ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง - เล่มที่ 14 บทที่ 401 ฤดูสารทผ่านพ้นไป ฤดูวสันต์มาเยือน
ริมฝีปากของนางปิดสนิท มีปริมาณยากว่าครึ่งหนึ่งไหลจากมุมปากของนางลงสู่ผ้าเช็ดหน้า ด้วยเหตุนี้เซียวจิ่นจึงกำชับให้ซินหรูต้มยาในปริมาณที่เพิ่มขึ้นอีกครึ่งหนึ่ง
ทุกครั้งที่เซียวจิ่นป้อนยาคำหนึ่งก็จะใช้ผ้าเช็ดหน้าซับมุมปากให้นางด้วยความอ่อนโยนและมีน้ำอดน้ำทนเยี่ยงนี้ เขาจะมาเยี่ยมนางทุกๆ สองวันไม่เคยขาดในสองเดือนที่ผ่านมานี้
เวลาที่เหลือล้วนเป็นซินหรูที่คอยดูแลหลินชิงเวย หลายวันที่ผ่านมานี้ สาวน้อยคนนี้เป็นทุกข์เสียจนหน้าเหลืองไปแล้ว นานแค่ไหนแล้วที่ไม่เคยเห็นรอยยิ้มของนาง
เมื่อหลินชิงเวยออกไป ได้บอกว่านางจะไปทำเรื่องไม่ดี ไม่มีอันตรายแน่นอน คิดไม่ถึงว่าเรื่องที่นางทำจะอันตรายเช่นนี้ เมื่อกลับมาชีวิตอีกครึ่งหนึ่งแทบจะไม่เหลือ เมื่อแรกนั้นซิน นหรูอกสั่นขวัญแขวนทุกเมื่อเชื่อวัน กลางคืนไม่กล้านอนหลับสนิท ในวันหนึ่งต้องทดสอบลมหายใจของหลินชิงเวยแทบจะร้อยแปดสิบหน ด้วยหวาดกลัวว่าหลินชิงเวยจะหมดลมหายใจไปอย่างเงียบเชียบ
เมื่อผ่านการดูแลรักษาและบำรุงร่างกายในสองเดือนนี้ หลินชิงเวยไม่มีอันตรายถึงชีวิต สีหน้าของนางดีขึ้นกว่าเมื่อแรกมาก แม้ว่านางจะยังไม่ฟื้นขึ้นมา แต่เชื่อว่านางจะต้องฟื้นข ขึ้นมาแน่นอน
เซียวจิ่นทางหนึ่งป้อนยาให้นางดื่ม อีกทางหนึ่งพูดคุยกับนางเบาๆ ด้วยบทสนทนาในชีวิตประจำวันทั่วไป “ดอกไห่ถังในวังบานแล้ว เมื่อก่อนข้าเห็นเจ้าชมชอบนัก จึงนำต้นไห่ถังไปปลูก กในตำหนักฉางเหยี่ยน แต่เจ้าอาจจะไม่ได้เห็นสีแดงอันงดงามของมันทำให้คนเห็นแล้วแทบจะตกอยู่ในภวังค์” เขาหัวเราะ “ข้าจึงได้แต่บรรยายภาพให้เจ้าฟัง”
หลินชิงเวยไม่ได้ตอบเขา
รอยยิ้มบนริมฝีปากของเขาจืดจางลงแล้วพูดอีกว่า “ชิงเวย เจ้าฟังเสียงข้างนอกหน้าต่างสิ นกน้อยช่างกระตือรือร้นเหลือเกิน ข้าเชื่อว่าสองเดือนนี้ เจ้าคงจะมีปีกที่แข็งแรง รอให้เจ้า าตื่นขึ้นมาแล้วโบยบินใช่หรือไม่?” เสียงทอดถอนใจเฮือกหนึ่ง “เมื่อเป็นเช่นนี้ เจ้าก็รีบตื่นขึ้นมาเถิด ข้าจะมองเจ้าบินออกไป”
ราวกับหลินชิงเวยได้ยินคำพูดของเซียวจิ่น แม้นางจะไม่ได้ตื่นขึ้นมาในเวลานั้น แต่นิ้วมือใต้ผ้าห่มของนางมีการขยับเบาๆ
ครั้งหลังสุดที่เซียวจิ่นมาเยี่ยมนางนั้น ดูคล้ายนางเพิ่งตื่นจากความฝันอันยาวนานในที่สุด นางรู้สึกตัวตื่นขึ้นช้าๆ และลืมดวงตาทั้งคู่
ดวงตาคู่นั้นสว่างสุกใสวับวาว กระจ่างใสราวกับอัญมณีเนื้อดีที่สุดในใต้หล้า
เวลานั้นในมือเซียวจิ่นถือถ้วยยากำลังยืนอยู่ข้างเตียงยังไม่ทันได้นั่งลง เขาเห็นหลินชิงเวยลืมตาขึ้นจึงตกตะลึงไปอึดใจหนึ่ง ต่อมาจึงหัวเราะและกล่าวว่า “นอนตื่นแล้วหรือ?”
