ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 772 การระเบิดพลังของแมวมารมายา
บทที่ 772 การระเบิดพลังของแมวมารมายา
ลู่เฉินแย้มยิ้ม จากนั้นสายตาก็จับจ้องไปทาง ก้อนหินสีดำเหล่านั้น พลางพึมพำในใจ ‘ก้อนหินพวกนี้… ถึงกับสามารถเพิ่มพลังวิญญาณ ของคนจำนวนมากได้ทันทีงั้นหรือ?’
ม่อเหรินเห็นลู่เฉินยังยิ้มอยู่ก็ถลึงตาใส่ “เด็กน้อย… ยังมีอารมณ์ยิ้มอยู่อีกหรือ?”
ชายหนุ่มหัวเราะเบา ๆ “ในเมื่อพวกเจ้าทำอะไรข้าไม่ได้ แล้วทำไมข้าจะยิ้มไม่ได้เล่า?”
คำพูดนี้ทำให้ม่อเหรินเผยแววตา เย็นยะเยือกขึ้นมาทันที จากนั้นก้อนหินสีดำก็ระเบิดพลัง ออกมารุนแรงกว่าเดิม
เหล่าผู้อาวุโสต่างต่อสู้จนดวงตาแดงก่ำ ดวงตาของพวกเขาเริ่มกลายเป็นสีดำสนิท ราวกับสูญเสียการควบคุมตนเอง และพลังวิญญาณก็พลุ่งพล่าน ระเบิดออกมาอย่างบ้าคลั่ง
เซี่ยอีฉานกับอีกสองคนที่ยืนอยู่ด้านข้าง พลอยได้รับผลกระทบเช่นกัน ดวงตาของพวกเขาค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีดำ
ทว่าในขณะนั้นลู่เฉินรีบส่งเสียงสื่อสารทางจิตไปยังพวกเขา ‘ถอยไป!’
ทั้งสามพลันได้สติขึ้นมาบ้าง และรีบถอยห่างออกไปด้วยความตกใจ
พวกเขายังไม่เข้าใจว่าเมื่อครู่เกิดอะไรขึ้น
เซี่ยอีฉานถามต้วนเสี่ย “เมื่อกี้เจ้ารู้สึกถึงอะไรหรือไม่?”
ต้วนเสี่ยเผยใบหน้าเคร่งขรึม พลางตอบเสียงทุ้ม
“หากข้าเดาไม่ผิด… นั่นคือพลังของสมบัติวิเศษประหลาดที่ผู้อาวุโสใหญ่ใช้อยู่”
เซี่ยอีฉานขมวดคิ้ว “มันเป็นพลังแบบไหนกัน?”
ต้วนเสี่ยตอบเสียงต่ำ “มันจะทำให้เราสูญเสียการควบคุม แล้วระเบิดพลังวิญญาณออกมาอย่างบ้าคลั่ง”
เซี่ยอีฉานฟังแล้วหันไปมองลู่เฉิน ด้วยความตกตะลึง เพราะอีกฝ่ายกลับไม่ได้รับผลกระทบแม้แต่น้อย
ต้วนเสี่ยถอนหายใจ “ท่านผู้นี้… ไม่ใช่คนธรรมดาเลย”
เซี่ยอีฉานพยักหน้าเห็นด้วย
ม่อเหรินมองลู่เฉินที่ยังยืนเฉย ๆ คล้ายไม่มีอะไรเกิดขึ้น ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
“เหตุใด… เจ้าถึงไม่เป็นอะไรเลย?”
ลู่เฉินยิ้มตอบ “หากอยากจะฆ่าข้า ก็จงทุ่มสุดกำลังสิ อย่าเอาแต่ใช้พลังเล็กน้อย… เพราะมันเสียเวลาเปล่า”
คำพูดนี้ทำให้ม่อเหรินโกรธจัด “เป็นเจ้ารนหาที่ตายเอง งั้นข้าก็จะสนองให้!”
