ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง - เล่มที่ 14 บทที่ 399 เขาไม่เชื่อ
เซียวเยี่ยนหันกลับมามองเซียวจิ่น ดวงตาเรียวรูปหงส์ของเขาเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยสีแดงอันน่ากลัว
เซียวเยี่ยนเอ่ยออกมาทีละคำ “เปิ่นหวางไม่เชื่อว่านางจะตายไปอย่างนี้ มีชีวิตอยู่ต้องเห็นคน ตายต้องเห็นศพ”
เซียวจิ่น “ท่านหาต่อไปเช่นนี้ก็ไม่มีผลสรุปอันใด ไม่มีก็คือไม่มี ท่านไม่เชื่อแล้วจะทำอย่างไรได้ หากรู้แต่แรกว่าจะมีวันนี้ เมื่อแรกผู้ใดกันเล่าที่ทอดทิ้งนาง ทำให้นางต้อง เจ็บช้ำน้ำใจ? เพราะนางกล้าหาญและเข้มแข็ง นางจึงถูกกำหนดว่าต้องเป็นคนที่ถูกทำร้ายคนนั้นใช่หรือไม่? เช่นนั้นวันนี้ผลสรุปอันขมขื่นนี้คงมีเพียงตัวเสด็จอาเองเท่านั้นที่จะได้ ลิ้มรส”
กองทหารรักษาพระองค์วางการป้องกันใหม่ทั้งหมดของวังหลวง ซากศพของทหารกบฏกองเป็นภูเขาและถูกส่งออกไปจากวังหลวงในยามดึกอย่างเงียบเชียบ ศพเหล่านั้นถูกฝังลงในสุสานที่บรรจุร่างค คนนับหมื่น โลหิตสดๆ เหล่านั้นถูกล้างทำความสะอาดจนหมดจด ร่องรอยที่เหลืออยู่บนพื้นถูกหิมะที่ตกลงมาบดบัง
อุทยานหลวงกลายเป็นซากปรักหักพังกองหนึ่ง เซียวจิ่นมีคำสั่งให้สร้างอุทยานหลวงใหม่อีกครั้ง
ปีใหม่ปีนี้ผ่านไปโดยไม่มีบรรยากาศแห่งความเป็นมงคลหรือความยินดีแม้เพียงครึ่งส่วน นอกวังยังคงครึกครื้นดังเดิม ชาวบ้านไม่รู้ว่าภายในวังหลวงเกิดเหตุการณ์การปะทะกันในครั้งนี้
เซียวเยี่ยนยอมกลับตำหนักอวี้หลิงในที่สุด เขาเดินฝ่าหิมะที่กำลังตกกระหน่ำ รูปร่างของเขายังคงสูงใหญ่ทว่ากลับมิได้ล่ำสันเช่นเมื่อก่อน ทั้งตัวคนซูบผอมไปเป็นกอง
เซียวจิ่นเตรียมจัดพิธีศพให้หลินชิงเวยในวังหลวง ดูเหมือนความจริงในเรื่องนี้ เซียวเยี่ยนเชื่อก็ดี ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ
หลังจากภายในวังหลวงกลับสู่ความสงบสุขดังเดิม เซียวจิ่นได้ลั่นวาจาเอาไว้แล้ว กษัตริย์ตรัสแล้วไม่คืนคำ เขาจึงส่งคนไปยังตำหนักอวี้หลิงเพื่อขับสุ่ยฉ่ายชิงออกจากวัง
วันนี้สุ่ยฉ่ายชิงร่ำไห้อยู่ในตำหนักอวี้หลิงไม่ยอมหยุด นางเอาศีรษะโขกกำแพง กระทั่งบนศีรษะของนางมีบาดแผลเปิด มีโลหิตไหลออกมา ทว่าบนใบหน้าของเหล่าขันทีและนางกำนัลยังคงมีเ เพียงความเย็นชา
สุ่ยฉ่ายชิงพูดว่า “ข้าต้องการพบเยี่ยน...เยี่ยนไปที่ไหน ข้าก็จะไปที่นั่น…ข้าต้องการได้ยินเขาพูดให้ชัดเจน หาไม่แล้วข้าไม่ยอมไป!”
