ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง - เล่มที่ 15 บทที่ 425 ที่แท้เรื่องราวเป็นเช่นนี้
สีหน้าและท่าทางของท่านผู้เฒ่าไป๋มีความแน่ใจมากมายเกินไป หลีเช่อไม่รู้ว่าเขาควรจะพรูลมหายใจออกมาด้วยความโล่งอกหรือสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ดี “ที่จริงแล้วคุณหนูไป๋มีคนในใจแล้วกระมัง”
ท่านผู้เฒ่าไป๋ชะงักงันไปอึดใจหนึ่งจึงกล่าวว่า “ที่เจ้าพูดนั้นไม่ผิด นี่เป็นสาเหตุที่ทำให้นางเปลี่ยนเป็นเช่นในตอนนี้” พูดแล้วก็ถอนใจเฮือก “ในเมืองมีสำนักศึกษาแห่งหนึ่ง คาดว่าพวกเจ้าเพิ่งมาถึงที่นี่ไม่นานจึงไม่รู้ เดิมทีเขาเป็นซิ่วไฉคนหนึ่ง แต่มิอาจสร้างผลงานที่โดดเด่นได้ จึงกลับมาตั้งรกรากที่เมืองคุนแห่งนี้”
หลินชิงเวยพลันนึกถึงสำนักศึกษาแห่งนั้นที่พวกเขาเดินผ่านในวันที่มีการจัดงานเลือกคู่ ข้างในมีเงาร่างสูงเพรียวในอาภรณ์สีเขียวหันหลังให้พวกเขา
หลินชิงเวยและหลีเช่อประสานสายตากันแวบหนึ่ง ชัดเจนยิ่งนักว่าพวกเขากำลังคิดอย่างเดียวกันแต่มิได้ส่งเสียง รอให้ท่านผู้เฒ่าไป๋กล่าวสืบไป
ท่านผู้เฒ่าไป๋ “ซิ่วไฉคนนั้นเป็นคนมากความสามารถ เป็นคนหนุ่มแน่นที่มีอนาคต จึงไม่แปลกอะไรที่สองสามปีแรกที่เขามาตั้งรกรากในเมืองคุน เนี่ยนเอ๋อร์มีใจปฏิพัทธ์ต่อเขาตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้พบเขาและไม่ยอมเปลี่ยนใจ”
หลินชิงเวย “ในเมื่อซิ่วไฉคนนั้นทั้งรูปงามและมากความสามารถ ท่านผู้เฒ่าไป๋เองมิได้เลือกคนที่ฐานะ อีกทั้งคุณหนูไป๋ชื่นชอบเขา เหตุใดท่านผู้เฒ่าไป๋จึงไม่สนับสนุนงานมงคลนี้เล่า?”
นี่เป็นเรื่องที่ท่านผู้เฒ่าไป๋หนักใจที่สุด “ข้าชื่นชมความสามารถของเขาและรู้สึกเสียดายเช่นกัน ขอเพียงเนี่ยนเอ๋อร์ชมชอบ อย่างไรข้าย่อมไม่ขัดขวาง เหตุใดมิได้มาเยือนและทาบทามงานมงคลนี้ จนปัญญาที่เขาเป็นปัญญาชนมีเกียรติและศักดิ์ศรีของตน จึงไม่ยอมลดตัวแต่งเข้ามาเป็นเขยของสกุลไป๋ ข้าเองย่อมไม่บังคับฝืนใจเขาให้แต่งเข้ามาอยู่แล้ว ตัวเขาไม่ยินดีที่จะอาจเอื้อมครอบครัวสูงศักดิ์ เขาไม่ยินดีที่จะทำเช่นนี้ ยอมอยู่ตัวคนเดียวสอนตำราให้ผู้อื่น”
หลีเช่อ “บนโลกนี้ยังมีคนเช่นนี้”
“คนเช่นนี้ใช้ชีวิตเรียบง่าย ทว่ากลับมีอุดมการณ์สูงส่ง ไม่ว่าเป็นผู้ใดก็ไม่ยินยอมถูกลดคุณค่าให้ต่ำลง” ท่านผู้เฒ่าไป๋พูด “สำนักศึกษาที่เขาเปิดในเมืองนี้เก็บค่าเล่าเรียนเป็นเงินเพียงเล็กน้อย สอนหนังสือให้กับลูกหลานของชาวบ้านผ่านไปเป็นปีๆ ข้านั้นปวดใจแทนเนี่ยนเอ๋อร์แต่มิอาจขับไล่คนเช่นนี้ออกไปได้ และเขาก็ปฏิเสธอย่างชัดเจน ข้าจึงไม่อาจบังคับฝืนใจผู้อื่น”
หลีเช่อเงียบงัน “ข้าก็ปฏิเสธอย่างชัดเจนเช่นกัน ดูคล้ายท่านผู้เฒ่าไป๋ไม่ได้ทำเช่นนั้น”
หลินชิงเวยมองเขาปราดหนึ่ง “คนมีเกียรติและศักดิ์ศรี ไม่หวังสิ่งใดตอบแทน เป็นคนที่หาได้ยากยิ่ง” …ถามหน่อยว่าเจ้าใช่หรือไม่?
