ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 788 เปิดใช้ค่ายกลกระบี่
บทที่ 788 เปิดใช้ค่ายกลกระบี่
“หากเจ้าไม่พูด ข้าคงต้องลงมือกับเจ้าแล้ว” ลู่เฉินใช้คาถาสยบภูตผีรัดวิญญาณของมัน
อีกาแห่งความตายกระพือปีกครั้งหนึ่ง ทำให้คาถาสยบภูตผีเกิดการเปลี่ยนแปลง
เมื่อลู่เฉินเห็นดังนั้นก็รู้สึกสนุกสนาน จึงยิ้มพลางมองอีกาแห่งความตาย “ดูเหมือนข้าจะประเมินเจ้าต่ำไปแล้ว”
“เจ้าอ่อนแอขนาดนี้ แล้วยังกล้าทำร้ายข้าอีกหรือ? ช่างไม่รู้จักประมาณตัวเสียจริง!” อีกาแห่งความตายพูดจบ ก็แยกร่างออกเป็นร่างเงาจำนวนมาก และแต่ละเงาส่งเสียงร้องประหลาดออกมา
ทว่าการโจมตีเหล่านี้ไม่สามารถ ทำอะไรลู่เฉินได้เลย
ด้วยเหตุนี้ อีกาแห่งความตายจึงประหลาดใจทันที มันบินวนรอบลู่เฉิน ส่วนเงานกเหล่านั้นต่างทยอย กลับเข้าไปในร่างของอีกาแห่งความตาย ชายหนุ่มยิ้มพลางมองมัน “เป็นอย่างไร? ไม่ทำต่อแล้วหรือ?”
“เจ้าบอกให้ทำต่อ? ก็ทำต่อสิ?” อีกาแห่งความตายแสดงอารมณ์ดื้อดึง ของตัวเองออกมาอย่างชัดเจน
ลู่เฉินยกยิ้มขมขื่น “อย่างไร? ยังไม่ยอมรับอีกหรือ?”
“ถึงข้าจะทำอะไรเจ้าไม่ได้ แต่เจ้าก็ทำอะไรข้าไม่ได้ เหมือนกันไม่ใช่หรือ?” อีกาแห่งความตายรู้สึกว่าตนเอง ไม่ได้เสียเปรียบอะไร จึงโต้เถียงกับลู่เฉิน
เขาแย้มยิ้มบาง ๆ
“เจ้ายิ้มอะไร?”
“เจ้าควรโจมตีข้าต่อจะดีกว่า ไม่เช่นนั้นเดี๋ยวข้าจะใช้กลอุบายแล้วนะ” ลู่เฉินยิ้มพลางมองมัน
“กลอุบาย? ก็เข้ามาสิ! ข้าอยากเห็นนักว่าเจ้ามีกลอุบายอะไร!” อีกาแห่งความตายหัวเราะอย่างน่าขนลุก
ลู่เฉินยกยิ้มเล็กน้อย พร้อมปลดปล่อยเพลิงวิญญาณออกมา อลัเมื่ออีกาแห่งความตาย เห็นกลุ่มพลังสีม่วงนั้นก็สบถออกมา “นี่มันอะไรกัน?”
“เจ้าคิดว่าเป็นอะไรเล่า?” ลู่เฉินยิ้มอย่างมีเลศนัย
อีกาแห่งความตายรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ จึงจ้องมองลู่เฉินด้วยสายตาระแวง “อย่าคิดจะทำอะไรข้า!”
“อ้อ? งั้นหรือ?” ลู่เฉินมองอีกาแห่งความตายพลางยิ้ม
อีกาแห่งความตายยังคงกระพือปีก “มาสิ ข้าจะทำให้เจ้ารู้ถึงความร้ายกาจของข้า!”
ลู่เฉินยิ้มบาง ๆ จากนั้นเพลิงวิญญาณเหล่านั้น ก็ทำให้อีกาแห่งความตายสลบไปในพริบตา
ไม่นาน อีกาแห่งความตายพลันตกอยู่ในห้วงความฝันของลู่เฉิน แล้วตะโกนอย่างร้อนรน “ไอ้เด็กเวร เจ้าทำอะไรกับข้า!?”
“ก็ไม่มีอะไรมาก เพียงแค่อยากคุยกับเจ้าเท่านั้น”
“เจ้าบอกจะคุยก็คุยได้เลยหรือ? เจ้าคิดว่าข้าเป็นอะไรกัน?” อีกาแห่งความตายกล่าวอย่างโกรธเคือง
“บอกข้ามาว่าเจ้ามาจากที่ไหน”
อีกาแห่งความตายตั้งใจปฏิเสธที่จะตอบ แต่ร่างกายกลับเอ่ยออกมา โดยไม่อาจควบคุมได้ “ข้ามาจากมิติแห่งหนึ่งใต้ทะเลแห่งนี้”
ชายหนุ่มพลันเกิดความสงสัย “มิติ?”
