ตำนานราชาแห่งทหารรับจ้าง - ตอนที่ 96: วันนี้เองสินะ (6)
“……อะไรนะ?”
บารอนออสเทิร์นถามด้วยน้ำเสียงไม่เชื่อหูตัวเอง แต่กิสเลนไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติม เขาเพียงเดินออกจากประตูไปเงียบ ๆ
ไม่นานหลังจากนั้น เสียงตะโกนด้วยความเดือดดาลก็ดังขึ้นจากหลังประตูที่ปิดอยู่ แสดงว่าบารอนเพิ่งตระหนักได้ว่ากิสเลนคือขุนนางจากลูทาเนีย
กิสเลนรวมตัวทหารรับจ้างที่รออยู่ในห้องโถงแล้วพาทุกคนออกจากปราสาท
เบลินดาสังเกตเห็นสีหน้าของอัศวินที่นำทางพวกเขา ซึ่งดูเหมือนจะไม่ค่อยพอใจนัก เธอจึงเดินเข้ามาหากิสเลนและกระซิบถาม
“เกิดอะไรขึ้น? เรื่องไม่ราบรื่นเหรอ?”
“เปล่า ทุกอย่างเรียบร้อยดี เราแค่ต้องรออีกนิด”
“แต่ทำไมเขาถึงดูเหมือนคนที่กำลังจะตายล่ะ?”
“ใครจะไปรู้? บางทีเขาอาจจะปวดท้องก็ได้”
เบลินดาจ้องกิสเลนด้วยสายตาหงุดหงิดอย่างชัดเจน
เธอกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ทันใดนั้น หญิงสาวคนหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้น ถูกลากมาโดยอัศวินสองคน เธอดูโทรม เสื้อผ้าที่สวมอยู่ก็ขาดรุ่งริ่ง ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความงุนงงเหมือนไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงถูกพามาที่นี่
อัศวินคนหนึ่งที่พาเธอมาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่พยายามเก็บอารมณ์สุดกำลัง
“เจ้าถูกปล่อยตัวแล้ว มีคนจ่ายค่าไถ่ให้เจ้า”
“ใคร…?” หญิงสาวเงยหน้ามองด้วยความตกใจ
ใครกันที่จะยอมจ่ายเงินมหาศาลขนาดนี้เพื่อเธอ? สองพันเหรียญทองไม่ใช่จำนวนเงินที่ใครจะจ่ายง่าย ๆ โดยเฉพาะเพื่อเธอ
เธอหันไปเห็นชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่ตรงนั้น เขาอาจจะดูเรียบง่ายกว่าที่เธอเคยจำได้ แต่เธอจำเขาได้ทันที
เขาคือชายคนที่เธอเคยรักและคิดว่าคงไม่มีวันได้พบอีก—คู่หมั้นของเธอ
“คลอดด์!”
“แอนนา!”
ไม่ลังเลแม้แต่น้อย ทั้งคู่โผเข้าหากันและกอดกันไว้แน่น น้ำตาไหลพราก
“ทำไม! ทำไมถึงทำแบบนี้!”
“ข้าขอโทษ… ที่มาช้า”
ขณะที่ทั้งสองกอดกันและร้องไห้อย่างสะอื้น เบลินดาก็ได้แต่ยืนหน้างอพลางเบ้ปาก
“พวกเขาเป็นคนรักกันหรือญาติ? หรือว่านายน้อยรู้เรื่องนี้มาก่อนแล้ว?”
เบลินดาคิดในใจอย่างสงสัย ตั้งแต่ตอนที่กิสเลนหยิบรูนสโตนขึ้นมาแล้วอ้างว่ามีคนที่ต้องไปพบ จนถึงตอนนี้ ทุกอย่างดูเหมือนถูกเตรียมไว้ล่วงหน้าอย่างแปลกประหลาด
“เขายังพูดเรื่องโดนตัดมือถ้ามาช้าเกินไปอีก”
พอพวกเขามาถึง กิสเลนก็เจอคลอดด์ซึ่งกำลังจะโดนตัดมือโดยไม่ต้องถามอะไรเลย แล้วก็ยอมจ่ายเงินทันที
เหมือนกับว่ากิสเลนรู้เหตุการณ์ทั้งหมดล่วงหน้าและเตรียมพร้อมทุกอย่างไว้แล้ว
เบลินดาทนไม่ไหวจึงถามออกไป “ท่านรู้เรื่องทั้งหมดนี้มาก่อนใช่ไหม?”
