ตำนานจอมราชันย์อหังการ - บทที่ 807 คุณชายหกแห่งโรงเหล้าฟ้าเหมันต์
บทที่ 807 คุณชายหกแห่งโรงเหล้าฟ้าเหมันต์
ลู่เฉินไม่อยากฟังเรื่องพวกนี้ ดังนั้นเขาจึงไม่สนใจคำพูดนั้นเลยแม้แต่น้อย ทำเพียงมองไปทางผู้เฒ่าชิงรากวิญญาณ “เจ้าแค่บอกข้ามาตรง ๆ ว่าจะหาเจ้าเมืองของพวกเจ้าได้ที่ไหนก็พอ”
“ท่าน… จะไปจริง ๆ หรือ?”
“ใช่!” เขาตอบอย่างแน่วแน่
ผู้เฒ่าชิงรากวิญญาณหงุดหงิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงพูดว่า “ข้าจะบอกท่าน แต่ท่านก็ต้องรับประกันความปลอดภัยของข้าด้วย”
“วางใจเถิด ข้ามีสมบัติมิติ สามารถให้เจ้าอยู่ข้างในได้ และเมื่อถึงเวลานั้นจะไม่มีใครมาจับตัวเจ้าไปได้” คำพูดเพียงประโยคเดียวของลู่เฉิน ทำให้ผู้เฒ่าชิงรากวิญญาณสบายใจขึ้นมาก จากนั้นก็บอกตำแหน่งที่แน่นอนให้เขา
ชายหนุ่มจึงซ่อนอีกฝ่ายไว้ในประตูไร้สรรพสิ่ง แล้วจัดการอารมณ์ ก่อนเดินออกจากห้องใต้ดิน
แต่เพิ่งเดินออกจากห้องใต้ดินมาถึงลานหลังของโรงเตี๊ยม รอบข้างก็ปรากฏกลุ่มคนสวมหน้ากาก และคลุมผ้าคลุมสีขาวอีกครั้ง คนเหล่านี้คือกลุ่มคนที่ก่อนหน้านี้ เงาสุราสั่งให้มาจับลู่เฉิน
“อะไรกัน? ยังจะจับข้าอีกหรือ?” เมื่อเห็นคนเหล่านี้ ลู่เฉินทำเพียงยิ้มเล็กน้อย
แต่คนเหล่านี้กลับไม่พูดอะไร ตรงกันข้าม ด้านหน้าโรงเตี๊ยมกลับดังเสียงโกลาหลขึ้นมา และมีคนตะโกนว่า “ดูสิ คุณชายหกแห่งโรงเหล้าฟ้าเหมันต์มาแล้ว!”
จากนั้นก็มีฝูงชนหลั่งไหลเข้ามา และท่ามกลางกลุ่มคนนั้น มีชายหนุ่มคนหนึ่งยืนอยู่
ชายหนุ่มคนนี้มีรากวิญญาณสวรรค์ไม่เลว แต่กลับมีข้อบกพร่องอยู่บ้าง จึงดูเหมือนว่าหน้าผากมีแสงมืดมัว ราวกับว่าอายุจะไม่ยืนยาว
แต่ผู้คนกลับสุภาพกับเขาเป็นอย่างมาก ต่างพากันแสดงความเคารพ “ท่านหกน้อย”
ชายหนุ่มที่ถูกเรียกว่าท่านหกน้อยคนนี้ จ้องมองลู่เฉินแล้วพูดว่า “เจ้าเป็นคนสั่งให้คนของวังทะเลภูเขา ปิดล้อมทะเลภูเขามารหรือ?”
ทุกคนได้ยินเช่นนั้นก็พากันตกใจ
“ไม่จริง เจ้าหมอนี่เป็นคนสั่งหรือ?”
“นี่… เป็นไปได้อย่างไร?”
ทุกคนไม่อาจเชื่อได้เลยว่าวังทะเลภูเขา จะยอมฟังคำสั่งของลู่เฉิน ขณะที่เขาถามว่า “มีธุระอะไร?”