เมื่อเซียวเยี่ยนยกเท้าก้าวเข้ามาในตำหนักอวี้หลิงก็ได้ยินเสียงร่ำไห้และร้องตะโกนของสุ่ยฉ่ายชิง เสี่ยวฉียืนอยู่ด้านข้างมองดูเซียวเยี่ยนที่มีท่าทางราวกับไม่ได้ทุกข์โศก ดู คล้ายใบหน้าของเขาถูกหิมะปกคลุมเอาไว้ ทั่วทั้งร่างกายล้วนเต็มไปด้วยหิมะสีขาว
คืนนั้นเขาได้รับคำสั่งจากเซียวเยี่ยนให้รับผิดชอบปลุกระดมขวัญและกำลังใจของกองทหารรักษาพระองค์ จึงไม่รู้ว่าในอุทยานหลวงเกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่ มาบัดนี้พิธีศพของหลินชิงเว วยได้จัดขึ้นในตำหนักฉางเหยี่ยน ต่อให้เสี่ยวฉีไม่รู้ก็ต้องรู้ในเวลานี้
เสี่ยวฉีเอ่ยปาก “ฝ่าบาทส่งคนมาขอรับ วันนี้ต้องขับแม่นางสุ่ยออกจากวังหลวง คฤหาสน์ของจวนเซ่อเจิ้งอ๋องที่อยู่นอกวังได้จัดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว ส่งตัวแม่นางสุ่ยไปพำนักในจวนหล ลังนั้นใช่หรือไม่ขอรับ?”
เซียวเยี่ยนเดินผ่านร่างของเขาและพูดเรียบๆ ว่า “เจ้าจัดการตามความเหมาะสมก็แล้วกัน”
เสี่ยวฉียืนอยู่ข้างหลังเซียวเยี่ยน “ท่านอ๋องหักห้ามใจเถิดขอรับ”
ย่างก้าวของเซียวเยี่ยนชะงักงัน เงาร่างด้านหลังของเขาเต็มไปด้วยหิมะ ยิ่งขับให้เขาดูเย็นชายิ่งขึ้น เขาพูดด้วยน้ำเสียงคมปลาบยิ่งยวดโดยมิได้หันหน้ากลับมา “แม้แต่เจ้า ก็ยังพูด ดเช่นนี้?”
หักห้ามใจ คือเชื่อว่าเรื่องที่นางได้ตายไปแล้วเป็นความจริงหรือ?
ไม่
ต่อให้นางตายไปแล้ว…เขาก็ไม่เชื่อ
ไม่ว่าสุ่ยฉ่ายชิงจะอาละวาดอย่างไร เซียวเยี่ยนไม่แม้แต่จะไปดูนาง ส่วนสุ่ยฉ่ายชิงเมื่อได้ยินนางกำนัลเข้ามารายงานว่าเซ่อเจิ้งอ๋องกลับมาแล้วในที่สุด สุ่ยฉ่ายชิงจึงยกชายกระโปรงขึ้ น วิ่งออกไปนอกเรือนเพื่อไปหาเซียวเยี่ยนอย่างไม่นำพาต่อสิ่งใด
ขันทีของตำหนักซวี่หยางวิ่งตามไปติดๆ ประจวบเหมาะกับเซ่อเจิ้งอ๋องกลับมาแล้วย่อมต้องพูดให้ชัดเจน ฮ่องเต้ได้มีพระราชโองการลงมาขับไล่สุ่ยฉ่ายชิงออกจากวัง เซ่อเจิ้งอ๋องย่อมไม่อ อาจขัดขวาง รอให้พูดจากันให้แจ่มแจ้ง ย่อมไม่ต้องเกรงใจต่อสุ่ยฉ่ายชิงผู้นี้อีกต่อไป หากนางยังไม่ยอมไป เช่นนั้นก็ให้คนลากตัวนางออกไป
เซียวเยี่ยนยังไม่ทันได้ก้าวเข้าประตูเรือน เงาร่างเสมือนดอกหิมะสีขาวของคนผู้หนึ่งก็โผเข้ามาหยุดเบื้องหน้าเขา “เยี่ยน เยี่ยน นับว่าท่านกลับมาได้เสียที…” สุ่ยฉ่ายชิงจับช ชายแขนเสื้อของเซียวเยี่ยน นางมองขันทีที่วิ่งตามมาด้านหลังด้วยความหวาดกลัว “ท่านรีบพูดกับพวกเขา ข้าไม่ต้องการถูกขับออกไป ท่านอยู่ที่ไหน ข้าก็อยู่ที่นั่น! หากจะไปพวกเราก็ ไปด้วยกัน ดีหรือไม่?”
