ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง - เล่มที่ 14 บทที่ 409 ฟ้าดินโกรธา
หลินชิงเวยใคร่ครวญแล้วคิดว่าขอทานหลายคนนี้เปลี่ยนท่าทีก่อนหน้านี้จากหน้ามือเป็นหลังมือ จู่ๆ พวกเขาก็คุกเข่าลงกับพื้น น่าจะเป็นเพราะเห็นคุณหนูใหญ่ไป๋นางนี้เดินผ่านมาทางนี้เป็นแน่ ดังนั้นพวกเขาจึงจงใจแสดงละครฉากนี้
คิดไม่ถึงว่าขอทานแต่ละคนในเมืองคุนแห่งนี้ล้วนมีสายเลือดของนักแสดงเต็มตัว
คุณหนูใหญ่ไป๋ได้รับการขอบคุณจากขอทาน สายตาของนางที่มองหลินชิงเวยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่ง นางพูดกับพวกขอทาน “ดูท่าทางนางยากจนเช่นนี้ คงจะไม่มีเงินทองอะไร พวกเจ้าไปที่อื่นเถิด” พูดแล้วนางก็พาผู้ติดตามของตนจากไป
ขอทานหลายคนนั้นมองเงินในมือแล้วหัวเราะออกมาด้วยความพอใจ พวกเขาแต่ละคนเดินยืดเอวผ่านหน้าหลินชิงเวยและซินหรูแล้วยังด่าออกมาคำหนึ่ง “ช่างเป็นสตรีอัปลักษณ์อะไรเช่นนี้!”
ซินหรูถ่มน้ำลายใส่แผ่นหลังของพวกเขา “ปากสุนัขไม่มีทางคายงาช้างออกมาได้หรอก! ข้าดูพวกเจ้าแล้วดูเหมือนจะกินอาจมจนเลอะเลือนไปแล้วกระมัง!”
ขอทานถูกแม่นางน้อยด่า จึงหันกายกลับมาด้วยโทสะ ซินหรูกุมงูลายเหลือง อาหวง อยู่ในแขนเสื้อ พูดอย่างไม่ยี่หระ “คิดจะสั่งสอนผู้อื่นหรือ? มีปัญญาก็มาสิ!”
ขอทานหลายคนนั้นยังคงหวาดกลัวสองสาวพี่น้องที่มีงูติดตัวมาด้วย จึงได้แต่ด่าทอสองสามคำก็จากไป
หลินชิงเวยมองซินหรูที่เต็มไปด้วยโทสะด้วยสีหน้าคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม “ข้าเพิ่งจะเห็นว่าเจ้ามีความสามารถในการก่อเรื่องไม่เบาทีเดียว”
ซินหรู “เป็นพวกเขาทำเกินไปแล้วเจ้าค่ะ ถึงกับกล้าด่าพี่สาว! ขอทานในเมืองคุนแห่งนี้มันเรื่องอันใดกัน? คุณหนูใหญ่ไป๋เมื่อสักครู่ สมองของนางมีปัญหาหรือไม่?”
