ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 785 ค่ายกลเพลิงอันดับหนึ่งแห่งวังทะเลภูเขา!
บทที่ 785 ค่ายกลเพลิงอันดับหนึ่งแห่งวังทะเลภูเขา!
ขณะมองบริเวณโดยรอบภูเขา ก็เห็นเปลวไฟลุกโชนทั่วทุกพื้นที่
เปลวไฟกระจายอยู่รอบด้าน ในขณะเดียวกันบนท้องฟ้าก็มีฝนหินเพลิงโปรยปรายลงมา
ตูม! ตูม! ตูม!
ฝนหินเพลิงพุ่งลงมาถล่มบริเวณ ที่ลู่เฉินและคณะยืนอยู่
หั่วเตาหลาง อินซาน และถังอิง รีบหลบหลีก ส่วนลู่เฉินเคลื่อนไหวราวกับเงา ทำให้หินเพลิงพวกนั้นไม่สามารถโจมตีโดนตัวเขาได้เลย
เยี่ยหั่วที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืดไม่ยอมแพ้ นางยังคงปล่อยเปลวเพลิงออกมาไม่หยุด
ตูม! ตูม! ตูม!
หินเพลิงเหล่านั้นร่วงหล่นลงมา และระเบิดบริเวณที่ลู่เฉินอยู่
ถังอิงตกใจมาก แม้แต่นางก็ยังคิดว่าลู่เฉินตกอยู่ในอันตรายแล้ว แต่หลังจากเปลวไฟสลายหายไป กลับไม่พบร่องรอยของลู่เฉินเลยแม้แต่น้อย
“คนหายไปไหน?” ถังอิงสงสัย
หั่วเตาหลางรู้ว่าลู่เฉินต้องปลอดภัยแน่นอน จึงไม่รู้สึกกังวลอะไร แต่อินซานกลับเป็นห่วง พร้อมคิดว่าลู่เฉินอาจถูกระเบิดสลายไปแล้ว
ไม่เพียงแค่อินซาน หลายคนที่อยู่ในสถานที่แห่งนั้น ต่างคิดเช่นเดียวกัน
เยี่ยหั่วพลันแสดงสีหน้าพึงพอใจ “นี่แหละคือจุดจบของคนหยิ่งผยอง”
ในจังหวะนั้นเอง ลู่เฉินปรากฏตัวบนก้อนหิน พลางเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “อย่างไร? คิดว่าแค่นี้จะกำจัดข้าได้งั้นหรือ?”
“เจ้า… ไม่เป็นอะไรเลยงั้นหรือ!?” เยี่ยหั่วที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืดถึงกับตกตะลึง
ถังอิงดีใจเป็นอย่างยิ่ง “เห็นหรือไม่? บุรุษของข้าเก่งกาจมาก!”
อินซานมองไปทางลู่เฉินด้วยความประหลาดใจ
ผู้คนที่ยืนดูอยู่ไม่ไกลต่าง พากันอุทานด้วยความตกใจ ส่วนเยี่ยหั่วโกรธจนแทบระเบิด “หุบปากซะ!”
ถังอิงยิ้มบาง ๆ และเอ่ย “แล้วถ้าข้าไม่หุบปากล่ะ?”
เยี่ยหั่วโมโหมาก แต่นางก็ยังคงจับจ้องไปทางลู่เฉินเป็นเป้าหมาย แล้วปล่อยฝนหินเพลิงออกมาอีกครั้ง
ลู่เฉินเคลื่อนไหวหลบหลีก แต่ครั้งนี้ไม่ใช่แค่การหลบหลีกธรรมดา เขาหยิบศิลาวิญญาณออกมา แล้วโยนไปตามจุดต่าง ๆ
ผู้คนต่างสงสัยว่าลู่เฉินกำลังทำอะไร
เยี่ยหั่วเองก็งุนงงเช่นกัน “ไอ้หนู เจ้ากำลังวางแผนจะทำอะไร?”
ในตอนนั้นเอง มุมปากของลู่เฉินพลันยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม เปลวเพลิงโดยรอบหายวับไปทันที เส้นทางลวงตาที่ทำให้ผู้คนสับสนเองก็หายไปด้วย หลงเหลือเพียงเส้นทางที่แท้จริงเท่านั้น
ในเวลาเดียวกัน หญิงสาวในชุดแดง ซึ่งในมือถือคทาสีแดงเพลิง นางยืนอยู่ตรงนั้นและมองลู่เฉินด้วยความตกตะลึง “เจ้าทำลายค่ายกลของข้าได้งั้นหรือ?”
