ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง - เล่มที่ 14 บทที่ 415 นางแข็งแกร่งจริงๆ
เจ้าหน้าที่ยังคิดจะพูดสิ่งใดอีก นายอำเภอได้ยินเสียงสนทนาจึงหันหน้ามาพบคนทั้งสามเข้าพอดี ยามนี้ขอทานกลุ่มหนึ่งกำลังพูดจาเสียดสีด้วยน้ำเสียงไม่ดังไม่เบานัก “เมืองคุนแห่งนี้ไม่เกิดเหตุไฟไหม้มานานแล้ว แต่เมื่อมีคนต่างถิ่นมาถึงที่นี่เพียงวันเดียวก็มีบ้านเรือนของผู้คนเกิดไฟไหม้แล้ว นี่คงไม่ใช่การกระทำของคนกระมัง?”
ทันทีสิ้นเสียง ปลายหอกก็ชี้มาที่หลินชิงเวยและพวกซึ่งเป็นคนต่างถิ่นทันที คนหมู่มากมักจะคล้อยตามคลื่นลมโดยง่ายดาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีคนเจตนากระพือไฟให้โหมแรงขึ้น อีกทั้งทันทีที่ทำให้ชาวบ้านในเมืองรู้สึกว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจากข้างนอก พวกเขาล้วนรังเกียจคนต่างถิ่น เช่นนั้นหลินชิงเวยทั้งสามคนย่อมไม่อาจรั้งอยู่ที่นี่ต่อไปได้อีก
เมื่อนายอำเภอได้ยินคำพูดของขอทาน เขาขึงตาใส่พวกเขาทันที นายอำเภอเอามือไพล่หลังพูดด้วยน้ำเสียงเข้มงวดว่า “พูดจาเหลวไหล! เมื่อคฤหาสน์หลังนี้เกิดไฟไหม้ ข้าได้เชิญตัวคนทั้งสามไปสอบถามที่ศาลาว่าการแล้ว พวกเขาไม่อยู่ในที่เกิดเหตุ! เจ้าจะบอกว่าพวกเขาแยกร่างได้หรือไร ทางหนึ่งคุกเข่าอยู่ในโถงศาล อีกทางหนึ่งมาก่อเหตุวางเพลิงที่นี่?!”
ขอทานคนที่พูดเมื่อสักครู่ไม่พูดจา ชาวบ้านที่ตกอยู่ในภาวะตึงเครียดจึงค่อยๆ สงบลง
นายอำเภอพูดอีกว่า “เด็กๆ ขับไล่ขอทานที่พูดจาให้ร้ายผู้อื่นออกไปซะ! หากข้าได้ยินพวกเจ้าพูดจาส่งเดชอีกละก็ จับกุมตัวให้หมด!”
เมื่อนายอำเภอกล่าวเช่นนี้ ขอทานเหล่านั้นจึงค่อยๆ พากันแยกย้ายออกไป
หลินชิงเวยพูดขึ้นในเวลานี้ว่า “หากใต้เท้าไม่ถือสา ให้ข้าเข้าไปดูสักหน่อยได้หรือไม่?”
เมื่อคำพูดนี้ออกจากปากนาง ย่อมยากจะทำให้คนเชื่อถือได้ เจ้าหน้าที่ย่อมขวางทางพวกเขาไม่ให้เข้าไป แต่นายอำเภอเห็นสีหน้าท่าทางของหลินชิงเวยแล้วก็อดที่จะรู้สึกเหลือเชื่อไม่ได้ว่า แววตาของแม่นางน้อยมีบางอย่างที่ทำให้เขาไม่อาจไม่เชื่อถือ ดังนั้นนายอำเภอจึงยอมอะลุ่มอล่วยอีกครั้ง
นายอำเภอรู้สึกหงุดหงิดกับนิสัยทำตามความรู้สึกของตนเสมอ พูดให้น่าฟังสักหน่อยก็คือเต็มไปด้วยความเห็นอกเห็นใจเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน เป็นคนติดดินและเข้าถึงประชาชน พูดให้ไม่น่าฟังสักหน่อยก็คือเป็นมะพลับนิ่มครึ่งลูก ไม่ค่อยจะมีความน่าเกรงขามของอำนาจและบารมีที่ขุนนางพึงมีสักเท่าใดนัก
นายอำเภอพูดกับเจ้าหน้าที่ “ให้นางเข้ามา”
เดิมทีหลีเช่อและซินหรูคิดจะตามเข้าไปเช่นกัน ทว่าเมื่อหลินชิงเวยก้าวเข้าไป นางกลับพูดกับเจ้าหน้าที่ว่า “เขาสองคนไม่ต้องเข้าไป ให้รอด้านนอก”
หลีเช่อและซินหรูมองเงาร่างด้านหลังของหลินชิงเวยที่ก้าวเข้าไปในคฤหาสน์สกุลหลี่พร้อมกับนายอำเภอ หลีเช่อพูดกับซินหรูว่า “ที่จริงนิสัยเช่นนี้ของพี่สาวไม่ดีนัก”
ซินหรู “ไม่ดีที่ใด?”