หลินชิงเวยมองผ้ามุ้งที่อยู่ข้างบนศีรษะด้วยความงุนงงอยู่บ้าง “นอนนานเกินไปจนรู้สึกปวดหัวเล็กน้อย”
เซียวจิ่นประคองนางลุกขึ้นนั่งเอนกายพิงหัวเตียง “มา ควรดื่มยาแล้ว”
หลินชิงเวยเห็นเขาป้อนยาทางทีละช้อนๆ ริมฝีปากของนางยังคงซีดขาวอยู่บ้าง “ดื่มยาเช่นนี้รู้สึกขม ไม่สู้เจ้าให้ข้า ข้าดื่มเอง” พูดแล้วก็ตรงเข้าหยิบถ้วยยาในมือของเขามาดื่ มไม่เหลือแม้แต่หยดเดียว
เซียวจิ่นเห็นเช่นนั้นแล้วอดหัวเราะไม่ได้ “ดูท่าแล้ว คิดจะทะนุถนอมเจ้า ก็ทำได้เพียงเวลาที่เจ้านอนหลับเท่านั้น”
หลินชิงเวยขยับเนื้อตัวแล้วรับรู้ได้ว่าร่างกายของตนยังตกอยู่ในภาวะหลับใหล ไม่รู้สึกอิ่มหรือหิว ไม่รู้สึกปวดเมื่อยเนื้อตัวและไม่รู้สึกกระปรี้กระเปร่า แขนขาทั้งสี่ดูเหมือนล่อง งลอยเบาหวิว เพียงแต่เมื่อนางรู้สึกตัวตื่นแล้วจึงรู้สึกสบายเนื้อตัวขึ้นบ้าง
นางนวดคลึงหว่างคิ้วของตนแล้วประคองขมับหมุนคอไปมาถามว่า “ข้านอนไปนานแค่ไหน?”
“วสันตฤดูมาเยือนแล้ว”
หลินชิงเวยเลิกคิ้วน้อยๆ “นานถึงเพียงนี้?”
เซียวจิ่นคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในคืนนั้นแล้วอดที่จะพูดขึ้นด้วยความรู้สึกขมขื่นไม่ได้ “อาจเป็นเพราะเวลานั้นใจของเจ้าร่ำร้องหาความตาย ความรู้สึกเบื้องลึกในจิตใจของเจ้าจึงคิ ดว่าตนเองได้ตายไปแล้ว แม้กระทั่งท่านหมอยังพูดว่าเจ้าไม่ค่อยอยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไปเท่าใดนัก ดังนั้นจึงตื่นขึ้นมาช้าสักหน่อย แต่อย่างไรต้องตื่นแน่นอน”
ร่างกายของหลินชิงเวยได้รับบาดเจ็บหลายแห่ง ครั้งนี้นับว่านางได้ก้าวออกจากประตูผีอย่างไม่ง่ายดายจริงๆ มาบัดนี้บาดแผลบนร่างกายหายดีแล้ว แต่ทันทีที่นางขยับร่างกายก็ยังคงรับรู้ ได้ทันที
นางได้ยินเช่นนั้นแล้วชะงักงัน “ใช่หรือ ข้าเองเข้าใจว่าครั้งนั้นข้าต้องตายแน่นอน” นางคิดว่าตายก็ดี ตายแล้วก็เป็นการหลุดพ้นอย่างหนึ่ง
หากมิใช่ถูกบีบบังคับจนถึงที่สุด คนเช่นนางไม่มีทางบังเกิดความคิดเช่นนี้หรอก
เซียวจิ่นจับจ้องมองนางไม่วางตา เขาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ไม่ ข้าไม่ปล่อยให้เจ้าตาย ต่อให้มีความหวังเพียงริบหรี่ ข้าก็จะช่วยให้เจ้ากลับมาจนได้ ข้าไม่ปล่อยให้เจ้าจากไปโดยไม่ กล่าวลา” หลินชิงเวยก้มหน้าลงครึ่งหนึ่ง ดูเหมือนไม่ทุกข์ไม่โศก เซียวจิ่นจึงเก็บงำสายตาอาลัยอาวรณ์ของตนแล้วพูดอีกว่า “เคราะห์ดี ที่ข้าดวงดีหาตัวเจ้าพบก่อนเซ่อเจิ้งอ๋องก้าวห หนึ่ง”
พูดถึงเซ่อเจิ้งอ๋อง หลินชิงเวยไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบอันใด
ดูเหมือนหลังจากหลินชิงเวยตื่นขึ้น เซียวจิ่นกลับพูดน้อยลง เมื่อเขาต้องเผชิญหน้ากับหลินชิงเวยที่มีสติครบถ้วน เขากลับไม่รู้ว่าควรพูดอะไรกับนาง
เงียบงันกันไปครู่หนึ่ง เซียวจิ่นถามเสียงเบา “ชิงเวย เจ้าโกรธแค้นข้าหรือไม่?”