ท่านผู้เฒ่าไป๋พยักหน้าหงึกหงัก “แต่เนี่ยนเอ๋อร์ไม่ยอมตัดใจ รู้ว่าเขาดีต่อเด็กๆ ในสำนักศึกษา เป็นคนมีคุณธรรมและมีจิตใจเมตตา จึงอยากเป็นเช่นเขา เพื่อให้เขาเห็นความดีของนาง ด้วยคิดว่าคงมีสักวันที่เขาจะเปิดใจ เมื่อแรกนั้นนางเห็นเขาให้เงินขอทานข้างทาง นางจึงเริ่มเปิดโรงทานแจกข้าวต้มหน้าสำนักศึกษาเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านที่ยากจน เขาเห็นแต่ไม่ยอมพบหน้า ต่อมาเนี่ยนเอ๋อร์จึงช่วยขอทานในเมืองอย่างหนักข้อ และทำทานด้วยความคิดเช่นนี้จนกลายมาเป็นเช่นทุกวันนี้ สำหรับเนี่ยนเอ๋อร์แล้วมิใช่เรื่องดี นางยึดติดเกินไป”
หลินชิงเวยเงียบขรึม หลีเช่อเองก็ไม่พูดจา
นางนึกถึงเงาร่างของคนผู้นั้นในสำนักศึกษา และคิดถึงไป๋หยี่เนี่ยนที่พูดทั้งตาแดงก่ำว่า “ถึงตายก็ไม่ยอมแต่ง”
นี่เป็นเพราะไป๋หยี่เนี่ยนอายุน้อยเกินไป ด้วยนางอายุยังน้อย ดังนั้นนางจึงไม่รู้สึกวิตกกังวลใดๆ กับความไร้อนาคต นางยึดติดกับคนที่นางตัดสินใจยอมรับ ต่อให้กลายเป็นความคิดเพียงข้างเดียว นางก็ไม่เสียใจหรือผิดหวัง แต่ไม่ว่านางจะเสียสละทุ่มเทอย่างไร คนที่นางคิดถึงตลอดเวลานั้นล้วนไม่เคยหันมามองนางแม้สักครั้ง
นางถึงกับมีความกล้าหาญเช่นนี้และยืนหยัดมาจนถึงเดี๋ยวนี้
หลินชิงเวยคิดว่าไป๋หยี่เนี่ยนโง่งม
แต่เมื่อพูดถึงที่สุดแล้ว ผู้ใดบ้างเล่าไม่เคยโง่งมมาก่อน
รอให้ไป๋หยี่เนี่ยนค่อยๆ เติบโตขึ้น สุดท้ายนางจะพบว่าตนเองได้ทำเรื่องโง่เขลามากมายเพียงใด เวลานี้นางไม่ลืมหูลืมตาเป็นเพราะนางยังสาว
คนบางคนไม่มีทางคิดถึงเจ้า ไม่ว่าเจ้าจะทำอะไรก็ยากที่จะเข้าถึงจิตใจของเขาได้ หรือเขาอาจจะหันมามองสักครั้งอย่างไม่ตั้งใจ เจ้าคิดว่าเขาใส่ใจเจ้า นั่นเป็นเพียงความคิดเพ้อเจ้อเท่านั้น
หลินชิงเวยเงยหน้าขึ้นพูดกับท่านผู้เฒ่าไป๋ “ท่านผู้เฒ่าไป๋พูดถึงเรื่องราวในอดีต คิดว่าคงต้องการให้หลีเช่อช่วยเหลือ”
ท่านผู้เฒ่าไป๋พยักหน้า สายตาแน่วแน่นั้นตกลงบนร่างของหลีเช่อ หลีเช่อรู้สึกเย็นวาบไปทั้งร่าง เขาได้ยินท่านผู้เฒ่าไป๋พูดว่า “คุณชายหลีรับลูกบอลผ้าแพร จึงต้องแต่งงานกับเนี่ยนเอ๋อร์ หากคุณชายหลีคิดจะกลับคำ ไม่ต้องไปศาลาว่าการก็ได้ ขอเพียงคุณชายหลีช่วยข้าสักเรื่องหนึ่ง”
หลีเช่อ “ต้องการให้ข้าแยกไป๋หยี่เนี่ยนและซิ่วไฉคนนั้นออกจากกัน? กระทั่งท่านเองก็ยังพูดว่าไป๋หยี่เนี่ยนรักเขาเพียงข้างเดียว เรื่องประเภทนี้ไม่มีทางแยกได้”
ท่านผู้เฒ่าไป๋ “คุณชายหลีเป็นบุรุษรูปงาม เชื่อว่าต้องมีวิธีแน่ๆ ขอเพียงทำให้เนี่ยนเอ๋อร์ตัดใจจากเขาอย่างเด็ดขาด ถึงเวลานั้นข้าจะปล่อยให้เจ้าออกจากที่นี่แน่นอน”
เดิมทีนี่เป็นการบังคับให้แต่งงาน คิดไม่ถึงว่าจะพลิกผันรวดเร็วเช่นนี้ กลายเป็นต้องการยุติงานมงคลงานหนึ่ง หลีเช่อกลับมาถึงเรือนด้วยความรู้สึกไม่รู้ว่าจะเริ่มลงมืออย่างไร
ซินหรูได้ยินเรื่องราวระหว่างไป๋หยี่เนี่ยนและบัณฑิตคนนั้น ไม่รู้เป็นเพราะเหตุใดนางจึงคิดถึงพี่สาวของตนตั้งแต่วินาทีแรก ดูเหมือนเรื่องความรักนั้น หากทุ่มเทผิดคนล้วนไม่แตกต่างกันเท่าใดนัก ตอนแรกซินหรูไม่ชอบท่าทางยโสโอหังของไป๋หยี่เนี่ยน แต่บัดนี้กลับไม่รู้สึกรำคาญนางเช่นนั้นแล้ว
คนทุกคนเปลี่ยนไปราวกับไม่ใช่ตนเองเพราะความรัก หลินชิงเวยในอดีตก็เป็นเช่นนี้
ซินหรูลากหลีเช่อออกมาพูดคุย “ท่านพี่หลี ท่านก็ช่วยเหลือคุณหนูไป๋เถิด ทำให้นางตัดใจเด็ดขาดในครั้งนี้”
หลีเช่อมองนาง “แยกคนรักออกจากกันเป็นเรื่องไร้คุณธรรม เจ้ารู้หรือไม่?”
