ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง - เล่มที่ 14 บทที่ 408 ขอทานของที่นี่
วาสนาโชคชะตามิใช่สิ่งที่จะแย่งชิงมาได้ ทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับสวรรค์
ระหว่างเร่งเดินทาง เวลาพลบค่ำมีโรงเตี๊ยมริมทางหรือบ้านของชาวนาก็สามารถขอพักค้างแรมได้ สองวันให้หลังหลินชิงเวยและซินหรูมาถึงหัวเมืองถัดไปในที่สุด
พวกนางมาถึงหัวเมืองแห่งนี้ในเวลาช่วงบ่าย
แสงแดดสีทองสาดส่องเมืองแห่งนี้จนแทบจะส่องเป็นประกาย ท้องฟ้าเป็นสีฟ้าเข้ม ซินหรูนั่งรถม้าจนแทบจะอยากอาเจียน ในที่สุดนางก็ลงจากรถม้าพร้อมกับหลินชิงเวยเมื่อถึงประตูเมือง เมื อเงยหน้าขึ้นเห็นบนประตูกำแพงเมืองมีอักษรแกะสลักไว้สองตัว “เมืองคุน”
หน้าประตูเมืองมีทหารยืนเฝ้าอยู่ เวลานี้ประตูเมืองเปิดกว้าง เป็นเวลาที่บรรดาชาวบ้านสามารถเข้าออกได้อย่างอิสระ ดังนั้นรถม้าที่หลินชิงเวยว่าจ้างมาจึงอยู่ระหว่างหัวเมืองรอบนอกและ เมืองหลวง พวกนางไม่อาจเดินทางด้วยรถม้าต่อไปได้ ด้วยเหตุนี้เมื่อรถม้าส่งคนทั้งสองมาถึงประตูเมือง หลินชิงเวยชำระเงินค่ารถม้า เห็นว่าท้องฟ้ายังเป็นเวลากลางวันอยู่ คนขับรถม้าเดิ นทางกลับเมืองหลวง หลินชิงเวยและซินหรูสะพายห่อผ้าและสัมภาระของตนเดินเข้าประตูเมืองไป
ฝีเท้าของซินหรูเร็วจนเกือบจะเรียกได้ว่าแทบจะกระโดดได้อยู่แล้ว นางยังไม่เคยเดินทางออกมาไกลถึงเพียงนี้ ความอิสรเสรีอันใดก็เหมือนนกตัวเล็กที่กางปีกโบยบินอยู่บนท้องฟ้าอย่ างอิสระ ไม่ว่าจะไปถึงที่ไหนก็ปราศจากความกดดัน
เมืองคุนแห่งนี้ไม่ใหญ่นักจึงไม่อาจเปรียบเทียบกับเมืองหลวงได้ หลินชิงเวยมาถึงสถานที่แห่งนี้เป็นครั้งแรกเช่นกัน ถนนหนทางไม่กว้างนัก แต่สะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อย บ้านเรือนสอง ข้างถนนเต็มไปด้วยความสงบสุข
สำหรับร้านค้าในตลาดย่อมไม่อาจคึกคักเท่าเมืองหลวง ผู้คนที่สัญจรไปมาดูบางตา ทว่านับตั้งแต่เดินเข้ามาในเมืองคุนไม่นาน หลินชิงเวยพบเห็นเหตุการณ์อย่างหนึ่ง
ชัดเจนว่าซินหรูก็เห็นแล้วเช่นกัน
ซินหรูกระซิบกระซาบถามหลินชิงเวย “พี่สาว เมืองคุนแห่งนี้ดูไม่แล้วไม่ได้ยากจนอันใด เหตุใดดูเหมือนมีขอทานมากมาย…” พวกนางเดินไปยังถนนอีกสายหนึ่ง ผ่านมุมถนนอีกด้านหนึ่งมีข ขอทานนั่งอยู่ที่นั่นเต็มไปหมด และมีขอทานไม่น้อยที่มาเดินขอเงินบนท้องถนน พวกเขาต่างสวมใส่เสื้อผ้าอาภรณ์สภาพดีไร้รอยปะชุนแต่กลับมายื่นมือขอทาน คนเหล่านั้นเดินหลบไปหลีกมาแล้ว วจากไป ซินหรูพูดอีกว่า “และดูเหมือนคนในเมืองนี้กลัวขอทานเหล่านี้มากเจ้าค่ะ…”
หลินชิงเวยมองเห็นแล้วเช่นกัน ผู้คนที่เดินไปมาถูกขอทานขอเงิน พวกเขาล้วนเลือกที่จะหลบหลีกเป็นอันดับแรก จากนั้นขอทานเหล่านั้นไม่รู้ไปเอาความกล้าหาญมาจากที่ไหน ถึงกับตามติดไปตล ลอดทางไม่ยอมปล่อย สุดท้ายคนที่ถูกขอเงินอับจนปัญญาจึงไม่อาจไม่ส่ายหน้าพร้อมกับโยนเงินออกไปสองอีแปะ
