ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง - เล่มที่ 14 บทที่ 391 กลับตกลงไปในหลุมพราง
เซียวอี้พูดด้วยน้ำเสียงดูหมิ่นและถือดี “ให้ข้ามีสภาพศพสมบูรณ์? ไฉนไม่ใจกว้างเช่นเปิ่นหวาง หากเจ้ายอมสละตำแหน่งด้วยตนเอง เปิ่นหวางยอมไว้ชีวิตเจ้า เป็นอย่างไร?”
“ท่านยังคงหน้ามืดตามัวจริงๆ” เซียวจิ่นมองเขา รอบกายของเขาล้วนเป็นองครักษ์ลับยอดฝีมือที่คอยคุ้มกันเขาเอาไว้ตรงกลาง
เซียวอี้ “คืนนี้ไม่รู้ว่าผู้ใดกันแน่ที่เป็นคนหน้ามืดตามัว เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้วเจ้ายังจะมีอะไรให้พลิกจากความพ่ายแพ้มาเป็นผู้ชนะได้อีก? ลูกกำพร้าของอดีตฮ่องเต้คนหนึ่งหาก มิใช่เป็นเพราะเซ่อเจิ้งอ๋องคอยช่วยเหลือและสนับสนุน เจ้าจะนั่งอยู่ในตำแหน่งนี้ได้นานถึงเพียงนี้หรือ? เจ้ามีความสามารถอันใด ในใจเจ้ามีแผนการอันใดรับมือ ตั้งแต่เจ้าขึ้นมานั่งใน ตำแหน่งนี้ได้ทำอะไรเพื่อแผ่นดินต้าเซี่ยบ้าง?” คำถามเป็นพรวนถูกเอ่ยออกมาจากปาก เซียวอี้รู้สึกมีความสุขผิดสามัญ เขาอยากถามเช่นนี้มานานแล้ว เซียวจิ่นเป็นเด็กคนหนึ่ง อาศัยอ อะไรจึงได้ครอบครองตำแหน่งฮ่องเต้? “เจ้ารู้เพียงแต่นั่งฟังดนตรี มีชีวิตอยู่ดีกินดีอยู่ในวังหลวงแห่งนี้กระมัง?”
เซียวจิ่นไม่มีท่าทีอ่อนแอหรือโกรธเกรี้ยวอย่างเช่นคนในวัยเช่นเขาพึงมี ต่อให้เขาถูกเซียวอี้พูดให้ดูย่ำแย่ยิ่งกว่านี้ เขาเพียงพูดเรียบๆ ว่า “เจิ้นจะให้เจ้าได้รู้ ต่อให้ไม่ม มีเซ่อเจิ้งอ๋อง เจิ้นก็มีแผนการและการจัดการของตนเอง”
เซียวอี้ “ยามนี้วังหลวงทั้งหมดตกอยู่ในมือของเปิ่นหวาง ไม่เป็นไร เปิ่นหวางมีวิธีการมากมายให้เจ้าเขียนราชโองการสละบัลลังก์ให้เปิ่นหวาง”
พูดแล้วเซียวอี้ก็ส่งสัญญาณมือให้ทหารข้างกายก้าวขึ้นหน้า ราวกับจะจับกุมตัวเซียวจิ่น องครักษ์รอบกายเซียวจิ่นจึงเตรียมพร้อมรับมือ
เซียวจิ่นกลับยิ้มอย่างอ่อนโยนในเวลานี้ “เซี่ยนอ๋อง เจ้าคิดว่าคืนนี้ทั้งวังหลวงตกอยู่ในมือของเจ้าจริงๆ หรือ?”
“ไม่เช่นนั้นหรือ?”