“ประมาณนั้น” กิสเลนตอบ
“รู้ได้ยังไง?”
“ข้าทำการสืบข้อมูลมานิดหน่อย”
คำตอบของกิสเลนฟังดูไม่ใช่เรื่องที่เกินความจริง แต่คำถามที่ยังค้างในใจของเบลินดาคือ เขาทำการสืบเรื่องนี้ตอนไหน?
เบลินดาหรี่ตาจ้องมองกิสเลน พยายามหาคำตอบจากท่าทางของเขา แต่เธอก็ไม่ได้อะไรเพิ่มเติม
“แล้วท่านรู้ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาสองคนไหม?”
“รู้สิ พวกเขาเป็นคนรักกัน”
“โอ้ เรื่องช่วยคนรักอย่างกล้าหาญงั้นหรือ ช่างเป็นเรื่องโรแมนติก”
เบลินดามองไปยังคลอดด์และแอนนา ผู้ที่ยังยืนกอดกันและร้องไห้อยู่ แม้เธอจะไม่รู้รายละเอียดทั้งหมด แต่เมื่อรู้ว่าคลอดด์ยอมทำทุกอย่างเพื่อช่วยคนรักของเขาออกมา มันก็ทำให้เธอมองเขาดีขึ้นเล็กน้อย
ถึงแม้เธอยังไม่สามารถยอมรับนิสัยเล่นการพนันของเขาได้ก็ตาม
“เกิดอะไรขึ้นกับพวกเขากันแน่?” เธอถามต่อ
กิสเลนลูบคางอย่างครุ่นคิดก่อนตอบ
“อาจารย์ของคลอดด์ตายเพราะเขา”
“อะไรนะ?”
“และผู้หญิงคนนั้นคือ ลูกสาวของอาจารย์เขา”
“ว่าไงนะ?”
ทั้งเบลินดาและทหารรับจ้างที่แอบฟังอยู่ใกล้ๆ ถึงกับอ้าปากค้างด้วยความตกใจ
“เดี๋ยวนะ พวกเขาไม่ใช่คนรักกันเหรอ? แล้วเขาเป็นคนฆ่าพ่อเธอ?”
“เขาไม่ได้ฆ่าตรงๆ แต่เป็นเพราะเขา”
“นั่นมันก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่เลยไม่ใช่หรือ?”
“มันไม่เหมือนกันเลยสักนิด” กิสเลนพูดขณะกอดอก สีหน้าบ่งบอกว่ากำลังเลือกคำพูดอย่างระมัดระวัง
“อาจารย์ของเขาเกี่ยวข้องกับกลุ่มปฏิวัติ”
“กลุ่มปฏิวัติ?!”
เบลินดาและทหารรับจ้างสะดุ้งสุดตัว ด้วยความตกใจที่คิดว่าไม่น่าจะเจอเรื่องใดมาเหนือความคาดหมายได้อีกแล้ว แต่กลับต้องประหลาดใจซ้ำเข้าไปอีก
กลุ่มปฏิวัติ เป็นกลุ่มติดอาวุธที่โด่งดังไปทั่วทั้งทวีป ด้วยอุดมการณ์ที่เน้นเรื่องความเท่าเทียมและการแบ่งปัน ทว่าในช่วงแรกพวกเขาได้รับการสนับสนุนอย่างล้นหลาม แต่ในตอนนี้กลับถูกตราหน้าว่าเป็นอาชญากรระดับทวีปไปเสียแล้ว
“แล้วสองคนนั้นรอดมาได้ยังไง?”
