ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 797 ออกจากทะเลผี เผชิญหน้ากับกลุ่มยอดฝีมือ
บทที่ 797 ออกจากทะเลผี เผชิญหน้ากับกลุ่มยอดฝีมือ
ถังอิงกลับดูภาคภูมิใจ “เพียงแค่เรียกเท่านั้น ไม่ได้ทำให้เนื้อหายไปสักชิ้นเสียหน่อย”
“ข้ามีวิธีนับหมื่นวิธีที่จะทำให้เจ้าพูดไม่ออก” ลู่เฉินเอ่ยประโยคหนึ่ง ทำให้ถังอิงต้องระงับตัวเองทันที
ไม่เพียงเท่านั้นถังอิงยังบ่นว่า “ทำไมเจ้าถึงหยอกล้อด้วยไม่ได้เลย”
ชายหนุ่มกลับหลับตาลงและไม่พูดคุยกับอีกฝ่ายต่อไป
ทำให้ถังอิงพลันร้อนใจ “งั้นบอกข้าสิว่าเรือลำเล็กนี้มีประโยชน์อะไร”
ทันทีที่เสียงพูดเพิ่งจะจบลง เรือลำเล็กก็เคลื่อนที่ และหายวับไปจากตำแหน่งเดิมในพริบตา
ถังอิงตกใจ และขณะเรือเคลื่อนที่นั้น นางพบว่ารอบข้างมีลมพัดและเมฆก่อตัว แม้แต่คลื่นทะเลก็ซัดสาดอย่างรุนแรง ราวกับว่าจะซัดเรือให้ลอยขึ้นไปได้ทุกเมื่อ
“นะ นี่มันเกิดอะไรขึ้น!?” ถังอิงตกใจจนต้องจับเรือไว้แน่น อีกทั้งยังรวบรวมพลังสร้างม่านพลังป้องกันตัวเอง เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกซัดกระเด็นออกไป
ลู่เฉินกลับนั่งอย่างสงบนิ่งอยู่ตรงนั้น ราวกับไม่กลัวอะไรทั้งสิ้น
เรื่องนี้ทำให้ถังอิงสงสัย “เจ้าไม่กลัวจะถูกเหวี่ยงออกไปหรือ?”
เขาพูดอย่างสงบว่า “นี่เป็นเพียงภาพลวงตาเท่านั้น จะถูกเหวี่ยงออกไปได้อย่างไร”
“อะไรนะ? ภาพลวงตา?” ถังอิงมองไปทางลู่เฉินอย่างสงสัย
ชายหนุ่มตอบเสียงแผ่วเบา “ถูกต้อง เป็นเพียงภาพลวงตาเท่านั้น!”
ถังอิงไม่เชื่อและมองไปทางลู่เฉิน ด้วยสีหน้าประหลาดใจ “เจ้า… กำลังล้อเล่นใช่หรือไม่?”
“เช่นนั้นลองปล่อยมือดูสิ” ลู่เฉินบอกกับนาง
ถังอิงรู้สึกกึ่งเชื่อกึ่งสงสัย แต่ก็ค่อย ๆ ปล่อยมือออก และเมื่อนางปล่อยมือก็ไม่ได้ลอยออกไปจริง ๆ ร่างกายแทบไม่ขยับเขยื้อนเลยด้วยซ้ำ
“นี่มันมหัศจรรย์เกินไปแล้ว!?” ถังอิงรู้สึกว่าช่างน่าเหลือเชื่อเหลือเกิน
ลู่เฉินไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาทำเพียงมองเรือที่แล่นต่อไปข้างหน้า
ถังอิงกลับรู้สึกสนุก จึงถามขึ้นมาว่า “ตอนนี้พวกเราจะไปที่ใด?”
“ใกล้ถึงแล้ว”
“ใกล้ถึง?” ถังอิงไม่เข้าใจ จนกระทั่งผ่านคลื่นลมไประยะหนึ่ง เมื่อเรือเข้าเทียบฝั่งนางก็เห็นพื้นน้ำแข็งปรากฏอยู่เบื้องหน้า
แต่บนพื้นน้ำแข็งแห่งนี้มีกองกระดูกสัตว์มากมาย และท่ามกลางกระดูกสัตว์เหล่านั้น ยังเห็นแสงดาวสีฟ้าอ่อน ๆ ดูแล้วงดงามน่าตื่นตา
ถังอิงร้องออกมา และอยากจะเข้าไปใกล้แสงดาวนั้น
ลู่เฉินหัวเราะเบา ๆ พลางเอ่ย “ของพวกนี้คือตัวหนอนวิญญาณดารา มันกินเนื้อ อีกทั้งยังสามารถเข้าไปในร่างสัตว์ และอาศัยอยู่ในร่างสัตว์นั้น ดังนั้นอย่าเข้าใกล้เกินไป ไม่เช่นนั้นแม้แต่รากวิญญาณมารศักดิ์สิทธิ์อมตะของเจ้า ก็ช่วยเจ้าไม่ได้”
ถังอิงตกใจพลางถอยหลังไปหลายก้าว “อะไรนะ!? หนอนวิญญาณดารา?”
