ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 801 ลงโทษเล็กน้อยก็ทำให้เชื่อฟังแล้ว
บทที่ 801 ลงโทษเล็กน้อยก็ทำให้เชื่อฟังแล้ว
นักบวชชราจมูกวัวถลึงตาใส่อย่างไม่พอใจ และพูดด้วยท่าทีเย่อหยิ่งว่า “เจ้าคิดว่าตนเองเป็นใคร? มีสิทธิ์อะไรมาให้ข้าตอบคำถาม?”
ลู่เฉินเห็นท่าทีของอีกฝ่ายเป็นแบบนี้ จึงจำต้องลงมือพร้อมแย้มยิ้ม “พูดแบบนี้แปลว่าเจ้าเตรียมพร้อม จะต่อสู้กับข้าแล้วสินะ?”
”ไอ้หนู เจ้าไม่รู้สึกหรือว่าเจ้าที่อยู่แค่ขั้นหลอมแก่นแท้ ช่างอ่อนแอเหลือเกิน?” นักบวชชราเห็นลู่เฉินบ้าบิ่นเช่นนี้ จึงย้อนถามกลับทันที
”อ่อนแอหรือไม่ ลองดูก็รู้แล้ว” ลู่เฉินไม่มีท่าทีหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย
นักบวชชรากล่าวอย่างดูแคลน “ไอ้หนู ข้าคือหัวหน้าหอทะเลภูเขา และเจ้า ตอนนี้กำลังอยู่ในเขตอิทธิพลของข้า เจ้าไม่คิดหรือว่าคำพูดของเจ้านั้น ช่างไร้สาระเหลือเกิน?”
”ไร้สาระหรือ?” ชายหนุ่มย้อนถามอีกฝ่าย
”พูดจาเหลวไหล แน่นอนว่าย่อมไร้สาระ!” นักบวชชราพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
ลู่เฉินยกยกยิ้มมุมปาก “งั้นข้าก็จะลงมือลองดู”
”ลงมือ? ต่อให้ปล่อยให้เจ้าโจมตีสิบครั้ง หรือแม้กระทั่งร้อยครั้ง ก็ยังเป็นแบบนี้” นักบวชชราผู้นี้หยิ่งผยองอย่างยิ่ง เขารวบรวมพลังสร้างม่านพลังแสงสีทองขึ้นรอบตัว และมั่นใจว่าสามารถต้านทาน การโจมตีของลู่เฉินได้โดยไม่มีปัญหา
ลู่เฉินยิ้มบาง ๆ จากนั้นใช้ฝ่ามือแปดวิญญาณ
ถังอิงมองด้วยความสงสัยใคร่รู้ ส่วนนักบวชชราลอยอยู่ตรงนั้น ราวกับกำลังรอดูชายหนุ่มอับอายขายหน้า
ใครจะรู้ว่าฝ่ามือแปดวิญญาณพุ่งเข้ามาในชั่วพริบตา ทะลุผ่านม่านพลังป้องกันเข้าไป แล้วกระแทกเข้ากับดวงวิญญาณของนักบวชชราทันที
นักบวชชราคิดว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ในชั่วขณะที่ถูกโจมตี เขาถึงได้รู้ว่าการโจมตีครั้งนี้มีเป้าหมาย เพื่อผนึกวิญญาณของตน โชคดีที่เขาตอบสนองได้ทันท่วงที จึงสามารถป้องกันได้บ้าง ทว่าฝ่ามือแปดวิญญาณนี้ก็ยังมีพลังรุนแรงเกินไป
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อแผ่นหินฉวิญญาณ ดูดกลืนวิญญาณไปมากมาย ทำให้ฝ่ามือแปดวิญญาณของลู่เฉินรุนแรงเป็นอย่างมาก
ด้วยเหตุนี้ วิญญาณของนักบวชชราจึงเหมือนถูกทุบอย่างหนัก ทำให้ใบหน้าของเขาซีดขาว แต่ก็ยังฝืนทนความเจ็บปวดพลางพูดอย่างดื้อดึงว่า “ไอ้หนู เห็นแล้วใช่หรือไม่ เจ้าทำอะไรข้าไม่ได้หรอก”
”พลังน้อยไปงั้นหรือ? งั้นลองอีกครั้ง!” ลู่เฉินเตรียมจะลงมืออีกครั้ง
แต่ทันใดนั้นนักบวชชราก็กลายเป็น แสงสีเขียวกระจายออกไป ราวกับกลับคืนสู่พืชพรรณเหล่านั้น
ถังอิงถึงกับงุนงง “หนีไปแล้วหรือ?”