กลุ่มปฏิวัติมีเป้าหมายในการล้มล้างระบอบการปกครองปัจจุบัน ดังนั้นทางอาณาจักรจึงไม่มีทางปล่อยให้ใครก็ตามที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มนี้มีชีวิตรอด คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องล้วนถูกประหารอย่างไม่เว้น
กิสเลนอธิบายด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง
“ถ้าจะพูดให้ถูกต้อง พวกเขาถูกใส่ความว่าเกี่ยวข้องกับกลุ่มปฏิวัติต่างหาก อาจารย์ของคลอดด์เป็นถึงหัวหน้าสถาบันราชวิทยาลัยแห่งเซรอน”
อาจารย์ของคลอดด์ไม่ได้เป็นเพียงแค่หัวหน้าสถาบัน แต่ยังเป็นนักปราชญ์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังและมีอิทธิพลทางการเมืองอย่างมาก อย่างไรก็ตาม กลุ่มขุนนางที่เป็นศัตรูกับเขามองว่าเขาเป็นตัวปัญหาเกินไป พวกนั้นจึงปลอมแปลงหลักฐานเชื่อมโยงเขากับกลุ่มปฏิวัติเพื่อป้ายความผิดให้เขา
และคนที่ส่งมอบหลักฐานเท็จนั้นไปให้อาจารย์ของเขาก็คือ คลอดด์ โดยที่เขาไม่รู้ตัว
“เขาหักหลังอาจารย์ตัวเองเหรอ?”
“แน่นอนว่าไม่ ทำไมคนที่มีอนาคตสดใสถึงจะเข้าไปพัวพันเรื่องพวกนี้ได้ล่ะ? เขาถูกหลอกต่างหาก เขามัวแต่หมกมุ่นอยู่กับการเรียนจนไม่เข้าใจโลกภายนอกเลย”
คลอดด์ในตอนนั้นยังไร้เดียงสาเกินไป เขาไม่เคยสงสัยอะไรเลย แค่ส่งจดหมายที่เขาคิดว่าสำคัญให้อาจารย์ แต่กลับกลายเป็นว่ามันถูกใช้เป็นหลักฐานในการกล่าวหาอาจารย์ว่าเกี่ยวข้องกับกลุ่มปฏิวัติ
แม้ว่าจะมีแผนการซับซ้อนอื่นๆ อยู่เบื้องหลัง แต่สุดท้าย การกระทำของคลอดด์นี่แหละที่จุดชนวนให้เกิดข้อกล่าวหาเท็จต่ออาจารย์ของเขา
‘เขาต้องใช้ชีวิตทั้งชีวิตอยู่กับความรู้สึกผิดและเสียใจเพราะเรื่องนี้’ กิสเลนคิดในใจ พร้อมกับรอยยิ้มขมขื่นที่ผุดขึ้นบนใบหน้า
“สุดท้าย อาจารย์ของเขาเลือกที่จะยอมตายอย่างเงียบๆ เพื่อปกป้องสองคนนั้น ส่วนแอนนา ซึ่งเป็นครอบครัวโดยตรงก็ถูกจับไปเรียกค่าไถ่ แต่พวกเขาไม่มีเงินพอจะจ่าย เธอเลยต้องจบลงที่นี่”
“โธ่เอ๋ย…” เบลินดาอุทานด้วยความตกใจ
“นั่นแหละเหตุผลที่คลอดด์แบกรับความรู้สึกผิดอย่างหนักไว้กับอาจารย์และคู่หมั้นของเขา”
“แล้วเหตุผลที่เขาเล่นพนัน…”
“ก็ไม่มีใครอยากจ้างเขา ใครกันจะอยากจ้างคนที่เคยมีส่วนพัวพันกับการกบฏ ต่อให้มันเป็นทางอ้อมก็ตาม?”