“มีความคิดเป็นของตนเองมากเกินไป เช่นนี้แล้วจะทำให้บุรุษรู้สึกว่านางแข็งแกร่งมาก เช่นนี้แล้วจะทำให้หาคู่ครองได้ไม่ง่าย”
ซินหรูร้องฮึ “เดิมทีพี่สาวเป็นคนแข็งแกร่งอยู่แล้ว หาคู่ครองไม่ได้ย่อมเป็นเพราะอีกฝ่ายโดดเด่นไม่พอ มันเกี่ยวอะไรกับพี่สาวข้าด้วย? หรือไม่รอเมื่อพวกเราไปถึงหมู่บ้านชนบทบนภูเขาซื้อตัวบุรุษมาคนหนึ่งก็ได้แล้ว พี่สาวมีเงินมากมายเช่นนั้น รักษาใบหน้าหายแล้วยังงดงามปานนั้น ทั้งยังรู้จักหาเงินเอง ยังจะต้องการบุรุษมาทำอันใด? อย่างมากต่อไปหากรู้สึกเหงาก็หาบุรุษอบอุ่นอ่อนโยนมาอุ่นเตียงให้พี่สาวข้าก็พอแล้ว”
“…” หลีเช่อถึงกับพูดไม่เป็นไปเลยทีเดียว เงียบงันไปครู่หนึ่งเขาพูดขึ้นว่า “ข้าจำได้ว่าในยุคสมัยนี้ของพวกเจ้า สตรีล้วนถูกปิดกั้นและระมัดระวังตัว คำพูดเมื่อสักครู่นี้ของเจ้า ผู้ใดเป็นคนสอนเจ้า?”
ซินหรู “พี่สาวสอน”
หลีเช่อเงียบไปอีกครู่หนึ่ง “เช่นนั้น นางก็แข็งแกร่งจริงๆ”
ยามนี้หลินชิงเวยกำลังเดินเข้าไปในคฤหาสน์พร้อมกับนายอำเภอ นายอำเภอหันมามองนาง “เวลานี้ยังไม่ชัดเจนว่าไฟไหม้ครั้งนี้เกิดจากฝีมือคนหรือไม่ ข้ายังคงหวังว่าเรื่องนี้จะไม่เกี่ยวข้องกับพวกเจ้า”
หลินชิงเวยคลี่ยิ้มบางๆ ริมฝีปากที่โค้งขึ้นนั้นงดงาม ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติแก่ผู้คนอย่างยิ่ง นายอำเภอเป็นขุนนางมาหลายปี อ่านคนมานับไม่ถ้วน ดูคล้ายไม่เชื่อว่าสีหน้าเช่นนี้จะปรากฏอยู่บนใบหน้าของแม่นางน้อยได้ แม้บนใบหน้าของนางจะมีรอยแผลเป็นจางๆ แต่ยังคงทำให้คนไม่อาจละเลื่อนสายตาไปได้อยู่นั่นเอง
แต่ใต้หล้านี้คนชนิดใดบ้างไม่มี นายอำเภอพลันรู้สึกว่าตนเองเป็นกบในกะลาอยู่บ้าง หาไม่แล้วเขาคงไม่ดำรงตำแหน่งนายอำเภออยู่ในเมืองเล็กๆ มาเป็นเวลาหลายปีโดยไม่อาจเลื่อนขั้นได้
หลินชิงเวยมองนายอำเภอแวบหนึ่ง “ดูท่าแล้วใต้เท้าไม่เชื่อถือคำพูดเมื่อสักครู่เช่นกัน หรือพวกข้ายังแยกร่างได้จริงๆ ทางหนึ่งสนทนากับใต้เท้า อีกทางหนึ่งมาวางเพลิงที่นี่?”
