ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง - เล่มที่ 15 บทที่ 422 ข้ามิใช่มารดาเจ้านี่นา
เมื่อท่านผู้เฒ่าไป๋เห็นท่าทางของไป๋หยี่เนี่ยน เขาทอดถอนใจอย่างอับจนปัญญา หากการแต่งงานครั้งนี้สามารถตกลงกันได้ย่อมเป็นเรื่องดี แต่ถ้าหากเจรจาไม่สำเร็จแล้วบังคับจิตใจให้คนทั้งสองต้องมาอยู่ด้วยกัน นั่นย่อมกลายเป็นคู่เวรคู่กรรมคู่หนึ่ง ท่านผู้เฒ่าไป๋ดูออกว่าหลีเช่อไม่ชอบไป๋หยี่เนี่ยนแม้สักกระผีก
หรือต้องปล่อยเขาไปเช่นนี้ ให้การจัดงานเลือกคู่กลายเป็นเรื่องขำขัน? หากเป็นเช่นนี้ต่อไปผู้ใดจะมาทาบทามเรื่องคู่ครอง?
ไม่ ต่อให้ไม่มีหลีเช่อ ขอเพียงเป็นครอบครัวของผู้มีฐานะและมีหน้ามีตาทางสังคมทัดเทียมกัน พวกเขาต่างไม่คิดจะมาทาบทามเรื่องแต่งงานทั้งสิ้น จนปัญญาที่ชื่อเสียงของไป๋หยี่เนี่ยนโด่งดังเกินไป
เขาผู้เป็นปู่ร้อนใจในเรื่องสำคัญที่สุดในชีวิตของหลานสาว แต่หลานสาวของเขากลับไม่ร้อนใจเลย!
เมื่อไป๋หยี่เนี่ยนเดินจากไป หลีเช่อจึงลุกขึ้นออกตัว “ท่านผู้เฒ่าไป๋เห็นแล้ว ข้าและนางเข้ากันไม่ได้ ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงเรื่องความรักระหว่างหญิงชาย หากข้าต้องแต่งนางเป็นภรรยาจริงๆ ไม่เพียงแต่ข้าไม่มีความสุข ตัวนางเองก็ไม่มีวันมีความสุขเช่นกัน เหตุการณ์ในตลาดวันนี้ข้ารับลูกบอลผ้าแพรโดยไม่ตั้งใจจริงๆ ข้าขออภัยต่อท่านผู้เฒ่าไป๋ตรงนี้ด้วย ต้องขอความเห็นใจท่านผู้เฒ่าไป๋” เมื่อเห็นท่านผู้เฒ่าไป๋เงียบขรึมไม่เอ่ยวาจา หลีเช่อจึงรีบเรียกหลินชิงเวยและซินหรู ด้วยหวั่นใจลึกๆ ว่าท่านผู้เฒ่าไป๋จะเปลี่ยนใจ เขาพูดอีกว่า “ชิงเวย ซินหรู พวกเรารีบไปเถิด”
ขณะที่หลีเช่อหมุนกาย ท่านผู้เฒ่าไป๋พลันส่งเสียง “เจ้าหนุ่มช้าก่อน ต่อให้ทำผิดพลาดโดยไม่เจตนาก็ควรจะรับผิดชอบต่อความผิดที่ตนได้ก่อไว้ นี่จะจากไปเช่นนี้นับเป็นอะไรได้?”
หลีเช่อ “เพราะข้าเป็นคนกล้าทำไม่กล้ารับเช่นนี้อย่างไรเล่า เป็นท่านผู้เฒ่าไป๋ที่มองคนผิดไป”
ท่านผู้เฒ่าไป๋ “ความผูกพันนั้นสามารถค่อยเป็นค่อยไปได้ เวลานี้ทั้งสองฝ่ายอาจจะมองเห็นอีกฝ่ายขัดหูขัดตา ไม่แน่ว่าต่อไปอาจจะชอบพอคู่แค้นของตนก็เป็นได้ เรื่องของวาสนานั้นเป็นเรื่องไม่แน่นอน ตามที่ข้าเห็น ไม่สู้พวกเจ้าอาศัยอยู่ที่นี่เป็นการชั่วคราวก่อน เจ้าหนุ่มและเนี่ยนเอ๋อร์ของข้าจะได้ค่อยๆ ทำความรู้จักกัน แล้วค่อยมาคุยเรื่องอื่นกันภายหลัง”
หลีเช่อกำลังคิดจะอ้าปากโต้แย้ง ท่านผู้เฒ่าไป๋กลับเป็นคนฉลาดยิ่งคนหนึ่ง เขามองออกว่าผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจในเรื่องนี้เป็นหลินชิงเวยที่นั่งเงียบๆ อยู่ในโถงบุปผาต่างหาก เขาจึงถามหลินชิงเวย “แม่นางคิดเห็นอย่างไร?”
