ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง - เล่มที่ 14 บทที่ 412 ที่แท้เป็นคนพูดติดอ่าง
ซินหรูมองเจ้าหน้าที่แล้วพูดอย่างไร้เดียงสา “พี่ชายไม่ไปหาดูแล้วจะรู้ได้อย่างไรว่ามีคนเข้าลักษณะที่ตามหามากกว่าพวกเราหรือไม่?”
หลีเช่อกลับพูดว่า “ใช่แล้ว นี่ต้องเป็นความบังเอิญแน่นอน”
เจ้าหน้าที่สิ้นความอดทน “เลิกพูดจาส่งเดช พวกเจ้าคิดว่าพวกเราโง่เขลาหรือ ไปศาลาว่าการกับพวกเราสักหน!”
นับว่าเจ้าหน้าที่เหล่านี้ยังเกรงใจอยู่บ้าง พวกเขาไม่ได้มัดตัวคนทั้งสามออกไปจากโรงเตี๊ยม แต่ถ้าทั้งสามคนยังไม่ให้ความร่วมมืออีก เชื่อว่าคงจะไม่แคล้วถูกจับกุมตัวไป
หลีเช่อเดินไปหยุดข้างกายเจ้าหน้าที่แล้วถามว่า “ข้าขอถามสักประโยคได้หรือไม่ เหตุใดใต้เท้านายอำเภอจึงต้องการพบพวกเรา? พวกเราเดินทางผ่านเมืองคุนเท่านั้น ไม่มีเจตนาร้ายอันใด”
เจ้าหน้าที่ตวัดสายตามองเขาปราดหนึ่งพร้อมกับแค่นหัวเราะเสียงเย็น “เรื่องที่เจ้าทะเลาะเบาะแว้งกับคุณหนูใหญ่สกุลไป๋กลางตลาด คนทั้งเมืองลือกันไปทั่ว เจ้ายังไม่รู้อีกหรือว่าเหตุใดใต้เท้านายอำเภอจึงต้องการพบเจ้า? ลำพังแค่ข้อหาที่เจ้าก่อความวุ่นวายก็ทำให้พวกเจ้าต้องเข้าไปอยู่ในคุกหลายวันแล้ว”
“ที่แท้เป็นคุณหนูใหญ่จอมล้างผลาญไปร้องเรียนนี่เอง?” หลีเช่อทอดถอนใจ “สตรีคือความยุ่งยาก ชอบฟ้องร้องเป็นที่สุด แม้กระทั่งการทะเลาะเบาะแว้งกลางตลาดก็ทำได้ไม่ดี เจ้าว่านางยังมีประโยชน์อะไรอีก?”
เจ้าหน้าที่ “…”
หลีเช่อพูดอีกว่า “แต่เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของพวกเราใช่หรือไม่ ข้าเพิ่งเหยียบย่างเข้ามาในเมืองก็ถูกขอทานไล่ล่าตามติดเพื่อขอเงิน ต่างบีบคั้นพวกเราจนไม่มีที่ไป ยังมีขอทานเหล่านั้นที่ทำเกินไปอีก พวกเขาไม่มีคุณธรรม”
เจ้าหน้าที่มุมปากกระตุก “เรื่องเหล่านี้ค่อยเจรจาเมื่อพบใต้เท้าเถิด”
พวกเขาออกจากโรงเตี๊ยมไปยังศาลาว่าการ แม้จะไม่มีการจับกุมตัว แต่มีเจ้าหน้าที่ติดตามมาด้วยอย่างชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกขอทานริมถนนด้วยได้รับข่าวสารอย่างรวดเร็วจึงมีท่าทางราวกับต้องการออกมาดูความครื้นเครงอย่างไรอย่างนั้น เมื่อเห็นหลินชิงเวย หลีเช่อ และซินหรูถูกเจ้าหน้าที่พาตัวไป ขอทานเหล่านั้นล้วนมีสีหน้าสาแก่ใจ
เจ้าหน้าที่กวาดตามองไปที่พวกเขาปราดหนึ่ง พวกเขาจึงค่อยๆ เก็บงำความรู้สึกแล้วหมุนกายจากไป
หลินชิงเวยเห็นเจ้าหน้าที่รู้สึกเอือมระอาต่อขอทานเหล่านั้นมากกว่าจะสงสารพวกเขา เช่นนั้นพวกเขาทั้งสามคนก็ไม่มีอะไรให้ต้องหนักใจแล้ว
หลีเช่อเห็นยังมีขอทานขวัญกล้าเทียมฟ้ายืนดูด้วยสีหน้าสาสมใจอยู่ข้างถนน จึงพูดขึ้นว่า “ดูพวกขอทานเหล่านี้ แต่ละวันไม่ทำงานเป็นชิ้นเป็นอัน วันๆ รู้จักแต่มาดูความสนุกสนาน ยังไม่รีบไปขอทานอีก ไสหัวไป!”