“ข้าคือคุณชายหกแห่งโรงเหล้าฟ้าเหมันต์ ชื่อเทียนเซียว ทุกคนก็ชอบเรียกข้าว่าท่านหกน้อย” อีกฝ่ายแนะนำตัวทีละอย่าง
“อ้อ” ลู่เฉินไม่ได้ใส่ใจมากนัก
เทียนเซียวกลับแสดงความสุภาพต่อลู่เฉิน แล้วพูดว่า “เมื่อครู่ข้าได้ยินมาว่าท่านกับเถ้าแก่ของโรงเตี๊ยมพวกข้า เกิดเรื่องขัดแย้งไม่พอใจกันใช่หรือไม่?”
“มีอยู่บ้าง”
“หากท่านยินยอมให้ข้าออกจากทะเลภูเขามารแห่งนี้ ข้าจะให้เถ้าแก่คนนี้ของข้ามาคุกเข่าขอขมาท่านอย่างดี แล้วไม่ว่าท่านอยากได้เหล้าอะไร ก็จะได้ทั้งหมด” เทียนเซียวพูดอย่างจริงใจ
ทุกคนได้ยินเช่นนั้นก็พากันตกใจ เห็นได้ชัดว่าพวกเขาไม่คาดว่าเทียนเซียว จะยอมประนีประนอมกับลู่เฉิน
แต่ใครจะทราบว่าลู่เฉินกลับพูดออกมาว่า “เขาถูกข้าฆ่าไปแล้ว”
“อะไรนะ!?” ทุกคนที่อยู่ในสถานที่แห่งนั้นตกตะลึง
องครักษ์เสื้อคลุมขาวทยอยปล่อยพลังออกมาทีละคน ดูเหมือนจะลงมือ แต่เทียนเซียวถลึงตามองไปยังคนพวกนั้น “เก็บพลังของพวกเจ้าซะ!”
คนเหล่านี้จึงจำต้องเก็บพลังกลับไป
เทียนเซียวหันมามองไปยังลู่เฉิน แล้วพูดว่า “ในเมื่อเขาเป็นฝ่ายไม่สุภาพกับท่านก่อน เช่นนั้นการที่ท่านฆ่าเขาก็ไม่มีปัญหาอะไร”
ทุกคนพลันตกตะลึง
บางคนยิ่งกระซิบกันเบา ๆ ว่า “เหตุใดท่านหกน้อยคนนั้น ถึงกลัวเขาขนาดนี้?”
“คงกลัววังทะเลภูเขามั้ง”
“ก็จริง ตอนนี้วังทะเลภูเขาฟังคำสั่งของเจ้าหนูคนนี้ ท่านหกน้อยจึงไม่กล้าทำให้เขาลำบาก”
เทียนเซียวไม่ได้กลัวคำนินทาของผู้คน กลับมองไปยังลู่เฉินแล้วพูดว่า “ท่านวางใจเถอะ โรงเหล้าฟ้าเหมันต์ของข้าจะไม่ส่งคนมาจัดการท่าน เพราะเรื่องอาฆาตส่วนตัวเด็ดขาด”
ลู่เฉินมองเทียนเซียว “เจ้ากลัวข้าขนาดนั้นเลยหรือ?”
เทียนเซียวส่ายหน้า “ไม่ได้กลัว แต่ข้ามีเรื่องเร่งด่วน ข้าต้องรีบออกไป”
ชายหนุ่มได้ยินแล้วยิ้ม “เป็นเพราะพิษในตัวเจ้า ทำให้เจ้าต้องรีบออกไปต่างหาก”
ทุกคนไม่ทราบว่าลู่เฉินพูดถึงพิษอะไร แต่สีหน้าของเทียนเซียวเปลี่ยนไป อีกทั้งยังพูดด้วยความประหลาดใจว่า “ท่าน… รู้ว่าข้าถูกวางยาพิษหรือ?”
“เจ้าคิดว่าอย่างไรล่ะ?” ลู่เฉินถามกลับ
เทียนเซียวตกใจ จากนั้นก็มองไปทางลู่เฉินแล้วถาม “ขอถามหน่อย ท่านเป็นผู้อาวุโสท่านไหน?”
ผู้อาวุโส?