ลู่เฉินยิ้มเล็กน้อย “ไม่ใช่หนี แต่ซ่อนตัวอยู่ในพืชพรรณเหล่านั้น”
ถังอิงไม่เข้าใจ “เมื่อครู่เขาใช้พลังวิญญาณทอง แต่ทำไมตอนนี้กลายเป็นวิญญาณไม้”
”เป็นรากวิญญาณสองธาตุ อีกทั้งยังฝึกวิชาชนิดหนึ่ง ที่สามารถแยกร่างออกเป็น วิญญาณไม้นับไม่ถ้วน แล้วซ่อนตัวในพืชพรรณเหล่านี้” ลู่เฉินอธิบายทีละประเด็น
ถังอิงตกใจทันที “ถ้าจะเอาชนะเขา ไม่ต้องถอนพืชพรรณเหล่านี้ขึ้นมาทั้งรากเลยหรือ?”
”หอทะเลภูเขาแห่งนี้มีพื้นที่เล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยพืชพรรณมากมาย แม้เจ้าจะถอนพืชพรรณที่นี่ทั้งหมด เขาก็สามารถไปหลบซ่อนที่อื่นได้” เขาอธิบาย
ถังอิงสงสัย “นั่นมันไม่ใช่การเอาเปรียบหรือ? แล้วจะจัดการเขายังไง?”
ลู่เฉินไม่พูดอะไร แต่มองไปรอบ ๆ แล้วพูดว่า “ออกมาเถอะ ไม่เช่นนั้นข้าจะทำลายจิตวิญญาณของพืชพรรณรอบ ๆ ทั้งหมด และเมื่อถึงตอนนั้นความสูญเสียของเจ้าก็จะมากมายแล้ว”
”เจ้าอย่ามาข่มขู่ข้า” นักบวชชราบ่นอุบอิบ
ชายหนุ่มแย้มยิ้มบาง ๆ “อย่างไร? ไม่เชื่อหรือ?”
”พูดจาเหลวไหล แน่นอนว่าข้าไม่เชื่อ!” นักบวชชราตอบอย่างมั่นใจ
ลู่เฉินยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ “ถ้าเช่นนั้นก็ดี อย่าได้โทษข้าแล้วกัน”
พูดจบ เขาก็นั่งขัดสมาธิ ส่วนนักบวชชราบ่นพึมพำ “อย่ามาพูดเรื่องไร้สาระ”
ถังอิงรู้สึกสงสัยว่า ลู่เฉินกำลังจะทำอะไร
ในเวลานั้นเอง ลู่เฉินได้ใช้วิชาหมื่นวิญญาณ ดูดซับพลังจากพืชพรรณโดยรอบ ทำให้พืชเหล่านั้นเหี่ยวเฉาลงทันที ส่วนนักบวชชราที่ซ่อนตัวอยู่ในนั้นก็ร้อนรนขึ้นมา
เพราะตอนนี้นักบวชชราเป็นหนึ่งเดียวกับพืชพรรณเหล่านี้ เมื่อลู่เฉินดูดพลังจากพืช ก็เหมือนกำลังดูดพลังของเขาด้วย จนทำให้เขาตกใจและต้องรวบรวมพลังสร้างเงาร่างขึ้นมา “พอแล้ว หยุดเถอะ!”
ถังอิงไม่คิดว่าเจ้าสำนักผู้นี้ จะถูกข่มขู่ให้ออกมาได้ง่าย ๆ เช่นนั้น
ลู่เฉินลุกขึ้นยืนและมองไปทางนักบวชชรา “อย่างไร? พร้อมจะพูดแล้วหรือ?”
”ข้าแค่ไม่อยากให้เจ้ามารบกวนเท่านั้นเอง” นักบวชชราตอบกลับอย่างไร้ยางอาย
เขายิ้มบาง ๆ “ถ้าเช่นนั้นก็ดี ตอบคำถามข้าให้ดีเถอะ”
”ขึ้นอยู่กับว่าเจ้าอยากรู้เรื่องอะไร” ขณะนี้นักบวชชราก็ยังคงพยายาม รักษาศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่น้อยนิดเอาไว้ เขาไม่อยากยอมรับว่าตนพ่ายแพ้ให้แก่ลู่เฉิน
ชายหนุ่มมองอีกฝ่ายพลางยิ้ม “สองคนที่ข้าต้องการถาม หนึ่งในนั้นคือโครงกระดูกนี่”
”เจ้าอยากรู้ว่าพวกเขาอยู่ที่ไหนหรือ?” นักบวชชราถามราวกับเข้าใจบางอย่าง
”ถูกต้อง!”
”พวกเขาซ่อนตัวพักฟื้นอยู่บนภูเขาแถวนี้ แต่ที่นั่นไม่เหมาะกับพวกเจ้าหรอก” นักบวชชราพูดข่มขู่
”เพราะเหตุใด?” ลู่เฉินอยากรู้
”ที่นั่นเต็มไปด้วยกลิ่นอายซากศพและพิษ คนทั่วไปจึงไม่อาจเหยียบย่างเข้าไปได้” นักบวชชราอธิบาย
ลู่เฉินเคยรู้สึกถึงพิษในบริเวณหนึ่งมาก่อน จึงไม่ได้ใส่ใจมากนัก แต่เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็หันไปมองนักบวชชรา “เช่นนั้นหรือ งั้นพาข้าไปเถิด”
”พาไป?” นักบวชชราถามอย่างไม่เต็มใจ
”อย่างไร? มีปัญหาหรือ?”