หลินชิงเวยวางฝาถ้วยน้ำชาในมือ พูดเสียงอ่อนว่า “มีความเป็นไปได้ว่าพวกเราและคุณหนูไป๋จะเข้ากันไม่ค่อยได้”
ท่านผู้เฒ่าไป๋ลูบเคราของตน “แม่นางหมายถึงเรื่องที่เนี่ยนเอ๋อร์ขัดแย้งกับพวกเจ้าในตลาดวันนั้นหรือ?” เรื่องนั้นคนในเมืองต่างรู้กันทั่ว ไม่มีทางที่ท่านผู้เฒ่าไป๋ไม่รู้เรื่อง อีกทั้งดูจากปฏิกิริยารุนแรงของไป๋หยี่เนี่ยนที่เห็นหลีเช่อรับลูกบอลผ้าแพรในตลาดวันนี้แล้วมองท่าทางของคนทั้งสาม ท่านผู้เฒ่าไป๋ก็พอจะคาดเดาเรื่องราวได้แล้ว เขาถอนใจแล้วกล่าวว่า “เรื่องบางเรื่องเนี่ยนเอ๋อร์ทำไม่ถูก นางยังอายุน้อย มีเรื่องราวมากมายที่นางไม่รู้ว่าควรจะจัดการอย่างไร”
หลินชิงเวยพูดเรียบๆ “แต่นี่ไม่ควรกลายเป็นเหตุผลให้นางสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านทุกคนในเมืองแห่งนี้”
ท่านผู้เฒ่าไป๋ “ดังนั้นจึงขอให้แม่นางอยู่พำนักที่นี่สักหลายวัน เชื่อว่าหลังจากนางออกเรือนแล้วคงไม่ทำเช่นนี้อีกแล้ว”
หลีเช่อปวดใจเหลือเกิน เพราะหลินชิงเวยตัดสินใจยินยอมอาศัยอยู่ในจวนสกุลไป๋เป็นการชั่วคราวในที่สุด ความรู้สึกชนิดนี้ราวกับเขาถูกหลินชิงเวยมัดเอาไว้แล้วเจรจาต่อรองราคาซื้อขายกับผู้ซื้อเรียบร้อยแล้ว รอเพียงส่งตัวเขาออกไป
สกุลไป๋ได้ส่งคนไปรับสัมภาระของพวกเขาจากโรงเตี๊ยม
และมีข้ารับใช้นำพวกเขาทั้งสามคนไปพักผ่อนที่ห้องพักแขกในเรือนหลังของสกุลไป๋
แม้จวนสกุลไป๋จะไม่ได้หรูหรามากมายนัก ทว่าคฤหาสน์หลังนี้ยังคงมีพื้นที่กว้างใหญ่พอดู ย่อมต้องมีทรัพย์สินมรดกเก่าอยู่พอสมควร ครอบครัวสกุลไป๋อาศัยอยู่ที่นี่มาหลายชั่วอายุคน
มาถึงเรือนที่พักอาศัย ภายในเรือนสะอาดสะอ้านจัดตกแต่งอย่างเรียบง่ายและสบายหูสบายตา สิ่งที่ควรมีนั้นไม่ขาดตกบกพร่อง หลีเช่อนั่งอยู่ข้างโต๊ะหินไม่พูดไม่จา ด้านหลังของเขาก็คือสวนไผ่เล็กๆ เขียวชอุ่ม เมื่อมีลมพัดผ่านยังได้ยินเสียงใบไผ่สั่นไหวกระทบกันเสียงดังซ่าๆ ช่างไพเราะยิ่ง
หลีเช่อมองหลินชิงเวยด้วยความคับแค้นใจ “เจ้าพูดความจริงมา เจ้ารังเกียจข้าที่เป็นภาระใช่หรือไม่ จึงชิงชังข้าถึงกับจะให้ข้าแต่งงานสร้างครอบครัวอยู่ที่นี่?”
หลินชิงเวย “พูดอันใดกัน ข้ามิใช่มารดาเจ้านี่นา เรื่องสำคัญในชีวิตของเจ้า ข้าไม่อาจตัดสินใจได้”
“เช่นนั้นเจ้าอาศัยอยู่ที่นี่หมายความอย่างไร?” หลีเช่อพูด “ไม่ว่าเงยหน้าก้มหน้าก็เห็นคุณหนูใหญ่สกุลไป๋คนนั้น เจ้ากินอิ่มนอนหลับได้? แต่ข้าทำไม่ได้!”
หลินชิงเวยนั่งลงข้างกายเขา “อย่างไรนางก็เป็นแค่แม่นางคนหนึ่งที่อายุไล่เลี่ยกับข้า แม้จะหยิ่งยโสไปบ้าง แต่ยังไม่ร้ายแรงถึงขั้นที่เจ้าพูด”
ซินหรูประคองใบหน้าเล็กๆ ของตนชื่นชมทัศนียภาพของเรือนหลังเล็กนี้ด้วยแววตาไร้เดียงสา “อาศัยอยู่ที่นี่สบายกว่าอาศัยอยู่ในโรงเตี๊ยมมาก ใช่หรือไม่เจ้าคะพี่สาว?”