เซียวเยี่ยนไม่ได้ตอบคำถาม
สุ่ยฉ่ายชิงเขย่าชายแขนเสื้อของเขาไม่หยุด นางพูดอีกว่า “เยี่ยน ท่านพูดมาสักประโยคสิ…ท่านเคยรับปากบิดาข้า ว่าจะไม่ทอดทิ้งข้าโดยไม่แยแส…”
เมื่อได้ยินคำพูดประโยคนั้น เซียวเยี่ยนรู้สึกตกอยู่ในภวังค์ทันที คล้ายกับตัวเขากลับไปสู่เหตุการณ์ไฟไหม้ในคืนนั้น เพราะคำพูดประโยคนี้ของสุ่ยฉ่ายชิง ทำให้เขาตัดสินใจเลือก เขา าเลือกที่จะปกป้องสุ่ยฉ่ายชิงเป็นครั้งสุดท้าย แต่คาดไม่ถึงว่านั่นจะเป็นครั้งสุดท้ายจริงๆ
ยามนั้นหลินชิงเวยพูดว่า เซียวอี้ ท่านสังหารข้าเถิด ความรู้สึกนั้นเปรียบเสมือนคมกระบี่เล่มหนึ่งแทงเข้ามาในหัวใจของเขา เขาประเมินความกล้าหาญของหลินชิงเวยไว้สูงเกินไป ประเมิ นนางสูงถึงขั้นคิดว่านางไม่ต้องการการปกป้องคุ้มครองจากเขา มาถึงตอนนี้ นางไม่ให้โอกาสเขาปกป้องคุ้มครองนางอีกต่อไป
หากสามารถเลือกใหม่ได้อีกครั้ง…
เมื่อคิดได้เช่นนี้ เส้นเลือดฝอยในดวงตาของเซียวเยี่ยนแดงก่ำ ราวกับถูกธาตุไฟเข้าแทรกก็ไม่ปาน เขาหลุบดวงตาเรียงหงส์คู่นั้นลงมองสุ่ยฉ่ายชิงด้วยความสงบนิ่ง จับมือของนางที่เ เขย่าชายแขนเสื้อของเขา มองไปตามมือของนางทีละนิดๆ กระทั่งสายตาตกอยู่บนใบหน้าของนาง
ในอดีต เขาเคยแน่ใจว่าเขาจะร่วมชีวิตกับสตรีที่อยู่เบื้องหน้านางนี้ไปจนชั่วชีวิต เขามีคำสัญญาอยู่ก่อน ส่วนหลินชิงเวยเป็นผู้ที่มาทีหลัง ทั้งๆ ที่หลินชิงเวยมีทั้งความรักและค คุณธรรม ทว่าเขากลับไม่อาจเป็นคนตระบัดสัตย์ ไม่อาจทำให้อาจารย์ผู้มีพระคุณที่จากโลกนี้ไปต้องเคียดแค้นชิงชังเขาในปรโลก
มาบัดนี้เล่า
สายตาที่เซียวเยี่ยนมองสุ่ยฉ่ายชิงทั้งแปลกหน้าและน่าสะพรึงกลัว เหมือนดวงตาที่เอ่อคลอไปด้วยเลือดคู่หนึ่งจับจ้องสุ่ยฉ่ายชิงเขม็ง พวกเขาล้วนไม่ใช่พวกเขาในอดีตอีกต่อไปแล้ว หัวใ ใจของเขาอยู่บนร่างของสตรีนามว่าหลินชิงเวยคนนั้น ส่วนสตรีที่อยู่เบื้องหน้านี้ถึงกับผลักกระบี่ของศัตรูแทงเข้าไปในร่างของหลินชิงเวย
