ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง - เล่มที่ 15 บทที่ 426 อันตรายจากการเกี้ยวบุรุษ
ที่จริงเมื่อคิดให้ละเอียดถี่ถ้วนแล้ว หลีเช่อกลับรู้สึกว่าไป๋หยี่เนี่ยนน่าสงสาร เห็นกับที่เขาและนางพบหน้ากันทุกครั้งทะเลาะกันทุกครั้ง จึงทำให้นางดูน่าสงสารอยู่บ้าง ตัดใจจากบุรุษผู้ทำหน้าที่สอนตำราเสียเถิด
แม่นางน้อยที่อยู่ในวัยเยาว์ล้วนเป็นเช่นนี้ เมื่อชมชอบใครมักจะคลั่งไคล้ใหลหลง เพียงเพราะพวกนางอายุยังน้อย ทุกอย่างยังช่วยเหลือได้ทัน รอให้นางได้สติกลับมา แล้วค่อยไปคิดว่าอันใดคือ “ต่อให้ต้องตายก็ไม่แต่ง” กระทั่งตัวเองยังต้องถูกตัวเองทำให้รู้สึกขายหน้า
วันนี้หลินชิงเวยแต่งกายให้หลีเช่ออย่างตั้งอกตั้งใจเป็นพิเศษ เปลี่ยนจากอาภรณ์สีแดงของบุรุษเป็นกระโปรงของสตรี สางผมในแบบของสตรี ไฝน้ำตาเม็ดนั้นงามปานล่มเมือง ช่างเป็นโฉมสะคราญที่งดงามเหลือเกิน
หลีเช่อยัดหมั่นโถวเข้าไปในหน้าอกสองลูก หลินชิงเวยเห็นเช่นนั้นจึงหยักยิ้มมุมปาก “หิวแล้วอย่าหยิบออกมากินเป็นอาหารเล่า บุรุษท่านนั้นเห็นแล้วจะต้องถูกเจ้าทำให้ตกใจจนวิ่งหนี”
หลีเช่อมองนางแวบหนึ่ง “มีปัญญาเจ้าก็ไปล่อลวงเขาเองสิ”
หลินชิงเวยยิ้มตาหยี “ข้าถูกทำลายโฉม เห็นได้ชัดว่างามไม่เท่าเจ้า”
หลังจากหลีเช่อแต่งกายเสร็จแล้ว ก็ลากซินหรูที่แต่งกายเป็นเด็กชายน้อยออกไปข้างนอก “ซินหรู ไป พวกเราไปเรียนหนังสือกัน”
หลินชิงเวยกอดอกแล้วเอนร่างอันบอบบางกับกรอบประตู มองเงาร่างหนึ่งใหญ่ หนึ่งเล็ก บนใบหน้าของนางปรากฏให้เห็นรอยยิ้มเกียจคร้าน
ไหนเลยจะคิดว่าทันทีที่ออกไปก็เผชิญหน้ากับไป๋หยี่เนี่ยนทันที ไป๋หยี่เนี่ยนมองหลีเช่อที่แต่งกายเป็นสตรีแล้วตกตะลึงไปครู่หนึ่ง นางไม่อาจไม่ยอมรับว่าบุรุษตัวเหม็นที่อยู่เบื้องหน้านี้เมื่อแต่งกายประทินโฉมเป็นสตรีแล้วจะทำให้นางซึ่งเป็นสตรีแท้ๆ ละอายใจนัก!
ไป๋หยี่เนี่ยนพูดอย่างไม่สบอารมณ์ “ไอหยา แต่งกายยั่วยวนเช่นนี้ คิดจะไปล่อลวงผู้ใดเล่า?”
หลีเช่อส่งสายตาเย้ายวนให้นาง “ข้าจะไปเกี้ยวบุรุษ เจ้าจะทำไม” พูดแล้วก็จูงมือซินหรูเดินผ่านร่างของนางไป
ไป๋หยี่เนี่ยนยังคงด่าตามหลัง “ปีศาจ ชายก็ไม่ใช่ หญิงก็ไม่เชิง!”