เหล่าทหารรับจ้างบางคนถอนหายใจและส่ายหน้าเบาๆ
“เขาต้องการช่วยแอนนา แต่ไม่มีทางหาเงินจำนวนมากขนาดนั้นได้ เลยยอมแพ้ในชีวิต หวังพึ่งปาฏิหาริย์”
“ชีวิตคนเราจะพังทลายก็แค่ชั่วพริบตาเดียว”
“เขาได้เรียนรู้แล้วว่าความโหดร้ายของโลกเป็นยังไง แต่ราคาที่เขาต้องจ่ายมันสูงเกินไป… ทั้งอาจารย์ อนาคตที่สดใส และผู้หญิงที่เขารัก”
“ใช่…”
ปากของเบลินดาแห้งผาก เธอถามเรื่องนี้เพราะความสงสัย แต่พอได้ฟังเรื่องราว กลับทำให้เธอรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก นั่นสินะ… ที่มาของเหตุผลที่กิสเลนตัดสินใจช่วยนักพนันที่มีอดีตแบบนี้
ทางด้านคลอดด์และแอนนา หลังจากที่ร้องไห้จนพอแล้ว ตอนนี้พวกเขาก็เริ่มมีท่าทีอึดอัดต่อกัน
มันไม่ใช่ความผิดของคลอดด์ที่อาจารย์ต้องตาย และแอนนาก็รู้ว่าเธอไม่อาจโทษเขาได้ทั้งหมด แต่เมื่อเกิดเรื่องเลวร้ายขึ้น มันเป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่จะต้องการโยนความผิดให้ใครสักคน
สายตาของแอนนาที่มองคลอดด์นั้นเต็มไปด้วยความโล่งใจปนความแค้นเคือง
“แต่คลอดด์ คนพวกนี้คือใครเหรอ?” เธอถามขึ้น
“คนนี้…คือขุนนางที่จ่ายค่าไถ่ให้”
คลอดด์ยิ้มขมๆ เขาเองก็ยังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าทำไมกิสเลนถึงช่วยเขา
เพื่อดึงตัวเขามาร่วมงานงั้นเหรอ?
ถ้ากิสเลนมีเงินมากขนาดนั้น จะไปหาคนที่มีฝีมือกว่านี้มาร่วมงานก็ยังได้
แม้ในตอนนี้ คลอดด์ก็ยังไม่สามารถเชื่อใจกิสเลนได้เต็มที่
เมื่อเห็นสีหน้าที่อึดอัดของคลอดด์ แอนนาก็ยิ่งมั่นใจว่าจะต้องมีเงื่อนไขอะไรบางอย่างติดมาด้วยแน่ๆ
แต่ไม่ว่าเงื่อนไขจะเป็นอะไร เธอก็ยังคงรู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างมากกับชายที่ยอมจ่ายเงินจำนวนมหาศาลเพื่อช่วยพวกเธอ
“ขอบคุณค่ะ ขอบคุณจริงๆ”
แอนนาก้มศีรษะลงซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างสำนึกบุญคุณ คล้ายคนที่กำลังขออภัยโทษ
กิสเลนมองเธอด้วยแววตาเวทนา เธอคงคิดว่าเขาตั้งเงื่อนไขที่เป็นไปไม่ได้ให้คลอดด์
ในอาณาจักรแห่งนี้ ไม่มีใครอยากจ้างคนอย่างคลอดด์ ผู้ที่ถูกมองว่ามีมลทินจากความเกี่ยวข้องกับกบฏ ถึงแม้จะมีใครรับจ้างเขา ก็คงทำเพื่อเอาเปรียบ เสนอเงื่อนไขที่ไม่เป็นธรรม เพื่อชดเชยความเสี่ยง
พูดง่ายๆ มันไม่ต่างจากการถูกจับตัวไว้ที่ออสเทิร์นเลย
“ไม่ต้องเป็นทางการขนาดนั้นหรอก ข้าทำเพราะข้าอยากทำเอง” กิสเลนตอบด้วยน้ำเสียงเรียบง่าย โดยไม่คิดจะแก้ความเข้าใจผิดของเธอ
เพราะไม่ว่าเขาจะอธิบายอย่างไร เธอก็คงไม่เชื่อ จนกว่าจะได้สัมผัสด้วยตัวเอง
ไม่เสียเวลาให้เปล่าประโยชน์ กิสเลนและกลุ่มของเขาพาคลอดด์กับแอนนาไปยังโรงเตี๊ยม
กระเป๋าของพวกเขาหนักอึ้งขึ้นมาแล้ว เพราะทอง 1,000 เหรียญที่ได้มาจากออสเทิร์น
ด้วยเงินสำหรับการเดินทางที่เหลือเฟือ กิสเลนและกลุ่มของเขาจึงเลือกเข้าพักในโรงเตี๊ยมที่ใหญ่ที่สุดซึ่งอยู่ติดกับบ่อนพนันคราเคน
หลังจากที่ทุกคนจัดแจงเข้าที่พักเรียบร้อยแล้ว คลอดด์ก็หันไปหาแอนนาด้วยสีหน้ารู้สึกผิด
“ข้ารู้ว่าเจ้าคงอยากรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่… ข้าขอคุยเรื่องสำคัญกับชายคนนี้ก่อน ได้ไหม?”
