ตำนานราชาแห่งทหารรับจ้าง - ตอนที่ 84: ข้าจะไปเจรจาเอง (3)
กิสเลนมองโลเวลล์ด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน เขาไม่แน่ใจว่าโลเวลล์เป็นคนกล้าหรือเพียงแค่โง่เขลา แต่สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ ชายคนนี้กระตุ้นความสนใจของเขา
ต่างจากพวกโง่อื่นๆ ที่ได้แต่ร้องขอความเมตตาหรือยกเอาธรรมเนียมประเพณีมาอ้าง โลเวลล์กลับเน้นถึงประโยชน์ของตัวเอง ซึ่งทำให้เขาโดดเด่นกว่าใคร
และเขาก็ดูมั่นใจในความสามารถของตัวเอง นั่นยิ่งทำให้กิสเลนรู้สึกสนใจ
กิสเลนหัวเราะเบาๆ ก่อนพยักหน้าให้กิลเลียน
“เอาตัวเขาไปขังไว้ก่อน พาไปที่คุกใต้ดิน”
โลเวลล์ไม่ได้มีดีแค่การจัดการเรื่องเอกสาร แต่เขายังเคยบริหารกองทัพและทำหน้าที่เป็นนักวางกลยุทธ์อีกด้วย เขาน่าจะรู้อะไรหลายอย่างเกี่ยวกับการเตรียมการและแผนการของสงคราม กิสเลนตั้งใจจะสอบสวนเขาในภายหลังเพื่อประเมินคุณค่าที่แท้จริง
ระหว่างที่กอร์ดอนพาเขาออกไป กอร์ดอนกระซิบด้วยความทึ่ง “ข้าไม่เคยเห็นใครคำนวณได้เร็วขนาดนั้นเลย แม้คำตอบจะผิดไปหน่อย แต่ความเร็วแบบนั้นสุดยอดมาก! สอนข้าคำนวณแบบนั้นที!”
“…”
กอร์ดอนดูชื่นชมจริงจัง แต่โลเวลล์กลับนิ่งเงียบ เพราะกลัวว่าหากตอบอะไรออกไป เขาอาจลดตัวเองลงไปอยู่ในระดับเดียวกัน
หลังจากโลเวลล์ถูกพาตัวไปแล้ว การคัดแยกผู้คนที่ถูกจับกุมก็ยังดำเนินต่อไป หลายคนถูกประหาร ขณะที่ผู้รอดชีวิตนั่งสั่นด้วยความหวาดกลัว
สโคแวน ซึ่งไม่สามารถแทรกแซงได้ ได้แต่เดินวนไปมาพลางพึมพำกับตัวเอง “นี่มันไม่ถูกต้องเลย นี่มันไม่ถูกต้อง” แต่ก็ไม่มีสิ่งใดที่เขาจะทำได้
“กองลาดตระเวนแห่งป่าอสูรจะอยู่ที่นี่เพื่อรักษาความสงบ พ่อของข้าจะส่งกำลังเสริมมาเร็วๆ นี้ ตอนนี้ให้คุมตัวทหารจากดิกัลด์ที่เหลือไว้ และเฝ้าดูอย่างใกล้ชิด”
“ค-ครับ! เข้าใจแล้ว!” สโคแวนตอบอย่างรวดเร็ว พลางเหลือบมองกิสเลนด้วยความกระวนกระวาย ดูเหมือนกิสเลนจะวางแผนทั้งหมดนี้ไว้ตั้งแต่ต้น
เพอร์เดียมจงเจริญ! นายน้อยจงเจริญ!
“นายน้อย! มองมาทางนี้หน่อย!”
“กองทหารรับจ้างนี่เท่จริง!”
“นายน้อยกับกองทหารรับจ้างช่วยพวกเราไว้!”