“มาสิ แน่จริงก็มาสิ อย่างไรข้าก็มีเวลามากมาย” เพื่อเป็นการให้ความร่วมมือกับนาง หลีเช่อจึงบิดส่ายสะโพกอย่างเต็มที่ เมื่อเดินเหินราวกับงูน้ำก็ไม่ปาน
ไป๋หยี่เนี่ยนกลอกตาขาว แค้นใจเหลือเกินที่ไม่อาจหมดสติไปให้สิ้นเรื่องสิ้นราว
ยามเช้าหลีเช่อในฐานะพี่สาวของซินหรู พาซินหรูไปสมัครเป็นนักเรียนของสำนักศึกษา นี่สำหรับซินหรูแล้วเป็นโอกาสในการร่ำเรียนตำราอย่างมิต้องสงสัย นางอยากสัมผัสบรรยากาศของการร่ำเรียนตำราในสำนึกศึกษาตั้งนานแล้ว ดังนั้นจึงให้ความร่วมมือเต็มที่
อาจารย์แซ่ เจียง นามว่า มู่
มาถึงสำนักศึกษาได้พบกับอาจารย์เจียงมู่ ซินหรูอายุยังน้อยแต่ดูเหมือนจะเข้าใจอะไรได้บ้าง เหตุใดสตรีหยิ่งยโสเช่นไป๋หยี่เนี่ยนจึงได้ชมชอบอาจารย์ผู้นี้มาสองสามปีโดยไม่เปลี่ยนใจ
อาจารย์เป็นคนรักสันโดษ อาภรณ์สีเขียวของเขาเต็มไปด้วยกลิ่นอายของบัณฑิต หน้าตาหล่อเหลาและสง่างาม คิ้วและดวงตาคม องคาพยพทั้งห้าบนใบหน้าราวกับภาพวาดก็ไม่ปาน
เมื่อเขากำลังสอนให้เด็กๆ อ่านออกเสียงและจดจำตัวอักษร เขามีความอดทนและอ่อนโยนยิ่งยวด ตัวคนอบอุ่นและมีมารยาท ชัดเจนเหลือเกินว่าเป็นสุภาพบุรุษคนหนึ่ง
เด็กๆ ในสำนักศึกษาล้วนติดเขาแจ ดูท่าแล้วไม่มีคนใดเลยที่ไม่ชอบเขา
เมื่อเปรียบเทียบซินหรูกับเด็กเหล่านั้น แน่นอนว่าซินหรูดูอายุมากไปเล็กน้อย แต่นางอยู่ร่วมกับหลีเช่อมานานเกินไป ความขัดเขินอันใดล้วนถูกนางผลักออกไปด้านข้างจนหมดจด บนโลกนี้ไม่มีเรื่องอันใดยาก ขอเพียงหน้าหนาพอ
ดังนั้นเมื่อต้องเผชิญหน้ากับความประหลาดใจของเด็กๆ ที่มองมา ซินหรูรู้สึกว่าน่าสนใจยิ่งนัก
หลีเช่อเดิมทีก็เป็นนักแสดงอยู่แล้ว เมื่ออยู่ต่อหน้าเจียงมู่ จึงแนะนำตัวเองว่าเป็นสตรีคนเดียวที่เพิ่งมาถึงเมืองคุนไม่นานนัก เจียงมู่หมกมุ่นอยู่กับการสอนหนังสือทั้งวัน น้อยยิ่งนักที่เขาจะรับฟังเรื่องราวข้างนอก ด้วยเหตุนี้จึงไม่ชัดเจนในความเป็นมาของหลีเช่อและไม่ได้ไปสืบหาความจริง ได้ยินหลีเช่อบอกว่าพาซินหรูมาร่ำเรียนหนังสือ อาจารย์เจียงจึงมองประเมินซินหรูครู่หนึ่ง
ซินหรูเบิกดวงตาไร้เดียงสาออกกว้าง พูดอย่างจริงใจ “อาจารย์โปรดรับข้าไว้ด้วยเถิด ข้าจะตั้งใจเรียนให้ดี”
เจียงมู่ยิ้มบางๆ บนใบหน้านั้นราวกับเป็นภาพภูเขาและสายน้ำที่วาดด้วยน้ำหมึกถูกส่องด้วยแสงเงินแสงทองจากดวงตะวัน “เป็นเด็กเฉลียวฉลาดคนหนึ่ง”
ดังนั้นในห้องเรียนจึงมีที่นั่งของซินหรูเพิ่มขึ้นมาอีกที่หนึ่ง หลังจากหลีเช่อจ่ายค่าเล่าเรียนแล้วก็ทิ้งซินหรูไว้ในห้องเรียน และได้บอกว่าจะมารับซินหรูในยามบ่าย
แน่นอนว่าก่อนจากไปเขายังไม่ลืมที่จะกำชับซินหรู “เจ้ามาถึงที่นี่แล้วต้องตั้งใจเรียนรู้ อย่าได้ผิดต่อความปรารถนาดีของพี่สาว”
ซินหรูโบกมือให้เขา ประมาณว่า—รีบไสหัวไปเถอะ
หลีเช่อลากนางมาพูดเสียงเบา “ข้าเห็นว่าเจ้าอยู่ในวัยเริ่มมีความรักเช่นกัน แม้อาจารย์ท่านนี้จะหน้าตาไม่เลวทีเดียว แต่เจ้าต้องตั้งใจเรียน อย่าได้คิดเรื่องรักๆ ใคร่ๆ เข้าใจหรือไม่!”
ซินหรู “ท่านหน้าตาหล่อเหลากว่าเขา ข้าก็ไม่เห็นจะคิดเรื่องรักๆ ใคร่ๆ กับท่านนี่นา”
“…” หลีเช่อเห็นเจียงมู่มองมา เขาจึงยืดกายเหยียดตรงพูดกับเจียงมู่ว่า “เช่นนี้ต้องรบกวนอาจารย์สั่งสอนแล้ว” เขาโบกผ้าเช็ดหน้าให้ซินหรูแล้วหมุนกายกลับไปอย่างแช่มช้อย “พี่สาวไปก่อน ตอนบ่ายค่อยมารับเจ้า!”
