ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง - เล่มที่ 14 บทที่ 410 เรื่องด่าคนเขาเป็นที่หนึี่งไม่มีสอง
- Home
- ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง
- เล่มที่ 14 บทที่ 410 เรื่องด่าคนเขาเป็นที่หนึี่งไม่มีสอง
ซินหรูหัวเราะฮิๆ ขึ้นมา สองวันก่อนพบเจอกับเรื่องเช่นนี้ นางยังรู้สึกอิดหนาระอาใจ แต่ยามนี้หลีเช่อมาพบเจอกับเรื่องเช่นนี้จึงดูแล้วยิ่งน่าขัน
หลินชิงเวยเลิกคิ้ว “แต่ดูจากท่าทางของเจ้าแล้วไม่เหมือนไม่มีเงิน”
“ถูกต้อง ข้ามีเงิน” หลีเช่อจัดอาภรณ์ที่ยับย่นของตนให้เข้าที่เข้าทางและมองขอทานเหล่านั้น “เรียกข้าว่าบิดา ข้าให้เงินพวกเจ้า”
ขอทานได้ยินเช่นนั้น สีหน้าเต็มไปด้วยโทสะทันที
หลีเช่อรีบวิ่งมาอยู่ข้างกายหลินชิงเวย “อย่างไรเล่า ให้ทำเรื่องแค่นี้ก็ยังวางท่า แล้วจะออกมาขอข้าวขอเงินทำไมเล่า? แค่เห็นก็รู้แล้วว่าพวกเจ้าไม่ได้ผ่านการอบรมมาอย่างมืออาชีพ เช่นนี้ไม่มีคุณสมบัติของขอทาน มาๆๆ ข้าจะสอนพวกเจ้า” หลีเช่อรวบอาภรณ์ขึ้นมาพูดว่า “คุกเข่าลงก่อน เรียกบิดา”
หลินชิงเวย “…”
ซินหรูที่ยืนอยู่ด้านข้างพูดขึ้นอย่างไร้เดียงสา “เจ้าหน้าตางดงามเช่นนี้ จะมีบุตรชายหน้าตาขี้ริ้วเช่นนี้ได้หรือ?”
หลีเช่อครุ่นคิด “เจ้าพูดถูกแล้ว เรียกข้าว่าบิดา ข้ายังรู้สึกอับอายขายหน้า”
ขอทานพูดขึ้นอย่างทนไม่ไหว “ให้เงินก็ให้เงิน ไม่ให้ก็ไม่ให้ เจ้าอาศัยอะไรมาดูหมิ่นดูแคลนคนเยี่ยงนี้!”
เดิมหลีเช่อก็รู้สึกเอือมระอาอยู่แล้ว บัดนี้จึงยิ่งรู้สึกเหนื่อยหน่าย เขาหันหน้าไปกล่าวว่า “นี่ ยังรู้จักอับอายหรือไม่ ไม่พอใจหรือ? ไป แน่จริงพวกเราไปศาลาว่าการ!”
ขอทานหลายคนมีท่าทีหวาดกลัวทันที สองคนในนั้นดูเหมือนจะคุ้นตาอยู่บ้าง เป็นขอทานสองคนที่ล้อมหลินชิงเวยและซินหรูเมื่อสองวันก่อนนั่นเอง พวกเขากำลังส่งสัญญาณทางสายตากันเตรียมจะผละไปจากที่นี่
ไหนเลยจะคิดว่าวันนี้ไป๋หยี่เนี่ยน คุณหนูใหญ่ไป๋กำลังเปิดโรงเจเพื่อแจกข้าวต้ม ได้ยินขอทานไปรายงานจึงรีบมายังที่เกิดเหตุ เวลานั้นในมือของนางยังถือจวักตักข้าวต้มอยู่ด้ามหนึ่ง
ไป๋หยี่เนี่ยนมองหลินชิงเวยและซินหรู นางขมวดคิ้วกล่าวว่า “ไฉนจึงเป็นพวกเจ้าอีกแล้ว?”
หลินชิงเวยพูดกลั้วหัวเราะ “การได้พบเจ้าอีกครั้งทำให้พวกเรารู้สึกย่ำแย่อย่างยิ่ง แต่เห็นเจ้าพบพวกเราแล้วย่ำแย่ยิ่งกว่า พวกเราจึงรู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย”
ไป๋หยี่เนี่ยนถูกหลินชิงเวยพูดจาเหน็บแนมเช่นนี้ ในใจไหนเลยจะรู้สึกเป็นสุข นางด่าออกมาประโยคหนึ่ง “หญิงอัปลักษณ์!”