“ถูกต้อง!”
ลู่เฉินหัวเราะออกมา “แล้วในมิติมีอะไรอยู่?”
“มีรอยแยก คงมาจากโลกอื่นกระมัง” อีกาแห่งความตายอธิบาย
ลู่เฉินเข้าใจแล้ว “ได้ เดี๋ยวข้าจะสั่งให้เจ้าโจมตีข้า แล้วเจ้าก็ต้องโจมตีข้านะ!”
“อะไรนะ?” อีกาแห่งความตายไม่คิดว่า หลังจากลู่เฉินควบคุมตนได้แล้ว ยังจะให้ตนโจมตีเขาอีก
ชายหนุ่มไม่อยากเสียเวลาพูดมากกับมัน จึงใช้ตราประทับภูตตีทันที แล้วสร้างพันธสัญญากับมัน จากนั้นก็สั่งให้มันโจมตีตัวเอง
อีกาแห่งความตายรู้สึกหงุดหงิดอย่างยิ่ง แต่ตอนนี้ชีวิตของมันอยู่ในมือของลู่เฉิน มันจึงทำได้เพียงยอมให้ลู่เฉินจัดการตามใจ
ดังนั้นมันจึงโจมตีต่อไปเรื่อย ๆ จนผ่านไปหนึ่งเค่อ ชายหนุ่มจึงเดินออกมาจากวิญญาณของมัน
ถังอิงที่อยู่ด้านนอกเห็นลู่เฉิน เดินออกมาอย่างกะทันหัน จึงถอนหายใจอย่างโล่งอก “ตกใจแทบตาย”
อินซานเองก็ถอนหายใจเช่นกัน แต่ลู่เฉินกลับดูดวิญญาณสัตว์เหล่านี้ เข้าไปในแผ่นหินฉวิญญาณต่อหน้าทุกคน
เมื่อเห็นเช่นนั้นถังอิงก็ตะลึง “เจ้า… จัดการพวกมันง่าย ๆ แบบนี้เลยหรือ?”
“แล้วจะให้ทำอย่างไร? เก็บไว้เพื่ออะไรเล่า?” ลู่เฉินย้อนถามพวกเขา
“เจ้าแข็งแกร่งเกินไปแล้ว” ถังอิงกล่าวอย่างรู้สึกตื่นตะลึง
ลู่เฉินยิ้มบาง ๆ และไม่ได้พูดอะไรมาก แต่หันไปมองหั่วเตาหลางแล้วพูดว่า “เจ้าเข้ามาใกล้ ๆ”
หั่วเตาหลางรู้สึกสงสัยว่า ลู่เฉินจะทำอะไร จึงก้าวเข้าไปหาและกล่าวว่า “นายท่าน”
“ข้าจะมอบเปลวเพลิงให้เจ้า เปลวเพลิงนี้เหมาะสำหรับการฝึกบำเพ็ญของเจ้า” ลู่เฉินนึกถึงเปลวเพลิงที่ได้มาจากค่ายกลหมอกเพลิงก่อนหน้านี้ ที่ยังไม่ได้มอบให้หั่วเตาหลาง
ส่วนหั่วเตาหลาง แม้จะสงสัยว่าเป็นเปลวเพลิงอะไร แต่เขาก็ไม่ได้ถามอะไรมาก เพียงแค่ตอบรับว่า “ขอรับ”
เห็นเพียงลู่เฉินนำเพลิงสงบสมุทร ออกมาจากร่างของตน แล้วส่งเข้าไปในร่างของหั่วเตาหลางทีละส่วน ทำให้หั่วเตาหลางดูราวกับทั้งร่างลุกไหม้ด้วยเปลวไฟ กระทั่งถึงขั้นส่งเสียงทรมาน แต่เขาก็อดทนเอาไว้
ลู่เฉินนำหั่วเตาหลางเข้าไปในประตูไร้สรรพสิ่ง เพื่อให้เขาได้บำเพ็ญอย่างสบายใจ
“เขาหายไปที่ไหนหรือ?” ถังอิงถามด้วยความสงสัย
“ไปยังสถานที่แห่งหนึ่งเพื่อบำเพ็ญ” ลู่เฉินตอบเพียงเท่านั้นแล้วไม่พูดอะไรอีก ทว่าเริ่มเตรียมตัวออกจากป่าแห่งนี้ เพราะในป่านี้ไม่มีสิ่งใดที่ตนต้องการอีกแล้ว
เมื่อถังอิงเห็นลู่เฉินกำลังจะจากไป นางก็รีบตามไปติด ๆ แต่อินซานเดินพลางพูดว่า “นายท่าน สถานที่แห่งนี้ยากจะเดินออกไปได้”
ถังอิงพูดราวกับเคยได้ยินมาว่า “ข้าได้ยินมาว่าที่นี่ยังไม่เคยมีคนนอกคนใด เดินออกไปได้เลย”
แต่เสียงพูดของนางเพิ่งจะจบลง ลู่เฉินและคนอื่น ๆ ก็เห็นทางออกแห่งหนึ่ง และเมื่อออกมาด้านนอก ทุกคนก็มายืนอยู่นอกวังทะเลภูเขาแล้ว
“นี่มัน!…” อินซานถึงกับตะลึงงัน เมื่อเห็นประตูทางเข้าวังทะเลภูเขา
ถังอิงพูดอย่างตื่นเต้น “ยอดเยี่ยมจริง ๆ สุดยอดไปเลย!”