“…ก็ได้ แต่สัญญากับข้านะว่าพรุ่งนี้เราจะคุยกัน”
แม้จะดูเป็นกังวล แต่ในที่สุดเขาก็พยักหน้า
เหล่าทหารรับจ้างต่างแยกย้ายกันไปพักผ่อนหรือเข้าเวรยาม ทิ้งไว้เพียงกิสเลน คลอดด์ เบลินดา และกิลเลียนในห้องพักกว้างขวาง
“เฮ้อ…”
คลอดด์ถอนหายใจลึก ก่อนจะเอ่ยถามขึ้น
“ทำไมท่านถึงทำเรื่องทั้งหมดนี้เพื่อข้า?”
กิสเลนหยุดคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบอย่างตรงไปตรงมา
ในตอนนั้น เขาไม่ได้รู้สึกอยากโกหก
“เพราะข้าติดหนี้เจ้า”
“นี่เป็นครั้งแรกที่เราพบกัน”
“นั่นจริง แต่ถ้าข้าบอกว่าข้าติดหนี้เจ้า งั้นข้าก็ต้องติดหนี้เจ้า”
คำพูดแบบนี้ไม่มีใครเข้าใจได้
เสียงบ่นเบาๆ ของเบลินดาดังขึ้นจากด้านหลัง พึมพำว่าคุณชายเอาแต่ดื้ออีกแล้ว
แต่กิสเลนจริงใจ
ในชีวิตก่อน คลอดด์เคยช่วยกิสเลนแก้แค้น แม้สุดท้ายต้องแลกด้วยชีวิตของตัวเอง
แค่ใช้เงินเพียงเล็กน้อยในตอนนี้ จะสำคัญอะไรเมื่อเทียบกับสิ่งนั้น?