นายอำเภอ “นั่นก็ใช่ ขอเพียงไม่เกี่ยวข้องก็พอแล้ว หาไม่แล้ว อย่างไรข้าก็ต้องทำตามกฎหมาย”
ยามนี้คนทั้งหมดของคฤหาสน์สกุลหลี่ต่างรวมตัวกันอยู่ในเรือนหน้า เมื่อควบคุมเพลิงเอาไว้ได้ บรรดาข้ารับใช้แต่ละคนทั้งศีรษะและใบหน้าเต็มไปด้วยคราบควันไฟและตื่นตระหนกไม่หาย
ข้ารับใช้ที่ได้รับบาดเจ็บจากไฟไหม้กำลังได้รับการช่วยเหลือทำแผลและพันแผล ขณะที่หลินชิงเวยเดินผ่านร่างของเขา ได้มองไปที่บาดแผลของเขาปราดหนึ่ง บาดแผลอยู่บริเวณขา ไม่ได้ร้ายแรงอันใดนัก แต่เห็นข้ารับใช้คนนั้นเจ็บปวดจะเป็นจะตาย เขาขบฟันแน่นทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิดคิดว่าบาดแผลของเขาร้ายแรง
ดูจากคฤหาสน์ใหญ่โตหลังนี้แล้ว สกุลหลี่น่าจะต้องเป็นผู้มีหน้ามีตาลำดับต้นๆ ของเมืองนี้ ข้ารับใช้ที่ได้รับบาดเจ็บอาจเล็งเห็นถึงจุดนี้จึงอยากได้รับเงินค่าทำขวัญสักก้อนหนึ่ง
เวลานี้ประมุขของคฤหาสน์หลังนี้ก็ไม่ได้มีสภาพดีกว่ากันสักเท่าใดนัก สองสามีภรรยาสกุลหลี่คู่นี้ ในยามปกติแต่งกายอย่างประณีตงดงาม ยามนี้เนื้อตัวเลอะเทอะเปรอะเปื้อน ยังมีคุณหนูพันชั่ง ไข่มุกในฝ่ามือของพวกเขานางหนึ่ง ใบหน้างดงามนั้นเปื้อนควันไฟสีดำและยังมีสีหน้าตื่นตระหนก
คุณหนูพันชั่งของสกุลหลี่ชื่อ หลี่ซิ่วเอ๋อร์
ต้นเพลิงนั้นมาจากเรือนของหลี่ซิ่วเอ๋อร์นางนี้ สองสามีภรรยาสกุลหลี่เป็นห่วงบุตรสาวอันเป็นที่รักของตน จึงรีบเข้าไปช่วยบุตรสาวด้วยตนเอง เคราะห์ดีที่พบทันเวลา พวกเขาจึงไม่ได้รับบาดเจ็บอันใด
ชัดเจนยิ่งนักว่าหลี่ซิ่วเอ๋อร์ได้รับความตื่นตกใจอย่างยิ่ง ถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้สติกลับมา
นายอำเภอและหลินชิงเวยเดินไปยังสถานที่ต้นเพลิงตามการนำทางของข้ารับใช้ ภายในเรือนกลายเป็นซากปรักหักพัง เหลือเพียงกำแพงที่แตกหัก รอบด้านเต็มไปด้วยควันไฟคละคลุ้งจนทำให้คนสำลัก
ได้ยินสาวใช้อาวุโสผู้รับผิดชอบดูแลหลี่ซิ่วเอ๋อร์บอกว่า ต้นเพลิงเกิดจากห้องข้างที่ใช้เป็นที่เก็บสิ่งของเบ็ดเตล็ด ด้วยข้างในมีสิ่งของที่ง่ายต่อการเป็นเชื้อเพลิง ก่อนหน้านี้ไม่มีผู้ใดสังเกตเห็น รอกระทั่งไฟไหม้แล้วจึงยากที่จะควบคุมเพลิงเอาไว้ได้ ทำให้เรือนทั้งหลังถูกเผาวอดวาย
สิ่งของในห้องของแม่นางน้อยล้วนเป็นจำพวกผ้าแพรผ้าไหมซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี
หลินชิงเวยเดินไปเดินมาในเรือนที่กลายเป็นซากปรักหักพัง นางไม่รังเกียจแม้แต่น้อยที่ชายกระโปรงสะอาดสะอ้านของนางกวาดผ่านไม้ที่ไหม้เกรียมเหล่านั้นแล้วทิ้งรอยเลอะเทอะจางๆ เอาไว้ นายอำเภอก็กำลังเดินอยู่ในเรือนเช่นกัน
อย่างไรไฟไหม้ครั้งนี้ไม่มีคนตาย นับว่าเป็นความโชคดีเทียมฟ้าแล้ว
หลินชิงเวยถามสาวใช้อาวุโส “สิ่งของเบ็ดเตล็ดที่เก็บในห้องข้างมีอะไรบ้าง?”
สาวใช้อาวุโสเห็นหลินชิงเวยมาพร้อมกับนายอำเภอจึงมิกล้าเพิกเฉยต่อนาง “ล้วนเป็นสิ่งของที่คุณหนูใช้ในชีวิตประจำวันเจ้าค่ะ ด้วยมีการเปลี่ยนแปลงฤดูกาล ในหนึ่งปีห้องของคุณหนูก็จะเปลี่ยนการตกแต่งห้องหลายครั้ง ดังนั้นสิ่งของที่เปลี่ยนลงมาล้วนนำไปวางไว้ในห้องข้างเป็นการชั่วคราวเจ้าค่ะ”
หลินชิงเวยเหยียบถูกสิ่งของอย่างหนึ่งบนพื้นที่ยังคงร้อนระอุ นางพลันได้ยินเสียงสิ่งของแตกร้าวกังวานใส หลินชิงเวยก้มหน้าลงมองไปเห็นว่านางเหยียบถูกภาชนะดินเผาสีน้ำตาลเนื้องานไม่ประณีตนัก เมื่อนางไปดูในห้องข้างก็พบภาชนะดินเผาสีน้ำตาลเช่นเดียวกัน อีกทั้งยังมีจำนวนไม่น้อย แผ่นกระเบื้องเหล่านั้นถูกไฟไหมจนกรอบไปหมด เพียงแค่เหยียบเบาๆ ก็ได้ยินเสียงแตกร้าวของดิน