หลินชิงเวย “ประมาณนั้นกระมัง”
ต่อมาหลินชิงเวยพาซินหรูหาโรงเตี๊ยมที่ดูแล้วสะอาดสะอ้านแห่งหนึ่ง เปิดห้องหนึ่งห้อง ยามค่ำคนทั้งสองกำลังนั่งอยู่ในห้องโถงใหญ่เพื่อรับประทานอาหารมื้อค่ำ จึงได้ยินคนในเมืองคุนพูดถึงเรื่องหนึ่ง บังเอิญยิ่งนักที่ชาวบ้านพูดถึงคุณหนูใหญ่สกุลไป๋นางหนึ่ง
เมืองคุนแห่งนี้ มีคุณหนูใหญ่สกุลไป๋เพียงแค่คนเดียวเท่านั้น ชื่อไป๋หยี่เนี่ยน ไม่ว่าใครที่เอ่ยถึงนางล้วนได้แต่ส่ายหน้าเท่านั้น
ที่แท้สาเหตุที่ขอทานในเมืองคุนแห่งนี้กร่างเสียจนเจ้าหน้าที่บ้านเมืองไม่อาจควบคุมขัดขวางได้ล้วนมีที่มาจากไป๋หยี่เนี่ยนนางนั้น
อาจเป็นเพราะนี่เริ่มจากความเห็นอกเห็นใจ ทำให้นางลงทุนลงแรงช่วยเหลือขอทานเหล่านั้น นางยังเปิดโรงทานต้มข้าวต้มแจกจ่าย เดิมทีนี่เป็นเรื่องดีเรื่องหนึ่ง หากในครอบครัวสกุลไป๋จะมีคนใจกว้างมากเมตตาคนหนึ่ง ก็ควรจะได้รับความเคารพยกย่องจากผู้คน แต่นางสามารถทำให้ชาวบ้านที่พูดถึงนางแต่ละคนล้วนส่ายหน้าทอดถอนใจ นี่นางทำทานด้วยวิธีการเช่นใดกันเล่า
ขอทานในเมืองแห่งนี้มีนางเป็นผู้หนุนหลัง กระทั่งมีพฤติกรรมวางอำนาจบาตรใหญ่ พบใครก็ขอเงิน หากคนที่ถูกขอทานไม่ยอมเจียดเงินออกมาสักสองอีแปะก็ยากที่จะสลัดขอทานไปได้ อีกทั้งหากประจวบเหมาะกับถูกคุณหนูใหญ่สกุลไป๋พบเห็นเข้า หากไม่ถูกคุณหนูใหญ่สกุลไป๋กล่าวหาว่าเป็นคนตระหนี่ถี่เหนียวก็จะถูกกล่าวหาว่าเป็นคนเลือดเย็นแล้งน้ำใจ ไม่มีความเห็นอกเห็นใจ
เวลาเนิ่นนานไป ไม่ว่าใครพบเห็นขอทานได้แต่หลบหลีก ส่งผลให้คนที่ไม่มีงานทำในเมืองแห่งนี้จึงกลายมาเป็นขอทานบนถนน
ดังนั้นขอทานในเมืองคุนจึงมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ
หากจะกล่าวว่าคุณหนูใหญ่สกุลไป๋นางนั้นมาจากครอบครัวฐานะร่ำรวย นั่นก็นับได้ว่าฐานะร่ำรวย เพียงแต่หลายปีมานี้ล้วนถูกนางล้างผลาญทรัพย์สินจนครอบครัวตกต่ำ แต่ในสกุลไป๋ยังมีผู้อาวุโสท่านหนึ่ง เขาคือท่านปู่ของไป๋หยี่เนี่ยน จึงสามารถยืนหยัดมาจนถึงวันนี้ ชายชราผู้นั้นรักและตามใจหลานสาวคนนี้ของเขายิ่งยวด ดังนั้นจึงได้แต่ตามใจ
ขณะที่คนทั้งสองรับประทานอาหาร ได้ยินแขกจากโต๊ะอื่นล้วนขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ซินหรูกินข้าวอย่างขบเขี้ยวเคี้ยวฟันเช่นกัน พฤติกรรมของคุณหนูใหญ่สกุลไป๋ที่พวกเขากล่าวถึง พวกนางเองได้เห็นกับตาตนเองในวันนี้ จึงรู้สึกเช่นเดียวกัน!
หลินชิงเวยกินข้าวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ซินหรูถามว่า “พี่สาว ท่านไม่โมโหเลยหรือเจ้าคะ?”