กองทหารรับจ้างต่างอึ้งกับการต้อนรับที่ไม่คาดคิด ก่อนหน้านี้ตอนพวกเขาอยู่ในเพอร์เดียม ชาวเมืองแทบไม่สนใจพวกเขา บางครั้งก็ซุบซิบลับหลัง พวกเขาเคยชินกับการถูกเมินเฉย เพราะไม่ว่าพวกเขาจะไปที่ไหน ก็แทบไม่เคยได้รับการต้อนรับที่อบอุ่น
แต่วันนี้เสียงเชียร์จากประชาชนที่ดูมีความสุขและจริงใจ ทำให้พวกเขารู้สึกภาคภูมิใจในตัวเอง
“เฮ้อ… ไม่เลวนะ ความรู้สึกนี้”
“ก็แค่ทำตามคำสั่งไปเท่านั้นเอง”
“ตอนนั้นยังไม่รู้เลยว่ากำลังทำอะไรอยู่ สู้กันอย่างบ้าคลั่งไปวันๆ ฮ่าๆ”
ในขณะที่กองทหารรับจ้างยังงุนงงกับสถานการณ์ กิสเลนกลับโบกมือให้ฝูงชนด้วยรอยยิ้มอย่างสบายใจ เขาเคยผ่านการเฉลิมฉลองเช่นนี้มานับครั้งไม่ถ้วนในชีวิตก่อนหน้า จึงไม่มีเหตุผลให้เขาต้องประหม่า
เพียงสามวันหลังสงครามจบลง ข่าวเกี่ยวกับชัยชนะของเขาก็แพร่กระจายไปทั่วดินแดน ทหารที่รอดชีวิตนำเรื่องราวกลับมาเล่าสู่กันฟังจนทุกมุมเมืองรู้ถึงเหตุการณ์
ตอนแรกประชาชนยังไม่เชื่อ แต่เมื่อได้ยินเรื่องราวซ้ำๆ จากหลายแหล่ง ก็จำต้องยอมรับความจริง และเมื่อไม่มีใครรู้รายละเอียดที่แท้จริง ข่าวลือจึงเริ่มเกินจริงขึ้นเรื่อยๆ
“ข้าได้ยินว่านายน้อยแอบเรียนเวทมนตร์! เขาเป็นจอมเวทวงเวทที่ 100 เลยนะ!”
“เจ้าโง่! ไม่มีอะไรอย่างวงเวทที่ 100 หรอก! ไม่ เขาไปทำสัญญากับปีศาจต่างหาก ขายวิญญาณแลกพลังมา นั่นแหละทำไมก่อนหน้านี้ถึงดูเหมือนคนเสียสติ—เพราะเขาเป็นปีศาจในคราบมนุษย์!”
ในชีวิตก่อนหน้า เขาเคยได้รับเสียงเชียร์และคำยกย่องมากมายนับไม่ถ้วน ยิ่งใหญ่และหรูหรายิ่งกว่านี้
ในฐานะราชาแห่งทหารรับจ้าง เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นยอดฝีมือ ไม่ว่าเขาจะไปที่ไหน
แต่การเฉลิมฉลองเหล่านั้นกลับจบลงด้วยความเดียวดายและความว่างเปล่า
เขาเคยช่วยชีวิตผู้คน ปกป้องพวกเขา และต่อสู้เพื่อพวกเขา แต่…
สุดท้าย ไม่มีสิ่งใดสามารถเติมเต็มความว่างเปล่าภายในใจของเขาได้
เมื่อพวกเขาผ่านฝูงชนที่ส่งเสียงเชียร์และมาถึงประตูปราสาท สิ่งที่รออยู่ข้างหน้าคือภาพที่ยิ่งใหญ่กว่า
เสียงอันกึกก้องของอัศวินดังก้อง
“ชูอาวุธขึ้น!”
เมื่ออัศวินออกคำสั่ง ทหารทุกนายยกหอกขึ้นพร้อมเพรียงกัน สร้างซุ้มโค้งทางเดิน ทหารกว่าพันนายยืนตรงอย่างพร้อมเพรียง แม้ยังเต็มไปด้วยคราบฝุ่นและร่องรอยจากสงคราม แต่การปรากฏตัวของพวกเขากลับทรงพลัง
กิสเลนก้าวเดินผ่านเส้นทางที่ถูกสร้างขึ้นอย่างช้าๆ พลางซึมซับบรรยากาศนั้น
หลังแนวทหารเหล่านั้นคืออัศวินแห่งเพอร์เดียม แม้จำนวนจะน้อย แต่พวกเขาคือเหล่านักรบชั้นเลิศที่เป็นความภาคภูมิใจของเพอร์เดียม
เหล่าอัศวินที่เคยดูถูกและเมินเฉยต่อกิสเลน บัดนี้ยืนอยู่พร้อมหน้าในชุดเกราะเต็มยศ รอรับการกลับมาของเขา
“แด่ทายาทแห่งเพอร์เดียม เราขอแสดงความเคารพ!”
