียงขั้นหลอมแก่นแท้เท่านั้น!” อีกฝ่ายยังคงไม่เชื่อในสิ่งที่ลู่เฉินพึ่งลงมือทำไปเมื่อครู่
ชายหนุ่มหัวเราะขึ้นมา “นั่นเป็นเพราะข้าแข็งแกร่ง”
“แข็งแกร่ง? เช่นนั้นเจ้าแข็งแกร่งกว่าพวกนี้หรือไม่?”
พูดจบ อีกฝ่ายก็ปล่อยวิญญาณศาสตราของออกมาหนึ่งกลุ่ม
เรื่องนี้ทำให้ลู่เฉินรู้สึกดีใจขึ้นมา “มา ข้ากำลังขาดพอดี!”
ขาด?
ผู้ที่อยู่ในมุมมืดไม่รู้ว่าชายหนุ่มหมายความว่าอย่างไร ส่วนลู่เฉิน เขาปล่อยให้วิญญาณศาสตราโจมตีอย่างอิสระ
คนผู้นั้นพลันรู้สึกกังวลขึ้นมา “เหตุใดการโจมตีใด ๆ กลับไม่มีผลกับเขา?”
หลังจากลู่เฉินดูดการโจมตีไปได้ระดับหนึ่ง จึงปล่อยคาถาสยบภูตผีออกมาอีกครั้ง
ปัง ปัง ปัง
วิญญาณศาสตราเหล่านี้ถูกทำลายจนแตกสลาย
“ตายซะ!” ผู้ที่อยู่มุมมืดรู้สึกโมโหเป็นอย่างมาก ดังนั้นจึงปล่อยเซี่ยอีฉานออกมา และเซี่ยอีฉานก็ได้สติขึ้นมาทันที
เมื่อเซี่ยอีฉานเห็นลู่เฉิน จึงร้อนใจขึ้นมา “นายท่าน”
ลู่เฉินจึงมองไปรอบ ๆ พลางเอ่ยถาม “อย่างไรกัน? คิดจะใช้เขาเพื่อข่มขู่ข้าหรือ?”
“เจ้าหนุ่ม ตอนนี้เจ้ามีเพียงทางเลือกเดียว นั่นก็คือยอมแพ้ซะ มิเช่นนั้นข้าจะฆ่าเขาเสีย” คนผู้นั้นตะคอกขึ้นมา
เมื่อเซี่ยอีฉานได้ฟังก็เริ่มกังวลใจ แต่ราวกับร่างกายถูกอะไรบางอย่างควบคุมจนไม่สามารถขยับได้ จึงทำได้เพียงตะโกนขึ้นมา “นายท่าน!…”
ขณะนี้เซี่ยอีฉานรู้สึกหวาดกลัวเป็นอย่างมาก
แต่ลู่เฉินกลับนิ่งเฉย อีกทั้งยังก้าวไปหาเซี่ยอีฉานทีละก้าว
“เจ้าหนุ่ม หากเจ้ายังเข้ามาใกล้อีก ข้าจะฆ่าเขาซะ!” คนในมุมมืดยังข่มขู่ต่อไป
ลู่เฉินไม่ได้พูดใด ๆ ทว่ากลับแสดงเคล็ดวิชาวิญญาณสายฟ้าออกมา มันพุ่งเข้าไปในร่างกายของเซี่ยอีฉานทันที
ภายในพื้นที่จิตของเซี่ยอีฉาน วิญญาณของเขากำลังถูกเส้นด้ายสีดำพันรัดร่างอยู่ และด้ายสีดำนี้ยังเปล่งแสงสีดำออกมา ในขณะเดียวกันยังได้ยินเสียงเตือนของคนผู้นั้น “เจ้าหนุ่ม เจ้าอยากให้เขาตายจริงหรือ?”