เหตุการณ์เช่นนี้หลินชิงเวยเห็นเป็นครั้งแรก ไม่ว่าจะอยู่ในยุคสมัยใด ฐานะของขอทานล้วนต้อยต่ำ ไม่ต้องกล่าวถึงแคว้นต้าเซี่ย เมื่อก่อนหลินชิงเวยเคยเห็นขอทานถูกทุบตีทำร้ายร่างกายก กลางถนนก็ได้แต่ซุกกายขดกายหนี ไหนเลยจะเคยเห็นขอทานที่มีความกล้าหาญมาขอเงินจากผู้อื่นเช่นนี้? และไม่ถูกทุบตีอีกด้วย เป็นเรื่องแปลกประหลาดเรื่องหนึ่งทีเดียว
เมื่อมองไปบนใบหน้าของขอทานเหล่านั้น พวกเขากลับมีสีหน้าราวกับเป็นเรื่องสมเหตุสมผลดีอยู่แล้วที่ผู้ที่อ่อนแอกว่าจะต้องได้รับความเห็นใจและความเสียสละ มิน่าเล่าผู้คนจึงได้รู้สึกเ เอือมระอาเช่นนี้
เดิมทีหลินชิงเวยมิใช่คนชอบแส่เรื่องชาวบ้านนัก ขอเพียงไม่มายุ่งกับนาง นางย่อมปล่อยให้ทุกอย่างผ่านไปราวกับมองไม่เห็น แต่ทันทีที่ซินหรูพูดจบประโยค ขอทานที่อยู่อีกมุมหนึ่งดูเ เหมือนจะพุ่งเป้ามาที่พวกนางแล้วถือชามแหว่งๆ ชามหนึ่งเข้ามาขวางทางเดินของหลินชิงเวยและซินหรู
เวลานี้ยังเป็นเวลากลางวัน ย่อมไม่กลัวว่าพวกเขาจะลงมือทำอะไร
เพียงแต่ขอทานสองคนนั้นยื่นถ้วยชามบิ่นๆ มาเบื้องหน้าหลินชิงเวย ไม่ต้องพูดก็รู้ว่าหมายความว่าอย่างไร
หลินชิงเวยเพียงเลิกคิ้วช้อนตาขึ้นมองขอทานสองคนนั้น เมื่อสักครู่เห็นใบหน้าด้านข้างของหลินชิงเวย ขอทานจึงไม่ทันได้สังเกตรอยแผลเป็นบนใบหน้าของนาง ยามนี้เมื่อพินิจพิจารณาอ อย่างละเอียดแล้ว เดิมควรเป็นแม่นางที่มีรูปโฉมงดงามนางหนึ่ง แต่กลับถูกทำลายโฉมเสียแล้ว ยามนี้สายตาของพวกเขาจึงเปลี่ยนไป
ขอทานเห็นหลินชิงเวยดูคล้ายไม่เข้าใจความหมายของการกระทำของพวกเขา จึงพูดขึ้นว่า “แม่นางเดินผ่านไปมา ให้เงินสองอีแปะไปกินข้าวเถิด ผู้น้อยไม่ได้กินอะไรมาสองวันแล้ว”
หลินชิงเวยมองประเมินพวกเขาขึ้นๆ ลงๆ ไม่เหมือนคนไม่ได้กินอะไรมาสองวันสักนิด อีกทั้งสายตานั้นหยิ่งยโสยิ่ง ไม่คล้ายขอทานแม้แต่น้อย แต่ดูเหมือนมาขูดรีดเงินกันดื้อๆ มากกว่า
หลินชิงเวยมองพวกเขาปราดหนึ่งแล้วดึงซินหรูอ้อมไปอีกทางหนึ่งโดยไม่แสดงอารมณ์ทางสีหน้า นางพูดเรียบๆ ว่า “ไม่มีเศษเงิน”
ไหนเลยจะคิดว่าพวกนางจะตกอยู่ในสภาพเช่นเดียวกับคนในเมืองนี้ เมื่อขอทานขอเงินไม่สำเร็จจึงถูกขอทานหลายคนตามติดจากถนนสายหนึ่งไปยังอีกสายหนึ่ง
หลินชิงเวยดูไม่เดือดร้อนใจ แต่ซินหรูกลับตื่นตระหนก “พี่สาว ทำอย่างไรดีเจ้าคะ ดูเหมือนพวกเขาตามพวกเรามาตลอด”
หลินชิงเวยทำราวกับไม่ใส่ใจ “หาโรงเตี๊ยมก่อน คืนนี้ต้องหาที่พัก”
หลินชิงเวยไม่อนาทรร้อนใจ แต่ชัดเจนยิ่งนักว่าขอทานเหล่านั้นทนรอไม่ไหวแล้ว ขณะที่หลินชิงเวยและซินหรูกำลังจะเดินผ่านตรอกเล็กๆ ตรอกหนึ่ง ขอทานหลายคนนั้นพากันล้อมหลินชิงเวย และซินหรูเอาไว้
ขอทานผู้เป็นหัวหน้าเอ่ยขึ้นว่า “แม่นาง พวกเราล้วนเป็นคนยากจน หากท่านมีเงินทองติดตัว ก็แบ่งปันมาสักหน่อยเถิด!”