อัศวินที่ยืนอยู่แถวหน้าเปล่งเสียงพลางชูดาบขึ้นตรงระดับอก
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!
เหล่าอัศวินที่เหลือทำตามพร้อมเพรียง เสียงของพวกเขาก้องกังวานไปทั่วลานปราสาท
นี่คือเกียรติสูงสุดที่อัศวินสามารถมอบให้ได้
เมื่อข่าวการกลับมาของนายน้อยแพร่สะพัด ไม่มีใครสั่งให้พวกเขามารวมตัวกัน ทุกคนมาด้วยความเต็มใจของตนเอง
หลังจากนั้นเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ของความเงียบ ก่อนที่เหล่าทหารจะเข้าร่วม ส่งเสียงเชียร์อย่างล้นหลาม
“ว๊าาาาา!”
“กิสเลน เพอร์เดียมจงเจริญ!”
การป้องกันเพอร์เดียมครั้งนี้ได้กลายเป็นตำนานสงครามที่ควรค่าแก่การจารึกในประวัติศาสตร์ พวกเขาทำลายกองทัพที่มีจำนวนมากกว่าอย่างล้นหลาม และคว้าชัยชนะในสงครามที่ใครๆ ต่างคิดว่าไม่มีทางชนะได้
ไม่มีใครกล้าดูแคลนความสำเร็จนี้อีกต่อไป และทุกคนต่างตื่นเต้นที่จะเฉลิมฉลองฮีโร่แห่งชัยชนะ
นายน้อยผู้เคยถูกมองว่าเป็นแกะดำและตัวปัญหาของแคว้น บัดนี้ชื่อเสียงในอดีตได้จางหายไป เหลือเพียงความเคารพที่ทุกคนมีต่อเขา
เสียงเชียร์ที่เริ่มจากเหล่าอัศวินและทหาร ค่อยๆ แพร่ไปยังประชาชน
“ว๊าาาา! นายน้อยคือที่สุด!”
“กิสเลน เพอร์เดียมจงเจริญ!”
“ขอเทพธิดาประทานพรแก่นายน้อย!”
“ดาบแห่งเพอร์เดียม!”
“หมาป่าแห่งแดนเหนือที่แท้จริง!”
แม้แต่กองทหารรับจ้างที่เคยถูกมองว่าเป็นเพียงพวกสวะ ก็ได้รับเกียรติร่วมไปด้วย แม้การคำนับของเหล่าอัศวินจะมอบให้แก่กิสเลนโดยตรง แต่กองทหารรับจ้างก็ไม่อาจหลีกหนีจากเกียรติอันยิ่งใหญ่นี้
“โอ้ ดีจริงที่ยังรอดชีวิตมาได้!”
“ไม่เคยมีใครต้อนรับข้าแบบนี้มาก่อน!”
“นี่มันเหลือเชื่อ!”