ดวงตาของเซียวจิ่นเปล่งประกายระยิบระยับราวกับดวงดารา “หากเจิ้นไม่ได้คาดการณ์ผิด เวลานี้ประตูวังทุกด้านกำลังฆ่าฟันกันอย่างดุเดือดกระมัง เจ้ามีกำลังทหารหนึ่งหมื่นนาย เจิ้นให้ กองทหารรักษาพระองค์สามหมื่นนายเคลื่อนไหวพร้อมกัน ยังกลัวว่าจะรับมือทหารกบฏหนึ่งหมื่นนายของเจ้าไม่ได้หรือ?”
ในใจเซียวอี้พลันมีความรู้สึกว่าไม่ถูกต้องพาดผ่าน มันรวดเร็วเสียจนตัวเขาเองเกือบจะสัมผัสไม่ได้ เขามองใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มของเซียวจิ่น “เจ้าคิดว่าเปิ่นหวางจะเชื่อ เจ้า?”
ผู้บังคับบัญชาสูงสุดของกองทหารรักษาพระองค์และรองแม่ทัพทุกตำแหน่งล้วนถูกเปลี่ยนเป็นคนของเซียวอี้ หากมิใช่เช่นนี้ เหตุใดกำลังทหารนับหมื่นนายของเขาจึงสามารถเข้ามาในวังหลวงโด ดยไม่ต้องเปลืองแรงเลยเล่า? เซียวจิ่นเพียงแค่หลอกลวงเขาเท่านั้น ไม่มีความจำเป็นต้องเชื่อเขา
เซียวจิ่น “เชื่อหรือไม่ล้วนอาศัยตัวเจ้าเอง หากไม่เชื่อก็รอดูได้ ผลของการต่อสู้ฟาดฟันกัน สุดท้ายจะเป็นอย่างไร”
เซียวอี้หรี่ตาลง “เจ้ากำลังถ่วงเวลา?” เซียวอี้ทางหนึ่งพูด อีกทางหนึ่งใช้สมองคิดคำนวณอย่างรวดเร็ว หอสัญญาณไฟทั้งแปดแห่งภายในเมืองหลวงล้วนถูกเขาตัดขาด ต่อให้เซียวจิ่นคิดจะ ะถ่วงเวลา ทัพหนุนย่อมมาไม่ถึง ต่อให้เวลานี้รู้ว่าเมืองหลวงประสบภัย รอให้ทัพหนุนมาถึงก็ต้องเป็นเรื่องหลังฟ้าสาง
ริมฝีปากของเซียวจิ่นโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มอันงดงาม ดูเหมือนในที่สุดเขาต่างหากที่เป็นผู้วางกลยุทธ์อย่างแท้จริงคนนั้น เขามองไปด้านหลังของเซียวอี้แล้วพูดเนิบๆ “ไม่ต้องรอนานม มาก ผลลัพธ์ออกมาแล้ว”
ทันทีที่สิ้นเสียง เซียวอี้ได้ยินเสียงฝีเท้าดังขึ้นด้านหลัง เขาหันกลับไปมอง เห็นทหารร่างเต็มไปด้วยเลือดกำลังมุ่งหน้ามาทางตนอย่างเร่งรีบ เขาคุกเข่าลงเบื้องหน้าเซียวอี้ เสียง งที่พูดออกมายากจะปิดบังความรู้สึกสิ้นหวัง “เรียนท่านอ๋อง ทหารของเรา ทหารของเราที่อยู่ตามแนวป้องกันของวังหลวงถูกโจมตีโดยกองทหารรักษาพระองค์ที่ได้วางแผนไว้แต่แรก พวกเราเส สียหายอย่างหนัก กำลังทหารเกือบครึ่งหนึ่งที่ล่วงหน้าไปก่อนล้วนสิ้นชีพ!”
