ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง - เล่มที่ 14 บทที่ 405 เกิดใหม่อย่างแท้จริง
เซียวอี้ “ใบหน้างดงามใบหน้าหนึ่งกลับถูกทำลายลงเช่นนี้ น่าเสียดาย” หยุดไปครู่หนึ่ง กล่าวอีกว่า “ไม่ น่าเสียดายมาก เหตุใดเจ้าต้องช่วยข้า?”
ริมฝีปากแดงสดของหลินชิงเวยโค้งขึ้น นางหัวเราะออกมา รอยยิ้มของนางทำให้ใบหน้าของนางยิ่งทิ่มแทงสายตา แต่ริมฝีปากแดงสดที่โค้งขึ้นนั้นยังคงงดงามตลอดกาล นางช้อนตาขึ้นมองเซียว วอี้ “สามารถถามคำถามเช่นนี้ออกมาได้ ดูไม่เหมือนนิสัยของท่าน ข้าจำได้ว่าท่านเคียดแค้นชิงชังที่มิอาจสับข้าเป็นพันเป็นหมื่นชิ้น ยามนี้ข้าอยู่เบื้องหน้าท่านแล้ว เหตุใดกลับไ ไม่เห็นท่านทำเล่า?”
แววตาของนางเย็นเยียบ เซียวอี้ดึงมือกลับมา “ตอนแรกข้าชิงชังที่มิอาจสังหารเจ้าจริงๆ ในเมื่อเจ้าทำให้ทุกคนเดินเข้าไปในหลุมพรางของเซียวจิ่น เจ้าทำให้ข้าไม่เหลือสิ่งใดเลย”
หลินชิงเวยพูดเรียบๆ “ผู้ให้”
มาบัดนี้ทั้งสองต่างไม่แยแสต่อสิ่งใด ราวกับเหตุการณ์ตวัดกระบี่ฟาดฟัน ปลาตายแหขาดในคืนนั้นล้วนไม่เคยเกิดขึ้น
เซียวอี้ “ตั้งแต่เจ้าออกจากวังมาก็เตรียมการเพื่อรับมือแล้วกระมัง ดื่มสุราเมามายทุกค่ำคืนอันใด ทำให้ตัวเองตกต่ำอันใด ที่จริงล้วนเป็นเจ้าเสแสร้งแกล้งทำ เจ้าเพียงแต่ให้โอกาสข้ าเข้าใกล้เจ้า หลังจากที่ข้าใกล้ชิดเจ้า เจ้ากลับปฏิเสธข้าครั้งแล้วครั้งเล่า ทว่ากลับร้อยข้าเอาไว้ใช้เป็นเหยื่อ ส่วนข้ากลับเชื่อในการแสดงละครเล็กๆ ที่ข้าเคยใช้อย่างไม่ระแวงสงสัย ย เป็นเพราะเจ้าแสดงละครได้ดีเกินไป หรือเป็นเพราะข้ารีบร้อนคว้าความสำเร็จเกินไป?”
หลินชิงเวย “เดิมทีท่านไม่จำเป็นต้องเดินเข้ามาติดกับ ข้าเคยเตือนท่านแล้ว ว่าจะไม่มีจุดจบที่ดี”
“ใช่ เจ้าเคยพูด ว่าจะเป็นไก่ป่าหรือหงส์ฟ้า ต้องรอดูจนถึงที่สุดจึงจะรู้แน่” เซียวอี้หัวเราะกับนาง “ดังนั้นเวลานี้ ข้าเกิดใหม่สำเร็จแล้ว”
ต่อให้เป็นความพลุ่งพล่านเดือดดาลเพียงชั่วครู่ แต่เซียวอี้เป็นคนกระจ่างแจ้งกว่าผู้ใด เขาจะไม่รู้ถึงความทุ่มเททั้งจิตใจของหลินชิงเวยที่วางแผนทั้งหมดลับหลังเซียวจิ่นเพื่อจะช่ว วยชีวิตเขา
หลินชิงเวย “ท่านพูดเองว่าตอนนี้ท่านไม่เหลืออะไรสักอย่าง นี่ยังนับว่าเกิดใหม่สำเร็จแล้วหรือ?”
