ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง - เล่มที่ 14 บทที่ 406 ไม่จำเป็นต้องให้หน้าอกใหญ่ขึ้น
หลีเช่อหรี่ตาลงอย่างมีความสุข “ซินหรูของพวกเราน่ารักจริงๆ” พูดแล้วก็อ้าปากกว้างกินเนื้อชิ้นนั้นลงไป
หลินชิงเวยลอบมุมปากกระตุก ความสัมพันธ์ของสองคนนี้คงไม่ดีถึงขั้นเป็นพี่สาวและน้องสาวกระมัง หลินชิงเวยมองหลีเช่อปราดหนึ่งพลันได้ยินซินหรูเอ่ยขึ้นว่า “พี่หญิงหลีต้องกิน มากหน่อยนะเจ้าคะ ท่านดูสิเจ้าคะ ท่านยังต้องโตอีก”
หลินชิงเวย หลีเช่อและเซียวอี้พร้อมใจกันเงียบ
อาจเป็นเพราะนี่คือจุดจบของคนที่ชอบหลอกลวงแม่นางน้อย
หลินชิงเวยบีบนวดขมับของตน ซินหรูเติบโตอยู่ในตำหนักเย็นตั้งแต่เล็ก หญิงเสียสติในตำหนักเย็นเหล่านั้นใช้ชีวิตอยู่กันอย่างไม่ปกติ นางย่อมเห็นเรื่องเหล่านี้จนเคยชินแล้ว อีก กทั้งนับแต่นางออกมาจากตำหนักเย็นก็มาอยู่หลินชิงเวยตลอด หลินชิงเวยไม่ได้ตีกรอบหรือมีกฎเกณฑ์อะไรต่อนางมากนักและยังเลี้ยงดูนางแตกต่างจากบุตรสาวจากครอบครัวใหญ่ที่มีกฎเกณฑ์ เคร่งครัดมากมาย ตัวนางเองเป็นคนสบายๆ คนหนึ่ง ซินหรูติดตามนางย่อมต้องซึมซับจากนางมาบ้าง บัดนี้ออกจากวังมา ไม่ว่าเรื่องใดล้วนมีหลินชิงเวยคอยเป็นที่พึ่ง ส่งผลให้ซินหรูยิ งมายิ่งขวัญกล้า
ทันใดนั้น หลินชิงเวยพลันรู้สึกไม่แน่ใจว่าการที่นางปล่อยให้ซินหรูเติบโตอย่างอิสระนั้นเป็นเรื่องดีหรือไม่ดีกันแน่…
ทันทีที่หลีเช่อเข้าใจความนัย เขารู้สึกนึกสนุกขึ้นมาจึงหัวเราะเสียงดัง “เพราะข้าเป็นบุรุษน่ะสิ ฮ่าๆๆ” ผู้ใดใช้ให้แม่นางน้อยนางนี้พูดจาส่งเดชเล่า เขาไม่อาจแฝงกายอยู่ในคราบส สตรีได้อีกต่อไปแล้ว แม่นางน้อยเห็นเขาแปลงกายภายในไม่กี่วินาทีจะต้องตกใจจนร้องไห้โฮแน่
ใช่ เขาต้องการทำให้นางตกใจจนร้องไห้ ดูซิว่าครั้งหน้านางจะกล้าพูดจาส่งเดชอีกหรือไม่
ฝ่ามือเล็กๆ ของซินหรูตบลงบนใบหน้าของหลีเช่อ ซินหรูถือชามข้าวของตนลุกขึ้นจะจากไป นางคิดจะเดินไปนั่งอีกด้านหนึ่งของหลินชิงเวย แต่คิดๆ แล้วนางยังคงเดินย้อนกลับมานั่งตร รงกลางระหว่างหลินชิงเวยและหลีเช่อ นางขึงตาและพูดว่า “ข้ายังไปไหนไม่ได้ หากข้าไปแล้ว ท่านเอาเปรียบพี่สาวของข้าจะทำอย่างไรเล่า?”
หลีเช่อ “…ข้าเพียงแค่ล้อเล่นกับเจ้าเท่านั้น”
ไม่ง่ายดายเลยกว่าจะกระชับไมตรีให้สนิทสนมเช่นนี้ได้ เพียงชั่วครู่ก็อันตรธานหายไป ความรู้สึกดีๆ ที่ซินหรูมีต่อหลีเช่อไม่เหลือแม้แต่น้อย ซินหรูพูดกับหลินชิงเวยเมื่ออยู่กันเ เพียงลำพังว่า “พี่สาวเจ้าคะ สหายร่วมบ้านเกิดของพี่สาวคนนี้เป็นคนไม่ค่อยดี ต่อไปพวกเราไปมาหาสู่กับคนประเภทนี้ให้น้อยลงเถิดเจ้าค่ะ”
หลินชิงเวยกล่าวอย่างเห็นขัน “ได้”
หลีเช่อได้ยินไม่ชัดเจนว่าซินหรูพูดอะไร เขานั่งกินอาหารอย่างเป็นจริงเป็นจัง
หลังอาหารมื้อเย็น พวกเขาร่ำสุรากันครู่หนึ่ง รออาหารย่อยไปพอสมควรแล้ว หลินชิงเวยจึงพาซินหรูไปแช่น้ำพุร้อน นี่เป็นครั้งแรกที่ซินหรูได้สัมผัสกับความสุขจากการแช่น้ำพุร้อน นาง งจึงลิงโลดอย่างยิ่ง อาจเป็นเพราะยามกลางวันเร่งเดินทางจนเหน็ดเหนื่อย ซินหรูแช่น้ำพุร้อนได้ไม่นานก็หลับไป หลินชิงเวยอุ้มนางไปนอนบนเตียงแล้วกลับมาแช่น้ำพุร้อนอีกพักหนึ่ง รอ อจนเหงื่อออกจึงลุกขึ้นสวมเสื้อผ้า
แสงจันทร์ในคืนนี้งดงามยิ่งนัก หลินชิงเวยไม่รู้สึกง่วง นางจึงค่อยๆ เปิดประตูเดินออกไป
คฤหาสน์น้ำพุร้อนภายใต้แสงจันทร์ในค่ำคืนนี้ดูสงบยิ่ง เรือนด้านหน้าทั้งบริเวณถูกแสงจันทร์ครอบคลุมราวกับเป็นดินแดนของเทพเซียน
ปลาหลีในสระบัวเข้าสู่ภาวะหลับใหล จึงไม่เห็นพวกมันแหวกว่ายอยู่บนผิวน้ำ เป็ดยวนยางเป็นคู่ๆ ที่เห็นเมื่อกลางวันไม่รู้ไปอยู่ที่ไหนแล้ว
ทว่าหลินชิงเวยกลับมองเห็นคนผู้หนึ่งนั่งห้อยขาทั้งคู่ เงยหน้ามองแสงจันทร์อยู่ริมสระเพียงลำพัง หลีเช่อพูดขึ้นว่า “แสงจันทร์คือแสงสว่างจากบ้านเกิด”
“อืม”
“ความรู้สึกชนิดนั้น เจ้าไม่เข้าใจหรอก” เขาเอียงหน้ามามองหลินชิงเวยนิ่งๆ “ไฉนเจ้าจึงออกมาเล่า?”