และในเวลานี้ทุกจุดของวังหลวง กองทหารรักษาพระองค์และกองทหารกบฏกำลังปะทะกันอย่างดุเดือด ดาบหอกไม่มีตา เสียงฆ่าฟันและเสียงร้องดังท่วมฟ้า ต่อให้ทหารของแม่ทัพซุนจะเป็นทหารมือ อดียิ่งกว่านี้ก็มิใช่คู่ต่อสู้ของกองทหารรักษาพระองค์ ทุกหนทุกแห่งท่ามกลางแสงไฟเต็มไปด้วยซากศพ เลือดไหลนองราวกับแม่น้ำสายหนึ่ง
การปรับเปลี่ยนกลยุทธ์นับเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่ดีที่สุดนับแต่โบราณมา ที่นี่ไม่มีสนามรบบนทะเลทราย ไม่มีซากกระดูกกองโตราวกับภูเขา
ที่จริงแล้วไม่เป็นเช่นนั้น
ผู้ที่ทำสำเร็จจะปกปิดการเสียสละชีวิตและการหลั่งเลือดด้วยการประกาศคุณความงามความดีทั้งหมดของพวกเขาเพื่อให้คนรุ่นหลังแซ่ซ้อง ให้ผู้คนมองไม่เห็นถึงความโหดร้ายและความสกปรกของรอ อยเลือดที่หลั่งรินมากมาย แต่ผู้ที่ล้มเหลวจะนำความเสียสละและเลือดที่หลั่งรินทั้งหมดมาขยายผลให้กว้างอย่างไร้ขอบเขต เปิดเผยเรื่องราวที่มิอาจพบหน้าผู้คนโดยไม่คำนึงถึงเหตุผลใ ใดๆ อย่างโจ่งแจ้ง
ภายในเวลาชั่วคืนเดียว ชีวิตคนนับพันนับหมื่นต้องกลายเป็นซากโครงกระดูก เช่นนี้แล้วจะแตกต่างจากสนามรบที่แท้จริงอย่างไร?
ไม่ ที่นี่นับเป็นสนามรบเช่นกัน
เซียวอี้คิดว่าตนเองเตรียมการไว้เป็นอย่างดี ไร้ซึ่งข้อผิดพลาด ไม่มีทางที่เขาจะได้รับข่าวร้ายเช่นนี้ เขาจะต้องได้ยินเพียงเสียงรายงานข่าวดี ว่าตนได้รับชัยชนะ ไม่ เขาไม่คิดมาก ก่อนว่าเขาจะพ่ายแพ้
มีแผนการและการเตรียมตัวอย่างละเอียดถี่ถ้วน เหตุใดจึงล้มเหลวได้!
เซียวอี้เงยหน้าขึ้นมองไปรอบๆ วังหลวง ท่ามกลางแสงไฟสลัว ได้ยินเสียงฆ่าฟันเข้ามาในโสตประสาทของเขาจากรอบด้าน ได้ยินแล้วราวกับอยู่ในฝันร้ายก็ไม่ปาน
เขาไม่เชื่อ
เซียวอี้ก้มหน้าลงมองทหารผู้มารายงานข่าวการศึกที่เหลือชีวิตเพียงครึ่งหนึ่งแล้วพูดว่า “เมื่อสักครู่เจ้าพูดอะไร?”
ทหารรายงานอีกครั้ง “เรียนท่านอ๋อง ทหารของพวกเราถูกทหารรักษาพระองค์–”
เขายังพูดไม่จบ เงาแสงสีเงินจากคมกระบี่พลันปรากฏขึ้นท่ามกลางราตรี เสียงเสียดสีจากคมกระบี่ที่ออกจากฝักแทบจะปรากฏให้เห็นลูกไฟเล็กๆ ได้ยินแล้วช่างบาดหูยิ่งนัก
คนที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมดยังไม่ทันได้ตั้งตัว เซียวอี้ดึงกระบี่ออกจากฝักอย่างรวดเร็ว ตัดคำพูดที่กำลังจะเปล่งออกมาให้ขาดสะบั้น
ได้ยินเพียงเสียงดังฉับ
กระบี่ยาวเล่มนั้นมิได้สัมผัสถูกร่างของนายทหารผู้นั้น โลหิตสดๆ ไหลกบปากของนายทหาร เซียวอี้มองเขาด้วยสายตาเย็นชา “เปิ่นหวางไม่อนุญาตให้รายงานข่าวการศึกผิดๆ ทำให้ขวัญและ กำลังใจของกองทัพต้องสั่นคลอน!”