ขอทานมีโทสะทว่ามิกล้าเอ่ยวาจา หากเจ้าหน้าที่ของทางการไม่อยู่ที่นี่ด้วย เกรงว่าคงจะเข้ามาทุบตีหลีเช่อจนหมอบไปแล้ว
เจ้าหน้าที่พูดขึ้นว่า “เมื่อก่อนในเมืองไม่มีขอทานมากเช่นนี้”
“ท่านดูสิ ผู้ที่ก่อความวุ่นวายไม่ใช่พวกเรา เป็นพวกเขาจึงจะถูก”
เจ้าหน้าที่คร้านจะใส่ใจกับคำพูดของหลีเช่อ
มาถึงศาลาว่าการ ด้านหน้าศาลาว่าการเงียบสงบ ด้านหน้ามีเจ้าหน้าที่สองคนเฝ้าอยู่ ดูท่าแล้วหากมิใช่เป็นเพราะเรื่องขอทานในเมืองนี้ก่อความวุ่นวาย เมืองคุนแห่งนี้ยังนับได้ว่าเป็นเมืองเล็กๆ ที่สงบสุข—ไม่มีคดีอะไรมากมาย
เข้ามาในศาลาว่าการ เมื่อมาถึงห้องโถงของศาล ภายในศาลไม่มีเจ้าหน้าที่เฝ้าอยู่ทั้งสองด้าน ชัดเจนยิ่งนักว่านี่มิใช่การพิจารณาคดีแบบจริงจังนัก หลินชิงเวยเงยหน้าขึ้นมองใต้เท้านายอำเภอเมืองคุนในชุดขุนนางนั่งอยู่ข้างบน บนศีรษะของเขายังมีแผ่นป้ายเขียนว่า “พิจารณาคดีอย่างเที่ยงธรรม” ส่วนเขานั่งเอามือเท้าขมับ…ศีรษะเอียงไปมาด้วยกำลังสัปหงก
เจ้าหน้าที่แทบจะประคองสีหน้าเอาไว้ไม่อยู่ จึงกระแอมกระไอในลำคอเบาๆ ครั้งหนึ่ง แล้วรายงานว่า “เรียนใต้เท้า นำตัวคนทั้งสามที่ทะเลาะเบาะแว้งกับคุณหนูใหญ่สกุลไป๋กลางตลาดเมื่อยามบ่ายมาแล้วขอรับ”
นายอำเภอ “…”
เจ้าหน้าที่ “ใต้เท้า?”
นายอำเภอ “…”
เจ้าหน้าที่ “ใต้เท้า!”
น้ำเสียงของเจ้าหน้าที่ดังก้องขึ้นทันใด ราวกับว่าหากเป็นเช่นนี้ต่อไปคงต้องเป็นเรื่องขบขันของชาวบ้าน ด้วยคิดว่าศาลาว่าการไม่เคร่งครัดเข้มงวด ดังนั้นเขาจึงพูดเสียงดังขึ้นอีก นายอำเภอผู้นั้นตกใจจนสะดุ้งโหยงและตื่นขึ้นทันที เขาตบโต๊ะแล้วตวาดลั่น “ผู้ ผู้ใดกันมาส่งเสียงเอะอะโวยวายที่นี่!”
หลีเช่อยกมือชี้ไปที่เจ้าหน้าที่ที่อยู่ข้างกายทันที “ใต้เท้าขอรับ เป็นเขาที่ส่งเสียงเอะอะโวยวายที่นี่”
เจ้าหน้าที่ “…”
นายอำเภอจับจ้องมองไปพร้อมกับจัดหมวกขุนนางของตน เขากระแอมกระไอให้คอโล่งแล้วจึงพูดว่า “เจ้านำคน…นำคนกลับมาด้วย?”
เจ้าหน้าที่ตอบ “ใช่ขอรับ”
นายอำเภอเพิ่งจะสังเกตเห็นคนทั้งสามในศาล เขาเห็นเพียงบุรุษหน้าตางดงามถึงขั้นทำให้คนต้องตกตะลึง สำหรับรูปโฉมของสตรี เดิมทีเป็นสตรีรูปโฉมงามพิลาสคนหนึ่ง แต่น่าเสียดายที่บนใบหน้ามีรอยแผลเป็น ส่วนสาวใช้ข้างกายนั้นผิวพรรณผุดผ่อง ดวงตาเบิกกว้างอย่างไร้เดียงสา น่ารักน่าเอ็นดูยิ่ง
นายอำเภอถามด้วยน้ำเสียงเป็นการเป็นงาน “ก่อนหน้าที่ข้าได้ยินว่ามี มีคนทะเลาะเบาะแว้งกับคุณหนูใหญ่สกุลไป๋กลางตลาด สกุลไป๋เป็นครอบครัวใหญ่ คุณ…คุณหนูใหญ่โมโหจนร้องไห้กลับบ้าน เป็นเจ้า เป็นฝีมือของพวกเจ้า?”