คนที่อยู่ในสถานที่แห่งนั้นไม่เข้าใจ แต่เทียนเซียวรู้ว่าหากลู่เฉินสามารถควบคุมวังทะเลภูเขาได้ ฝีมือของเขาย่อมต้องไม่ธรรมดาแน่นอน โดยเฉพาะตอนนี้ที่ยังสามารถมองออกว่าตนเองถูกพิษ ยิ่งทำให้เขาเคารพนับถือลู่เฉินอย่างยิ่ง
“แค่คนผ่านทางเท่านั้น” ลู่เฉินเพียงพูดออกมาลอย ๆ แล้วคิดจะจากไป
แต่เทียนเซียวกลับร้อนใจ “ผู้อาวุโส”
ลู่เฉินไม่ได้พูดอะไรและเดินออกจากโรงเตี๊ยมต่อไป ส่วนเทียนเซียวนั้นตามติดไม่ยอมห่าง อีกทั้งยังสั่งให้เหล่าองครักษ์ถอยออกไป ไม่ให้พวกเขามารบกวน ในทางกลับกัน คนที่มามุงดูต่างแสดงสีหน้าอยากรู้อยากเห็นทีละคน
“ผู้อาวุโส เพียงแค่ช่วยให้ข้าออกไปจากที่นี่ได้ ข้าก็ยินดีทำทุกอย่าง” เทียนเซียวอ้อนวอน
ลู่เฉินกลับพูดพลางเดินออกไปว่า “หากออกไปแล้ว พิษของเจ้าจะหายไปหรือ?”
“พูดตามตรง ที่โรงเหล้าฟ้าเหมันต์ของข้ามีสุราชนิดหนึ่ง สามารถกดข่มพิษของข้าได้ชั่วคราว”
“สุราแบบนี้ยิ่งใช้มาก ระยะเวลาในการกดข่มก็ยิ่งสั้นลงใช่หรือไม่” ลู่เฉินพูดราวกับสามารถมองทะลุทุกสิ่งทุกอย่าง
สีหน้าของเทียนเซียวเปลี่ยนไปอย่างมาก “ถูกต้อง อีกทั้งทุกครั้งที่ใช้ ระยะเวลาก็จะสั้นลงเรื่อย ๆ”
“ตอนนี้สั้นแค่ไหน แล้วต้องใช้สักครั้ง?”
“ตอนนี้ต้องใช้เดือนละครั้งแล้ว และหากใช้ในเร็ว ๆ นี้ คาดว่าจะเหลือครึ่งเดือนครั้ง จนกระทั่ง…” แม้เทียนเซียวจะรู้ว่าตนเองอายุไม่ยืน ทว่าก็อยากมีชีวิตอยู่ต่อ ต่อให้เหลือเพียงหนึ่งวันก็เป็นหนึ่งวัน
ลู่เฉินกลับรู้สึกอยากรู้อยู่บ้าง “ในเมื่อเจ้าตกอยู่ในอันตรายได้ตลอดเวลา แล้วทำไมยังจากบ้านออกมา?”
เทียนเซียวพูดตามตรงว่า “ความจริงแล้วข้าได้ยินว่าที่ทะเลภูเขามารแห่งนี้ เมื่อเร็ว ๆ นี้มีคนขายยาลูกกลอนชนิดพิเศษ และยาลกลอนนั้นสามารถควบคุมพิษในร่างกายข้าได้ แต่พอข้าหายาลูกกลอนนั้นเจอแล้วกลืนลงไป ถึงได้รู้ว่าเป็นของปลอม และพอจะกลับไป กลับได้ยินว่าที่นี่ถูกปิดล้อมไปแล้ว”
ลู่เฉินยิ้มมองเทียนเซียว “แค่นี้เองหรือ?”
“จริง ๆ นะ ข้าไม่ได้โกหกท่าน”
ชายหนุ่มเดินไปทางท่าเรือ พร้อมกับพูดขึ้นมาว่า “ความจริงแล้วการถอนพิษให้เจ้าไม่ใช่เรื่องยาก”
เมื่อเทียนเซียวได้ยินก็ดีใจขึ้นมาทันที “ท่าน… ท่านมีวิธีหรือ?”