“ถูกต้อง มันคือแมลงชนิดหนึ่งที่ไม่ควรมีอยู่ในโลกนี้” ลู่เฉินกล่าวจบก็เดินเข้าไป พร้อมกับยื่นมือออกไป
แมลงเหล่านั้นเสมือนเงาสีฟ้า พวกมันพุ่งเข้าใส่ร่างของชายหนุ่ม ทำให้ร่างของเขา ‘สว่างไสว’ จนถังอิงตกใจร้องออกมาว่า “เจ้า เจ้าไม่เป็นไรใช่หรือไม่!?”
“วางใจเถอะ พวกมันทำอะไรข้าไม่ได้หรอก” ลู่เฉินกล่าวจบก็ปล่อยให้พวกมันโจมตีตัวเองต่อไป เพื่อให้ตัวเองรวบรวม ‘เม็ดยาสีดำแมลง’ นี่ก็คือจุดประสงค์หลักที่เขายังมาที่นี่
แต่ถังอิงไม่เข้าใจ จึงมองไปทางลู่เฉินอย่างประหลาดใจ “เจ้าไม่เป็นไรจริง ๆ หรือ?”
“ทำไมข้าต้องเป็นไรด้วยเล่า?” ลู่เฉินย้อนถามถังอิง
ถังอิงงุนงง “แต่หนอนวิญญาณดารานั่นดูน่ากลัวมากเลยนะ”
ชายหนุ่มเผยรอยยิ้มกึ่งยิ้มกึ่งบึ้ง “ไม่ว่าสิ่งนั้นจะน่ากลัวแค่ไหนก็แค่นั้นแหละ”
“แน่ใจหรือ?” ถังอิงรู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด
ลู่เฉินไม่พูดอะไร แต่รวบรวมสมาธิแล้วค่อย ๆ เดินไปข้างหน้า ส่วนหนอนวิญญาณดาราก็มีจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ พวกมันพุ่งเข้าใส่ จนทำให้ร่างของชายหนุ่มดูอ้วนฉุ
แต่เขาก็ไม่เป็นไร เพียงแต่ลู่เฉินรู้สึกสงสัยว่าทะเลผีแห่งนี้เป็นที่ไหนกันแน่ ทำไมถึงมีหนอนวิญญาณดารามากมายขนาดนี้
น่าเสียดายที่หลังเดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็ถึงทางตัน เสมือนไม่มีทางเดินต่อไปแล้ว
‘คงไม่ใช่ว่าพวกมันผุดขึ้นมา จากความว่างเปล่าหรอกนะ?’ ลู่เฉินสงสัย
“เจ้ากำลังมองหาอะไรอยู่?” ถังอิงรู้สึกว่าลู่เฉินดูเหมือนกำลังมองหาบางอย่าง
ชายหนุ่มเพียงแค่ตอบกลับว่า “มีธุระนิดหน่อย”
“ธุระหรือ?” ถังอิงสงสัย
ลู่เฉินยิ้มบาง ๆ และไม่พูดอะไร จนกระทั่งผ่านไปครู่หนึ่ง เขาจึงเก็บแมลงปีศาจเหล่านี้เข้าไปในแผ่นหินฉวิญญาณ จากนั้นก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วเดินกลับไปทางเรือลำเล็ก
ถังอิงมองภาพตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ “แล้วแมลงพวกนั้นล่ะ?”
“เก็บไปแล้ว”
“มีมากมายขนาดนั้น เจ้าเก็บไปได้อย่างไร?”
“เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้หรอก” คำพูดของลู่เฉินทำให้ถังอิงบ่นออกมา
แต่ลู่เฉินไม่สนใจนาง ส่วนเจ้าสำนักที่แอบดูอยู่ในที่ลับก็สบถในใจ ‘บัดซบ!’
ลู่เฉินนั่งลงบนเรือลำเล็กพาถังอิงออกจากที่นี่ พร้อมเดินทางย้อนกลับไปตามเส้นทางเดิม ออกจากทะเลผี
เมื่อเหล่าผู้ดูแลในห้องลับของวังทะเลภูเขา เห็นลู่เฉินออกมาอีกครั้ง ก็มีคนร้องเสียงแหลมขึ้น “ดูสิ เขาออกมาแล้ว!”
“นี่… เป็นไปได้อย่างไร?”
อวิ๋นเมิ่งหนิงเองก็เบิกตากว้าง “เกิดอะไรขึ้น?”
ในตอนนั้นเอง ร่างโครงกระดูกของเจ้าสำนักปรากฏตัวขึ้น พร้อมกับเอ่ยว่า “คนคนนี้มันเป็นตัวประหลาดจริง ๆ”
เมื่อทุกคนเห็นเจ้าสำนักมาถึงต่างคารวะ
อวิ๋นเมิ่งหนิงมองเจ้าสำนักด้วยความสงสัย “เจ้าสำนัก เกิดอะไรขึ้นกันแน่เจ้าคะ?”