หลินชิงเวยพูดเรียบๆ “เป็นคนดีทำความดี สามารถทำดีกระทั่งฟ้าดินต่างโมโหโกรธาเช่นนี้ ไม่อาจไม่พูดว่านางมีความสามารถพอตัว”
“แต่นางด่าพี่สาวนะเจ้าคะ”
“เวลานี้ข้ายังไม่ค่อยโมโหเท่าใดนัก ดังนั้นนับว่านางยังโชคดี”
คนทั้งสองทานอาหารเรียบร้อยจึงกลับห้องชำระกายแล้วเข้านอน ตลอดการเดินทางหลินชิงเวยมิได้สวมผ้าโปร่ง ด้วยใบหน้าของนาง ทำให้นางตกเป็นเป้าสายตาของผู้คนไม่น้อย นางทำเป็นมองไม่เห็น เมื่อเห็นนางทำเป็นไม่มีอะไร ซินหรูจึงปล่อยวางเช่นกัน ผนวกกับสองวันนี้เดินทางกันอย่างเหน็ดเหนื่อย หลังจากนอนลงบนเตียงก็หลับไปอย่างรวดเร็ว
คืนนี้นอนหลับสนิท คนทั้งสองสบายเนื้อสบายตัว ด้วยไม่มีความเร่งรีบต้องไปที่ใด ด้วยเหตุนี้พวกนางจึงอาศัยอยู่ในเมืองคุนสองวัน ไปเดินเที่ยวตลาดกับจับจ่ายซื้อของใช้ของกิน แล้วค่อยเช่ารถม้าอีกคันหนึ่งเตรียมเดินทางไปยังสถานที่ถัดไป
วันนี้หลินชิงเวยและซินหรูออกจากโรงเตี๊ยมไปเดินเที่ยวในตลาด ทั้งสองมุ่งหน้าไปยังร้านขนมซื้อผลไม้และของว่างมาเล็กน้อย ซินหรูกินไปเดินไป ไม่มีเวลากระทั่งจะพูดจา
ดูท่าแล้วนางดูเหมือนจะชอบกินขนมชนิดนี้เสียแล้ว
ทั้งสองเดินผ่านตรอกหนึ่งโดยไม่ตั้งใจ ตรอกแห่งนี้ดูคุ้นตาอยู่บ้าง หลินชิงเวยและซินหรูมองแล้วก็จำได้ทันทีว่า สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ที่พวกนางถูกล้อมเอาไว้เมื่อสองวันก่อน
แต่วันนี้มีเหตุการณ์เช่นเดียวกับวันนั้นเกิดขึ้นในตรอก
คนผู้หนึ่งถูกขอทานสามถึงห้าคนล้อมเอาไว้ วันนี้หากไม่ตัดใจสละเงินจำนวนหนึ่ง เกรงว่าจะไปจากที่นี่ไม่ได้
ซินหรูอ้าปากรับผลไม้แห้งอีกผลหนึ่งเข้าปาก และป้อนใส่ปากหลินชิงเวยผลหนึ่ง ทั้งสองยืนดูละครฉากนี้อยู่ด้านข้าง
คนผู้นั้นถูกขวางทางเอาไว้จนต้องถอยหลังพร้อมกับพูดขึ้นว่า “อย่างไรเล่า วันนี้ต่อให้ข้ามีเงินก็ไม่ให้พวกเจ้า พวกเจ้าคิดจะทำอะไร? คิดจะใช้หอก? พวกเจ้ายังคิดจะเป็นขอทานอีกหรือ แม้แต่ข้ายังต้องรู้สึกขายหน้าแทนพวกเจ้า ไม่มีความเป็นมืออาชีพและคุณธรรมของการเป็นขอทานแม้แต่น้อย ไม่สู้บอกว่าพวกเจ้าเป็นโจรปล้นฆ่าดีกว่า กลางวันแสกๆ เช่นนี้ยังคิดจะปล้นเงินทองผู้อื่น? ระวังเถิด ข้าจะไปฟ้องร้องพวกเจ้าที่ศาลาว่าการ! ถึงเวลานั้นไม่เพียงแต่ต้องเข้าไปในคุก ยังต้องชดใช้เงินให้กับข้าด้วย!”