กิสเลนมองไปรอบๆ เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสุขและความตื่นเต้น ก่อนจะหลับตาลง
‘มันต่างออกไป’
ในชีวิตก่อนหน้า เขาเคยได้รับเสียงเชียร์และคำยกย่องมากมายนับไม่ถ้วน ยิ่งใหญ่และหรูหรายิ่งกว่านี้
ในฐานะราชาแห่งทหารรับจ้าง เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นยอดฝีมือ ไม่ว่าเขาจะไปที่ไหน
แต่การเฉลิมฉลองเหล่านั้นกลับจบลงด้วยความเดียวดายและความว่างเปล่า
เขาเคยช่วยชีวิตผู้คน ปกป้องพวกเขา และต่อสู้เพื่อพวกเขา แต่…
สุดท้าย ไม่มีสิ่งใดสามารถเติมเต็มความว่างเปล่าภายในใจของเขาได้
เขาได้สูญเสียคนที่รัก เพื่อนฝูง และประชาชนของเขาไปหมดแล้ว
ไม่มีสิ่งใดมาทดแทนสิ่งที่หายไปได้
แต่ครั้งนี้มันแตกต่างออกไป
ผู้คนที่ยิ้มแย้มและโบกมือให้เขานั้นยังมีชีวิตอยู่
แม้การเฉลิมฉลองครั้งนี้จะไม่ได้ยิ่งใหญ่หรือหรูหราเหมือนที่เขาเคยสัมผัสมาก่อน แต่มันกลับมีความหมายมากกว่าสำหรับเขาในตอนนี้
‘…’
ความขอบคุณอย่างเรียบง่ายนี้กลับจริงใจยิ่งกว่าคำยกย่องอันประณีตที่เขาเคยได้รับ
“พี่ชาย!”
“นายน้อย!”
เอลีน่าและราเชลวิ่งเข้ามาพร้อมรอยยิ้มสดใส
เหล่าคนรับใช้ในคฤหาสน์ตามมาข้างหลัง โบกไม้โบกมือและส่งเสียงเชียร์ต้อนรับการกลับมาของเขา
ใบหน้าของพวกเขาไร้ซึ่งความหวาดกลัว เพราะพวกเขารู้ว่านายน้อยของพวกเขาได้เปลี่ยนไปแล้ว
“โอ้ นายน้อย! ในที่สุดท่านก็กลับมาแล้ว!”
โฮเมิร์นปาดเหงื่อบนหน้าผากพลางเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มโล่งใจ
แม้แต่โฮเมิร์นผู้ที่ชอบบ่นอยู่เสมอก็ยังดูมีความสุขที่เห็นเขากลับมา
“การเจอรูนสโตนนั่นไม่ใช่แค่เรื่องฟลุคแน่ๆ ข้าได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับท่านมานับไม่ถ้วนแล้ว”
“ท่านเหมือนอสูรกายยามเข้าสู้ ข้านึกว่าท่านเอาแต่ขี้เกียจเสียอีก แต่ท่านคงซุ่มฝึกมาตลอดใช่ไหม?”
แม้แต่อัลเบิร์ตที่ปกติจะเย็นชาและห่างเหินก็ยังยิ้มออกมา ส่วนแรนดอล์ฟเองก็ปกปิดความภาคภูมิใจของเขาไว้ไม่มิด
และแล้ว จากภายในปราสาท บุคคลที่กิสเลนคิดถึงที่สุด คนที่เขารู้สึกผิดกับมากที่สุด ก็ค่อยๆ ก้าวออกมา
“เจ้ากลับมาแล้ว กลับมาอย่างปลอดภัย”
ซวอลเตอร์ บิดาของเขา ยืนยิ้มอย่างอบอุ่นที่สุดต้อนรับลูกชาย
ทันใดนั้น ความรู้สึกหลากหลายก็ท่วมท้นเข้ามาในหัวใจของกิสเลน เขาสูดลมหายใจลึก พยายามค้นหาคำพูดที่เหมาะสม
นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกถึงความสมบูรณ์ในจิตใจ ความรู้สึกที่เขาไม่เคยมีมาก่อนในชีวิตที่ผ่านมา
เหตุผลที่เขากลับมา
ผู้คนที่เขารักกำลังต้อนรับเขาด้วยอ้อมแขนที่เปิดกว้าง ภาพที่เขาเคยได้แต่วาดฝัน
เขากลับมาเพื่อพวกเขา
และเขาจะต่อสู้เพื่อพวกเขาต่อไป ไม่ว่าเมื่อใดก็ตาม
ในตอนนี้ เขาได้พูดคำที่ไม่เคยพูดออกมาได้ในอดีต
กิสเลนยิ้ม—รอยยิ้มที่แท้จริง—สิ่งที่เขาไม่เคยทำได้ในชีวิตก่อน
“ข้ากลับมาแล้ว ท่านพ่อ”