“มันไม่กลัวสิ่งที่อยู่ในทะเลผีหรือ” เจ้าสำนักตอบอย่างหงุดหงิด
เมื่อเห็นว่าลู่เฉินไม่กลัวแม้แต่สิ่งนี้ อวิ๋นเมิ่งหนิงจึงถามอย่างสงสัย “หรือว่า… พวกเราจะต้องปล่อยให้เขาไปถึงศาลภารกิจจริง ๆ?”
“วังทะเลภูเขาของพวกเรา จะยอมประนีประนอมง่าย ๆ ได้อย่างไร?” เจ้าสำนักกล่าวอย่างดื้อดึง
อวิ๋นเมิ่งหนิงลังเลก่อนถาม “แล้วพวกเราจะทำอย่างไรดี?”
“ไปกันเถอะ พวกเราออกไปเผชิญหน้ากับมันทั้งหมด ข้าไม่เชื่อหรอกว่ามันคนเดียวจะสามารถต่อกร กับกลุ่มยอดฝีมือของพวกเราได้”
ทุกคนเห็นว่ามีเหตุผล จึงเริ่มขยับกำปั้นเตรียมพร้อม
เจ้าสำนักรีบพาทุกคนออกจากที่นี่
และเมื่อคนเหล่านั้นปรากฏตัวอีกครั้ง พวกเขาก็มายืนอยู่ในลานของวังทะเลภูเขา และบริเวณทางเข้าลานนั้น ลู่เฉินกับถังอิงก็กำลังเดินเข้ามา
ถังอิงตกใจเมื่อเห็นคนแก่มากมายเช่นนั้น “คนเยอะจัง”
“ผู้อาวุโสจากวังทะเลภูเขาคงจะตกอยู่ที่นี่ทั้งหมดแล้ว” ลู่เฉินไม่ได้ตกใจแต่กลับหัวเราะออกมา
ถังอิงรู้สึกงุนงง “เจ้า… ยังมีอารมณ์จะหัวเราะอีกหรือ?”
“ทำไมข้าจะหัวเราะไม่ได้เล่า?”
ถังอิงไม่รู้จะพูดอะไร ส่วนอวิ๋นเมิ่งหนิงพูดเสียงเย็นชาว่า “ไอ้หนู เจ้ามีฝีมือไม่น้อยเลยนะ ถึงกับเดินออกมาจากทะเลผีได้”
“ในเมื่อรู้ว่าข้ามีฝีมือไม่น้อย ก็ส่งคนให้ข้าเถอะ” ลู่เฉินมองนางพลางยิ้ม
อวิ๋นเมิ่งหนิงชี้ไปรอบ ๆ “เห็นหรือไม่ เหล่าผู้อาวุโสจากวังทะเลภูเขาล้วนอยู่ที่นี่แล้ว และเจ้า ไม่ว่าจะแข็งแกร่งเพียงใด ก็ไม่อาจต่อกรกับพวกเราได้!”
ชายหนุ่มเผยรอยยิ้มกึ่งยิ้มกึ่งบึ้ง “แค่พวกกระจอกอย่างพวกเจ้าน่ะหรือ?”
“กระจอก? ไอ้หนู เจ้าหยิ่งยโสเกินไปแล้วนะ!” อวิ๋นเมิ่งหนิงโกรธที่ลู่เฉินแสดงความหยิ่งผยอง
ลู่เฉินหันไปมองโครงกระดูก “เจ้าน่าจะถามเจ้าสำนักของเจ้าดู ว่าเขาคิดเช่นนั้นหรือไม่?”
อวิ๋นเมิ่งหนิงย่อมไม่ถามคำถามไร้สาระเช่นนั้น ส่วนเจ้าสำนักมองไปรอบ ๆ พลางพูดเสียงเย็นชา “อย่าเสียเวลาพูดกับมัน พวกเราโจมตีพร้อมกันเลย!”
ทุกคนเตรียมพร้อมทันที แต่ชายหนุ่มกลับพูดว่า “ข้าแค่ต้องการคนที่ประกาศภารกิจ จากศาลภารกิจของพวกเจ้าเท่านั้น”
“วังทะเลภูเขาของพวกเรา จะไม่มีวันยอมอ่อนข้อให้เจ้า” เจ้าสำนักพูดอย่างดื้อดึง
ลู่เฉินหัวเราะเยาะ “หากเป็นเช่นนั้นจริง พวกเจ้าไม่กลัวว่าข้าจะทำลายพวกเจ้าให้สิ้นซากหรือ?”
เมื่อทุกคนได้ยินเช่นนั้นต่างหัวเราะเสียงดัง พวกเขารู้สึกว่าลู่เฉินเย่อหยิ่งเกินไป