“ดูเหมือนข้าจำไม่ได้ว่าเจ้าเรียกข้าออกมา”
“แต่เจ้ารู้ดีว่าข้ามีเรื่องจะสนทนากับเจ้า เมื่ออยู่ต่อหน้าคนอื่นๆ พูดไม่สะดวกนัก มีเพียงหาที่สงบๆ สนทนากับเจ้า เจ้าน่าจะเดาได้นี่นา”
“ข้าไม่ชอบคาดเดาความในใจของผู้อื่น”
“แต่เจ้ายังคงออกมามิใช่หรือ แม้จะมาช้าสักหน่อยก็ตาม”
หลินชิงเวยหัวเราะ “หากข้าไม่ออกมา เจ้าจะนั่งรออยู่ที่นี่จนฟ้าสางหรือ?”
“ยามดึกสภาพอากาศบนภูเขาหนาวยิ่ง ข้าไม่ทรมานตัวเองถึงขั้นนั้น” เขาปลดเสื้อคลุมตัวนอกของตนแล้วคลุมลงบนไหล่บอบบางของหลินชิงเวยเบาๆ
หลินชิงเวยตะลึงงัน หลีเช่อกลับเกรงว่านางจะปฏิเสธ มือทั้งคู่ของเขาจึงกดลงบนไหล่ของนางเบาๆ “อากาศเย็น เจ้าอย่าต้องไอเย็นอีกเลย”
“ขอบคุณมาก” หลินชิงเวยตอบเสียงค่อย
“เจ้าไม่ต้องเกรงใจข้าเช่นนี้” หลีเช่อรู้สึกพึงพอใจโดยปราศจากสาเหตุ
“เจ้ามีอะไรจะพูดกับข้าก็พูดตรงๆ เถิด” หลินชิงเวยกล่าว
เขาก้มหน้าลงมองปลายนิ้วที่อยู่ไม่นิ่งของตนครู่หนึ่งจะเอ่ยว่า “เรื่องครั้งก่อน...”
“ล้วนเป็นเรื่องที่ผ่านไปแล้วมิใช่หรือ” หลินชิงตัดบทคำพูดของเขา
เขาเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าของหลินชิงเวยแล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “หากข้ามิได้พูดคุยกับเจ้าให้ชัดเจน ข้าย่อมรู้สึกติดค้างในใจ” บนใบหน้าของเขาค่อยๆ ปรากฏให้เห็นความเสียใจ ค ความเจ็บปวด “ล้วนเป็นข้าที่เห็นแก่ตัวเกินไป มองข้ามความรู้สึกของเจ้า หากชั่วชีวิตนี้ของข้ามิอาจพบเจ้าอีก ข้าจะต้องเสียใจไปชั่วชีวิตจริงๆ…”
หลินชิงเวยจ้องมองดวงตาของเขาแล้วหัวเราะเบาๆ “ที่จริง ไม่ใช่เรื่องยากอันใดที่จะเอ่ยปากใช่หรือไม่?”
ครานี้เป็นหลีเช่อบ้างที่ต้องตกตะลึง เขาคิดว่าหลินชิงเวยไม่อยากฟังเขาพูด ดังนั้นนางจึงพูดตัดบท ที่แท้เพียงต้องการกระตุ้นให้เขาพูด
หลินชิงเวยพูดอีก “เพราะเป็นเจ้า ทุกอย่างจึงไม่เป็นไร ข้าเข้าความรู้สึกและจุดยืนของเจ้าดี ข้าไม่โทษเจ้า”
คำพูดของหลินชิงเวยกลับทำให้หลีเช่อรู้สึกเจ็บปวดยิ่งขึ้นกว่าเดิม ความรู้สึกชนิดหนึ่งเข้าครอบคลุมห่อหุ้มหัวใจของเขาทั้งดวง ส่งผลให้จิตใจของเขาค่อยๆ อ่อนโยนลง
เขาถาม “เหตุใดข้าจึงไม่เหมือนผู้อื่น?”
เขาถาม “เหตุใดพวกเราจึงแตกต่างกัน”
หลินชิงเวยยังคงยืนยันประโยคนั้น “เพราะเจ้าหน้าตางดงาม”