มองนายอำเภอพูดประโยคยืดยาวในลมหายใจเดียว คนทั้งสามฟังแล้วยังรู้สึกเหน็ดเหนื่อยยิ่ง มีความรู้สึกหายใจหายคอไม่ค่อยทัน ใต้เท้านายอำเภอผู้นี้ถึงกับเป็นคนพูดติดอ่าง?
หลินชิงเวยและซินหรูพร้อมใจกันถอยไปข้างหลังก้าวหนึ่งโดยมิได้นัดหมาย
หลีเช่อได้แต่อธิบายเสียงแข็ง “ไม่ถึงขั้นทะเลาะเบาะแว้ง เพียงแต่พูดจากันสองประโยค ส่วนเรื่องที่นางร้องไห้วิ่งกลับบ้านนั้น” หลีเช่อแบมือทั้งสองข้างออก “เรื่องนี้ข้าไม่รู้สาเหตุเช่นกัน แต่ไม่เกี่ยวข้องกับข้าเด็ดขาด”
นายอำเภอ “เจ้า เจ้าด่าคนจน จนร้องไห้แล้ว ยังพูดอีกว่ามิใช่ทะเลาะเบาะแว้ง ยัง ยังพูดว่านางร้องไห้ไม่เกี่ยวกับเจ้า?”
หลีเช่อพูดตามความจริง “หากข้าทะเลาะกับนางขึ้นมาจริงๆ แล้วละก็ คงไม่มีโอกาสให้นางได้ร้องไห้”
นายอำเภอพูดน้ำเสียงจริงจัง “เช่นนั้นเจ้ายอมรับแล้วล่ะสิ วันนี้พวกเจ้า…วันนี้พวกเจ้าเกิดเกิดความขัดแย้งกับคุณหนูใหญ่ไป๋จริงๆ ใช่หรือไม่?”
หลีเช่อ “นับตั้งแต่ข้าก้าวเข้ามาในเมืองก็ถูกขอทานไล่ล่าติดตามขอเงิน สุดท้ายถูกบีบให้เข้าไปในตรอกจนไม่อาจปลีกตัวได้…”
นายอำเภอเอ่ยขัดขึ้นอย่างรำคาญ “ได้ ได้ ได้แล้ว เจ้าไม่ต้องพูดแล้ว”
หลีเช่อ “ไม่ได้ อย่างไรก็ต้องพูด ต่อมาข้าได้ยินว่าหากมิใช่เป็นเพราะคุณหนูใหญ่สกุลไป๋ให้ท้ายขอทานเหล่านั้น ขอทานก็คงไม่ถูกบ่มเพาะให้หากินอย่างไร้เหตุผลเช่นนี้ หากยังให้ท้ายกันต่อไปเช่นนี้ เกรงว่าขอทานคงต้องเปลี่ยนอาชีพเป็นโจรปล้นชาวบ้านเสียแล้ว ใต้เท้านายอำเภอ เรื่องนี้ท่านต้องลงมาดูแลนะขอรับ หากท่านไม่ลงมาดูแลขอทานเหล่านี้คงยิ่งใหญ่ค้ำฟ้า!”
ดูเหมือนนายอำเภอจะไม่พอใจปากคอของหลีเช่ออย่างยิ่ง เขาตบโต๊ะดังปังอีกครั้ง “เวลานี้ข้าถามเจ้า เรื่องที่เจ้าๆ และคุณหนูใหญ่สกุลไป๋ ปะ ไป๋…ไป๋ ทะเลาะกัน ไม่ใช่เรื่องจะจัดการกับขอทานในเมืองนี้อย่างไร!”
หลีเช่อ “การจัดการเรื่องราวมิใช่ดูจากเรื่องเล็กไปหาเรื่องใหญ่ จากผิวเผินไปสู่เบื้องลึกหรอกหรือ?”
นายอำเภอผู้นั้นมองหลีเช่อปราดหนึ่ง แล้วมองหลินชิงเวยและซินหรูที่อยู่ข้างหลังหลีเช่อ “ข้า ข้าไม่สนใจอันใดมากมาย ข้า ข้าเพียงถามพวกเจ้า อย่างไรเรื่องนี้ นี้…นี้ก็เป็นพวกเจ้าที่ทำไม่ถูกต้องกระมัง!”
หลีเช่อถามอย่างระมัดระวัง “หากพวกเราบอกว่าไม่ใช่…ใต้เท้า ท่านเชื่อหรือไม่?”
นายอำเภอขึงลูกนัยน์ตา “เจ้าพูดข้าข้าข้า…” เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เฮือกหนึ่ง คนที่อยู่ในศาลทั้งหมดมองใบหน้าของเขาที่กำลังสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ แล้วคิดว่าเขาหายใจคล่องขึ้นอย่างมิง่ายดายทีเดียวก่อนจะพูดออกมาว่า “เชื่อหรือไม่!”