ผู้คนต่างตกตะลึง พวกเขาไม่คิดว่าลู่เฉินจะทำลาย ค่ายกลได้ง่ายดายเช่นนี้
ถังอิงมองพลางหัวเราะใส่เยี่ยหั่ว “เป็นอย่างไร เขาเก่งใช่หรือไม่”
“เขาเก่ง แต่ไม่ใช่เจ้าเก่ง เจ้าจะโอ้อวดทำไมกัน” เยี่ยหั่วบ่นอย่างหงุดหงิด
“ก็เหมือนกันนั่นแหละ เหมือนกัน” ถังอิงกล่าวซ้ำพร้อมรอยยิ้ม
เยี่ยหั่วถลึงตามองอีกฝ่ายอย่างไม่พอใจ จากนั้นก็จ้องมองลู่เฉินพลางแค่นเสียงกล่าวว่า “ตอนนี้ข้าจะทำให้เจ้าได้เห็นค่ายกลที่แข็งแกร่งกว่านี้”
พูดจบ เยี่ยหั่วก็สะบัดคทาในมือ จากนั้นเงาเปลวไฟก็รวมตัวกันมาจากทุกทิศทาง แล้วลู่เฉินก็ถูกกักขังอยู่ในม่านหมอกสีแดงเพลิง ทำให้ทุกคนพลันสูญเสียร่องรอยของชายหนุ่มไป
ถังอิงร้องอุทานทันที “ค่ายกลหมอกเพลิง!”
“ถูกต้อง ค่ายกลหมอกเพลิง! ค่ายกลเพลิงอันดับหนึ่งแห่งวังทะเลภูเขา! และเมื่อใดที่ตกอยู่ในนั้น ก็เหมือนถูกขังอยู่ในม่านหมอก ไม่ว่าจะเดินอย่างไรก็ไม่มีทางออกมาได้” เยี่ยหั่วกล่าวอย่างภาคภูมิใจ
ถังอิงขมวดคิ้วทันที แล้วหันไปมองหั่วเตาหลาง “นายท่านของเจ้ารับมือได้หรือไม่”
“ความสามารถของนายท่านนั้นล้ำเลิศ วางใจได้” หั่วเตาหลางกล่าวอย่างมั่นใจ
“ความสามารถล้ำเลิศ?” ถังอิงรู้สึกแปลก ๆ
อินซานที่อยู่ด้านข้างกลับเป็นกังวล “ค่ายกลหมอกเพลิง เป็นค่ายกลเพลิงอันดับหนึ่งของที่นี่ และจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีใครสามารถทำลายมันได้”
ถังอิงยิ่งฟังสีหน้าก็ยิ่งดูไม่ดี ส่วนเยี่ยหั่วหัวเราะอย่างเย็นชา “ข้าไม่อยู่เล่นกับพวกเจ้าแล้ว”
พูดจบ เยี่ยหั่วก็กระโดดเข้าไปในกองเพลิงที่มีหมอกควัน แล้วหายวับไปต่อหน้าทุกคน
ถังอิงเองก็อยากจะเข้าไปเช่นกัน แต่กลับถูกขัดขวางเอาไว้ด้านนอก
“หญิงชั่วช้า!” ถังอิงรู้สึกกลัดกลุ้มถึงที่สุด
แต่ตอนนี้เองที่เป็ดมารเอ่ยปากขึ้นมา “นายท่านบอกว่าเขาไม่เป็นไร แล้วให้พวกเราอยู่ตรงนี้ อย่าเคลื่อนไหวไปไหน”
เมื่อเห็นเป็ดมารเอ่ยปาก ถังอิงก็รีบถามอย่างดีใจ “จริงหรือ?”
“อืม!”
ถังอิงทำได้เพียงรออยู่ตรงนั้น ส่วนภายในค่ายกลกลับเป็นภาพอีกรูปแบบหนึ่ง
ลู่เฉินยืนอยู่ท่ามกลางกองเพลิงที่มีหมอกควัน แต่กลับไม่ได้รีบจากไป เพราะเขาพบว่าเปลวเพลิงเหล่านี้น่าสนใจมาก
เยี่ยหั่วเห็นลู่เฉินยืนอยู่ตรงนั้น ก็คิดว่าเขากลัวแล้ว จึงหัวเราะพลางพูดจากที่ซ่อนว่า “อย่างไร กลัวแล้วหรือ?”
“กลัว? ไม่หรอก เพียงแต่มีข้อสงสัยอยู่”
“ข้อสงสัย?” เยี่ยหั่วไม่เข้าใจความหมายของลู่เฉิน
ลู่เฉินเห็นเปลวเพลิงเหล่านี้มีความมืดแฝงอยู่ และในความมืดนั้น ก็มีสีน้ำเงินอยู่เล็กน้อย จึงสงสัยและถามขึ้นมาว่า “ข้าสงสัยว่าเจ้าได้เพลิงสงบสมุทร เหล่านี้มาได้อย่างไร”
เยี่ยหั่วหัวเราะอย่างประหลาด “เจ้าเองก็รู้จักเพลิงสงบสมุทรด้วยหรือ?”
ลู่เฉินอธิบายว่า “เพลิงสงบสมุทรนับเป็นเพลิงแห่งความมืดใต้ทะเล โดยทั่วไปผู้ที่ใช้ธาตุไฟมักจะใช้เปลวไฟชนิดนี้ ในการบำเพ็ญวิญญาณไฟ แต่การจะได้รับเพลิงสงบสมุทร มาจำนวนมากขนาดนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย”
เยี่ยหั่วหัวเราะ “ไอ้หนู เจ้ายังมีอารมณ์สนใจเรื่องพวกนี้อยู่อีกหรือ?”
