ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 795 การปะทะครั้งแรกในทะเลผี!
บทที่ 795 การปะทะครั้งแรกในทะเลผี!
ดูเหมือนว่าอวิ๋นเมิ่งหนิงจะมีความกังวล นางมองไปทางเจ้าสำนักแล้วถามว่า “ท่านเจ้าสำนัก ท่านคิดว่าเขาจะเข้าไปจริงหรือเจ้าคะ?”
“แน่นอน!”
“ทำไมล่ะเจ้าคะ?” อวิ๋นเมิ่งหนิงรู้สึกว่าลู่เฉินคงไม่โง่ถึงขนาดนั้น
เจ้าสำนักมองภาพของลู่เฉินแล้วกล่าวว่า “เพราะเขาหยิ่งผยองเกินไป โดยเฉพาะแม้จะรู้ว่ามีกับดักอยู่ตรงหน้า ทว่าเขาก็จะเข้าไป”
“แต่ข้ารู้สึกว่า…” อวิ๋นเมิ่งหนิงรู้สึกว่าลู่เฉินคงไม่หลงกลง่าย ๆ
เจ้าสำนักกล่าวอย่างมั่นใจ “ดูต่อไปก่อนเถิด เขาต้องเข้าไปแน่!”
ทุกคนกึ่งเชื่อกึ่งสงสัย จึงจ้องมองภาพตรงหน้า
พวกเขาเห็นลู่เฉินมาถึงสระน้ำแห่งหนึ่ง รอบ ๆ สระน้ำมีหมอกสีดำปกคลุม และบนสระน้ำนี้มีประตูหินลอยอยู่ ส่วนบนประตูหินมีตัวอักษรสีฟ้าเรืองแสงเขียนว่า ‘ทะเลผี’
“นี่คือทะเลผีที่เล่าลือกันงั้นหรือ?” ถังอิงที่มาที่นี่เป็นครั้งแรกถามอย่างอัศจรรย์ใจ
ลู่เฉินพยักหน้า “ถูกต้อง นี่คือทะเลผี”
ถังอิงลังเลเล็กน้อย แล้วหยิบศิลาวิญญาณก้อนหนึ่งขว้างไปทางประตูนั้น ทันใดที่ศิลาวิญญาณก็ลอยผ่านไป มันกลายเป็นสีดำ ราวกับถูกกระแสพลังงานสีดำบางอย่างเข้าสิง
“นี่มัน!…” ถังอิงตกตะลึง
“เป็นเพียงกลิ่นอายจากซากศพเท่านั้น” ลู่เฉินกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ
“นั่นมันกลิ่นอายซากศพนะ!” ถังอิงรู้สึกไม่อยากจะเชื่อ แต่ลู่เฉินไม่พูดอะไร และทำเพียงกล่าวว่า “มีความกล้าก็ตามมา หากไม่กล้าก็อยู่เฉย ๆ ไป!”
พูดจบ ชายหนุ่มก็ใช้เคล็ดวิชาสายฟ้าวิญญาณพุ่งตัวไปยังประตูหินทันที
ถังอิงเริ่มจริงจังขึ้นมา แต่ก็ตัดสินใจจะไปดู นางกระโดดตามไปจากด้านหลัง เป็ดมารเองก็ทำเช่นเดียวกัน
แต่เหล่าผู้ดูแลที่มองอยู่ในวังทะเลภูเขา ต่างตกใจขึ้นมาทีละคน
โดยเฉพาะอวิ๋นเมิ่งหนิงที่ตกใจขึ้นมา “เขา… เข้าไปจริง ๆ หรือ?”
“เข้าไปแล้ว และมันก็น่าสนใจมาก” เจ้าสำนักหัวเราะอย่างประหลาด
“เช่นนั้นเขาก็ต้องตายอย่างแน่นอนแล้วใช่หรือไม่?” อวิ๋นเมิ่งหนิงกล่าวอย่างแน่วแน่
“ตาย นั่นไม่ดีหรือ?” เจ้าสำนักพูดจบก็หมุนตัวจากไป
อวิ๋นเมิ่งหนิงรู้สึกว่าลู่เฉินคนนี้คงไม่ตายง่าย ๆ ดังนั้นนางจึงมีสีหน้าอยากรู้อยากเห็น
…
ขณะนี้เบื้องหน้าลู่เฉินคือทางเดินที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายซากศพ และยังได้ยินเสียงคลื่นทะเลด้วย
เขามองใต้เท้า เป็นน้ำแข็ง และใต้น้ำแข็งนี้ก็คือน้ำทะเลที่แผ่พลังความมืดมิด ในขณะเดียวกันในน้ำทะเลยังมีกลิ่นอายซากศพลอยอยู่ด้วย
ไม่เพียงแค่นั้น กลิ่นอายซากศพยังสามารถแทรกตัว ผ่านรอยแยกต่าง ๆ เข้ามาได้ด้วย ทำให้ตรงหน้าลู่เฉินเต็มไปด้วยกลิ่นอายซากศพ
ทว่าชายหนุ่มดูไม่หวั่นเกรงเลยแม้แต่น้อย แต่ถังอิงไม่เหมือนกัน แม้นางจะไม่ตาย ทว่าการได้รับผลกระทบจากกลิ่นอายซากศพ ทำให้นางกลัวว่าตนเองจะทนไม่ไหว จึงรวบรวมพลังปีศาจสร้างม่านพลังป้องกันขึ้นมาปกป้องตัวเอง
แต่ม่านพลังนี้มีขีดจำกัด ทำให้กลิ่นซากศพบางส่วนยังคงแทรกเข้าไปในร่างของถังอิงได้ ดังนั้นหญิงสาวจึงทำได้เพียงกัดฟันทนพลางบ่นออกมาว่า “ที่นี่มันที่บ้าอะไรกัน?”