“หากเจ้าจะลงมือก็รีบซะ แต่ข้าขอเตือนเจ้าเอาไว้ก่อน หากเขาตาย เจ้าก็ไม่มีชีวิตรอดออกไปเช่นกัน” คำพูดของลู่เฉินทำให้อีกฝ่ายหัวเราะขึ้นมา
“เจ้าเป็นเพียงขั้นหลอมแก่นแท้ตัวเล็ก ๆ กลับคิดจะสังหารข้าหรือ? เสียสติไปแล้วหรือไง?” อีกฝ่ายพูดอย่างไม่สนใจ
ก่อนที่ลู่เฉินจะเริ่มเคลื่อนไหว เขาได้สร้างปราการวิญญาณไว้ภายในร่างของเซี่ยอีฉาน รวมถึงอักขระยันต์บนปราการวิญญาณ ทำให้เส้นด้ายสีดำนั้นค่อย ๆ ถูกเผาไหม้
อีกฝ่ายก่นด่าออกมาทันที “เจ้าทิ้งพลังไว้ในร่างของเขาจริง ๆ!”
“ใช่ ไม่อย่างนั้นข้าจะเดินเข้าไปอย่างไม่สนใจได้อย่างไร?” ลู่เฉินเผยรอยยิ้มประหลาด
หลังจากนั้นอีกฝ่ายก็มีเงาสีดำสว่างขึ้นมา จากนั้นจึงหายไป ทว่าก่อนที่เขาจะเดินออกไปนั้นตะโกนขึ้นมา “มีอีกคนหนึ่งที่อยู่ในกำมือของข้า”
แต่ลู่เฉินกลับตอบไปเพียงสั้น ๆ “ทางที่ดีเจ้าอย่าทำให้เขาบาดเจ็บ มิเช่นนั้นวังน้ำแข็งนี้คงจะไม่มีประโยชน์แล้ว!”
“เจ้ากล้าหรือ?”
“ลองดูสิ!” ชายหนุ่มพูดอย่างไม่หวาดกลัว
ในที่สุดเสียงตะโกนของอีกฝ่ายก็หายไป หลังลู่เฉินเดินออกมาจากภายในร่างของเซี่ยอีฉาน อีกฝ่ายก็ได้สติกลับมา จากนั้นจึงพูดราวกับคนไร้สติ “นายท่าน ขอบคุณท่านยิ่งนัก”
“ว่ามาเถิด เกิดอะไรขึ้นกับเจ้าและหั่วเตาหลาง”
“หลังจากท่านไปยังโลงศพหินขาวโพลนนั่น จู่ ๆ กระแสลมสีดำก็ปรากฏขึ้น มันพัดม้วนพวกเราออกไป และเมื่อข้าฟื้นขึ้นมาก็มาอยู่ที่นี่และขยับกายไม่ได้แล้ว” เซี่ยอีฉานค่อย ๆ เล่าราวทั้งหมดออกมา
ลู่เฉินตกอยู่ในความครุ่นคิด “กระแสลมสีดำ”
“ใช่ขอรับ”
ชายหนุ่มมองไปรอบ ๆ “แก้นี่ออกเสียก่อน แล้วค่อยว่ากันเถิด”
เซี่ยอีฉานทำได้เพียงตามลู่เฉินไปอย่างเงียบ ๆ และชายหนุ่มก็สามารถทำลายค่ายกลรอบ ๆ นี้ได้อย่างง่ายดาย ทว่าภายในห้องลับนี้ไม่เหลือผู้อื่นอยู่แล้ว
“ประตูแห่งชีวิตเป็นเช่นนี้หรือ?” ลู่เฉินรู้สึกแปลกใจ
แต่ที่นี่ไม่เหลือสิ่งใดอยู่ ลู่เฉินจึงทำเพียงให้เซี่ยอีฉานเข้าไปยัง ‘ประตูไร้สรรพสิ่ง’ ก่อน จากนั้นเขาจึงเดินออกไปจากที่นี่ เพื่อไปยัง ‘ประตูแห่งความตาย’
“ข้าจะรอดู ว่าเจ้าจะออกมาหรือไม่!”