“อืม”
หลีเช่อ “สบายก็สบายอยู่หรอก ไม่ดูเสียบ้างว่าต้องใช้อะไรแลกมา”
ซินหรู “ก็แค่ต้องการให้เจ้าแต่งงานกับคุณหนูไป๋ อย่างไรข้าและพี่สาวไม่ต้องแต่งนางเป็นภรรยาอยู่แล้ว อ้อ ไม่สิ เป็นแต่งให้นาง เจ้ามิใช่แต่งเข้ามาหรอกหรือ”
หลีเช่อ “…”
หลินชิงเวย “ท่านผู้เฒ่าไป๋ให้เจ้าและนางเรียนรู้ซึ่งกันและกันเป็นเรื่องรอง เจ้าลืมเรื่องที่เจ้ารับปากใต้เท้านายอำเภอว่าจะทำให้สำเร็จแล้วหรือ? หากไม่แก้ไขปัญหาเรื่องขอทานในเมืองแห่งนี้ พวกเราไม่ว่าใครก็ไปไหนไม่ได้ แต่ปัญหาอยู่ที่คุณหนูไป๋ หรือเจ้าคิดว่าไม่ควรหาวิธีแก้ไขนาง?”
หลีเช่อกระจ่างแจ้งโดยพลัน เขาลูบคางแล้วกล่าวว่า “ใช่สินะ เจ้าไม่พูดเรื่องนี้ข้าเกือบลืมไปแล้ว หากต่อไปไป๋หยี่เนี่ยนไม่ให้ทานชนิดไม่ดูตาม้าตาเรือเช่นนี้ ขอทานเหล่านั้นย่อมต้องเปลี่ยนอาชีพ แต่ทำอย่างไรจึงจะเปลี่ยนความคิดของนางได้?” หยุดไปครู่หนึ่งเขาพูดขึ้นอีกว่า “คงไม่ใช่ให้นางหลงรักข้าหรอกนะ?”
หลินชิงเวยมองเขาอย่างเห็นขัน “เจ้าลองดูได้ ถึงเวลานั้นเจ้าคงไม่อาจไม่แต่งนางเป็นภรรยาจริงๆ แล้ว”
หลีเช่อส่ายหน้า “เรื่องขายหน้าตาของตนเองเช่นนี้ ข้าไม่มีทางทำ!”
วันเวลาต่อมาหลินชิงเวยและซินหรูอาศัยอยู่ในจวนสกุลไป๋อย่างสบายอกสบายใจ ท่านผู้เฒ่าไป๋ให้การต้อนรับขับสู้เป็นอย่างดี เมื่อหลินชิงเวยมีเวลา ยังดูแลสุขภาพของท่านผู้เฒ่าไป๋ถือเป็นค่าตอบแทนในการอาศัยอยู่ที่นี่ ท่านผู้เฒ่าไป๋คิดไม่ถึงว่าแม่นางอายุเท่านี้ถึงกับแตกฉานและรอบรู้ในวิชาแพทย์ถึงเพียงนี้ หลังจากได้รับการดูแลจากหลินชิงเวยสุขภาพของเขาผ่อนคลายมากขึ้น เขาปฏิบัติต่อหลินชิงเวยและซินหรูราวกับเป็นแขกคนสำคัญ มีเพียงไป๋หยี่เนี่ยนที่คอยมาหาเรื่องตลอดเวลา
แต่เมื่อเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นล้วนเป็นหลีเช่อที่ออกมาปกป้องอย่างกล้าหาญ ด้วยเรื่องเหล่านี้เกี่ยวอันใดกับหลินชิงเวยและซินหรูเล่า? หลีเช่อและไป๋หยี่เนี่ยนพบหน้ากันกี่ครั้งก็ทะเลาะกันกี่หน
ไป๋หยี่เนี่ยนเป็นแม่นางน้อยคนหนึ่งไหนเลยจะทะเลาะหลีเช่อที่หน้าหนาเช่นนั้นชนะ ทุกครั้งได้แต่บาดเจ็บกลับไป ความหน้าหนาของนางถูกหลีเช่อกำราบเสียสิ้นทุกหน แต่หลีเช่อนับได้ว่าหน้าหนากว่านาง
อย่างเช่นหลินชิงเวยและซินหรูนั่งดื่มน้ำชาอยู่ภายในเรือน หลีเช่อยืนเท้าสะเอวทะเลาะกับไป๋หยี่เนี่ยนอยู่หน้าเรือน ทะเลาะกันทะเลาะกันมาไป๋หยี่เนี่ยนก็เท้าสะเอวเช่นกัน นางโมโหจนหน้าแดงก่ำไม่ยินยอมแสดงความอ่อนแอออกมา
ไป๋หยี่เนี่ยนพูดด้วยโทสะ “เป็นบุรุษดีๆ คนหนึ่ง มีมือมีเท้าไม่คิดจะออกไปทำงานหาเงิน รู้จักแต่กินอยู่ที่นี่ รู้จักเพียงแต่ได้รับ ทว่าไม่คิดจะลงทุนลงแรง เจ้ายังรู้จักด่าทอผู้อื่น เจ้าต่างจากขอทานเหล่านั้นที่ไหน!”
หลีเช่อยักไหล่ “เจ้ามิใช่ภรรยาของข้า เจ้ามายุ่งอะไรด้วย?”