ลู่เฉินเหลียวมองไปรอบ ๆ พลางกล่าวว่า “ไม่ใช่ว่าทะเลผีมีวิญญาณมากมายหรือ?”
ถังอิงเองก็รู้สึกแปลกใจเช่นกัน “ดูเหมือนจะมีแต่กลิ่นอายซากศพจริง ๆ ไม่เห็นมีอะไรที่แตกต่างออกไปเลย”
ทว่าในตอนนั้นเอง มีเงาสีขาวหนึ่งปรากฏขึ้นตรงด้านหน้า และเมื่อมองอย่างละเอียดก็พบว่าเป็นเงาโครงกระดูกสีขาว พร้อมกับดวงตาที่เปล่งแสงสีขาว
เมื่อเห็นเช่นนั้นถังอิงก็ตกใจ “นี่… นี่มันอะไรกัน!?”
ลู่เฉินยิ้มพลางกล่าวว่า “ท่านผู้นี้ก็คือประมุขของวังทะเลภูเขานั่นเอง”
ก่อนหน้านี้อินซานได้ให้ลู่เฉินดูภาพของเจ้าสำนักผู้นี้มาแล้ว ดังนั้นลู่เฉินจึงจำอีกฝ่ายได้ทันที แต่เจ้าสำนักผู้นี้กลับหัวเราะออกมา “เจ้าถึงกับจำข้าได้เลยงั้นหรือ?”
เขามองเจ้าสำนักพลางยิ้ม “มันไม่ได้ยากอะไรนักหรอก”
เจ้าสำนักพูดอย่างภาคภูมิใจ “ใช่ มันไม่ได้ยากอะไร แต่การที่เจ้าจะมีชีวิตรอดออกไปจากที่นี่ น่าจะเป็นไปได้ยากกว่านะ”
ชายหนุ่มหัวเราะพลางกล่าวว่า “เจ้าอยู่รอดได้ ข้าก็ต้องอยู่รอดได้เช่นกัน”
เจ้าสำนักหัวเราะเยาะ “ดูเหมือนข้าต้องแนะนำตัวเองสักหน่อย”
ลู่เฉินย้อนถาม “การแนะนำตัวของเจ้าเกี่ยวอะไรด้วย?”
เจ้าสำนักกล่าวอย่างภาคภูมิ “ข้าคือประมุขแห่งวังทะเลภูเขา แต่ก็ยังมีชื่อหนึ่ง นั่นก็คือกุ่ยเจี่ยน”
ลู่เฉินไม่รู้จักกุ่ยเจี่ยน แต่ถังอิงกลับตกใจจนสีหน้าเปลี่ยนไป “อะไรนะ!? กุ่ยเจี่ยน ผู้ฝึกวิถีมารอันดับหนึ่งแห่งพื้นที่ที่เจ็ดงั้นหรือ?”
เขาย้อนถาม “เก่งกาจนักหรือ?”
ถังอิงพูดติดอ่าง “เก่ง… เก่งกาจ และน่าสะพรึงกลัวมาก”
ทว่าชานหนุ่มไม่เพียงไม่กลัว แต่กลับหัวเราะออกมา “อ้อ? จริงหรือ?”
ถังอิงรีบพูดอย่างร้อนรน “เจ้าอาจจะไม่รู้ แต่เขาเป็นผู้ฝึกวิถีมารแห่งพื้นที่ที่เจ็ด และยังควบคุมวิญญาณได้มากมายด้วย”
ลู่เฉินตอบอย่างไม่ใส่ใจ “แล้วมันเกี่ยวอะไรกัน?”
ถังอิงเห็นลู่เฉินไม่สนใจก็ไม่กล้าพูดอะไรอีก แต่กุ่ยเจี่ยนกลับยิ้มพลางกล่าว “ไอ้หนู เจ้ารู้หรือไม่ว่าทำไมข้าถึงล่อเจ้ามาที่นี่?”
ลู่เฉินตอบราวกับอ่านใจอีกฝ่ายออก “คงไม่พ้นต้องการใช้สถานที่แห่งนี้จัดการข้า”
กุ่ยเจี่ยนหัวเราะ “ไม่เลว ไม่เลวเลย!”