วันนี้อากาศสดใส หลังจากท้องฟ้าเปิดแล้วภายในห้องเรียนเต็มไปด้วยแสงเงินแสงทองอันอบอุ่นชั้นหนึ่ง แม้ไป๋หยี่เนี่ยนจะโยนลูกบอลผ้าแพรและเวลานี้ถือได้ว่านางมีคู่ครองแล้ว แต่เรื่องนี้มิอาจขัดขวางนางในการทำทานในเมืองนี้
สถานที่แจกข้าวต้มยังคงเป็นหน้าประตูสำนักศึกษา เพียงแต่นางจะพิจารณาคัดเลือกผู้ที่ได้รับข้าวต้ม อาจเป็นเพราะคำพูดของหลินชิงเวยในครั้งที่แล้วทำให้นางคิดได้ ไม่ช่วยเหลือเหล่าขอทานที่เสแสร้งแกล้งทำว่ายากจน สำหรับเด็กเล็กที่ครอบครัวยากจนสามารถนำถ้วยมารับข้าวต้มกลับไปดื่มได้
นางยังได้เตรียมข้าวต้มให้เด็กๆ ในสำนักศึกษาคนละถ้วย ในนั้นย่อมต้องมีส่วนของอาจารย์เจียงมู่ด้วย
ทว่าเมื่อไป๋หยี่เนี่ยนกำลังคิดจะนำข้าวต้มเข้าไป เมื่อหันกลับไปก็เห็นหลีเช่อเดินออกมาจากด้านในด้วยท่วงท่ายั่วยวน ส่งผลให้รู้สึกไม่สบอารมณ์
ไป๋หยี่เนี่ยนคิดอย่างไรก็คิดไม่ถึงว่าที่หลีเช่อบอกว่าเกี้ยวบุรุษนั้นจะถึงขั้นมาเกี้ยวอาจารย์ในสำนักศึกษา
หลีเช่อเห็นไป๋หยี่เนี่ยนเช่นกัน เขากะพริบตาปริบๆ พูดกลั้วหัวเราะ “คุณหนูไป๋ ช่างบังเอิญเหลือเกิน ท่านมาทำตัวเป็นคนดีเช้าปานนี้”
ไป๋หยี่เนี่ยนถลึงตาใส่เขาอย่างโกรธแค้น “เหตุใดเจ้าจึงอยู่ที่นี่?”
“ส่งซินหรูบ้านข้ามาเรียนหนังสือน่ะสิ”
“เพื่อส่งนางมาเรียนหนังสือที่นี่ เจ้าจึงได้แต่งกายเช่นนี้หรือ?”
หลีเช่อก้มหน้าลงมองตนเอง กระโปรงสีแดงทั้งชุดนี้เต็มไปด้วยเสน่ห์เย้ายวนจริงๆ เขาพูดด้วยสีหน้าไม่รู้เรื่องอันใดสุดๆ “ใช่แล้ว มีปัญหาอะไรหรือ?” พูดแล้วก็ยกมือขึ้นป้องปากหัวเราะฮิๆ “อาจารย์ที่อยู่ข้างในหน้าตาไม่เลวจริงๆ”
คำพูดประโยคนี้ทิ่มแทงใจไป๋หยี่เนี่ยนแน่นอนแล้ว นิสัยใจร้อนของนางกำเริบทันที ดวงตาทั้งคู่แดงก่ำพร้อมกับยกมือขึ้นพุ่งเข้าหาหลีเช่อ “คนเลว ข้าจะฆ่าเจ้า!”
วันนั้น ไป๋หยี่เนี่ยนวิ่งไล่หลีเช่อข้ามถนนไปแปดสาย
การเกี้ยวบุรุษมีอันตรายยิ่งนัก
เมื่อถึงเวลายามบ่ายเลิกเรียน เหล่าผู้ปกครองล้วนมารับลูกหลานของตนกลับเรือน แต่หลีเช่อกลับไม่มาเสียที ซินหรูเองก็ไม่ตื่นตระหนก ฉวยโอกาสที่ได้มาร่ำเรียนตำรา มีสิ่งใดไม่กระจ่างแจ้งก็ถามอาจารย์เพื่อขอคำชี้แนะทันที อาจารย์เห็นนางตั้งใจเรียนเช่นนี้ จึงชี้แนะนางจนตะวันตกดิน
ซินหรู “อาจารย์มีความรับผิดชอบเช่นนี้ มิน่าเล่าทุกคนล้วนชมชอบอาจารย์”
เจียงมู่ได้ยินแล้วเพียงแต่หัวเราะ ไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ ทว่าเสียงหัวเราะนั้นราวกับสายลมในวสันตฤดู ทำให้คนรู้สึกสบายใจยิ่งยวด เพียงแค่วันเดียวซินหรูก็รู้สึกชื่นชอบและเคารพอาจารย์ท่านนี้แล้ว