“ข้าอยากชวนเจ้ามาร่วมงานจริงๆ แต่ถ้าเจ้าไม่อยาก ข้าก็จะไม่บังคับ ใช้ชีวิตในแบบที่เจ้าต้องการเถอะ เจ้าไม่จำเป็นต้องตอบแทนข้า”
“…อย่ามาพูดเล่นกับข้า”
“ทำไมเจ้าถึงไม่เชื่อข้า? ข้าจริงจังนะ”
ความตั้งใจแรกของเขา ไม่ได้เป็นแบบนั้น เขาเพียงต้องการพาคลอดด์ไปด้วย ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็ตาม
แต่เมื่อได้เห็นหน้าของคลอดด์ต่อหน้า มันทำให้กิสเลนเปลี่ยนใจ
‘ใช่ หมอนี่ทำงานหนักมาก แม้ว่าสุดท้ายเขาจะล้มเหลว… แต่เขาทำทุกอย่างที่ทำได้แล้ว’
ในชีวิตนี้ เขาไม่อยากบังคับคลอดด์อีกแล้ว เมื่อรู้อยู่เต็มอกว่า ในชีวิตก่อน ชายคนนี้ได้ทุ่มเททุกอย่างจนหมดตัวเพื่อเขา
เขาได้เห็นหน้าคลอดด์ ช่วยให้มือของเขารอดพ้นจากการถูกตัด และช่วยแอนนาผู้เป็นที่รักของเขาออกมาได้
ตอนนี้ คลอดด์สามารถใช้ชีวิตอย่างสงบสุขได้แล้ว
แม้ว่าการแก้แค้นของกิสเลนจะล้มเหลวในชีวิตก่อน และคลอดด์จะไม่ได้อยู่จนเห็นจุดจบ แต่ชายคนนี้ก็ยังเลือกช่วยกิสเลนด้วยความสมัครใจ
กิสเลนไม่อยากผูกมัดคลอดด์อีกแล้ว
แม้พวกเขาจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่เขาก็อยากให้เพื่อนคนนี้ได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระและมีความสุขในชีวิตนี้
แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว
“แน่นอน ข้าก็ไม่ใช่คนที่จะยอมแพ้เหมือนกัน การเป็นครูในเมืองนี้อาจไม่เลว แต่ถ้าวันหนึ่งเจ้าอยากสยายปีกแล้วโบยบินถึงขีดสุดของเจ้า…”
กิสเลนยิ้มบาง
“มาที่ดินแดนเฟนริสในลูทาเนีย ข้าจะทำให้เจ้าได้ปีกที่คู่ควร”
คลอดด์กัดฟันแน่น
เขาไม่เข้าใจสถานการณ์ทั้งหมดนี้เลย
มันไม่เหมือนการตัดสินใจตามอำเภอใจของขุนนางทั่วไปเลย สิ่งที่รบกวนจิตใจเขามากที่สุดคือสายตาที่อบอุ่นและคุ้นเคยของกิสเลน
คลอดด์หลับตา ครุ่นคิดอยู่ชั่วขณะ ก่อนค่อยๆ ลดตัวลงนั่งบนพื้น
“ขอบคุณที่ช่วยแอนนา ตามที่สัญญาไว้ ข้าจะถวายความจงรักภักดีแก่ท่าน”
เขาเงยหน้าขึ้น
สีหน้าที่เคยเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง บัดนี้กลับดูผ่อนคลายขึ้น เหมือนเขาตัดสินใจบางอย่างได้แล้ว
ใบหน้าของกิสเลนเคร่งขึ้นเล็กน้อยก่อนจะถาม
“เจ้าไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้ ใช้ชีวิตในแบบที่เจ้าต้องการเถอะ”
“นี่แหละคือสิ่งที่ข้าต้องการ”
“เจ้าพูดจาเก่ง… แต่เจ้าไม่อยากอยู่กับแอนนาจริงๆ หรือ?”
คลอดด์ก้มสายตาลง เหมือนกิสเลนได้แทงใจดำเข้าอย่างจัง
“ด้วยเงิน 500 เหรียญทอง พวกเจ้าสองคนก็อยู่ด้วยกันอย่างสบายได้”
“ข้ารับเงินจำนวนมากขนาดนั้นไปฟรีๆ ไม่ได้หรอก”
กิสเลนหรี่ตามองลงไปที่คลอดด์
“เจ้าตัดสินใจแน่วแน่แล้วใช่ไหม?”
“ใช่ นี่คือทางที่ดีที่สุดสำหรับข้า”
เบลินดาตามบทสนทนาไม่ทัน
‘ทำไมพวกเขาไม่ไปอยู่ด้วยกันที่เฟนริสเลยล่ะ?’
แต่ก่อนที่เธอจะได้ถาม คลอดด์ก็ตอบคำถามนั้นออกมาเอง
“ข้าขอร้องเป็นครั้งสุดท้าย โปรดส่งแอนนาไปยังสถาบันหลวงเซรอนอย่างปลอดภัย ข้าจะติดตามท่านไป”
กิสเลนถอนหายใจ เหมือนเขารู้อยู่แล้วว่าคลอดด์จะเลือกแบบนี้