ลู่เฉินไม่ได้พูดอะไร แต่เตรียมจะเดินเข้าไปในวังทะเลภูเขา ทว่าเยี่ยหั่วก็ปรากฏตัวขึ้นมาอีกครั้ง และคราวนี้มีกลุ่มผู้ใช้กระบี่ติดตามมาด้วย บางคนแบกกระบี่หิน บางคนแบกกระบี่ทอง บางคนแบกกระบี่ไม้ และยังมีกระบี่ประหลาดอีกมากมาย
“เจ้าหนู ข้าดูถูกเจ้าเกินไปจริง ๆ!” เยี่ยหั่วจ้องมองลู่เฉินด้วยสายตาเย็นชา
“เจ้าคงไม่คิดว่าป่าลวงตานั่นจะหยุดข้าได้หรอกนะ?” ลู่เฉินย้อนถาม
เยี่ยหั่วกลอกตาพูด “อย่าเหลิงไปหน่อยเลย!”
“ข้าเตือนขอเจ้าอีกครั้ง รีบพาคนของเจ้าไปซะ ไม่อย่างนั้นจะไม่สบายกันทั้งหมด” ลู่เฉินมองเยี่ยหั่วพลางยิ้ม
เยี่ยหั่วแค่นเสียงเย็นชาและเอ่ย “เห็นจอมกระบี่ที่อยู่ข้างหลังข้าหรือไม่?”
“แล้วอย่างไร?”
“พวกมันล้วนเป็นจอมกระบี่สวรรค์เก้าดาราทั้งสิ้น” เยี่ยหั่วคิดว่าลู่เฉินจะต้องหวาดกลัว
แต่ลู่เฉินชี้ไปทางอินซาน “เจ้าถามเขาดูสิว่าข้าจะกลัวหรือไม่?”
อินซานรู้ดีว่าวิชาของลู่เฉินน่าหวาดกลัวยิ่งกว่า จึงมองเหล่าจอมกระบี่สวรรค์แล้วพูดว่า “ทุกท่าน พวกท่านไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา ดังนั้นรีบถอยไปเถอะ!”
เมื่อได้ยินคำพูดนั้น พวกเขาก็หัวเราะชอบใจ
“มีอะไรน่าขำนักหรือ?” อินซานขมวดคิ้วเมื่อเห็นว่าพวกเขายังไม่รู้ ถึงความน่าสะพรึงกลัวของลู่เฉิน
มีคนเยาะเย้ยว่า “อินซาน เจ้าสู้เขาไม่ได้ ไม่ได้หมายความว่าพวกข้าจะต้องกลัวเขา!”
“ใช่แล้ว!”
“อินซาน เจ้าทำให้จอมกระบี่สวรรค์ แห่งวังทะเลภูเขาอย่างเราขายหน้าแล้วจริง ๆ!”
พวกเขาต่างพากันประณามอินซาน และอินซานก็มีสีหน้าหม่นหมองลง “พวกเจ้าจะว่าอะไรก็ตามใจ ทว่าเดี๋ยวคนที่จะเสียท่าก็คือพวกเจ้า ไม่ใช่ข้า”
ทุกคนไม่เชื่อ และยังจัดการตั้งท่าค่ายกลกระบี่
ค่ายกลกระบี่เปล่งประกายห้าสีวูบไหว จากนั้นเยี่ยหั่วก็พูดอย่างภาคภูมิใจ “เจ้าหนู เห็นหรือไม่?”
“เห็นอะไร?”
“เมื่อค่ายกลกระบี่เหล่านี้โจมตีเจ้า ต่อให้เจ้าเป็นยอดฝีมือในหมู่ยอดฝีมือ ก็ต้องตายสถานเดียว!” เยี่ยหั่วพูดอย่างภาคภูมิใจ
แต่ลู่เฉินกลับพูดว่า “เจ้าคิดว่าแค่นี้จะจัดการข้าได้หรือ?”
“เหลวไหล ที่นี่มีคนเป็นร้อย และค่ายกลกระบี่นี้จะทำให้ พลังของพวกเขาพุ่งถึงขีดสุด!” เยี่ยหั่วโอ้อวด
ชายหนุ่มหัวเราะเสียงแปลกและเอ่ย “งั้นก็ให้พวกเขาลองดูสิ!”