“มี แต่ต้องใช้สมุนไพรจำนวนมาก อีกทั้งเจ้ากับข้าก็ไม่ใช่ญาติมิตร เหตุใดข้าต้องช่วยเจ้าด้วยเล่า?” ลู่เฉินถามย้อนกลับไป
เทียนเซียวพลันร้อนใจ เขาจ้องมองลู่เฉินแล้วพูดว่า “ขอเพียงท่านยินดีช่วยข้าถอนพิษ ข้ายกทั้งชีวิตให้ท่านก็ยังได้”
ลู่เฉินส่ายหน้าแล้วถามว่า “ข้าได้ยินว่าโรงเหล้าฟ้าเหมันต์ของพวกเจ้า น้ำที่ใช้หมักเหล้านั้น มาจากภูเขาฟ้าเหมันต์ใช่หรือไม่”
“ใช่” เทียนเซียวพยักหน้าตอบ
“เจ้ารู้จักภูเขาฟ้าเหมันต์นี้มากแค่ไหน?”
“ภูเขาฟ้าเหมันต์เป็นสถานที่ที่อุดมไปด้วย แหล่งน้ำอันเป็นเอกลักษณ์ พวกข้าจะส่งคนไปที่นั่นทุกระยะเวลาหนึ่ง และไม่เพียงเท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้คนอื่นมารบกวน ภูเขาฟ้าเหมันต์จึงห้ามคนนอกเข้า” เทียนเซียวอธิบายทีละข้อ
ลู่เฉินได้ยินแล้วจึงถามว่า “พูดอย่างนี้หมายความว่า นอกจากคนของพวกเจ้าแล้ว ภูเขาฟ้าเหมันต์ไม่มีคนนอกเลยหรือ?”
“ถูกต้อง”
ลู่เฉินกลับรู้สึกสงสัยเล็กน้อย ‘แต่ผู้เฒ่าชิงรากวิญญาณบอกว่า เจ้าเมืองอยู่ที่ภูเขาฟ้าเหมันต์’
แต่ตอนนี้เทียนเซียวกลับไม่เคยได้ยินว่ามีคนนอกอยู่ที่นั่น เขาจึงหลับตาลง พร้อมสื่อสารกับผู้เฒ่าชิงรากวิญญาณ จากนั้นผู้เฒ่าชิงรากวิญญาณก็พูดมาประโยคหนึ่ง ลู่เฉินจึงเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
“ผู้อาวุโส ท่านเป็นอะไรไปหรือ?” เมื่อเห็นลู่เฉินหลับตาลง เทียนเซียวก็สงสัยขึ้นมา
“ข้าจะช่วยเจ้า แต่หลังจากเรื่องจบแล้ว เจ้าต้องให้ข้าไปยังภูเขาฟ้าเหมันต์” ลู่เฉินพูดจบก็มองไปยังเทียนเซียว อยากดูปฏิกิริยาของเขา
เทียนเซียวตกใจขึ้นมา “ภูเขาฟ้าเหมันต์หรือ?”
“ถูกต้อง!”
เทียนเซียวเผยสีหน้าหนักแน่น “ภูเขาฟ้าเหมันต์นั้นมีภูมิประเทศซับซ้อนมาก อีกทั้งยังมีค่ายกลแปลกประหลาดอีกมากมาย ไม่ทราบว่าผู้อาวุโสจะไปที่นั่นทำไม?”
“เรื่องนี้เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้” ลู่เฉินตอบกลับไปตรง ๆ
เทียนเซียวคิดครู่หนึ่ง แล้วจึงพูดว่า “วางใจเถิด ตราบใดที่ท่านช่วยข้า ข้าก็จะทุ่มสุดกำลัง เพื่อช่วยให้ท่านเข้าไปได้เช่นกัน”
ลู่เฉินยิ้มเล็กน้อย “ไปกันเถอะ”
เทียนเซียวดีใจมาก เขาเร่งก้าวตามจังหวะเท้าของลู่เฉิน แต่เมื่อใกล้จะถึงท่าเรือ ถังอิงกลับโผล่ออกมา อีกทั้งยังเอามือทั้งสองข้างเท้าเอว และพูดด้วยสีหน้าโกรธเกรี้ยวว่า “คิดจะทิ้งข้าไปหรือ?”