คนผู้นั้นสวมอาภรณ์สีแดงทั้งชุด ถูกล้อมจนมองไม่เห็น ทั้งๆ ที่เป็นเช่นนี้ยังคงอ้าปากด่าทอไม่หยุด
ซินหรูพูดคล้ายมองสิ่งใดออก “พี่สาว ท่านรู้สึกหรือไม่ว่าเสียงนี้คุ้นหูอยู่บ้างเจ้าคะ? สีของอาภรณ์นั้นก็คุ้นตายิ่งนัก”
หลินชิงเวยหรี่ตาลงแล้วยิ้มบนหน้า รอยยิ้มนั้นค่อยๆ กระจายไปทั่วใบหน้าของนางพร้อมกับริมฝีปากที่โค้งขึ้น “หลีเช่อ”
เสียงนี้ไม่ดังและไม่เบา แต่ดังไปถึงหูของชายในอาภรณ์สีแดงผู้นั้น แม้จะมองเห็นใบหน้าของเขาไม่ชัดเจน ทว่ากลับมองเห็นว่าเงาร่างด้านหลังของเขาชะงักงันเมื่อได้ยินเสียงของตน
มีความอบอุ่นเล็กน้อยในสายลมที่พัดเข้ามาจากชายคาเรือนที่อยู่ใต้แสงแดดเข้ามาในตรอก หลินชิงเวยจูงมือซินหรู ชายกระโปรงของทั้งสองคนปลิวพลิ้วไปตามแรงลมขณะยืนอยู่ที่นั่น
ใต้ชายคาเรือนในตรอกไม่ใกล้ไม่ไกล มีหญิงชราผมขาวโพลนนางหนึ่งนั่งอยู่ เบื้องหน้าของหญิงชราคือร้านขายของ นางขายดอกไม้และงานฝีมือเล็กน้อยของตน แม้ลักษณะของมันจะไม่ได้ใหม่นัก ทว่าฝีมือนับว่าประณีต
เพียงแต่ผู้คนที่เดินผ่านไปมาล้วนไม่ได้หันกลับมามอง และไม่ได้หยุดลงเพื่อมองสิ่งของที่นางวางขาย
ยามนี้ ขอทานหลายคนที่ล้อมคนเอาไว้ตกตะลึงและหันกลับมา บุรุษชุดแดงผลักหนึ่งในขอทานออกไป เมื่อเขามองเห็นหลินชิงเวยและซินหรูชัดเจนก็แทบจะหลั่งน้ำตา “นับว่าพบคนคุ้นเคยเสียที มารดามันเถอะ คนแต่ละคนของที่นี่มันช่างอับอายขายหน้านัก ข้าไม่มีเงินก็จะเอาเงินจากข้าให้ได้ ข้าไม่ใช่บิดาของพวกเขาสักหน่อย!”
*****
เพื่อเป็นการตอบแทนนักอ่านที่สนับสนุนเราเสมอมา
เราขอมอบโค้ดเหรียญทองให้เป็นของขวัญปีใหม่แก่นักอ่านผู้โชคดีที่เข้ามาอ่านนิยายในตอนนี้
*โค้ดมีจำนวนจำกัด และต้องเติมภายในวันที่ 31 มกราคม 2565
คุณนักอ่านสามารถเติมเหรียญได้ในเมนู *กรอกรหัสโปรโมชัน* ในแอปแอนดรอยด์ หรือ ในหน้ากระเป๋าเงินในเว็บไซต์ (https://fictionlog.co/i/payment) ทั้งนี้ โค้ดเหรียญทองต้องพิมพ์เป็นตัวใหญ่ ไม่มีสัญลักษณ์อื่นนอกจาก – _ และไม่มีเว้นวรรคทั้งหน้าและหลังโค้ด
สวัสดีปีใหม่ 🙂