เซียวจิ่นยืนอยู่ท่ามกลางแสงไฟ มองเซียวอี้ด้วยสายตาเย็นชาและเวทนา “เจ้าก็แค่หลอกตัวเองเท่านั้น”
เวลานี้เอง ผู้บังคับบัญชาสูงสุดของกองทหารรักษาพระองค์นำทหารรักษาพระองค์ไล่ฆ่าฟันเข้ามา จำนวนของทหารรักษาพระองค์มุ่งหน้ามาทางนี้มากขึ้นเรื่อย ทหารนับพันนายที่เซียวอี้นำมา ล้อมอุทยานหลวงเอาไว้ และในขณะเดียวกันก็ถูกทหารรักษาพระองค์ที่มีจำนวนมากกว่าล้อมไว้อีกชั้นหนึ่ง
เซียวอี้มองไปยังผู้บังคับบัญชาสูงสุดของกองทหารรักษาพระองค์คนนั้นที่กำลังเดินเข้ามาหยุดข้างกายเซียวจิ่น ประกาศตัวเป็นฝ่ายตรงข้ามกับเซียวอี้ หากเซียวอี้มิได้จำผิดแล้วละก็ ผู้บังคับบัญชาสูงสุดของกองทหารรักษาพระองค์ควรจะเป็นคนของเขาตั้งแต่แรกแล้ว ผู้บังคับบัญชาสูงสุดตัวจริงตายไปแล้ว เขาเห็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดตายไปด้วยตาตนเอง จะเป็นเรื่องเท็จได้ อย่างไร! ส่วนผู้บังคับบัญชาสูงสุดที่อยู่ตรงหน้าก็เป็นรองแม่ทัพข้างกายแม่ทัพซุนที่เชื่อใจได้กำลังสวมหน้ากากหนังมนุษย์!
เซียวอี้ชี้นิ้วไปที่เซียวจิ่น มองผู้บังคับบัญชาสูงสุดด้วยสายตาเดือดดาลพร้อมกับตวาดว่า “ยังโง่งมอะไรอยู่อีก? ยังไม่รีบเด็ดศีรษะของเขาให้เปิ่นหวาง!”
มีกองทหารรักษาพระองค์แล้วอย่างไรเล่า ทหารหนึ่งหมื่นนายที่ตนนำมาพ่ายแพ้แล้วอย่างไรเล่า? ขอเพียงเด็ดศีรษะของเซียวจิ่นได้ เช่นนั้นทุกอย่างย่อมสำเร็จแน่นอน! คนผู้หนึ่งเมื่อไม ม่มีชีวิตแล้ว ย่อมไม่อาจยื้อบัลลังก์มังกรเอาไว้โดยไม่ยอมจากไปกระมัง?
ทว่าผู้บังคับบัญชาสูงสุดผู้นั้นไม่มีการเคลื่อนไหว กลับมองทุกอย่างเบื้องหน้าด้วยสายตาเย็นชา
เซียวอี้เริ่มหมดความอดทนแล้ว ดวงตาของเขาแดงก่ำด้วยความคลุ้มคลั่ง เขาสอดส่ายสายตาไปรอบๆ บริเวณ ในที่สุดก็มองเห็นเงาร่างของหลินชิงเวยและหลีเช่อที่ยืนอยู่ใต้ต้นไม้
ดวงตาของหลินชิงเวยสงบนิ่งไร้ความรู้สึกใดๆ ราวกับไม่ประหลาดใจกับจุดจบเช่นนี้ นางคาดเดาได้แต่แรกแล้ว