หลินชิงเวยหรี่ตาลงแล้วหัวเราะออกมา “เงินพวกเราไม่มี แต่อย่างอื่นมีเล็กน้อย”
“อย่างอื่น ท่านมีสิ่งใด?”
ระหว่างที่พูดจาแววตาของหลินชิงเวยยังคงยิ้มแย้ม ทว่ากลับทำให้คนรู้สึกได้ถึงบรรยากาศของความน่าสะพรึงกลัว ต่อมาขอทานหลายคนนั้นมองเห็นสิ่งที่อยู่บนไหล่ของนางชัดเจนจึงได้แต่ถ ถอยร่นไปหลายก้าว
ชิงหลันกำลังขดตัวอยู่บนหัวไหล่ของหลินชิงเวย มันส่ายหัวไปมาพร้อมกับจับจ้องขอทานเหล่านั้น หลินชิงเวย “มัน พวกเจ้าต้องการหรือไม่?”
ขอทานไหนเลยจะกล้ารับคำ ขณะที่กำลังจะผละไปก็เห็นว่ามีคนเดินมาจากอีกด้านหนึ่ง ทุกอย่างกลับตาลปัตรทันที พวกเขาพากันคุกเข่าลงเบื้องหน้าหลินชิงเวย
หลินชิงเวยและซินหรูยังไม่ทันได้ตั้งตัว ขอทานพวกนี้ช่างแสดงละครเก่งเหลือเกิน แสดงท่าทีว่าตนนั้นน่าเวทนาอย่างที่สุด ท่าทางซุกกายขดตัวจนแทบจะเป็นก้อนกลมๆ นั้นดูแล้วคล้ายข ขอทานขึ้นมาสักสองส่วน
ยามนี้มีสตรีนางหนึ่งเดินผ่านมาทางนี้พอดี นางเห็นเหตุการณ์นี้จึงเดินย้อนกลับมา หลินชิงเวยช้อนตาขึ้นมองนาง เห็นนางอยู่ในอาภรณ์ฤดูวสันต์สีชมพูทั้งชุด หน้าตางดงามจับตา เป็ นดรุณีน้อยนางหนึ่ง ข้างกายยังมีผู้ติดตามอีกสองคน ทันทีที่เห็นก็รู้ว่าเป็นคุณหนูจากสกุลใหญ่
คุณหนูนางนั้นเห็นขอทานหลายคนคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าหลินชิงเวยด้วยท่าทางต่ำต้อยน่าเวทนาจึงชักสีหน้าใส่หลินชิงเวยทันที นางเดินผ่านร่างของหลินชิงเวยมาหยุดอยู่เบื้องหน้าขอทานหลาย ยคนนั้นแล้วให้เงินไปคนละก้อน ทั้งยังพูดจาอย่างไม่เกรงอกเกรงใจ “ไม่เห็นหรือว่าพวกเขาน่าสงสารเพียงใด พวกเขายากจน ไม่มีบ้านให้กลับ คนที่เดินผ่านไปมาสละเงินเล็กน้อยให้พวกเขาแล้ว วจะเป็นอันใด เจ้าถึงกับให้พวกเขาคุกเข่าให้เจ้า” พูดแล้วก็หันหน้ามามองหลินชิงเวย “ข้าเห็นเจ้าสวมใส่อาภรณ์ไม่เลวทีเดียว คิดไม่ถึงว่าออกจากบ้านมาอยู่ข้างนอกจะใจคอคับแคบเช่นนี้ ม มิน่าเล่าเจ้าถึงได้มีรูปโฉมอัปลักษณ์เช่นนี้”
ซินหรูได้ยินเช่นนั้นก็มีโทสะทันที นางคิดจะพูดสวนกลับไปสักประโยคแต่ถูกหลินชิงเวยยกมือขึ้นห้ามไว้
คุณหนูนางนั้นมอบเงินให้ขอทานด้วยท่าทีหยิ่งผยอง “พวกเจ้าลุกขึ้นมาเถิด ถึงคนจน แต่ไม่จนศักดิ์ศรี อย่าทำให้คนตระหนี่เช่นนี้เห็นเป็นเรื่องขบขัน!”
ขอทานหลายคนนั้นรีบลุกขึ้นมาเก็บเงินแล้วพูดว่า “ขอบคุณคุณหนูใหญ่ไป๋! ขอบคุณคุณหนูใหญ่ไป๋!”