หลินชิงเวย “ในเมื่อเป็นเรื่องที่ได้รับปากเจ้าเอาไว้แล้ว ไม่ว่าจะมีผลสรุปอย่างไรล้วนไม่สมควรมีความโกรธแค้น”
ในศาลาวันนั้น เซียวจิ่นมาหาหลินชิงเวย คนทั้งสองสนทนากันเป็นเวลาสองชั่วยามล้วนเป็นเรื่องการรับมือกับเซียวอี้ เซียวอี้เป็นหนามยอกอกในใจของเซียวจิ่นมาโดยตลอด ไม่ตัดรากถอน โคนเขาให้หมดจด เซียวจิ่นกินไม่ได้นอนไม่หลับ
ดังนั้นเขาจึงใช้ข้ออ้างที่หลินชิงเวยกำลังจะออกจากวังเอาตัวไปใกล้ชิดเซียวอี้เพื่อให้ได้รับความเชื่อใจ แสร้งทำเป็นช่วยงานเขาในทางกลับกันก็ทำให้ความมักใหญ่ใฝ่สูงของเขามาถึงขีดส สุด เดิมทียังต้องบ่มเพาะกำลังทหารมือดีอีกหลายปี แต่บัดนี้กลับอดทนรนไม่ได้ที่จะลงมือเพื่อบรรลุเป้าหมายภายในชั่วคืนเดียว เมื่อเป็นเช่นนี้ เขาจึงมีความผิดฐานก่อกบฏจริงๆ เซี ยวจิ่นจะได้กำจัดเขาอย่างถูกทำนองคลองธรรม
ศพของเซี่ยนอ๋องถูกพบในอุทยานหลวง แม้ว่าจะมีสภาพศพไม่สมบูรณ์นักแต่ชุดเกราะทองแดงร้อยไหมทองนั้นไม่ได้เป็นของปลอมแน่ เซียวจิ่นปลดเขาออกจากตำแหน่งชินอ๋อง และให้เอาศพไปทิ งที่เขาไร้ญาติ ไม่ให้เขาเข้าสู่ผังสกุลของราชนิกุลตลอดกาล
การวางกลยุทธ์ของเซียวจิ่นมิอาจมิทำให้คนตกตะลึง ในที่สุดเขาก็อาศัยกำลังความสามารถของตนเองในการกำจัดเซียวอี้ เขาบรรลุวัตถุประสงค์แล้ว
เซียวจิ่นขยับปาก “หากรู้ว่าเจ้าต้องประสบอันตรายถึงเพียงนั้น ข้า…” จะทำอย่างไร? จะเลือกที่จะไม่ให้หลินชิงเวยไปเสี่ยงอันตรายถึงชีวิตแทนเขาหรือ?
แต่เรื่องราวทั้งหมดล้วนได้เกิดขึ้นแล้ว มาพูดเรื่องเหล่านี้อีกจะมีความหมายอันใด?
หากรู้แต่แรกว่าหลินชิงเวยอาจจะได้รับอันตรายถึงชีวิต เขาจะไม่ทำเช่นนี้จริงหรือ?
คำตอบนั้น ทั้งเขาและหลินชิงเวยต่างรู้ดีอยู่แก่ใจ
แม้เซียวอี้จะรู้สึกดีต่อหลินชิงเวยมาตลอด แต่เขาก็เป็นคนใจคอโหดเหี้ยมคนหนึ่ง คืนนั้นเมื่อเขาถือกระบี่หมายสังหารหลินชิงเวย เห็นได้ว่าเขาไม่ยั้งไมตรีแม้แต่น้อย ตั้งแต่เริ มต้นเซียวจิ่นจะไม่รู้เลยหรือว่าหากเซียวอี้ได้รู้ความจริงแล้วจะเดือดดาลอย่างที่สุด?
เขารู้
แต่เขายังคงจงใจเปิดโปงจุดยืนของหลินชิงเวยออกมาในเวลานั้น เพื่อทำลายความสัมพันธ์ระหว่างเซียวอี้และหลินชิงเวยให้แตกหักจากมิตรกลายเป็นศัตรูอย่างแท้จริง
เมื่อเขาเห็นเซียวอี้พลุ่งพล่านเดือดดาล เขาถึงกับรู้สึกมีความสุข เซียวอี้ดูถูกดูแคลนเขามาตลอด เห็นเขาเป็นเด็กคนหนึ่ง เช่นนั้นเมื่อเซียวอี้รู้ว่าสุดท้ายเขาได้พ่ายแพ้ให้กั บเด็กคนหนึ่ง ในใจจะมีความรู้สึกอย่างไรนะ?