”ไอ้หนู ข้าตกลงตอบคำถามเจ้า แต่ไม่ได้ตกลงจะพาเจ้าไปหาพวกเขานะ” นักบวชชราพูดอย่างไม่พอใจ
”งั้นพวกเราลองประลองกันอีกรอบดีหรือไม่?” เขาย้อนถาม
นักบวชชราได้ยินเช่นนั้นก็รีบพูดอย่างหงุดหงิด “ช่างเถอะ พูดกับเจ้าไม่รู้เรื่องจริง ๆ!”
ชายหนุ่มหัวเราะเบา ๆ แล้วให้นักบวชชรานำทาง
นักบวชชราทำได้เพียงนำทางอย่างหงุดหงิดใจ
…
ระหว่างทาง นักบวชชราลอยไปดุจเงาสีเขียวริ้วหนึ่ง แต่ในใจกลับคิดหาทางหลบหนี
แต่ลู่เฉินเตือนว่า “หากเจ้าคิดจะหลบหนี ข้าจะทำลายพืชพรรณรอบ ๆ นี้ทั้งหมด โดยเฉพาะพวกที่อายุหมื่นปี”
เมื่อได้ยินดังนั้น นักบวชชราก็หงุดหงิด “เอาเถอะ ข้าจะไม่หนี”
”ดีแล้ว” ชายหนุ่มมองนักบวชชราพลางยิ้ม
นักบวชชราสาปแช่งในใจ ส่วนถังอิงที่อยู่ข้าง ๆ กล่าวชื่นชม “เจ้าช่างมีวิธีการจริง ๆ”
”คนแบบนี้ต้องตีให้หลาบจำ เขาถึงจะรู้ว่าตัวเองอ่อนแอแค่ไหน” คำพูดของลู่เฉินทำให้ถังอิงอดหัวเราะไม่ได้ “นั่นเป็นเพราะเจ้าแข็งแกร่ง หากเป็นคนอื่นคงโดนจัดการไปแล้ว”
ลู่เฉินหัวเราะเบา ๆ และไม่ได้พูดอะไรมาก ส่วนนักบวชชรานั้นเดินไปประมาณหนึ่งเค่อ ก็มาถึงบริเวณพื้นที่รอบนอกที่เต็มไปด้วยหมอกสีเทา จากนั้นก็พูดกับลู่เฉินว่า “เห็นหรือไม่ ล้วนเป็นพิษทั้งนั้น”
”ดูไม่เห็นจะมีอะไร” เขามองแล้วพูด
”ไม่มีอะไรงั้นหรือ? ไอ้หนู เจ้าลองโยนหินแห่งวิญญาณที่ไม่ใช้แล้วเข้าไปดูสิ” นักบวชชราเห็นลู่เฉินหยิ่งผยองเช่นนั้น ก็รู้สึกไม่พอใจขึ้นมาทันที
ลู่เฉินหยิบหินแห่งวิญญาณที่ไม่ใช้ขึ้นมา แล้วโยนไปทางนั้น
ทันใดนั้นหินแห่งวิญญาณที่ไม่ใช้พวกนี้ ก็กลายเป็นสีเทาทันที ก่อนสุดท้ายจะแตกร้าวทีละก้อน พร้อมกลายเป็นผงละเอียดแล้วสลายไป
ถังอิงตกใจ ส่วนนักบวชชราพูดอย่างภาคภูมิใจว่า “เห็นหรือไม่ พิษเหล่านี้ไม่ใช่พิษธรรมดา!”
ลู่เฉินพลันหัวเราะขึ้นมา
”หัวเราะอะไร?” นักบวชชราไม่รู้ว่าอีกฝ่ายหัวเราะเรื่องอะไร
ชายหนุ่มมองนักบวชชรา ก่อนจะหัวเราะอย่างประหลาดพลางกล่าวว่า “ดูเหมือนว่าข้าต้องให้เจ้าได้เห็น ความสามารถของข้าหน่อยแล้ว!”
”ความสามารถของเจ้า?” นักบวชชราไม่รู้ว่าลู่เฉินมีความสามารถอะไร ที่จะหลบหลีกพิษสีเทาเหล่านี้ได้
พวกเขาเห็นเพียงลู่เฉินเดินตรงเข้าไปในหมอก โดยไม่มีการป้องกันใด ๆ เลย นักบวชชราจ้องมองชายหนุ่มเหมือนมองคนบ้า “เจ้าอยากตายด้วยพิษจริง ๆ งั้นหรือ?”