เขาหยิบลูกธนูสีดำทมิฬออกมาและยิงมันออกไป ลูกธนูพุ่งผ่านและมีแสงสีดำพราวพร่าง
และเมื่อยิงออกไป มันก็แปรสภาพเป็นเงาสีดำพุ่งทะลวงใส่ เงาวิญญาณสายฟ้าของลู่เฉินหลายต่อหลายครั้ง
แรงกดดันนั้นทำให้เซี่ยอีฉานและพวก รู้สึกเหมือนวิญญาณถูกแทงทะลุ พวกเขาเจ็บปวดจนแทบขาดใจ
แต่ลู่เฉินกลับหัวเราะ “อืม…เกือบใช้ได้”
ม่อเหรินคิดว่าลู่เฉินเยาะเย้ยตน สีหน้าของเขาจึงน่ากลัวยิ่งขึ้นทันที ก่อนจะหยิบเม็ดยากลืนลงไป พลังของเขาพุ่งขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง ในขณะเดียวกันลูกธนูสีดำก็พุ่งทะยานเร็วกว่าเดิม
ทว่ เม็ดยามารสีดำในร่างกายของลู่เฉิน กลับดูดซับพลังได้อย่างมหาศาล และค่อย ๆ ก่อตัวเป็นเม็ดที่สิบเอ็ด
ลู่เฉินยิ้ม “อีกนิดเดียว…”
แต่ม่อเหรินไม่รู้และโจมตีอย่างบ้าคลั่งไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งฤทธิ์เม็ดยาหมดลง ร่างกายของเขาพลันอ่อนแรง และหอบหายใจอย่างหนัก
ลู่เฉินหัวเราะ “หมดแค่นี้หรือ?”
ม่อเหรินโกรธจัดและตะโกน “ถอย! ถอยไป!”
ขณะเหล่าผู้อาวุโสรีบหันหลังกลับเข้าภูเขา ลู่เฉินก็หัวเราะเยาะ “จะหนีไปไหนกัน ข้าขอตามไปด้วยสิ”
ชายหนุ่มกับพวกต้วนเสวี่ยเร่งตามขึ้นเขา โดยไม่มีสิ่งกีดขวางจนถึงยอดเขา
ที่นั่นคือถ้ำอสูรมารเหมันต์
ภายในถ้ำมีเสียงสัตว์อสูรคำรามออกมา ทำให้ต้วนเสี่ยมีใบหน้าซีดเผือด
“ที่นี่แหละ… แต่…”
“แต่อะไร?”
“แต่พวกผู้อาวุโสเข้าไปก่อนแล้ว แน่นอนว่าต้องวางกับดักไว้ข้างใน”
ลู่เฉินหัวเราะ “นั่นยิ่งดี แต่พวกเจ้าอยู่ตรงนี้ไม่ปลอดภัย”
พูดจบ เขาก็ส่งคนทั้งสามเข้าไปพักในประตูไร้สรรพสิ่ง แล้วจึงก้าวเข้าสู่ถ้ำ
ทันใดนั้นเสียงหัวเราะเย็นยะเยือกของม่อเหรินก็ดังขึ้น “เจ้ากล้าเข้ามาเองเชียวหรือ?”
ลู่เฉินตอบเสียงเรียบ “วันนี้ข้ามาเพื่อกวาดล้างลัทธิมารเหมันต์ แล้วจะมีที่ไหนที่ข้าไม่กล้าเข้าไปเล่า?”
ม่อเหรินแค่นหัวเราะ “อวดดีเกินไปแล้ว!”
ลู่เฉินย้อนถาม “จะไม่ให้ข้าอวดดี ก็ต้องดูเสียก่อนว่า… พวกเจ้ามีอะไรจะหยุดข้าได้หรือไม่”
ม่อเหรินยกยิ้มมุมปาก “เช่นนั้น… ข้าจะให้เจ้าลองของดีของลัทธิเราเอง”
จากภายในเงามืด มีเสือสีม่วงตัวใหญ่หลายตัวก้าวออกมา เสือกินวิญญาณมีขนหนาทึบ ดวงตาเรืองแสงสีม่วง และปากเต็มไปด้วยน้ำลายพิษ ที่กัดกร่อนพื้นจนเกิดเสียง ‘ซี่ ๆ’
ลู่เฉินหัวเราะ “เสือกินวิญญาณงั้นหรือ?”