“นี่จะไม่นับได้อย่างไร?” เซียวอี้กล่าว “ไม่ว่าคนจะบาดเจ็บล้มตายหรือเสียชีวิตไปมากมายเท่าใด แต่สุดท้ายแล้ว ข้ายังมีชีวิตอยู่ เซี่ยนอ๋องแห่งแคว้นต้าเซี่ยตายไปแล้ว แต่ข้าได้ ชีวิตใหม่และได้รับอิสระ ไม่ต้องมีชีวิตอยู่ใต้เปลือกตาของเซียวจิ่น ไม่ว่าจะทำอะไรย่อมไม่ต้องถูกควบคุม ข้าและเจ้าเหมือนกัน เป็นอิสระอย่างแท้จริงแล้ว” เขาจ้องมองเข้ามาในดวงตา าของหลินชิงเวย “เวยเวย นี่ก็คือการเกิดใหม่ที่เจ้าพูดถึง การเกิดใหม่ในครั้งนี้มิใช่ชัยชนะจากการปิดล้อมวังหลวง แต่เป็นการให้โอกาสข้าอีกครั้ง”
หลินชิงเวยวางถ้วยน้ำชาในมือลงแล้วหัวเราะออกมาพรืดหนึ่ง “สิ่งที่ท่านคิดไม่น้อยเลยทีเดียว ข้าเป็นเพียงสตรีตัวเล็กๆ คนหนึ่งไม่ได้มองการณ์ไกลเช่นท่าน ข้ารู้เพียงว่าฮ่องเต้ นั่งอยู่บนบัลลังก์มังกรหนึ่งวัน ท่านมีชีวิตอยู่อีกหนึ่งวัน ย่อมเป็นหนามยอกอกในใจของเขา ต่อให้ไม่มีข้า ช้าหรือเร็วเขาก็ต้องกำจัดท่าน เพียงแต่เรื่องเหล่านี้ลงมือช้ามิสู้ลงม มือเร็ว ฮ่องเต้ยินดีวางแผนบีบให้ท่านลงมือเร็วขึ้นย่อมดีกว่ารอให้ท่านปีกกล้าขาแข็ง นั่นย่อมยากที่จะรับมือกับท่าน”
“เช่นนั้นเหตุใดเจ้าจึงช่วยข้า?” เซียวอี้ถามอีกครั้ง
หลินชิงเวยครุ่นคิดครู่หนึ่งจึงตอบว่า “อาจเป็นเพราะเห็นแก่ที่ท่านดีต่อข้าไม่น้อย ต่อไประหว่างท่านและข้าไม่มีสิ่งใดติดค้างต่อกัน” แม้การเดินทางไปหนานเจียง พวกเขาต่างมีจุดประส สงค์ของตน แต่เซียวอี้ยังคงดูแลและปกป้องคุ้มครองนางตลอดการเดินทาง ยังมีช่วงวันเวลาที่นางเอาแต่ดื่มสุราเมามาย แม้นางจะมีจุดประสงค์อื่นแอบแฝง แต่ทั้งร่างกายและจิตใจของนาง เคียดแค้นชิงเหลือเกินที่มิอาจปล่อยตัวปล่อยใจให้จมจ่อมอยู่กับความเมามายต่อไป เป็นเซียวอี้ที่ยื่นมือมาให้นาง ไม่ว่านางจะตกต่ำจนอยู่ในสภาพใด เซียวอี้ไม่เคยรังเกียจนาง เป็นเรื องยากที่จะคาดเดาว่าเขามีความจริงใจกี่ส่วน แต่ความทะเยอทะยานในจิตใจของเขาทรงพลังและมีพลานุภาพมาก มีอานุภาพเกินกว่าที่จิตใจของคนธรรมดาสามัญจะเทียบและมีได้
เซียวอี้หัวเราะ “เจ้ายังรู้ว่าข้าดีต่อเจ้าหรือ มิเสียแรงจริงๆ ดูแล้วต่อไปข้าต้องดีต่อเจ้ามากขึ้นจึงจะใช้ได้”
หลินชิงเวยตวัดสายตามองค้อนเขา “ท่านลองดูก็ได้ หากยังมีครั้งหน้า ข้าจะได้ดูท่านไปตายได้อย่างวางใจ การจากลาครั้งนี้ นับแต่นี้ต่อไป ท่านเดินตามทางของท่าน ข้าเดินตามทางของ ข้า ต่อให้ใต้หล้านี้ถล่มลงมาก็ไม่เกี่ยวข้องกับข้าแม้สักกระผีก ท่านฟังเข้าใจหรือไม่?”
เซียวอี้ยักไหล่เอาแต่หัวเราะ ทว่าไม่พูดจา
หลินชิงเวยพูดอีก “วันนี้ท่านโชคดีรอดชีวิตมาได้ ท่านไม่มีทั้งกำลังและอำนาจ หากยังคิดจะหาเรื่องใส่ตัวอีก เกรงว่าเขาคงคิดจะบีบท่านให้ตายทุกๆ นาที ไม่สู้ท่านซ่อนตัวอยู่บนภ ภูเขา เป็นนกกระเรียนป่า มีชีวิตอยู่อย่างอิสรเสรีไปตลอดชีวิต”
เซียวอี้ “เจ้าดูสิ เจ้ายังคงเป็นห่วงข้ามิใช่หรือ?”
หลินชิงเวยเบ้ปาก “ชิ สุดแล้วแต่ท่านเถิด”
เซียวอี้พูดช้าๆ “วางแผนกันไปวางแผนกันมา สุดท้ายยังไม่รู้เลยว่าผู้ใดวางแผนให้ผู้ใด เวยเวย ในจุดนี้เจ้าคงสัมผัสได้ลึกซึ้งกว่าพวกเราทุกคนกระมัง?”