ไม่นานลู่เฉินก็เปิดประตูแห่งความตายได้อย่างรวดเร็ว และเข้าไปด้านใน
ด้านในของที่นี่เต็มไปด้วยกลิ่นอายซากศพ และยังมองเห็นกองกระดูกอยู่
เมื่อเห็นกระดูกเหล่านี้ ลู่เฉินก็ยิ้มออกมา “ประตูแห่งความตาย ดูเหมือนว่าจะเกี่ยวกับกับซากศพ”
ไม่นานชายหนุ่มก็ได้เห็นกลุ่มคนยืนอยู่ด้านหน้า แต่ทั่วร่างของคนเหล่านี้เต็มไปด้วยขนสีดำ ดูราวกับกอริลลา แต่เขาทราบว่าพวกมันเป็นเพียงซากศพเท่านั้น
แต่นี่ไม่ใช่สิ่งสำคัญ สิ่งที่สำคัญคือบนหัวของซากศพเหล่านี้ มีวิญญาณลอยอยู่ และนี่ก็คือวิญญาณซากศพ
ลู่เฉินจึงใช้ ‘เม็ดยาซากศพสีดำ’ ดูดซับพลังของอีกฝ่าย
จากนั้นเขาก็เดินเข้าไปอย่างไม่ลังเล ทว่าจู่ ๆ ซากศพเหล่านี้ก็ลืมตาขึ้นมาทีละตัว ในขณะเดียวกัน วิญญาณซากศพบนหัวก็ยิ่งปล่อยพลังวิญญาณที่แข็งแกร่งออกมา
หลังจากนั้นวิญญาณซากศพเหล่านี้ก็ค่อย ๆ บินไปตรงหน้าลู่เฉิน และปล่อยฝ่ามือออกมา
เคล็ดวิชาฝ่ามือเหล่านี้มีสีดำและสีม่วง ดูแล้วแปลกประหลาดนัก
แต่ลู่เฉินไม่สนใจ กลับมองไปยัง ‘เม็ดยาซากศพสีดำ’ พร้อมเห็นว่ามันเริ่มมีพลังและดูดซับพลังทันที
“หากมีมากกว่านี้หน่อยก็ยิ่งดี” ลู่เฉินพึมพำออกมา
พูดจบ ทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าเดินออกมาจากมุมมืด และเมื่อวิญญาณซากศพสัมผัสได้ จึงค่อย ๆ ถอยออกไปทันที ราวกับหวาดกลัว บ้างก็ถึงกับคุกเข่าลงเพื่อต้อนรับอะไรบางอย่างที่กำลังจะออกมา
ลู่เฉินสงสัย “ผู้ใดกัน เหตุใดจึงเอิกเกริกถึงเพียงนี้”
และในขณะนั้นเอง ชายร่างกำยำที่สูงกว่าคนสองคนก็ปรากฏตัวออกมา เขามีขนบนใบหน้าเป็นสีม่วงเข้ม ดวงตาทั้งสองข้างเป็นสีม่วง อีกทั้งบนศีรษะยังมีวิญญาณซากศพอยู่
วิญญาณซากศพนี้มีเขตแดนสีม่วงอยู่ชั้นหนึ่ง
“แม้แต่ปราการวิญญาณซากศพก็ยังมี” เมื่อลู่เฉินเห็นดังกล่าวจึงยิ้มออกมา
“เจ้าคือผู้ใด เหตุใดจึงเข้ามาก่อความวุ่นวายที่นี่!” ซากศพนี้พูดขึ้นมา
ชายหนุ่มยิ้มพลางมองไปยังวิญญาณซากศพนั่น “ข้ามาพบประมุขของพวกเจ้า”
“หึ เจ้าคู่ควรที่จะพบประมุขของพวกเราด้วยหรือ!?” ซากศพนี้ตะคอกขึ้นมา
ลู่เฉินเผยรอยยิ้มประหลาด “ขออภัย เมื่อครู่เขาพึ่งถูกข้าทำให้หวาดกลัวจนต้องหลบหนีไป”
ซากศพนี้ไม่เชื่อ อีกทั้งยังหัวเราะลู่เฉินขึ้นมา “เจ้าคิดว่าข้าโง่หรือ?”
“ข้าจำเป็นต้องโกหกเจ้าหรือ?”
“ข้าไม่เชื่อว่าเจ้าจะทำให้ประมุขของข้ากลัวจนหนีไปได้” อีกฝ่ายพูดอย่างดื้อรั้น
ลู่เฉินยิ้มพลางมองอีกฝ่าย “หากไม่เชื่อก็ให้วิญญาณซากศพของเจ้ามาจัดการข้า!”
“ข้ากลัวว่าหากตัวเองลงมือ วิญญาณของเจ้าจะรับมือไม่ไหว จากนั้นก็จะกลายเป็นเถ้าธุลีไป” อีกฝ่ายพูดด้วยท่าทางอวดดี