“เจ้าว่าใครอัปลักษณ์?” ซินหรูยังไม่ได้พูดจา หลีเช่อสวนกลับไปทันที
มีเขาอยู่ เรื่องด่าคนจึงไม่จำเป็นต้องให้ซินหรูออกโรง
หลินชิงเวยและซินหรูยืนด้านข้าง ครานี้ไป๋หยี่เนี่ยนเพิ่งจะสังเกตเห็นว่าด้านข้างมีคนอีกคนหนึ่ง หากมิใช่ได้ยินเสียงเขาพูดจายังยากจะเชื่อว่าคนงามเช่นนี้ถึงกับเป็นบุรุษคนหนึ่ง เวลานั้นไป๋หยี่เนี่ยนมองจนตะลึง
หลีเช่อตวัดสายตามองนางปราดหนึ่ง “ใบหน้าของเจ้าก็เป็นมารดาของเจ้าให้มา ข้ายังไม่พูดเลยว่ามารดาของเจ้าให้กำเนิดบุตรสาวหน้าตาอัปลักษณ์ นี่เป็นคุณธรรมที่ควรมีในจิตใจของคนรู้หรือไม่?”
ไป๋หยี่เนี่ยนถูกทำให้โมโหไม่น้อย เพิ่งคิดจะตอบโต้ด้วยวาจากลับไป หลีเช่อกลับพูดอีกว่า “ในใจรู้สึกย่ำแย่กระมัง รู้สึกย่ำแย่ก็ถูกต้องดีอยู่แล้ว สตรีเช่นเจ้าที่พูดว่าคนอื่นเป็นหญิงอัปลักษณ์ ข้าก็ไม่เห็นว่าเจ้าจะงดงามสักเท่าใด งามเท่าข้าหรือไม่? ดูรูปร่างของเจ้า ข้างหน้าไม่นูน ข้างหลังไม่งอน หน้าอกไม่มีเนื้อ ยังไม่ได้ออกเรือนกระมัง? ไม่ต้องถามว่าข้าเดาถูกได้อย่างไร นี่ยังต้องคาดเดาอีกหรือ เจ้าออกมาแหกปากร้องเสียงดังกลางตลาด ใครจะอยากแต่งเจ้าเป็นภรรยากัน?”
หลินชิงเวยมุมปากกระตุก ซินหรูได้ยินแล้วถึงกับปากอ้าตาค้างไปเลยทีเดียว นางคิดอย่างไรก็คิดไม่ถึงหลีเช่อผู้นี้จะมีพรสวรรค์ในการด่าคนโดยไม่หอบหายใจ ไป๋หยี่เนี่ยนคิดจะสอดปากก็ยังไม่มีโอกาส ใบหน้าของนางประเดี๋ยวแดงประเดี๋ยวขาวด้วยความโมโห นี่แทบจะถูกด่าจนร่ำไห้แล้ว
ไม่ธรรมดาจริงๆ ซินหรูตัดสินใจว่านางจะมองหลีเช่อใหม่
หลินชิงเวยเห็นว่าเพียงหลีเช่อคนเดียวก็สามารถควบคุมเหตุการณ์ได้แล้ว เรื่องการทะเลาะวิวาท เขาสามารถด่าทอไป๋หยี่เนี่ยนไปไกลถึงถนนอีกสิบแปดสายโดยไม่ซ้ำคำกัน ดังนั้นนางจึงพาซินหรูไปดูสินค้าของหญิงชรา หญิงชรามิได้หูไม่ดีเนื่องจากวัยชรา แต่พบเห็นเรื่องเช่นนี้มากมายเสียจนไม่แปลกใจอีกแล้ว นางจึงมีท่าทีเรียบเรื่อย
เห็นหลินชิงเวยนั่งยองๆ ลงหน้าร้านค้าของนาง นางจึงนำเครื่องประดับไข่มุกที่นางทำได้ดีที่สุดมายื่นให้กับหลินชิงเวย ดูว่านางพอใจหรือไม่
หลินชิงเวยพูดกับซินหรู “ดูว่ามีที่ชอบหรือไม่ พวกเราเลือกมาหลายอันหน่อย”
ซินหรูมองไข่มุกเหล่านั้นแล้วรู้สึกลิงโลดใจ นางจึงเริ่มเลือกไข่มุก “ท่านย่าฝีมือดีเหลือเกิน!”
ทางด้านนั้นหลีเช่อทะเลาะกับไป๋หยี่เนี่ยนอย่างดุเดือด ไป๋หยี่เนี่ยนย่อมมิอาจทะเลาะชนะเขา จึงได้แต่ถามขอทานหลายคนนั้นว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น
ขอทานหลายคนนั้นจึงเล่าเรื่องพร้อมกับใส่สีตีไข่
ไป๋หยี่เนี่ยนพูดด้วยโทสะ “คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะมีปากคอเราะรายเช่นนี้ และเป็นพ่อไก่ขนเหล็ก [1] ถอนขนสักเส้นก็ไม่ได้!”