ลู่เฉินย้อนถาม “แล้วทำไมข้าจะไม่มีอารมณ์สนใจเล่า?”
“โง่เขลานัก เจ้าไม่รู้หรือว่าเพลิงสงบสมุทรจะค่อย ๆ กลืนกินวิญญาณของเจ้า จนกระทั่งวิญญาณสลายไป?” เยี่ยหั่วพูดอย่างดูแคลน
เมื่อลู่เฉินได้ฟังดังนั้นก็หัวเราะ “เรื่องนั้นเป็นความจริง แต่สำหรับข้าแล้ว มันไม่มีผลอะไรมากนัก”
“น่าขัน ไม่มีผลงั้นหรือ?” เยี่ยหั่วรู้สึกว่าลู่เฉินกำลังโกหกหน้าตาย
ชายหนุ่มหัวเราะเสียงแปลกและเอ่ย “เจ้าไม่เชื่อก็ได้ หรือจะเชื่อก็ได้ อย่างไรสิ่งที่ควรพูด ข้าก็พูดไปหมดแล้ว จะเชื่อหรือไม่ล้วนเป็นเรื่องของเจ้า!”
เยี่ยหั่วโกรธจนแทบระเบิด นางจ้องลู่เฉินพลางพูดว่า “เจ้าอยู่ที่นี่และสัมผัสมันไปเรื่อย ๆ เถอะ”
“อย่าเพิ่งรีบร้อน รอให้ข้าเก็บรวบรวมเปลวไฟพวกนี้ก่อน”
“เก็บรวบรวม?”
“ใช่ ข้าจะเอาไปให้คนอื่นบำเพ็ญ” ลู่เฉินคิดจะมอบให้หั่วเตาหลาง เพราะเปลวไฟชนิดนี้เหมาะกับเขามาก
เยี่ยหั่วหัวเราะเยาะ “เจ้าช่างน่าขันจริง ๆ”
ลู่เฉินไม่พูดอะไร ทำเพียงรวบรวมสมาธิ แล้วดูดเปลวเพลิงเหล่านั้น เข้าสู่ร่างกายทีละน้อย จากนั้นก็ผนึกมันเอาไว้ในจิตสำนึก
แต่เยี่ยหั่วไม่รู้ โดยเฉพาะเมื่อเห็นลู่เฉินดูด เปลวเพลิงเหล่านั้นไปทีละน้อย สีหน้าของนางก็เปลี่ยนไป “เจ้า… เหตุใดถึงไม่เป็นอะไรเลย?”
“นี่ไม่ใช่เรื่องยากอะไรสำหรับข้า” ลู่เฉินพูดเพียงประโยคเดียว ก็ทำให้เยี่ยหั่วเผยสีหน้าบึ้งตึง
แต่สิ่งที่ทำให้เยี่ยหั่วคาดไม่ถึงยิ่งกว่านั้นก็คือ ชายหนุ่มสามารถดูดเปลวเพลิงทั้งหมด เข้าไปในคราวเดียว ราวกับว่ามันไม่ส่งผลกระทบใด ๆ ต่อเขาเลย
และเมื่อเยี่ยหั่วเห็นเช่นนั้นก็ร้อนใจ “เป็นไปไม่ได้! ร่างกายเพียงร่างเดียวของเจ้า จะสามารถดูดซับเพลิงสงบสมุทร มากขนาดนี้ได้อย่างไร?”
“สำคัญด้วยหรือ?” ลู่เฉินมองเยี่ยหั่วพร้อมรอยยิ้ม
เยี่ยหั่วโกรธจนควบคุมตัวเองไม่อยู่ แล้วโบกคทาในมือ ทำให้เปลวเพลิงรอบข้างทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ
เมื่อลู่เฉินเห็นดังนั้นก็ยิ้มบาง ๆ “เอามาอีก!”
“ช่างไม่รู้จักความตาย!” เยี่ยหั่วแค่นเสียง แล้วปล่อยเปลวเพลิงขนาดมหึมาออกมา เปลวเพลิงนั้นกลายร่างเป็นยักษ์ไฟ
เมื่อยักษ์นั้นปรากฏตัว มันก็คำนับเยี่ยหั่วอย่างนอบน้อม “นายท่าน!”
“จงกำจัดมันให้ข้า!”
“ขอรับ นายท่าน!” ยักษ์ไฟหันกลับหลัง แล้วมองลงมาทางลู่เฉิน
ลู่เฉินกล่าวพร้อมรอยยิ้ม “ไม่เลวเลย ถึงกับสามารถรวบรวมสร้างสิ่งนี้ออกมาได้!”
“แน่นอนอยู่แล้ว!” เยี่ยหั่วกล่าวอย่างภาคภูมิใจ
แต่เขากลับเอ่ยปากต่อว่า “ข้าว่าเจ้าเก็บมันไว้เถอะ ไม่เช่นนั้นเดี๋ยวข้าจะทำให้มัน แตกสลายในคราวเดียว แล้วเจ้าคงจะเสียดายเป็นแน่!”