ซินหรูส่ายหน้า “หลุดพ้นเร็วขึ้นจะได้มีความสุขเร็วขึ้น เชื่อว่าเมื่อบัณฑิตคนนั้นต้องเผชิญหน้ากับความยึดติดและลุ่มหลงของคุณหนูไป๋ย่อมต้องรู้สึกถูกราวีกระมัง ในเมื่อไม่รู้จักรักและทะนุถนอม เช่นนั้นก็ไม่ต้องให้เขาได้ครอบครองสิ วาสนาเช่นนี้เอามาทำอันใด ไม่สู้ตัดขาดกันไปแต่เนิ่นๆ”
หลีเช่อมองใบหน้าเล็กๆ ของซินหรูอย่างจริงจัง “พูดมา! เจ้าเคยมีความรักใช่หรือไม่?”
ซินหรูส่ายหน้า
หลีเช่อพูดอย่างสงสัย “เช่นนั้นเจ้ายังมีความคิดเช่นนี้ หรือสตรีในยุคสมัยโบราณล้วนเป็นผู้ใหญ่ก่อนวัยเช่นนี้? ข้าขอบอกกับเจ้าว่ามีความรักเร็วเกินไปเป็นเรื่องไม่ดี”
“เหตุใดไม่ดีเล่า?” ซินหรูถามอย่างไร้เดียงสา
“เพราะมีความรักเร็วเกินไปอาจตั้งครรภ์ได้”
“…” ความคิดเช่นนี้สำหรับซินหรูแล้วมีเพียงความว่างเปล่า
หลีเช่อสั่งสอนต่อ “เพิ่งจะอายุสิบสี่สิบห้าก็รับปากหมั้นหมายอะไรกันแล้ว ไม่น่าเชื่อถือที่สุด สตรีในวัยนั้นเพิ่งจะเริ่มเข้าใจและโหยหาในเรื่องของความรักก็รีบแต่งงานมีลูก มากกว่าครึ่งล้วนเสียดายทั้งสิ้น เป็นเด็กผู้หญิงค่อยๆ เจริญเติบโต เมื่อได้เรียนรู้เรื่องราวมากขึ้น รู้จักคนมากขึ้น จึงกระจ่างแจ้งขึ้นอย่างช้าๆ ความโหยหาที่เคยมีผายลมอันใดนั้น ไม่แน่ว่าคนแรกที่ตนเองชมชอบอาจจะไม่ใช่อะไรเลยก็ได้ ขอเพียงเติบโตแล้วเป็นผู้ใหญ่พอ ค่อยมาตัดสินใจว่าผู้ใดเป็นคู่ชีวิตของตน นี่จึงเป็นการพัฒนาที่ถูกต้องตามขั้นตอน”
ซินหรูฟังแล้วเหมือนจะเข้าใจและเหมือนจะไม่เข้าใจ
หลินชิงเวยหรี่ตาพูดในเวลานี้ “ดังนั้นเจ้าต้องไปช่วยคุณหนูไป๋ ให้นางได้สติและยอมรับความจริงให้ได้”
หลีเช่อ “แต่ข้าจะช่วยอย่างไรเล่า?”
หลินชิงเวยมองเขาแล้วหัวเราะ “เจ้าสามารถใช้ความงามของเจ้า เจ้ามิใช่ชมชอบบุรุษหรอกหรือ?”
หลีเช่อกระจ่างแจ้งในที่สุดว่าเหตุใดเมื่อท่านผู้เฒ่าไป๋ได้ยินว่าเขาชมชอบบุรุษ ดวงตาจึงเปล่งประกายระยิบระยับ
มนุษย์ช่างเป็นสัตว์โลกที่เข้าใจยากแท้!