หลีเช่อ “ใจแคบแล้วอย่างไร? อย่างไรก็ดีกว่าเจ้าที่เป็นแม่ไก่ขนเหล็ก พบเห็นใครก็ถอนขนให้เขาไปทั่วก็แล้วกัน”
“เจ้าว่าใครเป็นแม่ไก่?” ไป๋หยี่เนี่ยนโมโหจนใช้จวักด้ามยาวนั้นตีหลีเช่อ “เห็นความไม่ยุติธรรมแล้วเข้าช่วยเหลือมันผิดตรงไหน? มนุษย์เรามีชีวิตอยู่บนโลกนี้ มิใช่ควรมีจิตใจเมตตาอารีหรือ! เจ้าดูพวกเขาสิน่าสงสารเพียงใด เจ้ากลับดียิ่งนัก แล้งน้ำใจก็ช่างเถิด ยังปากคอเราะราย ดูหมิ่นคนยากจนน่าเวทนา เสียทีที่เกิดมาเป็นบุรุษ! เจ้าทำให้บุรุษทั้งใต้หล้าต้องอับอาย!”
หลีเช่อหันหน้าไปมองขอทานเหล่านั้น “เจ้าดูสิ เจ้าจะด่าคนยังด่าไม่เป็น พวกเขาก็เป็นบุรุษเช่นกัน นี่เท่ากับเจ้าด่าพวกเขาด้วยหรือ? เพียงแต่ไม่ต้องเป็นห่วง พวกเขาขายหน้าตั้งนานแล้ว ไหนเลยจะมีหน้าให้ต้องขายอีก”
“เจ้า!”
ไป๋หยี่เนี่ยนโมโหจนไม่รู้จะทำอย่างไร จึงใช้จวักด้ามยาวที่อยู่ในมือทุบตีหลีเช่อ หลีเช่อย่อมไม่ปล่อยให้นางตีตามอำเภอใจ เขาแย่งจวักด้ามยาวจากมือของนาง ไป๋หยี่เนี่ยนจึงได้แต่ยืนเท้าเอวด้วยความโมโหอยู่ในตรอก รอบข้างมีคนที่ผ่านไปมาหยุดดูไม่น้อย เรื่องนี้ทะเลาะเบาะแว้งกันเสียงดัง ลำพังแค่หลีเช่อและไป๋หยี่เนี่ยนทะเลาะกันก็เป็นเรื่องหาได้ยากยิ่งแล้ว เรื่องที่ทำให้ไป๋หยี่เนี่ยนเสียเปรียบ ยังไม่รีบมาดูอีก
ไป๋หยี่เนี่ยนเห็นว่ามีชาวบ้านมาล้อมวงมุงดูอยู่มากมายเช่นกัน นางชี้นิ้วไปยังขอทานหลายคนนั้นพร้อมทั้งออกคำสั่ง “พวกเจ้ามานี่!”
ขอทานหลายคนนั้นแสร้งเดินเข้ามาหาไป๋หยี่เนี่ยนด้วยท่าทางหวาดกลัว
ราวกับไป๋หยี่เนี่ยนต้องการเอาชนะ ทางหนึ่งมองหลีเช่อ อีกทางหนึ่งหยิบก้อนเงินออกมาหลายก้อน นางพูดท้าทายหลีเช่อ “ข้าไม่ได้ไร้เมตตาเช่นเจ้า ข้าเห็นขอทานยากจนก็ใจอ่อนแล้ว เจ้าหักใจไม่ได้ เช่นนั้นก็ดี ข้าหักใจให้พวกเขาแล้วจะทำไม! พวกเจ้ารับไป คนละหนึ่งก้อน!”
ต้องรู้ว่าเงินก้อนหนึ่งเหล่านั้น เพียงพอที่จะให้ชาวบ้านธรรมดาสามัญใช้ยังชีพได้หลายเดือนหรือถึงครึ่งปีทีเดียว ขอทานหลายคนนั้นได้รับเงินแล้วจึงดีใจอย่างยิ่ง
คนที่ล้อมวงมุงดูอยู่ทั้งหมดตกอยู่ในความเงียบงัน
ซินหรูเพิ่งจะเลือกไข่มุกได้สองสาย หลินชิงเวยเตรียมจะจ่ายเงิน ทว่ากลับเห็นไป๋หยี่เนี่ยนถึงกับให้เงินก้อนกับขอทานเหล่านั้น หลินชิงเวยยังมองเห็นว่ายามนั้นหญิงชราที่อยู่เบื้องหน้าเห็นเหตุการณ์นี้ ในแววตาของหญิงชราปรากฏให้เห็นความน้อยเนื้อต่ำใจและน่าเวทนา
ไข่มุกสองสายมีมูลค่าเพียงไม่กี่อีแปะ แต่นางทำขึ้นมาด้วยมือของตนเองอย่างยากลำบาก แต่ชั่วพริบตาเดียวขอทานเหล่านั้นกลับได้เงินมากกว่านางไม่รู้ตั้งกี่เท่าตัวโดยไม่ต้องทำอะไรเลย
—————–
[1] พ่อไก่ขนเหล็ก หมายถึง คนขี้เหนียว