สุ่ยฉ่ายชิงถูกสายตาเช่นนั้นของเซียวเยี่ยนมองเสียจนตกใจหน้าขาวเผือด นางถดกายไปด้านหลัง ทว่ากลับลืมว่าตนยังจับอาภรณ์ของเขาไว้ในมือ
นาทีถัดมาเซียวเยี่ยนพลันเงื้อมือขึ้นปัดมือที่กำชายอาภรณ์ของเขาเอาไว้แน่นออกไปเต็มแรง พร้อมกับพลิกมือสะบัดหลังมือตบฉาดลงบนใบหน้าของสุ่ยฉ่ายชิง
เสียงดังเพียะนั้น แม้จะไม่ได้ดังกึกก้องเช่นฝ่ามือของเซียวจิ่น แต่กลับรวดเร็วและเด็ดขาดดุจเดียวกัน ไร้ความลังเลใจแม้แต่น้อย
นางกำนัลและขันทีที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมดต่างตกตะลึงพรึงเพริด ด้วยผู้ใดบ้างไม่รู้ว่าเซ่อเจิ้งอ๋องปกป้องแม่นางสุ่ยเพียงใด
ยามนั้นสุ่ยฉ่ายชิงเองก็ถูกตบเสียจนมึนงงไปหมดแล้ว นางฟุบร่างลงบนพื้นที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ จอนผอมของนางรุ่ยร่ายยุ่งเหยิงอยู่บ้าง นางกุมใบหน้าของตนเอาไว้อย่างเสียกิริยา
นางคิดไม่ถึงว่าเซียวเยี่ยนจะตบตีนางต่อหน้าคนมากมายเช่นนี้
น้ำเสียงเยียบเย็นของเซียวเยี่ยนดังขึ้นบนศีรษะของนาง “เจ้ามีจิตใจคิดทำร้ายผู้อื่น ฝ่าบาทไม่ได้มีพระราชโองการประหารเจ้าก็นับว่าเจ้าโชคดีมากแล้ว มาบัดนี้เจ้ากลับต้องการให้เปิ่ นหวางพูดสักประโยค เจ้าต้องการให้เปิ่นหวางขัดราชโองการเพื่อเจ้าจนกลายเป็นคนทรยศที่ไม่ซื่อสัตย์และไร้คุณธรรมใช่หรือไม่?”
เมื่อสุ่ยฉ่ายชิงได้สติกลับมาอีกครั้ง นางส่ายหน้าน้ำตาร่วงพรู พูดอย่างน่าสงสารว่า“ไม่ใช่เช่นนี้…ข้าเพียงแต่ไม่อยากไปจากท่าน...”
เซียวเยี่ยนหมุนกายเดินจากไป ราวกับเขาไม่ปรารถนาจะรั้งอยู่กับนางแม้แต่นาทีเดียว
นางรู้สึกหวาดกลัว นับตั้งแต่นางผลักทหารกบฏผู้นั้นเต็มแรง เมื่อกระบี่ยาวเล่มนั้นแทงเข้าไปในร่างของหลินชิงเวย เห็นเซียวเยี่ยนวิ่งเข้าไปหาหลินชิงเวยอย่างไม่คิดชีวิต ชั่ววิ นาทีนั้นความอิ่มเอิบใจจากการได้แก้แค้นผู้อื่นล้วนถูกความหวาดกลัวและความเจ็บปวดสิ้นหวังแสนสาหัสเข้ามาแทนที่
นางกลัวว่านี่อาจจะไม่ใช่ผลลัพธ์ที่นางต้องการ