ม่อเหรินพูดอย่างภาคภูมิใจ “ถูกต้อง มันรวดเร็วและพลังร้ายกาจ หากถูกมันจับได้ ก็ไม่มีทางจะรอดชีวิต”
ลู่เฉินหัวเราะเยาะ “ยังไม่พอหรอก หาอะไรที่ร้ายกาจกว่านี้มาเถอะ”
ม่อเหรินโกรธจัด พร้อมสั่งให้เสือทั้งหมดบุก
เสือกินวิญญาณพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วราวเงา แต่ลู่เฉินกลับหลบได้อย่างง่าย “เรื่องความเร็ว… พวกเจ้ายังห่างไกลนัก”
ในขณะนั้นเอง แมวมารมายาในร่างลู่เฉินก็สั่นสะท้าน ‘นายท่าน… มอบพวกมันให้ข้าเถอะ ข้าต้องใช้พลังของพวกมันเพื่อบรรลุขั้น’
ลู่เฉินยิ้ม “อ้อ… ต้องการพลังของพวกมันสินะ ได้ งั้นยกให้เจ้า”
ทันใดนั้นเงาของแมวมารมายา ก็โผล่มาจากด้านหลังของลู่เฉิน และพุ่งเข้าสิงเสือเหล่านั้นทีละตัว
เหล่าเสือกินวิญญาณต่างร้องโหยหวน ก่อนร่างจะเหี่ยวแห้งจนกลายเป็น ซากศพไร้เลือดเนื้อ วิญญาณพากันแตกกระเจิงหนีตาย
เหล่าผู้อาวุโสที่ซ่อนอยู่ต่างตกตะลึง ส่วนม่อเหรินยิ่งโกรธเคือง เขาพยายามเรียกวิญญาณเสือกลับมา แต่พวกมันตื่นกลัวจนหนีหาย และไม่ฟังคำสั่งอีกเลย
ลู่เฉินกวาดตามองไปรอบ ๆ และเอ่ย “ยังมีสัตว์อสูรตัวอื่นอีกหรือไม่?”
ม่อเหรินโกรธเกรี้ยว “ไม่ต้องใช้สัตว์.. .ก็ฆ่าเจ้าได้เหมือนกัน!”
พูดจบ ค่ายกลรอบถ้ำก็ทำงาน พร้อมก่อเกิดเป็นวงแสงกักขังสีม่วง และค่อย ๆ บีบอัดเข้าหาลู่เฉิน
แต่ชายหนุ่มกลับทำเพียงส่ายหน้า “ไร้สาระเกินไป”
จากนั้นเขาก็ก้าวทะลุวงแสง ออกไปยืนต่อหน้าผู้อาวุโสทั้งหลาย
ทุกคนเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
ม่อเหรินที่หมดแรงหลังจากกินเม็ดยา ร่างกายพลันอ่อนล้า ใบหน้าซีดเผือด “เจ้า!”
ลู่เฉินยิ้ม “มีอะไรรีบใช้เถอะ… ไม่อย่างนั้นต่อไปคงไม่มีโอกาสแล้ว”
ม่อเหรินกัดฟันจ้องมองเขม็ง “เจ้าเด็กบัดซบ! ข้าขอเตือน… รีบออกไปซะ ไม่อย่างนั้นเจ้าจะไม่มีโอกาสกลับออกไปอีก!”
ลู่เฉินยิ้มจนดวงตาโค้งเป็นจันทร์เสี้ยว “หืม? ยังมีไพ่ลับอยู่อีกงั้นหรือ?”
ม่อเหรินหัวเราะเย็น “”ท่านประมุขของพวกข้าอยู่ในถ้ำแห่งนี้ และข้างกายท่านประมุขก็มี สัตว์อสูรปีศาจน่ากลัวอีกตัวหนึ่ง!”