เขามองโครงกระดูกตรงหน้าพลางยิ้ม “ข้าต้องขอเตือนเจ้าก่อน การที่ข้ากล้ามาที่นี่ ย่อมเป็นเพราะไม่กลัวเจ้าอยู่แล้ว”
กุ่ยเจี่ยนหัวเราะพลางกล่าว “การที่ข้ากล้าล่อเจ้ามาที่นี่ ย่อมมีวิธีจัดการเจ้าอยู่แล้วเช่นกัน”
“มาเถิด มาให้ข้าดูสิว่าเจ้าผู้เป็นเจ้าสำนัก มีความสามารถเพียงใด” ลู่เฉินไม่อยากเสียเวลาพูดจาอีกต่อไป จึงถามตรง ๆ
กุ่ยเจี่ยนหัวเราะคิกคัก ราวกับฟันในกะโหลกศีรษะกำลังกระทบกันอย่างบ้าคลั่ง
ถังอิงเห็นภาพนั้นแล้วหัวใจสั่นสะท้าน
จากนั้นภาพที่น่าสะพรึงกลัวก็ปรากฏขึ้น กลิ่นอายซากศพแผ่ออกมาจากร่างของกุ่ยเจี่ยน ตามด้วยเงาโครงกระดูกสีดำจำนวนมากปรากฏขึ้นรอบด้าน และโครงกระดูกเหล่านี้ยังปล่อยพันธนาการสีดำออกมาเป็นสาย
พันธนาการเหล่านั้นพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว แล้วพันรัดลู่เฉินและถังอิงเอาไว้
ทันทีที่หญิงสาวถูกพันธนาการรัด นางก็รู้สึกว่าไม่สามารถใช้พลังวิญญาณได้
เรื่องนี้ทำให้ถังอิงงุนงง “นี่มันผู้ฝึกตนวิถีอะไรกัน”
“นี่คือโครงกระดูกวิญญาณที่มีเฉพาะในทะเลผี” กุ่ยเจี่ยนหัวเราะ
“โครงกระดูกวิญญาณ?” ถังอิงไม่รู้เลยว่าพวกมันมีประโยชน์อะไร
กุ่ยเจี่ยนจึงอธิบาย “โครงกระดูกวิญญาณพวกนี้สามารถดูดวิญญาณของพวกเจ้าได้ และพวกเจ้าก็ไม่สามารถต่อต้านได้!”
หลังถังอิงได้ยินดังนั้นสีหน้าก็เปลี่ยนไปเป็นอย่างมาก ส่วนกุ่ยเจี่ยนหัวเราะลั่น แต่ลู่เฉินกลับใช้คาถาสยบภูตผี แล้วจับโครงกระดูกมากมายเอาไว้ จากนั้นก็ทำลายวิญญาณภายในโครงกระดูกเหล่านั้นจนแตกสลาย ทำให้เงาโครงกระดูกทั้งหมดค่อย ๆ สลายหายไป
รอยยิ้มของกุ่ยเจี่ยนค่อย ๆ จางหาย ก่อนสุดท้ายจะถามด้วยความไม่อยากเชื่อว่า “เจ้าเพิ่งใช้อะไรไป!?”
“ก็แค่ทำลายวิญญาณของพวกมัน ให้แตกสลายเท่านั้น”
“ทำลายให้แตกสลาย?” กุ่ยเจี่ยนรู้สึกว่าเป็นไปไม่ได้
ลู่เฉินเห็นสีหน้าไม่อยากเชื่อของอีกฝ่ายแล้วยิ้ม “พอเถอะ ข้าไม่อยากเสียเวลาพูดจาไร้สาระกับเจ้า!”
กุ่ยเจี่ยนแค่นเสียง “เจ้าคงไม่คิดว่าแค่นี้จะถือว่าเอาชนะข้าได้กระมัง?”
“ข้าไม่ได้พูดอย่างนั้น เพียงแค่รู้สึกว่าเจ้าไม่มีความสามารถพอจะรับมือกับข้าได้” ลู่เฉินมองกุ่ยเจี่ยนพลางยิ้ม
กุ่ยเจี่ยนจ้องมองกลับมาด้วยสายตาเย็นชา “ในเมื่อเจ้าอยากตาย ข้าก็สนองให้สมใจเจ้า!”
ภายในชั่วพริบตาถัดมา เสียงประหลาดมากมายดังมาจากทะเล ราวกับมีสัตว์ร้ายอยู่ในนั้น
ถังอิงตกใจจนหน้าซีด “นี่มันผีอะไรอีก”
“วิญญาณสัตว์ประหลาดแห่งทะเลผี!” ลู่เฉินยิ้มบาง ๆ ความจริงเขามาที่นี่เพื่อวิญญาณสัตว์เหล่านี้ จะได้เร่งรวบรวมเม็ดยาอสูรสีดำของตน
เมื่อกุ่ยเจี่ยนเห็นชายหนุ่มจำได้ก็เยาะเย้ยว่า “ไอ้หนู ถ้ากลัวแล้วก็รีบยอมแพ้เถอะ!”