หลินชิงเวยพูดเรียบๆ “กล่าวชมกันเกินไปแล้ว” นางไม่สนใจหรอกใครวางแผนใคร อย่างไรสุดท้ายเรื่องเหล่านั้นก็ไม่เกี่ยวข้องกับนาง แต่นางได้รับอิสระอย่างที่นางต้องการในที่สุด โดยไม ม่สูญเสียอะไร
สำหรับคนเหล่านั้น เรื่องเหล่านั้น สิ่งที่ควรลืมก็ให้ลืมไปเถิด นางต้องการเดินไปข้างหน้า จากนั้นวางมือไปใช้ชีวิตอย่างที่นางต้องการโดยไม่ถูกสิ่งใดผูกมัด
เซียวอี้ตรึกตรองแล้วพูดว่า “น่าเสียดายที่เจ้าเป็นสตรี หากเจ้าเกิดมาเป็นบุรุษ เกรงว่าใต้หล้านี้คงจะหาคนสู้เจ้าได้ยาก อย่างไรเล่า ต่อไปคิดจะทำอะไร หากยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจ จะไปที่ใด ไม่สู้พวกเราเดินทางร่วมกัน?”
หลินชิงเวยเลิกคิ้ว “ท่านเสียเปรียบเมื่ออยู่ในมือข้ามิใช่แค่ครั้งเดียว ยังคิดจะรั้งข้าเอาไว้อีกหรือ?”
เซียวอี้ยิ้มตาหยี “ไม่ว่าจะเสียเปรียบกี่ครั้ง ข้ายินดีต้อนรับเจ้าตลอดกาล ไม่ว่าเจ้าจะไปถึงที่ไหน เมื่อใดที่เจ้าคิดได้และเปลี่ยนใจก็กลับมาอยู่ข้างกายข้าได้เสมอ”
หลินชิงเวย “เดิมทีข้าเองมิใช่คนจิตใจเมตตาอันใด เกรงว่าถึงเวลานั้น ท่านจะรับไม่ไหว สุดท้ายต้องตายโดยไร้ที่ฝังศพอย่างน่าเวทนาจริงๆ”
ท้องฟ้ามืดลงอย่างไม่รู้ตัว หมอกบนภูเขากระจายตัวลงมาครอบคลุม ทำให้บรรยากาศดูสลัว เมื่อเงยหน้าขึ้นพลันเห็นดวงดาราเป็นจุดๆ ระยิบระยับ
เงาของต้นสนข้างกายเห็นเพียงเงาสลัว
เซียวอี้ลุกขึ้น “เร่งเดินทางมาทั้งวันแล้วยังนั่งสนทนาอยู่ที่นี่เป็นเวลานาน เจ้าต้องหิวแล้วเป็นแน่ ไป ไปกินข้าวกัน”
หลินชิงเวยจึงลุกขึ้นเดินตามหลังเซียวอี้ออกไปจากเรือนหลังนี้ เซียวอี้พูดขึ้นว่า “ในเมื่อมาถึงแล้วก็พักผ่อนที่นี่สักสองวันแล้วค่อยเดินทางต่อเถิด หากเจ้าไม่พูด ข้าจะถือว่า เจ้าไม่ปฏิเสธ”
เวลานี้ซินหรูไม่ได้ยืนดูปลาอยู่ที่ระเบียงทางเดินนานแล้ว เซียวอี้พาหลินชิงเวยไปสถานที่กินอาหาร ทันทีที่เข้าไปในห้อง หลินชิงเวยก็เห็นซินหรูนั่งอยู่ข้างโต๊ะอาหาร มีหลีเช ช่อนั่งเป็นเพื่อนนาง ดูจากท่าทางแล้วซินหรูและหลีเช่อสนิทสนมกันอย่างรวดเร็ว
แม้ซินหรูจะความจำไม่ใคร่ดีนัก แต่นางยังจำได้ว่าเมื่อครั้งอยู่ในตำหนักฉางเหยี่ยน หลินชิงเวยทำหน้ากากหนังมนุษย์หกเจ็ดแผ่นภายในครั้งเดียว เวลานั้นนางถามว่าทำให้ผู้ใด หลิน นชิงเวยตอบว่าทำให้สหายจากบ้านเกิด
ผนวกกับหลีเช่อมีใบหน้างดงามถึงเพียงนี้ อีกทั้งเป็นสหายบ้านเกิดเดียวกับพี่สาว ซินหรูจึงมีความรู้สึกดีต่อหลีเช่ออย่างยิ่ง
ระหว่างมื้ออาหาร ซินหรูนั่งตรงกลางระหว่างหลินชิงเวยและหลีเช่อ ตัวนางเองกินเสียอิ่มแปล้และไม่ลืมคีบเนื้อให้หลินชิงเวยชิ้นหนึ่ง “พี่สาวกินเนื้อเจ้าค่ะ” แล้วจึงคีบให้เนื้ อให้หลีเช่อชิ้นหนึ่ง “พี่หญิงหลีกินเนื้อเจ้าค่ะ”